เซียะเหมินคือเมืองเกาะริมทะเลที่ใจเย็นที่สุดเมืองหนึ่งของจีน — มีเกาะปลอดรถมรดกโลก แคมปัสริมทะเล คาเฟ่ในหมู่บ้านชาวประมงเก่า และรถไฟฟ้าที่วิ่งข้ามทะเล รวมในที่เดียว นี่คือสิ่งที่คุณจะกลับมาเล่าให้เพื่อนฟัง
บอกตรงๆ ว่าเซียะเหมินเป็นเมืองที่คนไทยยังรู้จักน้อยกว่าที่ควร ทั้งที่จริงเป็นเมืองท่องเที่ยวในฝันของคนจีนเองมานานแล้ว เมืองนี้คือเกาะริมทะเลทางใต้ของมณฑลฝูเจี้ยน บรรยากาศสบายๆ จังหวะช้ากว่ามหานครอย่างเซี่ยงไฮ้หรือเซินเจิ้นมาก มีเกาะกู่ลั่งอวี่ปลอดรถที่เป็นมรดกโลก บ้านโคโลเนียลร้อยปี แคมปัสมหาวิทยาลัยริมทะเลที่คนยกให้สวยที่สุดในจีน คาเฟ่เก๋ๆ ในหมู่บ้านชาวประมงเก่า และอาหารทะเลสดๆ ลองนั่งรถไฟฟ้าสาย 1 ช่วงที่รางลอยฟ้าวิ่งข้ามอ่าวจี๋เหม่ยตอนพระอาทิตย์ตก มองออกไปเห็นน้ำทะเลสองข้างราวกับรถไฟวิ่งบนผิวน้ำ — เป็นภาพที่หาไม่ได้ง่ายๆ
หน้านี้รวม 12 ประสบการณ์ ที่ควรทำในเซียะเหมิน ทั้งแบบที่ต้องซื้อตั๋วและแบบที่เดินเข้าฟรี ต่างจากหน้า ที่เที่ยวเซียะเหมิน ที่เป็นภาพรวมสถานที่ทั้งหมด คอลัมน์นี้คัดเฉพาะสิ่งที่คนกลับมาแล้วบอกว่า "ดีใจที่ได้ทำ" บางอย่างจองล่วงหน้าผ่าน Klook ได้เลย (อย่างตั๋วเรือกู่ลั่งอวี่หรือทัวร์ถู่โหลว) บางอย่าง (อย่างปั่นจักรยานถนนหวนเต่าหรือเดินซาโปเว่ย) แค่เดินไปหน้างานก็พอ — เราบอกไว้ชัดในแต่ละข้อว่าฟรีหรือเสียเงิน ควรจองก่อนหรือไปได้เลย
เรียงจากเกาะมรดกโลกและแคมปัสริมทะเลไปจนถึงคาเฟ่ ตลาด และทริปข้ามเมือง — พร้อมราคาช่วงและวิธีเดินทาง
1
ถ้ามาเซียะเหมินแล้วเลือกทำได้แค่อย่างเดียว ทุกคนจะบอกตรงกันว่า "ไปกู่ลั่งอวี่" เกาะเล็กๆ หน้าเมืองนี้เป็นมรดกโลก UNESCO ทั้งเกาะปลอดรถ เดินอย่างเดียว เลยเงียบและร่มรื่นเหมือนหลุดมาอีกยุค ในอดีตเป็นย่านที่กงสุลและพ่อค้าต่างชาติมาตั้งรกราก จึงเต็มไปด้วยบ้านสไตล์โคโลเนียลยุโรปร้อยปี โบสถ์เก่า และวิลล่าที่ซ่อนอยู่ในตรอกซอกซอยคดเคี้ยว เดินหลงทางในเกาะนี่เองคือความสนุก เจอคาเฟ่น่ารัก ร้านขนมพื้นเมือง และมุมถ่ายรูปทุกหัวมุม ขึ้นเรือเฟอร์รี่ที่ท่า Cruise Terminal (พกพาสปอร์ต) แนะนำจองตั๋วเป็นรอบเวลาล่วงหน้าผ่าน Klook เพราะวันหยุดตั๋วเต็มเร็วมาก
จองตั๋วเรือบน Klook → อ่านเพิ่ม: เราเขียน คู่มือเกาะกู่ลั่งอวี่ฉบับเต็ม ไว้แล้ว — จองตั๋วเรือ เส้นทางเดิน และจุดที่ห้ามพลาด
2
เมื่ออยู่บนกู่ลั่งอวี่แล้ว จุดที่ห้ามพลาดคือ Sunlight Rock (รื่อกวงเหยียน) ยอดหินแกรนิตที่สูงที่สุดของเกาะ สูงราว 92 เมตร เดินขึ้นบันไดไปไม่นานก็ถึงจุดชมวิวบนยอด ขึ้นไปแล้ววิวเปิดโล่ง 360 องศา มองเห็นหลังคากระเบื้องแดงของบ้านทั้งเกาะทอดตัวอยู่กลางทะเล ตัดกับตึกระฟ้าของเมืองเซียะเหมินอีกฝั่งช่องแคบ เป็นมุมที่ขึ้นปกโปสการ์ดของเมืองนี้ บริเวณเดียวกันยังมีวัดเก่าและสวนหญิงเหวินที่รำลึกถึงเจิ้งเฉิงกง (Koxinga) วีรบุรุษที่เคยตั้งฐานที่นี่ ขึ้นช่วงเช้าหรือบ่ายแก่จะแดดไม่แรงและฟ้าใส คนเยอะช่วงวันหยุด ไปแต่เช้าจะได้มุมโล่งกว่า
อ่านเพิ่ม: คู่มือ Sunlight Rock — เวลาที่ฟ้าใสสุด จุดถ่ายรูป และวิธีซื้อตั๋ว
3
กู่ลั่งอวี่ได้ฉายาว่า "เกาะเปียโน" เพราะที่นี่มีเปียโนต่อหัวประชากรหนาแน่นที่สุดในจีน และเคยเป็นบ้านของนักเปียโนชื่อดังหลายคน สวนซูจวง (Shuzhuang Garden) คือสวนริมทะเลสไตล์จีนใต้ที่สวยที่สุดบนเกาะ เศรษฐีชาวจีนโพ้นทะเลสร้างไว้เมื่อต้นศตวรรษที่ 20 มีสะพานซิกแซ็กทอดยาวเหนือน้ำทะเล ศาลาริมหาด และสวนหินที่ออกแบบอย่างประณีต ในสวนเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์เปียโน (Piano Museum) ที่รวบรวมเปียโนโบราณหายากจากทั่วโลกหลายสิบหลัง คนชอบประวัติศาสตร์ ดนตรี และสวนสวยจะอินมาก เดินชมเรื่อยๆ ได้เกือบชั่วโมง เหมาะแวะต่อจาก Sunlight Rock ที่อยู่ไม่ไกลกัน
อ่านเพิ่ม: คู่มือสวนซูจวง + พิพิธภัณฑ์เปียโน — จุดเด่นในสวนและวิธีจัดเวลาบนเกาะ
4
มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน (Xiamen University หรือ "เซี่ยต้า") ได้ชื่อว่าเป็นแคมปัสที่สวยที่สุดในจีน ตั้นกะเค่อ (Tan Kah Kee) นักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลสร้างไว้ตั้งแต่ปี 1921 อาคารหลังคาทรงจีนสีแดงตั้งอยู่บนสถาปัตยกรรมตะวันตก ฉากหลังเป็นภูเขาและทะเล มีทะเลสาบ Furong ต้นไม้ใหญ่ และอุโมงค์ภาพวาดที่นักศึกษาวาดเองให้เดินถ่ายรูป (ต้องลงทะเบียนเข้าตามรอบ เข้าฟรี เช็กกฎล่าสุดก่อนไป) ติดกันคือวัดหนานผู่ถัว (Nanputuo Temple) วัดพุทธพันปีเชิงเขาอู่เหล่า ที่มีศาลาซ้อนชั้นงดงามและบ่อปล่อยปลา คนมาไหว้พระและขึ้นเขาเก็บวิวเมืองด้านบนได้ จับคู่สองที่นี้เดินต่อกันได้ในครึ่งวัน
อ่านเพิ่ม: คู่มือมหาวิทยาลัยเซียะเหมิน และ วัดหนานผู่ถัว — วิธีลงทะเบียนเข้าและจุดเด่น
5
ถ้าอยากเห็นด้านสบายๆ ของเซียะเหมินที่คนท้องถิ่นชอบ ถนนหวนเต่า (Huandao Road หรือถนนเลียบเกาะ) คือคำตอบ เป็นถนนเลียบชายฝั่งทางใต้-ตะวันออกของเกาะที่มีทั้งทางเดิน เลนวิ่ง และเลนจักรยานทอดยาวเลียบทะเล ลมทะเลเย็นสบาย มองออกไปเห็นช่องแคบ เกาะเล็กๆ และไกลออกไปคือเกาะจินเหมิน (Kinmen) ของไต้หวัน ช่วงที่สวยมีหาดทรายขาว ประติมากรรมริมทาง และต้นมะพร้าวเรียงราย มีจุดเช่าจักรยานริมทาง ปั่นชิลๆ ชมวิวได้เป็นชั่วโมง ช่วงเย็นคนมาเดิน วิ่ง และถ่ายรูปพระอาทิตย์ตกกันเยอะ เข้าฟรีตลอด เหมาะกับเย็นที่อยากพักจากการเดินเที่ยวในเมือง
อ่านเพิ่ม: คู่มือถนนหวนเต่า — จุดเช่าจักรยาน เส้นทางปั่น และมุมชมพระอาทิตย์ตก
6
สำหรับคนชอบประวัติศาสตร์และวิวทะเล ป้อมหูหลี่ซาน (Hulishan Fortress) คือจุดที่น่าแวะ เป็นป้อมปืนชายฝั่งที่สร้างปลายราชวงศ์ชิงในปี 1894 เพื่อป้องกันเมืองจากทะเล ไฮไลต์คือปืนใหญ่ครุปป์ (Krupp) จากเยอรมนีกระบอกยักษ์ที่ยังอยู่ในสภาพดี เคยได้ชื่อว่าเป็นปืนใหญ่ชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดที่ยังหลงเหลือในโลก ตัวป้อมตั้งอยู่บนเนินริมทะเลฝั่งใต้ของเกาะ มองออกไปเห็นช่องแคบและเกาะจินเหมินของไต้หวันได้ชัดในวันฟ้าใส บางวันมีการแสดงจำลองทหารยิงปืนใหญ่โบราณให้ดู เดินชมป้อม พิพิธภัณฑ์อาวุธ และจุดชมวิวได้ราวชั่วโมงกว่า อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน จับคู่กันได้
อ่านเพิ่ม: คู่มือป้อมหูหลี่ซาน — รอบการแสดงปืนใหญ่ จุดชมวิว และวิธีเดินทาง
7
อยากกินของพื้นเมืองหมิ่นหนานแบบจัดเต็มต้องมาย่านถนนจงซาน (Zhongshan Road) ถนนคนเดินสายหลักใจกลางเมืองเก่าที่ขนาบด้วยตึกแถวเก่าสไตล์ฉีโหลว (qilou) ระเบียงทางเดินมีหลังคาคลุมแบบเซาท์อีสต์เอเชีย เดินช้อปปิ้ง กินขนม และดูสถาปัตยกรรมเก่าได้เพลินๆ ถัดเข้าไปในตรอกคือตลาดปาซื่อ (Bashi หรือตลาดที่แปด) ตลาดสดเก่าแก่ที่สุดของเมือง คนท้องถิ่นมาซื้ออาหารทะเลสดๆ และของกินพื้นเมือง รอบตลาดมีร้านดังที่ต้องลอง — ป๊อเปี๊ยะหมิ่นหนาน ออส่วน (ไข่เจียวหอยนางรม) เส้นหมี่ซาเต๊ะ (สะเต๊ะหมี่) และของหวานถั่วเขียว เดินกินไปเรื่อยๆ ดีกว่านั่งร้านเดียว เป็นย่านที่อิ่มทั้งท้องและได้บรรยากาศเมืองเก่า
อ่านเพิ่ม: คู่มือถนนจงซาน + ตลาดปาซื่อ — ร้านเด็ดที่ต้องลองและเส้นทางเดินกิน
8
ซาโปเว่ย (Shapowei) คือย่านที่บอกว่าเซียะเหมินไม่ได้มีแค่ของเก่ากับทะเล เดิมเป็นอู่จอดเรือและหมู่บ้านชาวประมงเก่าที่อยู่ในเวิ้งน้ำเล็กๆ กลางเมือง วันนี้ถูกแปลงเป็นย่านครีเอทีฟ — เรือประมงเก่ายังจอดอยู่ในเวิ้งน้ำ รอบๆ เต็มไปด้วยคาเฟ่เก๋ๆ บาร์ สตูดิโอศิลปะ ร้านของดีไซน์ และกราฟฟิตี้สีสด เดินเล่นถ่ายรูปได้ทั้งบ่าย บรรยากาศเป็นย่านฮิปสเตอร์ของคนรุ่นใหม่เซียะเหมิน นั่งจิบกาแฟมองเรือประมงในเวิ้งน้ำตอนเย็นเป็นภาพที่เพลินมาก ใกล้กันยังมีย่านเจิงชั่วอัน (Zengcuoan) หมู่บ้านริมทะเลที่เต็มไปด้วยที่พัก คาเฟ่ และสตรีทฟู้ด เดินต่อกันได้ เข้าฟรี เหมาะกับคนชอบคาเฟ่และบรรยากาศชิลล์
อ่านเพิ่ม: คู่มือคาเฟ่เซียะเหมิน — ร้านเด็ดในซาโปเว่ย เจิงชั่วอัน และกู่ลั่งอวี่นี่คือกิจกรรมที่ถูกและคุ้มที่สุดของเซียะเหมิน รถไฟฟ้าสาย 1 (Metro Line 1) วิ่งจากเกาะหลักออกไปฝั่งจี๋เหม่ยและสถานีรถไฟเซียะเหมินเหนือ จุดที่คนตั้งใจมานั่งคือช่วงที่รางลอยฟ้าวิ่งข้ามอ่าวจี๋เหม่ย — ขบวนออกจากใต้ดินมาโผล่กลางทะเล วิวเปิดโล่งเห็นน้ำทะเลสีฟ้าสองข้างราวกับรถไฟวิ่งบนผิวน้ำ โดยเฉพาะช่วงพระอาทิตย์ตกที่ท้องฟ้าเป็นสีส้มสะท้อนน้ำจะสวยมากจนหลายคนตั้งใจขึ้นเพื่อถ่ายรูปช่วงนี้โดยเฉพาะ ค่าตั๋วแค่ ¥2–7 (~฿10–35) ตามระยะ จ่ายด้วย Alipay/WeChat สแกน QR หรือบัตรเดินทางก็ได้ นั่งช่วงข้ามทะเลแล้วลงฝั่งจี๋เหม่ยไปเดินหมู่บ้านการศึกษาจี๋เหม่ยต่อได้พอดี เป็นวิธีเที่ยวแบบคนท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีในไกด์บุ๊ก
อ่านเพิ่ม: ที่เที่ยวเซียะเหมินทั้งหมด — รวมจุดเที่ยวในเมืองและการเดินทาง
10
ฝั่งแผ่นดินใหญ่ตรงข้ามเกาะหลัก หมู่บ้านการศึกษาจี๋เหม่ย (Jimei School Village) คือมรดกที่ตั้นกะเค่อ (Tan Kah Kee) นักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลผู้รักบ้านเกิด สร้างไว้ตั้งแต่ต้นศตวรรษที่ 20 เป็นกลุ่มอาคารโรงเรียนและมหาวิทยาลัยริมทะเลที่ผสมหลังคาทรงจีนเข้ากับตัวอาคารสไตล์ตะวันตกอย่างงดงาม เดินชมตึกเรียนเก่า สวนสาธารณะ Aoyuan และอนุสรณ์สถานตั้นกะเค่อที่เล่าเรื่องชีวิตของเขาได้ บรรยากาศเงียบสงบ ร่มรื่น ต่างจากใจกลางเมืองมาก ที่นี่นั่งรถไฟฟ้าสาย 1 มาลงได้สบาย จับคู่กับการนั่งรถไฟฟ้าช่วงข้ามทะเลในข้อก่อนหน้าได้พอดี เหมาะกับคนชอบสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์
อ่านเพิ่ม: คู่มือหมู่บ้านการศึกษาจี๋เหม่ย — จุดเด่น เส้นทางเดิน และวิธีเดินทาง
11
ถ้ามีเวลาเหลือสักวันและอยากเห็นของที่ไม่เหมือนใคร ถู่โหลว (Fujian Tulou) คือคำตอบ เป็นบ้านดินวงกลม (และทรงสี่เหลี่ยม) ขนาดยักษ์ที่ชาวฮากกาสร้างด้วยดินอัดมาหลายร้อยปี ผนังหนาเป็นเมตรเพื่อป้องกันโจรและศัตรู ข้างในเป็นบ้านหลายชั้นที่คนทั้งตระกูลอยู่รวมกันได้เป็นร้อยคน องค์การ UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก กลุ่มที่คนนิยมไปคือหย่งติ้ง (Yongding) และหนานจิ้ง (Nanjing) ในชนบทฝูเจี้ยน ห่างจากเซียะเหมินราว 3–4 ชั่วโมงรถต่อเที่ยว วิธีที่สบายสุดคือจองทัวร์วันเดียวที่มีรถรับส่งและไกด์ผ่าน Klook เพราะนั่งรถสาธารณะเองยุ่งและต่อรถหลายทอด เผื่อทั้งวันเพราะนั่งรถไกล แต่คุ้มกับภาพที่ได้เห็น
จองทัวร์ถู่โหลวบน Klook → อ่านเพิ่ม: คู่มือทริปวันเดียวจากเซียะเหมิน — ถู่โหลว · เฉวียนโจว · จางโจว พร้อมวิธีเดินทางเซียะเหมินเป็นเมืองท่าทางทะเล อาหารทะเลจึงสดและถูกกว่าหลายเมืองในจีน ค่ำหนึ่งควรกันไว้ให้มื้อซีฟู้ด — เลือกร้านที่มีตู้ปลาสดให้ชี้เลือกเอง สั่งปูไข่ผัด หอยนางรมตัวโต กุ้งมังกร และของพื้นเมืองอย่างออส่วน (ไข่เจียวหอยนางรม) หรือเส้นหมี่ผัดปูทะเล ย่านเจิงชั่วอันและริมถนนหวนเต่ามีร้านซีฟู้ดเยอะ หลังอิ่มแล้ว คืนไหนฟ้าดีลองล่องเรือชมช่องแคบลู่เจียง (Lujiang night cruise) ที่ออกจากท่าเรือใจกลางเมือง วนชมไฟเมืองเซียะเหมินสองฝั่ง พร้อมมองเกาะกู่ลั่งอวี่ที่สว่างไฟยามค่ำจากกลางน้ำ เป็นการปิดท้ายวันแบบสบายๆ ที่ได้ทั้งอิ่มและได้วิว เช็กรอบเรือและจองตั๋วผ่าน Klook ได้
จองล่องเรือบน Klook → อ่านเพิ่ม: คู่มือซีฟู้ดเซียะเหมิน — เมนูต้องลอง ร้านเด็ด และวิธีสั่งให้ไม่โดนบวกเซียะเหมินเป็นเมืองเกาะแยกฝั่ง — นี่คือ logic ที่คนท้องถิ่นใช้จัดวันจริง
กันไว้หนึ่งวันเต็มให้กู่ลั่งอวี่ ขึ้นเรือเช้าที่ท่า Cruise Terminal (พกพาสปอร์ต) แล้วเดินเก็บ Sunlight Rock สวนซูจวง พิพิธภัณฑ์เปียโน และหลงตรอกซอกซอยแบบไม่รีบ เกาะปลอดรถเดินอย่างเดียว เผื่อเวลาให้พอเพราะของดีกระจายทั่วเกาะ จองตั๋วเรือเป็นรอบเวลาล่วงหน้าเพราะวันหยุดตั๋วเต็มเร็ว
มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน วัดหนานผู่ถัว ป้อมหูหลี่ซาน และย่านคาเฟ่ซาโปเว่ย/เจิงชั่วอัน อยู่กระจุกกันทางใต้ของเกาะ เดินต่อกันได้ในวันเดียว เช้าเดินมหา'ลัย (ลงทะเบียนรอบเข้า) ไหว้พระวัดหนานผู่ถัว เที่ยงแวะป้อมหูหลี่ซาน บ่ายปิดท้ายจิบกาแฟซาโปเว่ยมองเรือประมงในเวิ้งน้ำ
เย็นไหนอยากชิล ปั่นจักรยานถนนหวนเต่าเลียบทะเลช่วงพระอาทิตย์ตก กลางวันเดินถนนจงซานและตลาดปาซื่อชิมของพื้นเมืองให้อิ่ม แล้วลองนั่งรถไฟฟ้าสาย 1 ช่วงข้ามอ่าวจี๋เหม่ยไปลงหมู่บ้านการศึกษาจี๋เหม่ย — ได้ทั้งวิวทะเลจากรถไฟและเที่ยวฝั่งแผ่นดินใหญ่ในเที่ยวเดียว เกือบทุกอย่างฟรีหรือถูกมาก
ถ้ามีหลายวัน กันไว้หนึ่งวันออกนอกเมือง อยากเห็นบ้านดินวงกลมฮากกาก็จองทัวร์วันเดียวถู่โหลว (นั่งรถ 3–4 ชม./เที่ยว) ถ้าอยากเบากว่าก็นั่งรถไฟความเร็วสูง 30 นาทีไปเฉวียนโจว เมืองท่าโบราณบนเส้นทางสายไหมทางทะเล ดูตัวเลือกทั้งหมดที่ คู่มือทริปวันเดียวจากเซียะเหมิน →