ปีนบันไดขึ้นหินแกรนิตยักษ์สูงราว 92.68 เมตร ไปยืนบนลานชมวิวทรงกลมบนยอด — แล้วหันมองรอบตัว เห็นเกาะกู่ลั่งหยู่ทั้งเกาะอยู่ใต้เท้า เส้นขอบฟ้าตึกสูงเซียะเหมินตรงข้ามทะเล และวันฟ้าใสมองไกลถึงเกาะจินเหมิน
ลองนึกภาพ: คุณเพิ่งเดินขึ้นบันไดหินช่วงสุดท้ายที่ค่อนข้างชันมาเหนื่อยๆ พอโผล่พ้นขึ้นมาบนลานชมวิวทรงกลมบนยอด ลมทะเลก็ปะทะหน้า แล้วทั้งโลกก็เปิดออกรอบตัว 360 องศา — ข้างล่างคือเกาะกู่ลั่งหยู่ทั้งเกาะ หลังคากระเบื้องแดงของบ้านโคโลเนียลเก่าโผล่ขึ้นมาจากแมกไม้เขียว ถัดออกไปคือทะเลสีฟ้า และตรงข้ามฟากน้ำคือเส้นขอบฟ้าตึกสูงของเซียะเหมิน นี่คือเหตุผลที่คนมากู่ลั่งหยู่แทบทุกคนยอมต่อคิวเดินขึ้นมา
ผาเหรินกวงเหยียน (日光岩 อ่านว่า "เหรินกวงเหยียน" แปลว่า "ผาแสงตะวัน" ฝรั่งเรียก Sunlight Rock) คือจุดสูงสุดของเกาะกู่ลั่งหยู่ เกิดจากหินแกรนิตก้อนใหญ่สองก้อนวางพิงกัน ยอดสูงราว 92.68 เมตรเหนือระดับน้ำทะเล ฟังดูไม่สูงมากเมื่อเทียบกับภูเขาใหญ่ๆ แต่เพราะมันตั้งอยู่บนเกาะเล็กๆ กลางทะเล วิวที่ได้จึงเป็นวิวทะเลเปิดโล่งรอบทิศ ไม่มีอะไรมาบัง — มุมนี้เองที่ทำให้รูปถ่ายกู่ลั่งหยู่สวยๆ ที่คุณเคยเห็นส่วนใหญ่ถ่ายมาจากบนนี้
ข้อสำคัญที่ต้องเข้าใจก่อน: ผาเหรินกวงเหยียนอยู่ "บนเกาะกู่ลั่งหยู่" ซึ่งเป็นเกาะปลอดรถยนต์ที่ต้องนั่งเรือข้ามฟากไป ไม่ใช่จุดที่ขับรถหรือนั่งแท็กซี่ถึงหน้าทางขึ้นได้ ฉะนั้นต้องวางแผนเป็นวันเที่ยวเกาะกู่ลั่งหยู่ทั้งวัน แล้วใส่ผาเหรินกวงเหยียนกับสวนซูจวงที่อยู่ใกล้ๆ เข้าไปในโปรแกรมเดียวกัน — เดี๋ยวเราจะอธิบายเรื่องเรือข้ามฟากและการเดินบนเกาะให้ครบด้านล่าง
จากลานชมวิวบนยอด ลงมาถึงวัดดอกบัวเก่าแก่และร่องรอยขุนพลเจิ้งเฉิงกง — รู้ก่อนไปจะเที่ยวคุ้มกว่า
ตัวเอกที่คนเดินขึ้นมาเพื่อสิ่งนี้ ลานชมวิวทรงกลมเล็กๆ บนยอดหินแกรนิตเปิดมุมมองได้รอบ 360 องศา หันไปทางหนึ่งเห็นเกาะกู่ลั่งหยู่ทั้งเกาะกระจายอยู่ใต้เท้า หลังคากระเบื้องแดงของบ้านเก่าแทรกอยู่ในแมกไม้ หันอีกทางเห็นช่องแคบทะเลและตึกสูงของเซียะเหมินฝั่งแผ่นดินใหญ่ พื้นที่บนยอดค่อนข้างจำกัด ช่วงคนเยอะต้องผลัดกันถ่ายรูป แต่วิวที่ได้คุ้มกับบันไดที่ปีนขึ้นมาแน่นอน
เพราะผาเหรินกวงเหยียนหันออกทะเลด้านนอก วันที่อากาศใสจริงๆ คุณจะมองข้ามช่องแคบไปเห็นเกาะจินเหมิน (金門 อยู่ในเขตปกครองของไต้หวัน) อยู่ลางๆ ที่ขอบฟ้า เป็นจุดที่หลายคนตื่นเต้นเพราะได้เห็นแผ่นดินอีกฝั่งด้วยตาเปล่า แต่บอกตรงๆ ว่าขึ้นกับสภาพอากาศล้วน วันที่ฟ้าหลัวหรือมีหมอกควันก็มองไม่เห็น เห็นแค่เกาะกับเมืองใกล้ๆ ซึ่งก็ยังสวยอยู่ดี ไม่ต้องผิดหวังถ้าวันนั้นจินเหมินไม่โผล่
ก่อนถึงทางขึ้นยอด แวะวัดเล็กๆ ที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ก้อนหินใหญ่ วัดเหรินกวงเหยียนหรือชื่อเดิม "วัดดอกบัว" (เหลียนฮวาอัน) สร้างในสมัยราชวงศ์หมิงราวปี ค.ศ. 1506–1521 เคยเป็นหนึ่งในวัดสำคัญของเซียะเหมินยุคหมิง-ชิง ตัววัดสร้างแนบไปกับหน้าผาหินอย่างกลมกลืน บรรยากาศร่มเย็นสงบ เป็นจังหวะพักหายใจก่อนจะปีนบันไดชันช่วงสุดท้ายขึ้นยอด
ผาเหรินกวงเหยียนไม่ได้มีดีแค่วิว ที่นี่ยังเป็นจุดประวัติศาสตร์ ขุนพลเจิ้งเฉิงกง (เป็นที่รู้จักในชื่อ โคซิงก้า) เคยใช้บริเวณนี้ตั้งค่ายและฝึกทหารเรือก่อนยกทัพไปกู้เกาะไต้หวันคืนจากชาวดัตช์ในศตวรรษที่ 17 ปัจจุบันยังเหลือร่องรอยฐานบัญชาการทหารเรือและซากประตูป้อมเก่าให้ดูตามทาง พร้อมศิลาจารึกตัวอักษรจีนแกะสลักบนหินตามจุดต่างๆ เป็นเกร็ดที่ทำให้การเดินขึ้นเขามีเรื่องเล่ามากกว่าแค่ถ่ายรูป
ลงจากยอดผาแล้วไม่ต้องไปไหนไกล สวนซูจวง (菽庄花园) อยู่ใกล้กันมากทางตอนใต้ของเกาะ เดินถึงกันในไม่กี่นาที และมักรวมอยู่ในบัตรเหมาใบเดียวกัน เป็นสวนสไตล์จีนริมทะเลที่ออกแบบให้ทะเลกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวน บวกกับพิพิธภัณฑ์เปียโนที่ทำให้กู่ลั่งหยู่ได้ฉายา "เกาะเปียโน" เป็นการสลับอารมณ์จากวิวมุมกว้างบนยอดเขา มาเป็นบรรยากาศสวนสงบริมน้ำได้ครบในครึ่งวันเดียว
เรื่องนี้คนไปบ่อยพูดตรงกัน — ช่วงบ่ายแก่ๆ ถึงก่อนพระอาทิตย์ตก คือเวลาที่ผาเหรินกวงเหยียนสวยที่สุด คนเริ่มบางลงจากช่วงกลางวันที่แดดแรงและคนแน่น แสงเริ่มอุ่นเป็นสีทอง ทะเลและหลังคาบ้านบนเกาะดูนุ่มขึ้น แล้วพอเย็นลงไฟในเมืองเซียะเหมินฝั่งตรงข้ามก็เริ่มติดทีละดวง เป็นวิวที่ต่างจากตอนกลางวันคนละอารมณ์
แต่ต้องดูเวลาปิดให้ดี เพราะผาปิดราว 18.00 น. (ฤดูหนาวปิด 17.30 น.) และยังต้องเผื่อเวลานั่งเรือกลับฝั่งเซียะเหมินด้วย ถ้าตั้งใจอยู่ดูแสงเย็น ควรเช็กรอบเรือเที่ยวกลับให้แน่ใจว่ายังมีรอบรับ จะได้ไม่ลุ้นตกเรือ
ทางขึ้นยอดเป็นบันไดหินและบันไดเหล็กที่ค่อนข้างแคบ โดยเฉพาะช่วงท้ายที่ปีนขึ้นลานบนยอด เดินสวนกันได้ทีละคนสองคน ฉะนั้นช่วงวันหยุดหรือไฮซีซันที่คนเยอะ จะมีจังหวะต้องต่อคิวขึ้น-ลงบันไดช่วงบน ใจเย็นๆ ค่อยๆ ขยับ อย่ารีบเบียด เพราะเป็นที่สูงและทางแคบ คนทั่วไปที่เดินไหวขึ้นได้สบาย ระยะไม่ได้ยาวมาก แค่ช่วงสุดท้ายชันนิดหน่อย
แนะนำรองเท้าผ้าใบพื้นกันลื่น เพราะหินอาจลื่นโดยเฉพาะวันที่ฝนตกหรือมีน้ำค้าง พกน้ำดื่มขึ้นไปด้วยเพราะช่วงปีนจะร้อนและเหนื่อย ใครพาผู้สูงอายุหรือเด็กเล็กไป ดูกำลังกันหน่อย ถ้าไม่ไหวจริงๆ แค่เดินเล่นแถววัดและเชิงผาก็ได้บรรยากาศแล้ว ไม่จำเป็นต้องฝืนขึ้นถึงยอดทุกคน
กุญแจสำคัญที่สุดของการเที่ยวกู่ลั่งหยู่ไม่ใช่บัตรเข้าผา แต่คือตั๋วเรือข้ามฟาก เพราะเกาะนี้คุมจำนวนคนต่อรอบ ตั๋วเรือจึงเป็นแบบเลือกเวลาและมีโควตา ช่วงวันหยุดยาวจีน (ตรุษจีน · วันชาติ 1–7 ต.ค. · วันแรงงาน) ตั๋วหมดเร็วมาก ควรจองล่วงหน้าหลายวัน นักท่องเที่ยวขึ้นเรือที่ท่าเรืออู่ลุน (邮轮中心码头 Cruise Terminal) ไม่ใช่ท่าเรือเก่ากลางเมืองที่สงวนไว้ให้คนบนเกาะ
เผื่อเวลาให้ดี: นั่งเรือข้ามฟากใช้เวลาไม่นาน แต่ต้องบวกเวลาต่อคิวขึ้นเรือ เดินจากท่าเรือบนเกาะไปผาเหรินกวงเหยียนอีกราว 15–20 นาทีผ่านตรอกซอกซอยเก่า อย่าอัดโปรแกรมแน่นจนไม่มีเวลาหายใจ พกพาสปอร์ตติดตัวไปด้วยเพราะต้องใช้ตอนซื้อ/สแกนตั๋วเรือ และเตรียม WeChat/Alipay ไว้จ่ายเงินบนเกาะ
ผาเหรินกวงเหยียนอยู่บนเกาะกู่ลั่งหยู่ ซึ่งเป็นเกาะปลอดรถยนต์ ต้องนั่งเรือข้ามฟากไปก่อนเสมอ แล้วเดินเท้าบนเกาะ ข่าวดีคือฝั่งเซียะเหมินไปท่าเรือสะดวกมาก เพราะเซียะเหมินมีรถไฟฟ้าใต้ดิน นั่งสาย 1 แล้วต่อรถไปท่าเรือได้ หรือจะนั่งแท็กซี่/DiDi ตรงก็ได้
ลงจากยอดผาแล้วยังมีสวนริมทะเล เกาะเปียโน และเมืองเก่าฝั่งเซียะเหมินรอให้ไปต่อ