บนเกาะกู่ลั่งหยู่ มีสวนริมทะเลที่นักธุรกิจคนหนึ่งสร้างไว้ตั้งแต่ปี 1913 — เดินสะพานหินที่ทอดออกไปกลางทะเล ลอดถ้ำหินจำลอง แล้วเดินเข้าศาลาที่กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เปียโนโบราณกว่าร้อยหลัง ทั้งหมดอยู่ในตั๋วใบเดียว
ลองนึกภาพ — คุณเดินผ่านกำแพงหินเข้าไปในสวน ตอนแรกเห็นแค่ก้อนหิน ศาลา และทางเดินคดเคี้ยวแบบสวนจีนทั่วไป แล้วจู่ๆ กำแพงก็เปิดออก ตรงหน้าคือทะเลทั้งผืน มีสะพานหินสีขาวทอดยาวหักไปหักมาออกไปกลางน้ำ คลื่นซัดอยู่ใต้เท้า ลมทะเลพัดผ่านหน้า นี่คือลูกเล่นที่ทำให้ สวนซู่จวง (菽庄花园) ต่างจากสวนจีนที่อื่น — คนออกแบบไม่ได้สร้างวิวเอง แต่ "ยืม" ทะเลของกู่ลั่งหยู่มาเป็นฉากหลังทั้งหมด
สวนนี้สร้างขึ้นในปี 1913 โดย หลิน เอ่อร์เจีย (林尔嘉) นักธุรกิจผู้มั่งคั่งเชื้อสายไต้หวัน ครอบครัวของเขาย้ายจากไต้หวันมาตั้งรกรากที่เซียะเหมินหลังปี 1895 เขาตั้งชื่อสวนตามชื่อรองของตัวเองว่า "ซู่จาง" (叔臧) ที่ออกเสียงคล้าย "ซู่จวง" สวนได้แรงบันดาลใจจากสวนของตระกูลหลินในไทเป แล้วเอามาตีความใหม่ริมทะเลฝูเจี้ยน ต่อมาในปี 1955 ทายาทบริจาคสวนให้เป็นสมบัติสาธารณะ ทุกคนจึงเข้าชมได้จนถึงทุกวันนี้
สวนแบ่งเป็นสองส่วนที่ชื่อกวีมาก — สวนฉางไห่ (藏海园) แปลว่า "ซ่อนทะเล" คือฝั่งที่ค่อยๆ เผยวิวทะเลออกมาทีละน้อย และ สวนปู่ซาน (补山园) แปลว่า "เติมภูเขา" คือฝั่งที่กองหินจำลองเป็นขุนเขา จุดที่คนพูดถึงมากที่สุดมีสามอย่าง คือ สะพานสี่สิบสี่ที่ทอดลงทะเล ถ้ำสิบสองนภาที่เป็นเขาวงกตหิน และพิพิธภัณฑ์เปียโนในศาลาริมคลื่น — ดีที่สุดคือทั้งหมดนี้รวมอยู่ในตั๋ว ¥30 ใบเดียว
เดินช้าๆ ตามทางวน แล้วทุกมุมจะค่อยๆ เปิดวิวให้เอง
1
นี่คือพระเอกของสวน สะพานหินสีขาวที่ไม่ได้ทอดข้ามสระในสวน แต่ทอดออกไปกลางทะเลจริงๆ หักมุมไปมาเหมือนเส้นทางในจิตรกรรมจีน ชื่อ "สี่สิบสี่" มาจากอายุของหลิน เอ่อร์เจียตอนที่สร้างสะพานพอดี ใต้สะพานมีประตูระบายน้ำที่ปล่อยน้ำทะเลเข้ามาแบ่งเป็นสามวง ทำให้น้ำในสวนขึ้นลงตามจังหวะน้ำทะเลจริง ยืนปลายสะพานตอนลมแรงแล้วจะเข้าใจว่าทำไมศาลาตรงนี้ชื่อ "ฟังคลื่น"
2
กู่ลั่งหยู่ได้ฉายาว่า "เกาะเปียโน" เพราะมีเปียโนต่อหัวประชากรมากที่สุดในจีน และหัวใจของเรื่องนี้อยู่ในสวนซู่จวง ที่ศาลา ทิงเทา (听涛轩 "ฟังคลื่น") กลายเป็นพิพิธภัณฑ์เปียโนแห่งแรกของจีน เปิดปี 2000 จัดแสดงเปียโนโบราณจากศตวรรษที่ 18–19 กว่าร้อยหลัง ทั้งหมดเป็นของ หู โหย่วอี้ (胡友义) ชาวกู่ลั่งหยู่ที่ไปใช้ชีวิตที่ออสเตรเลีย แล้วสะสมเปียโนทั่วโลกบริจาคกลับบ้านเกิด มีทั้งเปียโนเคลือบทอง เปียโนสี่เหลี่ยมที่เก่าที่สุดในโลก และเปียโนเล่นอัตโนมัติ
อยู่ในฝั่งสวนปู่ซาน เป็นกองหินจำลองที่ก่อเป็นถ้ำและซอกทางเดินลดเลี้ยวซ้อนกันสิบสองช่อง ตั้งชื่อตามนักษัตรจีนสิบสองราศี เดินลอดเข้าไปจะเจอทางแยก บันไดแคบ และช่องแสงที่โผล่ออกไปเห็นวิวทะเลเป็นระยะ เด็กๆ ชอบมากเพราะเหมือนเล่นซ่อนแอบ ผู้ใหญ่ก็เพลินกับการหาทางออก เป็นช่วงที่สนุกที่สุดช่วงหนึ่งของสวน แต่ทางค่อนข้างแคบและมืด ใส่รองเท้าที่เดินสบายไว้ก่อน
เสน่ห์ของสวนซู่จวงคือเทคนิค "ยืมวิว" (借景) — แทนที่จะปิดกั้นทะเลด้วยกำแพง คนออกแบบกลับเจาะช่องและวางศาลาให้ทะเลของกู่ลั่งหยู่เลื่อนเข้ามาเป็นฉากหลังของทุกมุม ยืนในศาลาแล้วมองออกไป จะเห็นทั้งหินในสวน ศาลาไม้แดง และเรือที่แล่นผ่านช่องแคบอยู่ในเฟรมเดียว นักท่องเที่ยวหลายคนบอกว่านี่คือมุมนั่งพักที่ดีที่สุด — เอาน้ำสักขวด นั่งฟังคลื่น แล้วปล่อยให้เวลาผ่านไปสักพัก
5
หินแสงตะวัน (Sunlight Rock) ยอดหินแกรนิตที่สูงที่สุดของกู่ลั่งหยู่อยู่ห่างจากสวนซู่จวงแค่เดินไม่กี่นาที คนส่วนใหญ่จึงเที่ยวสองที่นี้ต่อกัน — ขึ้นหินแสงตะวันชมวิวเกาะทั้งเกาะจากมุมสูงก่อน แล้วค่อยลงมาเดินสวนซู่จวงริมทะเลแบบสบายๆ ถ้าวางแผนขึ้นทั้งสองจุดในวันเดียว ตั๋วรวม ¥100 ที่ครอบคลุม 5 จุดบนเกาะจะคุ้มกว่าซื้อแยกทีละใบ
ข้อมูลที่ต้องรู้ ครบในหน้าเดียว
กู่ลั่งหยู่เป็นเกาะปลอดรถ ไม่มีรถยนต์ส่วนตัวหรือแท็กซี่บนเกาะ ทุกคนเข้าได้ทางเรือข้ามฟากเท่านั้น สวนซู่จวงอยู่ทางใต้ของเกาะ เดินจากท่าเรือขึ้นเกาะไม่ไกล:
นักท่องเที่ยวต่างชาติลงเรือที่ท่าเรืออู่หลุน (Cruise Terminal) ไม่ใช่ท่าเรือใจกลางเมือง ต้องใช้พาสปอร์ตและตั๋วเรือแบบระบุรอบเวลา จองออนไลน์ล่วงหน้าได้ ไปถึงท่าก่อนเวลารอบสัก 30 นาที
จากในเมืองเซียะเหมินนั่งรถไฟฟ้าใต้ดินสาย 1 ลงสถานีอู่หลุน (Cruise Center) แล้วเดินต่อไปท่าเรือ สะดวกและเลี่ยงรถติด ถ้าพักแถวเกาะเซียะเหมินใจกลางเมืองนั่งแท็กซี่หรือ DiDi ไปท่าเรือก็เร็ว
ขึ้นเกาะที่ท่าเรือซานชิวเถียน (三丘田) หรือเน่ยชั่วเอ้า (内厝澳) แล้วเดินไปทางใต้ของเกาะ ตามตรอกเล็กๆ ผ่านบ้านสไตล์โคโลเนียลไปเรื่อยๆ จนถึงสวน ระหว่างทางมีป้ายบอกทาง เดินเพลินเพราะเกาะทั้งเกาะคือพิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมกลางแจ้ง
ถ้ามีครึ่งวัน แนะนำเริ่มที่หินแสงตะวันตอนเช้า (อากาศเย็น คนยังน้อย) ชมวิวเกาะจากมุมสูง แล้วลงมาเดินสวนซู่จวง + พิพิธภัณฑ์เปียโนช่วงสาย ปิดท้ายด้วยเดินตรอกเก่าหาของกินก่อนนั่งเรือกลับ
อยากตื่นเช้าลงเรือรอบแรกให้ทันคนน้อย เลือกพักฝั่งเกาะเซียะเหมินใกล้ท่าเรือ หรือพักค้างคืนบนกู่ลั่งหยู่เองเพื่อสัมผัสเกาะตอนนักท่องเที่ยวกลับหมดแล้ว ดูตัวเลือกที่พักที่เรารวบรวมไว้: