ลองนึกภาพเมืองที่ลมทะเลพัดทั้งวัน เดินขึ้นเรือข้ามไปเกาะที่ไม่มีรถยนต์สักคัน เต็มไปด้วยบ้านโคโลเนียลและเสียงเปียโนลอยมาตามตรอก แล้วอีกฝั่งของเมืองคือแคมปัสมหาวิทยาลัยที่คนบอกว่าสวยที่สุดในจีน — นี่คือเซียะเหมิน เมืองเกาะของฝูเจี้ยนที่สบายและเดินสนุกกว่าเมืองใหญ่ส่วนใหญ่ของจีน
บอกเลยว่าถ้าคุณเคยเหนื่อยกับเมืองจีนที่ใหญ่และเร่งรีบ เซียะเหมินจะเป็นการพักที่ต่างออกไป เมืองนี้อยู่ชายฝั่งตะวันออกเฉียงใต้ของ มณฑลฝูเจี้ยน ตัวเมืองหลักนั่งอยู่บน เกาะเซียะเหมิน ที่มีทะเลล้อมรอบ อากาศอุ่นชื้นแบบเมืองชายทะเล มีถนนเลียบทะเลให้ปั่นจักรยาน มีต้นไม้ใหญ่ร่มรื่น และมีวัฒนธรรมหมิ่นหนาน (闽南) ที่ผสมกับร่องรอยยุคอาณานิคมจนกลายเป็นเสน่ห์เฉพาะตัว
หัวใจของการเที่ยวเซียะเหมินคือ เกาะกู่ลั่งหยู่ (鼓浪屿) เกาะมรดกโลกไร้รถยนต์ที่ต้องนั่งเรือข้ามไป เต็มไปด้วยบ้านโคโลเนียลเก่าและฉายา "เกาะเปียโน" บวกกับฝั่งใต้ของเกาะเซียะเหมินที่รวม มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน แคมปัสริมทะเล วัดหนานผู่ถัว และ ป้อมหูหลี่ซาน ไว้ใกล้กัน แล้วยังมี ถนนเลียบเกาะหวนเต่า สำหรับปั่นจักรยานริมทะเล ถนนจงซาน เมืองเก่าตึกแถวฉีโหลว และ หมู่บ้านจี๋เหม่ย์ ที่นั่งรถไฟฟ้าข้ามทะเลไปได้ เราเลือก 10 สถานที่ ที่เล่าเรื่องเมืองเกาะแห่งนี้ได้ครบที่สุด พร้อมลิงก์ไปหน้าเจาะลึกแต่ละแห่ง
เรียงตามภูมิศาสตร์ — เริ่มจากเกาะกู่ลั่งหยู่ มาฝั่งใต้ของเกาะเซียะเหมิน แล้วต่อเมืองเก่าและจี๋เหม่ย์ฝั่งข้ามทะเล
1
ลองนึกภาพ: คุณลงจากเรือแล้วเดินเข้าตรอกที่ไม่มีรถยนต์สักคัน สองข้างทางคือบ้านโคโลเนียลเก่าหลายสไตล์ มีต้นไม้ใหญ่ บูเกนวิลเลียร้อยทาง และบางหลังมีเสียงเปียโนลอยออกมา นี่คือ เกาะกู่ลั่งหยู่ เกาะมรดกโลก UNESCO ที่เคยเป็นย่านที่อยู่ของชาวต่างชาติยุคอาณานิคม จนได้ฉายา "เกาะเปียโน" เพราะมีเปียโนต่อหัวมากที่สุดในจีน นักท่องเที่ยวข้ามมาด้วยเรือจาก ท่าเรือครูซเทอร์มินอล (邮轮中心码头) เกาะนี้เดินเท้าอย่างเดียว ภายในมีหินยื่อกวงเหยียนและสวนซูจวงให้เก็บต่อ บอกตรงๆ ว่ากลางวันคนเยอะมาก ถ้าอยากได้บรรยากาศเงียบลองค้างคืนบนเกาะสักคืน
2
ถ้าเดินกู่ลั่งหยู่อยู่ที่พื้นแล้วอยากเห็นเกาะจากมุมสูง หินยื่อกวงเหยียน คือคำตอบ — ยอดหินแกรนิตที่เป็น จุดสูงสุดของเกาะ ปีนบันไดขึ้นไปไม่นานก็ถึงลานบนยอด ที่มองเห็นหลังคาแดงของบ้านทั้งเกาะ ช่องแคบ และตัวเมืองเซียะเหมินฝั่งตรงข้ามแบบ 360 องศา ช่วงเช้าหรือเย็นแดดนุ่มถ่ายรูปสวยสุด บนทางขึ้นยังผ่านวัดเล็กและจารึกหินโบราณ ตั๋วมักขายรวมเป็นแพ็กเกจกับสวนซูจวงและจุดอื่นในเกาะ คนเยอะช่วงสายถึงบ่าย ถ้าอยากเลี่ยงคิวบันไดแคบ ๆ ให้ขึ้นแต่เช้า
3
ที่เชิงหินยื่อกวงเหยียนมีสวนริมทะเลที่ออกแบบได้ฉลาดมาก — สวนซูจวง สวนส่วนตัวเก่าของเศรษฐีที่ใช้เทคนิค "ยืมทัศนียภาพ" ให้ทะเลกลายเป็นส่วนหนึ่งของสวน มีศาลาริมน้ำ สะพานหินซิกแซกทอดออกไปในทะเล และมุมหินจัดสวนแบบจีน เดินสบาย ๆ ลมทะเลเย็น ๆ ไฮไลต์อีกอย่างในสวนคือ พิพิธภัณฑ์เปียโน (钢琴博物馆) ที่รวมเปียโนโบราณหายากจากทั่วโลก สมกับที่กู่ลั่งหยู่เป็นเกาะเปียโน นิยมเที่ยวต่อจากหินยื่อกวงเหยียนเพราะอยู่ติดกัน ตั๋วมักรวมในแพ็กเกจเดียวกัน
4
เอาจริง ๆ น้อยมหาวิทยาลัยที่กลายเป็นที่เที่ยวระดับเมือง แต่ มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน เป็นข้อยกเว้น — แคมปัสริมทะเลที่คนพูดถึงว่า สวยที่สุดในจีน ก่อตั้งโดยนักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเล เฉินเจียเกิง (陈嘉庚) สถาปัตยกรรม "เจียเกิง" ที่ผสานหลังคากระเบื้องจีนกับตัวอาคารตะวันตก ตั้งเรียงริมบ่อบัวและเชิงเขา ไฮไลต์คือ อุโมงค์ภาพวาดฝูหรง (芙蓉隧道) อุโมงค์กราฟฟิตี้ที่นักศึกษาวาดเต็มผนัง บอกตรงๆ ว่าตอนนี้เข้าได้ต้อง จองล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนต่อวัน วันธรรมดาเปิดให้เข้าช่วงพักเที่ยงเท่านั้น นโยบายปรับบ่อย ควรเช็กล่าสุดก่อนไป อยู่ติดวัดหนานผู่ถัวและหาดไป๋เฉิง
5
ติดกับรั้วมหาวิทยาลัยเซียะเหมินคือ วัดหนานผู่ถัว วัดพุทธเก่าแก่ที่ตั้งอยู่ เชิงเขาอู่เหล่า (五老峰) คนนิยมเที่ยวสองที่นี้ต่อกันในครึ่งวัน ศาลาวัดเรียงขึ้นเชิงเขาเป็นชั้น ๆ มีบ่อปล่อยปลาด้านหน้า และทางเดินขึ้นเขาด้านหลังที่ปีนขึ้นไปชมวิวเมืองและทะเลได้ ที่ขึ้นชื่ออีกอย่างคือ ร้านอาหารเจของวัด ที่คนพูดถึงกันมาก ทำจานเลียนแบบเมนูเนื้อได้เนียน เข้าฟรี แต่เป็นวัดที่ยังใช้ประกอบศาสนกิจจริง ควรแต่งกายสุภาพ จุดธูปตามจุดที่กำหนด และเดินชมอย่างสงบ
6
ถ้าอยากได้บรรยากาศเมืองชายทะเลแบบเต็ม ๆ ถนนเลียบเกาะหวนเต่า คือเส้นที่ต้องมา — ถนนเลียบทะเลที่ทอดยาวตามชายฝั่งด้านใต้และตะวันออกของเกาะเซียะเหมิน ขนาบด้วยหาดทราย ต้นปาล์ม และ ทางปั่นจักรยาน/วิ่งริมทะเล ที่คนท้องถิ่นออกมาใช้ทุกวัน หาดเด่นคือ หาดไป๋เฉิง (白城) ที่อยู่ติดมหาวิทยาลัยเซียะเหมิน และช่วงหาดหวงชั่ว (黄厝) ที่เงียบกว่า ตอนเช้าตรู่ดูพระอาทิตย์ขึ้นเหนือทะเลสวยมาก เช่าจักรยานหรือสกู๊ตเตอร์ปั่นเลียบทะเลได้สบาย จับคู่กับมหาวิทยาลัยและป้อมหูหลี่ซานที่อยู่ในย่านเดียวกัน
7
สำหรับคนชอบประวัติศาสตร์ ป้อมหูหลี่ซาน คือจุดที่น่าแวะ — ป้อมปืนชายฝั่งที่สร้างปลายราชวงศ์ชิงราวปี 1890 ตั้งอยู่ริมช่องแคบทางใต้ของเกาะ ใกล้มหาวิทยาลัยและถนนเลียบเกาะหวนเต่า ดาวเด่นคือ ปืนใหญ่ครุปป์ (Krupp) จากเยอรมนีที่ได้รับการบันทึกว่าเป็นปืนใหญ่ชายฝั่งที่ใหญ่และเก็บรักษาดีที่สุดในโลก ยืนบนป้อมมองออกไปเห็นช่องแคบและเกาะเล็กฝั่งตรงข้าม มี การแสดงยิงปืนใหญ่จำลอง วันละสองรอบ (เช็กเวลาหน้างาน) ภายในยังมีพิพิธภัณฑ์ปืนเก่าและกำแพงป้อมเดินชมได้รอบ ใช้เวลาราว 1–1.5 ชั่วโมง
8
หัวใจเมืองเก่าของเซียะเหมินคือ ถนนจงซาน ถนนคนเดินสายหลักที่สองข้างทางเรียงด้วย ตึกแถวฉีโหลว (骑楼) ตึกแถวสไตล์อาเขตที่มีทางเดินมีหลังคาคลุมแบบเมืองทางใต้ของจีนและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ปลายถนนทอดลงสู่ท่าเรือที่หันหน้าออกทะเลเห็นเกาะกู่ลั่งหยู่ ตอนค่ำเปิดไฟทั้งถนนคึกคักมาก เดินเข้าตรอกเล็กข้าง ๆ คือ ตลาดปาซื่อ (八市) ตลาดสดเก่าแก่ที่มีของกินหมิ่นหนานแท้ ๆ ทั้งหอยนางรมทอด ปอเปี๊ยะสด และของทะเล เป็นย่านที่เดินเล่นและกินของถิ่นได้สนุก เข้าฟรี เมโทรสาย 1 ลงสะดวก
9
ข้ามจากเกาะเซียะเหมินไปฝั่งแผ่นดินใหญ่คือ หมู่บ้านการศึกษาจี๋เหม่ย์ ย่านโรงเรียนและวิทยาลัยที่ เฉินเจียเกิง (陈嘉庚) นักธุรกิจชาวจีนโพ้นทะเลคนเดียวกับผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยเซียะเหมิน สร้างไว้ อาคารที่นี่เป็น สถาปัตยกรรมเจียเกิง ที่ผสานหลังคากระเบื้องจีนกับตัวอาคารแบบตะวันตกได้สวยมาก เรียงริมทะเลสาบและริมทะเล ไฮไลต์คือ สวนเต่าอ๋าวหยวน (鳌园) ที่มีหอรำลึกและสุสานของเฉินเจียเกิง พร้อมงานแกะสลักหินละเอียดยิบ จุดเด่นอีกอย่างคือการเดินทาง — นั่ง รถไฟฟ้าสาย 1 ที่วิ่งข้ามทะเล มาลงได้เลย ใช้เวลาราวครึ่งวัน
10
สองจุดเสริมที่เติมเต็มภาพเซียะเหมินให้ครบ — อ่าวอู่หยวน (五缘湾) อ่าวเรือใบทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะ ที่มีท่าจอดเรือยอชต์ พื้นที่ชุ่มน้ำ และสะพานข้ามอ่าวให้เดินเล่นยามเย็น เป็นมุมเมืองสมัยใหม่ที่เงียบและคนไม่เยอะ ส่วน สวนพฤกษศาสตร์เซียะเหมิน (厦门植物园) หรือที่คนเรียก "สวนวั่นสือ" อยู่กลางเมืองเชิงเขา จุดที่ทุกคนตามมาถ่ายรูปคือ โซนพืชทะเลทราย/แคคตัส ที่ดูเหมือนหลุดไปเม็กซิโก และยังมีป่าฝนเทียมกับหินจารึกโบราณ จับคู่กับวัดหนานผู่ถัวที่อยู่ใกล้กันได้ เก็บไว้เป็นวันที่อยากเที่ยวเบา ๆ หรือถ่ายรูปสวย ๆ
+
มีเวลาเพิ่มอีกวันสองวัน เซียะเหมินเป็นฐานออกทริปวันเดียวที่ดีมาก — เฉวียนโจว (泉州) เมืองเก่ามรดกโลกที่เคยเป็นท่าเรือสำคัญของเส้นทางสายไหมทางทะเล นั่ง รถไฟความเร็วสูงราว 30 นาที ถึง · หมู่บ้านดินถู่โหลว (土楼) บ้านดินทรงกลมของชาวฮากกาที่หนานจิง/หย่งติ้ง เป็นมรดกโลกที่ต้องนั่งรถต่อราว 2–3 ชั่วโมง นิยมไปแบบทัวร์วันเดียว · และ จางโจว (漳州) เมืองข้างเคียงที่มีเมืองเก่าและอาหารถิ่น เรารวมวิธีเดินทาง เวลา และงบไว้ในคู่มือทริปวันเดียวแยกต่างหาก
ที่เที่ยวเซียะเหมินกระจุกอยู่บนเกาะเซียะเหมินและเกาะกู่ลั่งหยู่เป็นหลัก แยกเป็นวัน ๆ ตามโซนแล้วเดินทางจะลื่น เพราะเมืองมีเมโทรและเรือข้ามเกาะครบ
ข้ามไปกู่ลั่งหยู่ตอนเช้า (จองรอบเรือล่วงหน้า + พกพาสปอร์ต) เดินตรอกบ้านโคโลเนียล ขึ้นหินยื่อกวงเหยียนชมวิวเกาะ แวะสวนซูจวงและพิพิธภัณฑ์เปียโน กินของว่างบนเกาะ เกาะนี้ไม่มีรถยนต์ เดินเท้าล้วน ใครอยากได้บรรยากาศเงียบลองค้างคืนบนเกาะหนึ่งคืน
เริ่มเช้าที่มหาวิทยาลัยเซียะเหมิน (จองล่วงหน้า) ต่อด้วยวัดหนานผู่ถัวที่อยู่ติดกัน เที่ยงกินอาหารเจของวัด บ่ายไปป้อมหูหลี่ซานดูปืนครุปป์ แล้วปั่นจักรยานหรือเดินเล่นถนนเลียบเกาะหวนเต่ากับหาดไป๋เฉิงยามเย็น สามจุดนี้อยู่ย่านเดียวกัน เดินทางสะดวก
เช้าเดินถนนจงซานและตลาดปาซื่อ ชิมของกินหมิ่นหนาน บ่ายนั่งรถไฟฟ้าสาย 1 ที่วิ่งข้ามทะเลไปหมู่บ้านจี๋เหม่ย์ ชมสถาปัตยกรรมเจียเกิงและสวนเต่าอ๋าวหยวน ใครชอบมุมเงียบ ๆ เพิ่มอ่าวอู่หยวนหรือสวนพฤกษศาสตร์โซนแคคตัสได้ กลับมานอนในเมือง
2 วันพอเก็บกู่ลั่งหยู่ + ฝั่งใต้เกาะ · 3 วันได้ครบรวมเมืองเก่าและจี๋เหม่ย์ · ถ้ามีวันที่ 4 ค่อยต่อทริปวันเดียวไปเฉวียนโจว (HSR ~30 นาที) หรือหมู่บ้านดินถู่โหลว ดูคำแนะนำเต็มที่ คู่มือทริปวันเดียวจากเซียะเหมิน →