เมืองริมแม่น้ำแควที่นอนแพฟังเสียงน้ำตอนกลางคืน นั่งรถไฟสายมรณะเลียบหน้าผาตอนเช้า แล้วลงเล่นน้ำตกเอราวัณสีมรกตตอนบ่ายได้ในทริปเดียว — คู่มือนี้รวบรวมจากข้อมูลจริงเพื่อให้คุณวางแผนได้มั่นใจ
เคยอยากออกจากกรุงเทพไปสูดอากาศ แต่ไม่อยากนั่งรถนานหรือบินไกล? บอกเลยว่ากาญจนบุรีคือคำตอบที่หลายคนมองข้าม — อยู่ห่างกรุงเทพแค่ ~2–2.5 ชั่วโมง แต่เปลี่ยนบรรยากาศได้คนละโลก ที่นี่คือเมืองเดียวที่คุณจะได้นอนแพลอยกลางแม่น้ำแคว เดินข้ามสะพานเหล็กที่เล่าเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 2 และปีนน้ำตก 7 ชั้นกลางป่าได้ในทริปเดียวกัน
สองด้านในเมืองเดียว — ด้านหนึ่งคือประวัติศาสตร์ทางรถไฟสายมรณะ สะพานข้ามแม่น้ำแคว สุสานทหารสัมพันธมิตร และช่องเขาขาด ที่ควรไปด้วยใจสำรวม อีกด้านคือธรรมชาติ น้ำตกเอราวัณสีมรกต แม่น้ำแคว และแพริมน้ำที่ผ่อนคลายสุด ๆ เดินทางง่าย — มีทั้งรถไฟสายมรณะที่นั่งเที่ยวได้ในตัว รถตู้ และเช่ารถ ราคาเป็นกันเอง — กาญจนบุรีเที่ยวได้ทุกงบ ไปวันเดียวแบบไม่ต้องค่าตั๋วเครื่องบินก็ได้
คำตอบที่ตรงที่สุดคือ ถ้าอยากได้แค่ไฮไลต์เดียว ไปวันเดียวพอ แต่ถ้าอยากได้ทั้งสายประวัติศาสตร์และธรรมชาติ ควรค้างคืน — เพราะเสน่ห์จริง ๆ ของกาญจนบุรีอยู่ที่การนอนแพริมแม่น้ำแคว ตื่นเช้าไปน้ำตกเอราวัณก่อนคนเยอะ และฟังเสียงน้ำตอนกลางคืน สิ่งเหล่านี้ทริปวันเดียวให้ไม่ได้
เลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง: สายประวัติศาสตร์ (สุสานทหาร + พิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ + สะพานข้ามแม่น้ำแคว + นั่งรถไฟไปถ้ำกระแซ) หรือสายธรรมชาติ (น้ำตกเอราวัณเต็มวัน) ทำทั้งสองให้ดีในวันเดียวยาก กินปลาแม่น้ำมื้อกลางวันแล้วกลับ
2 วัน 1 คืน คือสูตรที่กำลังดี — วันแรกสายประวัติศาสตร์ + กินมื้อค่ำร้านแพปลาแม่น้ำ ค้างคืนแพริมแคว วันที่สองไปเอราวัณแต่เช้า แล้วแวะปราสาทเมืองสิงห์หรือคาเฟ่ริมน้ำก่อนกลับ การนอนแพคือประสบการณ์ที่กาญจน์ขึ้นชื่อ
วางแผนต่อ: ทริปวันเดียวจากกรุงเทพ · 2 วัน 1 คืน · คำนวณงบทริป · นอนโซนไหนดี
กาญจนบุรีเป็นภาคตะวันตก อากาศร้อนจริงในหน้าร้อน และน้ำตกสวยสุดในหน้าฝน — สองเรื่องนี้คือสิ่งที่ต้องรู้ก่อนเลือกวัน ดูภาพรวมแบบเดือนต่อเดือนที่ กาญจนบุรีไปเดือนไหนดี → หรือเทียบทั้งประเทศที่ เที่ยวไทยเดือนไหนดี →
ช่วงที่ดีที่สุดของปี — อากาศเย็นสบาย เดินสะพาน นั่งรถไฟ และเดินดูสถานที่กลางแจ้งได้ไม่ทรมาน ริมแม่น้ำเย็นกำลังดีตอนกลางคืน ข้อแลก: ธันวาคม–มกราคม เป็นพีคซีซั่น คนเยอะและราคาแพงสุด ช่วงปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค. ยังมีงานสัปดาห์สะพานข้ามแม่น้ำแควพร้อมแสง สี เสียง
ร้อนจัดจริง 35–40 องศา สถานที่กลางแจ้งอย่างสะพานและสุสานร่มน้อย ควรไปแต่เช้าและพกน้ำเยอะ ๆ ข้อดีคือคนน้อยกว่าและแพราคาถูกลง เอราวัณช่วยคลายร้อนได้ดีมาก — สระน้ำสีเขียวเย็นเป็นรางวัลของคนที่ทนแดดมาเที่ยวหน้านี้
ข้อดีใหญ่คือ น้ำตกเอราวัณและน้ำตกอื่นเต็มและเขียวมรกตที่สุด ป่าชุ่มชื้น คนน้อย ข้อแลก: ฝนตกบ่ายบ่อย ทางเดินชั้นบนลื่น มีทากตามน้ำตกลึก ๆ และในป่าหลังฝน และถนนไปสังขละบุรี/ที่ห่างไกลบางช่วงขรุขระ บอกกันตรง ๆ ว่าต้องเตรียมใจเรื่องฝน
น้ำตกเอราวัณ ชั้นบน ๆ มักหยุดให้นักท่องเที่ยวขึ้นราว 15:30–16:00 น. เพื่อความปลอดภัย — ถ้าอยากขึ้นครบ 7 ชั้นต้องไปเช้า รถไฟสายมรณะมีไม่กี่ขบวนต่อวัน เช็กตารางก่อน และหน้าฝนพกเสื้อกันฝน + รองเท้ากันลื่นไปด้วย
กาญจนบุรีอยู่ห่างกรุงเทพ ~2–2.5 ชั่วโมง มาได้หลายทาง — และทางที่พิเศษที่สุดคือ รถไฟสายมรณะ ที่เป็นทั้งการเดินทางและทิวทัศน์ในตัว ⚠️ กาญจนบุรีไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT (เป็นเมืองริมแม่น้ำในต่างจังหวัด) แต่มีรถไฟสายมรณะที่นั่งเที่ยวได้จริง ดูรายละเอียดเต็มที่ วิธีเดินทางสู่กาญจนบุรี →
รถไฟ รฟท. จากสถานีธนบุรี (บางกอกน้อย) วิ่งผ่านกาญจนบุรี → สะพานข้ามแม่น้ำแคว → ถ้ำกระแซ → น้ำตก ช่วงถ้ำกระแซรางเลียบหน้าผาบนสะพานไม้ (วัมโพ) เหนือแม่น้ำ สวยและขลังพร้อมกัน มีไม่กี่ขบวนต่อวัน ราคาถูกมาก (ชั้น 3 ~100 บาทขบวนพิเศษนักท่องเที่ยว) เสาร์–อาทิตย์ยังมีขบวนทัศนาจรจากกรุงเทพ
รถตู้ ~120–160 บาท/คน จากหมอชิต 2 หรือสายใต้ใหม่ ~2–2.5 ชั่วโมง ออกบ่อยตลอดวัน รถบัส ~100–150 บาท จากหมอชิต/สายใต้ใหม่เช่นกัน เหมาะกับคนเดินทางคนเดียวหรือคู่ที่อยากประหยัด ลงในตัวเมืองแล้วต่อรถสองแถว/มอเตอร์ไซค์ไปที่พักริมแคว
ขับเอง/เหมารถ ~2–2.5 ชั่วโมงจากกรุงเทพ ยืดหยุ่นที่สุด เหมาะมากถ้าวางแผนไปเอราวัณหรือที่เที่ยวไกล อย่างช่องเขาขาด ปราสาทเมืองสิงห์ ที่อยู่นอกเมือง 40–80 กม. เพราะรถสาธารณะไปลำบาก ขับเองคุมเวลาเองได้ จอดถ่ายรูปได้ตามใจ
มีทัวร์วันเดียวและทัวร์หลายจุดจากกรุงเทพ รวมรถรับส่ง ไกด์ และค่าเข้าให้เสร็จ เหมาะกับมือใหม่ที่ไม่อยากจัดเส้นทางเอง โดยเฉพาะถ้าอยากรวมเอราวัณ + สะพาน + นั่งรถไฟในวันเดียว จองล่วงหน้าได้ ดูทัวร์กาญจน์บน Klook →
รถสองแถว วิ่งเส้นทางหลักในเมืองและเหมาได้ เช่ามอเตอร์ไซค์/สกู๊ตเตอร์ คือคำตอบถ้าจะไปเอราวัณหรือช่องเขาขาดที่อยู่นอกเมือง 70–80 กม. (สวมหมวกกันน็อก เติมน้ำมันให้เต็ม ขับระวัง) จักรยาน ปั่นเล่นในเมืองและริมแม่น้ำได้สบาย ⚠️ Grab มีน้อยในกาญจน์ อย่าพึ่งเป็นหลัก
รถไฟท้องถิ่น วิ่งระหว่างสถานีในเมือง ผ่านสะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปถ้ำกระแซและน้ำตก เป็นทั้งพาหนะและของเที่ยวในตัว เรือหางยาว/เรือแพ ล่องแม่น้ำแควได้ เดิน ริมแม่น้ำและข้ามสะพานได้สบาย กาญจนบุรีไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT แต่รถไฟสายมรณะวิ่งเข้าเมืองและนั่งเที่ยวได้จริง
กาญจนบุรีมีที่พักหลายแบบ แต่ที่ขึ้นชื่อที่สุดคือ แพริมแม่น้ำแคว — รู้จักแต่ละโซนก่อนแล้วเลือกที่พักจะง่ายขึ้นมาก ดูคู่มือเลือกทำเลฉบับเต็มที่ นอนโซนไหนดีในกาญจน์ → และรีวิวโรงแรมจริงที่ 10 โรงแรมกาญจน์ทุกงบ →
นอนบนแพลอยกลางแม่น้ำ ฟังเสียงน้ำ ตื่นมาเห็นหมอกริมแคว — ประสบการณ์ที่กาญจนบุรีขึ้นชื่อ มีตั้งแต่แพห้องเรียบ ๆ ราคาประหยัดไปจนรีสอร์ตแพหรู กระแสน้ำเอื่อย ๆ วิวภูเขา เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศเฉพาะของที่นี่
ย่านนักท่องเที่ยวริมถนนแม่น้ำแคว ใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว มีเกสต์เฮาส์ บาร์ ร้านอาหาร และร้านจัดทัวร์เรียงราย เดินถึงของเที่ยวหลักได้ เหมาะกับนักเดินทางงบประหยัดและคนที่อยากได้ความสะดวกในการหาทัวร์/เช่ารถ
พักใจกลางเมืองใกล้สถานีรถไฟ สุสานทหารสัมพันธมิตร และตลาดกลางคืน เดินหรือปั่นจักรยานถึงของเที่ยวสายประวัติศาสตร์ได้ เหมาะกับคนไม่มีรถ มาเน้นเดินดูพิพิธภัณฑ์และสุสาน แล้วกินตลาดกลางคืนตอนเย็น
โซนนอกเมืองออกไปทางน้ำตกเอราวัณและเขื่อนศรีนครินทร์ มีรีสอร์ตท่ามกลางธรรมชาติ เงียบสงบ วิวเขา/วิวน้ำ เหมาะกับคนที่อยากเน้นพักผ่อนและจะไปเล่นน้ำตกเป็นหลัก แต่ต้องมีรถส่วนตัวเพราะอยู่ไกลจากตัวเมือง
กาญจนบุรีแบ่งของเที่ยวเป็นสองสายชัดเจน — สายประวัติศาสตร์สงครามโลกครั้งที่ 2 ที่ควรไปด้วยใจสำรวม และ สายธรรมชาติ ที่ผ่อนคลายเต็มที่ ดูรายละเอียดเต็มทั้งหมดที่ ที่เที่ยวกาญจนบุรีฉบับเต็ม →
สะพานเหล็กทางรถไฟที่เป็นสัญลักษณ์ของกาญจน์ สร้างช่วงสงครามบนทางรถไฟสายมรณะ เคยถูกทิ้งระเบิดและซ่อมใหม่ (ช่วงโค้งเป็นของเดิม ช่วงเหลี่ยมคือที่ซ่อมหลังสงคราม) เดินข้ามได้ฟรี มีจุดหลบรถไฟ ปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค. มีงานแสง สี เสียง
นั่งรถไฟ รฟท. บนเส้นทางประวัติศาสตร์ที่เลียบหน้าผาบนสะพานไม้ถ้ำกระแซ (วัมโพ) เหนือแม่น้ำ หนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยและขลังที่สุดในไทย มีศาลเจ้าในถ้ำกระแซข้างราง จุดถ่ายรูปสะพานไม้ — เที่ยวด้วยความเคารพต่อประวัติศาสตร์
ช่องหินที่เชลยศึกขุดด้วยมือ ปัจจุบันเป็นอนุสรณ์สถานและเส้นทางเดินรำลึก มีพิพิธภัณฑ์ที่ออสเตรเลียสนับสนุน เดินลงไปในช่องเขา ฟังเสียงบรรยาย เป็นสถานที่แห่งการรำลึก ห่างเมืองไปทางตะวันตกเฉียงเหนือ ~80 กม. ไปด้วยรถ/ทัวร์ เช็กเวลาเปิดก่อน
สุสานสงครามที่ดูแลอย่างงดงามใจกลางเมือง มีหลุมศพเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรราว 6,982 หลุม ตรงข้ามศูนย์ทางรถไฟไทย–พม่า ใกล้กันมีสุสานช่องไก่อีกฝั่งแม่น้ำ เที่ยวด้วยความสำรวม — ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนหลุมศพ แวะพิพิธภัณฑ์ข้าง ๆ ต่อได้
น้ำตก 7 ชั้นสีมรกตในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ~65 กม. จากเมือง ทริปธรรมชาติซิกเนเจอร์ของกาญจน์ ปีนจากชั้น 1 ถึง 7 (ชั้นบนชันและขรุขระกว่า) สระสีฟ้าเขียวเล่นน้ำได้ มีปลาตอด เตรียมรองเท้ากันลื่น + ชุดว่ายน้ำ มีค่ามัดจำขวดพลาสติก น้ำเต็มสุดช่วงหน้าฝน
อุทยานประวัติศาสตร์ปราสาทเมืองสิงห์ — ปราสาทขอม (แบบอังกอร์) ที่อยู่ตะวันตกสุดในไทย ~43 กม. ทางตะวันตกของเมือง ริมแม่น้ำแควน้อย ศตวรรษที่ 12–13 ปราสาทศิลาแลง + คูเมือง บรรยากาศโบราณสงบ เป็นคู่ตรงข้ามที่นิ่ง ๆ ของสายประวัติศาสตร์สงคราม
หัวใจของกาญจน์คือแม่น้ำแคว — ล่องเรือชมสองฝั่ง เล่นน้ำริมแพ หรือนอนแพฟังเสียงน้ำตอนกลางคืน หลายร้านอาหารและที่พักลอยอยู่บนแม่น้ำ บรรยากาศนี้คือเหตุผลที่หลายคนยอมค้างคืนแทนไปวันเดียว
ถ้ามีเวลาเหลือ ออกไปไกลได้อีก — น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ น้ำตกไทรโยค(น้อย/ใหญ่) และสังขละบุรี ชุมชนมอญกับสะพานไม้อุตตมานุสรณ์ (สะพานมอญ) วัดจมน้ำวัดวังก์วิเวการาม ใกล้ด่านเจดีย์สามองค์ — ไปด้วยใจเคารพชุมชนมอญ
กาญจนบุรีคือเมืองของปลาแม่น้ำ ร้านแพลอยน้ำ และตลาดกลางคืนริมแคว มีรสมือถิ่นตะวันตกและกลิ่นอายมอญ–กะเหรี่ยงจากชุมชนฝั่งตะวันตก ดูรายละเอียดที่ คู่มืออาหารกาญจนบุรี →
ปลาน้ำจืดจากแม่น้ำแคว — ปลายี่สก ปลาช่อน ปลาบึก เป็นพระเอกของกาญจน์ ทำได้หลายอย่าง ทั้งย่างเกลือ ทอด ต้มยำ และปลาเผาราดน้ำปลาหวาน เนื้อแน่นสด หากินได้ตามร้านแพริมน้ำที่กินไปชมวิวสะพาน/ภูเขาไป
ตลาดกลางคืนใกล้สถานีขนส่ง/ริมแม่น้ำ และย่านถนนคนเดินช่วงสุดสัปดาห์ คือสวรรค์ของกินราคาเบา ๆ — หมูปิ้ง ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ของทอด ขนมหวานถิ่น สมูทตี้ผลไม้ และร้านเล็ก ๆ แถวถนนแม่น้ำแควที่เปิดถึงดึก
กาญจน์มีคาเฟ่ริมแม่น้ำ คาเฟ่กลางทุ่งนา และคาเฟ่วิวเขา/วิวเขื่อนกระจายตามเส้นทางออกไปทางเอราวัณ เหมาะแวะพักจิบกาแฟ ถ่ายรูป ระหว่างวัน บางที่เปิดวิวสวยรับลมแม่น้ำกำลังดี
นอกจากอาหารไทยกลาง กาญจน์ยังมีรสมือถิ่นภาคตะวันตกและกลิ่นอายมอญ–กะเหรี่ยงจากชุมชนฝั่งตะวันตกและสังขละบุรี ถ้าได้ขึ้นไปไกลถึงสังขละ ลองอาหารมอญข้างสะพานไม้ดู เป็นรสที่หากินที่อื่นยาก
ดูอาหารกาญจน์เพิ่มเติม: ร้านแพ + ปลาแม่น้ำ → · ตลาดกลางคืน → · คาเฟ่ → · คู่มืออาหารฉบับเต็ม →
กาญจนบุรีเที่ยวได้ทุกงบ — โดยเฉพาะถ้าไปวันเดียวไม่มีค่าตั๋วเครื่องบิน ก้อนใหญ่อยู่ที่ค่าเดินทางมาและที่พักแพ ส่วนค่าเข้าส่วนใหญ่ไม่แพง ดูรายละเอียดเต็มที่ คำนวณงบทริปกาญจน์ →
| ระดับ | ที่พัก/คืน | กิน/วัน | รวม/วัน (คร่าวๆ) |
|---|---|---|---|
| ไปวันเดียว | — (ไม่ค้างคืน) | ฿200–400 | ฿800–1,500 (รวมรถ + ค่าเข้า) |
| แบ็กแพ็กเกอร์ | ฿300–700 เกสต์เฮาส์/แพห้องเรียบ | ฿200–400 | ฿900–1,600 |
| กลาง | ฿900–2,000 แพ/รีสอร์ตริมน้ำ | ฿400–700 | ฿1,800–3,500 |
| สบาย | ฿2,500–6,000+ รีสอร์ตแพหรู | ฿700–1,500+ | ฿4,000–9,000+ |
ก้อนใหญ่ที่ต้องกันงบคือค่าเดินทางมา (รถไฟ vs รถตู้ vs ทัวร์ vs เช่ารถไปเอราวัณ) + ที่พักแพ + ค่าเข้าอุทยาน/พิพิธภัณฑ์ + มื้อปลาแม่น้ำที่ร้านแพ ดูตัวอย่างงบ 1 วัน และ 2 วัน 1 คืนเต็ม ๆ ที่ คำนวณงบทริปกาญจน์ → หรือเทียบทั้งประเทศที่ เดินทางในไทย →
ของเที่ยวสายประวัติศาสตร์ส่วนใหญ่อยู่ในเมือง (สะพาน สุสาน พิพิธภัณฑ์) เดินถึงกันได้ แต่น้ำตกเอราวัณ ช่องเขาขาด ปราสาทเมืองสิงห์ อยู่นอกเมือง 40–80 กม. และรถสาธารณะไปลำบาก ถ้าจะไปจุดเหล่านี้ ควรเช่ารถ/เหมารถ/ลงทัวร์ จัดวันให้ของในเมืองอยู่วันเดียวกัน และของไกลอีกวัน
เจ้าหน้าที่อุทยานมักหยุดให้นักท่องเที่ยวขึ้นชั้นบน ๆ ราว 15:30–16:00 น. เพื่อความปลอดภัย ถ้าไปสายอาจขึ้นได้แค่ชั้นล่าง ควรไปถึงตอนเช้า เผื่อเวลาปีนและเล่นน้ำ มีค่ามัดจำขวดพลาสติกที่นำขึ้นไป และหน้าฝนทางชั้นบนลื่น ระวังให้ดี
สะพานข้ามแม่น้ำแคว ช่องเขาขาด สุสานทหารสัมพันธมิตร และพิพิธภัณฑ์ทางรถไฟ เกี่ยวข้องกับผู้เสียชีวิตจำนวนมากในสงคราม ควรเที่ยวด้วยความเคารพ — ในสุสานไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนหลุมศพ แต่งกายสุภาพ และให้เวลากับพิพิธภัณฑ์เพื่อเข้าใจเรื่องราว ไม่ใช่แค่ถ่ายรูปเช็กอิน
กาญจนบุรีไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT (เป็นเมืองต่างจังหวัด) และ Grab มีน้อย อย่าพึ่งเรียกรถเป็นหลัก — ในเมืองใช้รถสองแถวหรือปั่นจักรยาน นอกเมืองเช่ามอเตอร์ไซค์/เหมารถ ส่วนรถไฟสายมรณะเป็นทั้งพาหนะและของเที่ยวที่ควรลองสักครั้ง
กาญจน์มีปางช้าง แนะนำเลือกแบบที่เน้นการสังเกต ให้อาหาร อาบน้ำให้ช้าง มากกว่าการขี่ช้าง เพราะมีประเด็นเรื่องสวัสดิภาพสัตว์ (แนวเดียวกับเชียงใหม่) เลือกที่ที่ดูแลช้างดี ⚠️ และ "วัดเสือ" (วัดป่าหลวงตาบัว) ปิดไปตั้งแต่ปี 2559 จากปัญหาการค้าสัตว์ป่า — ไม่แนะนำให้ไปและไม่ส่งเสริม
นอกเมืองและในป่าสัญญาณมือถือบางจุดอ่อน เตรียมแผนที่ออฟไลน์ไว้ ร้านเล็ก/ตลาด/แพหลายที่รับเงินสดสะดวกกว่า พกเงินสดติดตัว และอย่าลืมครีมกันแดด หมวก น้ำดื่ม (หน้าร้อนแดดแรง) กับยากันยุง/ยาทาแก้ทาก (หน้าฝนตามน้ำตก) ถ้าใช้ซิมท่องเที่ยว/eSIM ดู คู่มือ eSIM/ซิมไทย →
☑ ตัดสินใจไปวันเดียวหรือค้างคืน (ค้างคืน = จองแพริมแควล่วงหน้า)
☑ เช็กตารางรถไฟสายมรณะ ถ้าอยากนั่งขบวนพิเศษ
☑ จองที่พัก/แพ โดยเฉพาะหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) คนเยอะ
☑ เตรียมชุดว่ายน้ำ + รองเท้ากันลื่น สำหรับเอราวัณ
☑ พกเงินสด + ครีมกันแดด/หมวก/น้ำดื่ม (หน้าร้อน) หรือเสื้อกันฝน/ยากันทาก (หน้าฝน)
☑ ลงทะเบียน/เช็กอินแพ แล้วเดินสำรวจริมแม่น้ำแคว
☑ ถ้าไม่มีรถ — เหมารถสองแถว/เช่ามอเตอร์ไซค์สำหรับวันไปเอราวัณ
☑ จัดของในเมืองวันเดียว (สะพาน สุสาน พิพิธภัณฑ์) เดิน/ปั่นได้
☑ ของไกล (เอราวัณ/ช่องเขาขาด) ไปแต่เช้า ก่อนชั้นบนปิด ~16:00
☑ เที่ยวสถานที่สงครามด้วยใจสำรวม · มื้อค่ำลองร้านแพปลาแม่น้ำ