พอแดดลง เมืองกาญจน์ก็เปลี่ยนเป็นเมืองของกิน — ตลาด JJ ข้างสถานีรถไฟ ตลาดโต้รุ่งกลางเมือง ถนนคนเดินสองแควริมน้ำคืนวันเสาร์ และย่านแบ็กแพ็กถนนแม่น้ำแควใกล้สะพาน เราพาเดินทีละจุด บอกตรงๆ ว่ากินอะไรดี ราคาเท่าไหร่ และไปเวลาไหน
ลองนึกภาพนี้ — หกโมงเย็นในเมืองกาญจน์ คุณเดินออกจากแพริมแม่น้ำหรือเกสต์เฮาส์ ได้กลิ่นหมูปิ้งกับเตาถ่านลอยมาแต่ไกล เสียงตำส้มตำ เสียงน้ำมันทอดเดือด แสงไฟแผงเรียงยาวทั้งสาย นี่คือตลาดกลางคืนแบบเมืองริมน้ำต่างจังหวัด — ไม่หรู แต่ของกินจริง ราคาจริง และอิ่มได้ในงบไม่กี่ร้อย
ข่าวดีคือเมืองกาญจน์มีตลาดของกินหลายที่ในรัศมีเดินถึงหรือนั่งรถสั้นๆ — เราเลยแยกให้ชัดเป็น ตลาดและย่านสตรีทฟู้ด พร้อมบอกว่าแต่ละที่เด่นอะไร เปิดกี่โมง และเหมาะกับใคร ถ้าอยากรู้ว่าเมืองกาญจน์มี อะไรกิน โดยรวม อ่านควบคู่กับ คู่มือกินเมืองกาญจน์ฉบับเต็ม และถ้าอยากนั่งกินปลาแม่น้ำริมน้ำจริงจัง ดู ร้านแพปลาแม่น้ำริมแคว
เรียงจากตลาดที่ไปง่ายเปิดทุกคืน ไปจนถึงย่านริมน้ำที่ต้องเลือกวันให้ถูก
1
บอกเลยว่านี่คือตลาดกลางคืนที่ไปง่ายและเปิดทุกวันของเมืองกาญจน์ ตั้งอยู่ติดสถานีรถไฟกาญจนบุรีพอดี ถ้าคุณนั่งรถไฟสายมรณะลงที่สถานีนี้ ก็เดินมาตลาดได้เลย แบ่งเป็นโซนของกินกับโซนเสื้อผ้า/ของใช้ คนเริ่มทยอยมาตั้งแต่ราวห้าโมงครึ่ง ทั้งคนกาญจน์และนักท่องเที่ยว
ของกินส่วนใหญ่เป็นจานเดียวราคาถูก — ก๋วยเตี๋ยว ส้มตำ ไก่ทอด ข้าวผัด ผัดไทย จานละไม่เกิน ฿50 มีทั้งของไทย จีน และของหวานปนกันไป รวมถึงซูชิจานเล็กและของทอดสารพัด เหมาะกับมาหาของกินเร็วๆ กินเล่นไปเรื่อย จิบเบียร์ หรือซื้อกลับที่พัก คนแน่นสุดมักเป็นช่วงกลางสัปดาห์ที่แผงเปิดครบ
2
ถ้าอยากกินแบบคนกาญจน์จริงๆ ตลาดกลางเมืองริมถนนแสงชูโตเป็นตลาดเย็นเก่าแก่ที่คนท้องถิ่นมาจ่ายมาซื้อกับข้าวกันทุกวัน อยู่ใกล้สถานีรถไฟเช่นกัน เดินต่อจากตลาด JJ ได้ บรรยากาศเป็นตลาดเมืองแท้ๆ ไม่ได้จัดมาเพื่อนักท่องเที่ยว
ของที่หากินง่ายและคุ้ม: หมูปิ้งกับข้าวเหนียว ห่อใบตองหอมเตาถ่าน · ไส้กรอกอีสาน ย่างฉ่ำๆ กินกับขิงกับพริก · กับข้าวถุง แกงต่างๆ ผัดเผ็ด ไก่ย่าง ตักใส่ถุงกลับไปกินที่แพ/ที่พักได้สบายในราคาถุงละไม่กี่สิบบาท · มีทั้งของกินเล่น ผลไม้ และขนมตามฤดู เป็นที่ที่ตักของกลับห้องคุ้มที่สุด
3
หัวใจของการกินตลาดกาญจน์คือของกินจานเดียวที่อิ่มและถูก ไม่ว่าจะตลาด JJ หรือตลาดกลางเมือง คุณจะเจอแผง ส้มตำ-ไก่ย่าง-ข้าวเหนียว ที่สั่งคู่กันเป็นชุดอีสานคลาสสิก ตำสดต่อหน้า เผ็ดได้ตามสั่ง
นอกจากนี้ยังมี ก๋วยเตี๋ยว ทั้งน้ำใส น้ำตก ต้มยำ ชามละ ฿40–50 · ผัดไทย ข้าวผัด ราดหน้า ผัดร้อนๆ จากกระทะ · และของกินตามสั่งอื่นๆ ที่ทำเร็วทันใจ เป็นมื้อหลักที่จ่ายไม่ถึงร้อยก็อิ่ม เหมาะกับคนที่อยากกินจริงจังก่อนเดินเล่นชิมของหวานต่อ
4
เดินกินเล่นในตลาดกาญจน์มีของให้หยิบเรื่อยๆ — ไก่ทอด ปีกไก่ ลูกชิ้นทอด/ปิ้ง เต้าหู้ทอด กล้วยแขก ข้าวโพดคลุกเนย ราคาไม้/ถุงละ ฿10–40 หยิบเดินไปชิมไปได้สบาย เหมาะกับคนที่ไม่อยากนั่งกินเป็นมื้อ
และถ้ากล้าหน่อย หลายตลาดมีแผง แมลงทอด — จิ้งหรีด ตั๊กแตน หนอนไม้ไผ่ ดักแด้ คลุกเกลือทอดกรอบ คนไทยอีสานกินเป็นของกินเล่นจริง ส่วนนักท่องเที่ยวมักลองเพื่อความสนุก รสออกมัน เค็มนิดๆ ลองถุงเล็กดูสักครั้งก็เป็นประสบการณ์ ไม่ใช่ของหลอกอย่างเดียว
5
ถ้าคุณพักค้างคืนวันเสาร์ มีของแถมคือ ถนนคนเดินสองแคว ตลาดเดินริมแม่น้ำในเขตเมือง เปิดเฉพาะคืนวันเสาร์ราวสี่โมงเย็นถึงสามทุ่ม บรรยากาศเดินเล่นริมน้ำ มีของกินริมทาง ของหวาน สินค้าทำมือ และของท้องถิ่นปนกัน
ของหวานที่ควรหา: ไอติมมะพร้าว ในกะลา ราดลูกชิด ถั่ว ข้าวเหนียว เย็นชื่นใจ · ขนมไทย อย่างขนมครก ขนมเบื้อง บัวลอย · โรตี ราดนม-น้ำตาล · และ สมูทตี้/น้ำผลไม้ปั่น สดๆ ดับร้อน เหมาะมากกับการเดินชิลริมแม่น้ำหลังกินมื้อหลักมาแล้ว
6
ถนนแม่น้ำแควเป็นย่านแบ็กแพ็กเกอร์เก่าแก่ของเมือง ทอดยาวขนานแม่น้ำใกล้สะพานข้ามแม่น้ำแคว ตอนค่ำกลายเป็นแนวร้านเรียงต่อกัน มีทั้งร้านอาหารไทย ร้านฝรั่ง บาร์ และร้านนั่งกินริมน้ำ บรรยากาศครึกครื้นและเป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวต่างชาติ
ที่นี่ไม่ใช่ตลาดแผงเหมือน JJ แต่เป็นโซนนั่งกินมีบรรยากาศ — ปลาแม่น้ำทอด/ย่าง ต้มยำ ผัดไทย และอาหารไทยตามสั่ง รวมถึงเมนูฝรั่งอย่างพิซซ่า เบอร์เกอร์ สำหรับคนที่อยากเปลี่ยนรส ราคาสูงกว่าตลาดท้องถิ่นนิดหน่อยเพราะเป็นโซนนักท่องเที่ยวริมน้ำ แต่ได้บรรยากาศและที่นั่งยาวๆ ริมแม่น้ำเป็นการแลก