หน้าแรก กาญจนบุรี ไทย โรงแรมกาญจนบุรี เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ไทย  ›  กาญจนบุรี  ›  แพลน 2 วัน 1 คืน
🗓️ แพลนเที่ยวกาญจนบุรี · 2 วัน 1 คืน · 2026

2 วันในกาญจนบุรี
ประวัติศาสตร์ริมแคว + น้ำตกเอราวัณ

มีเวลาแค่วีคเอนด์เดียวแต่อยากเห็นทั้งสองด้านของเมืองกาญจน์ — เส้นทางสงครามและสะพานข้ามแม่น้ำแควในวันแรก น้ำตกเอราวัณในวันที่สอง โดยมีคืนหนึ่งนอนเรือนแพริมน้ำคั่นกลาง แพลนนี้จัดเส้นทางและเวลามาให้ครบ

ทำไมต้องค้างคืน

กาญจนบุรี 2 วัน นอนแพคั่นกลางหนึ่งคืน

บอกตรงๆ ว่ากาญจนบุรีมีสองด้านที่ต่างกันมาก — ด้านหนึ่งคือ เส้นทางประวัติศาสตร์สงคราม ที่หัวใจของเมือง สุสานทหารสัมพันธมิตร สะพานข้ามแม่น้ำแคว และทางรถไฟสายมรณะ ที่ควรเดินชมอย่างสงบและให้เกียรติ อีกด้านคือ ธรรมชาติริมแม่น้ำแควและน้ำตกเอราวัณ ที่อยู่ห่างออกไปนอกเมือง แพลนนี้จึงทุ่มวันแรกให้แกนประวัติศาสตร์ในเมือง และทุ่มทั้งวันที่สองให้เอราวัณ เพราะเอราวัณห่างตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร และมีกฎปิดไม่ให้ขึ้นชั้นบนตั้งแต่บ่าย จะไปครึ่งวันไม่คุ้ม

เหตุผลที่ควร ค้างคืนแทนการไปเช้าเย็นกลับ มีอยู่สามอย่างชัดๆ — คุณจะได้เห็นแม่น้ำแควตอนกลางคืนจากเรือนแพ ได้ตื่นเช้าไปถึงเอราวัณตอนน้ำใสคนยังน้อย และที่สำคัญที่สุดคือไม่ต้องเร่งรีบกับเส้นทางสงครามที่ควรค่อยๆ ซึม ใครมีเวลาแค่วันเดียวจริงๆ ต้องเลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างเอราวัณหรือเส้นทางสงคราม ดู คู่มือเที่ยววันเดียวจากกรุงเทพ

หนึ่งสิ่งที่ทำให้ทริปนี้ต่างออกไป: คือการนอน เรือนแพริมแม่น้ำแคว — ห้องลอยน้ำที่เป็นของขึ้นชื่อของกาญจน์ มีตั้งแต่แพประหยัดไปจนถึงรีสอร์ตแพ จองทำเลริมน้ำใกล้สะพานหรือถนนแม่น้ำแควจะเดินถึงร้านอาหารและทัวร์ได้สะดวก ดูตัวเลือกใน คู่มือเลือกที่พัก หรือ รวมโรงแรมกาญจนบุรี

ก่อนออกเดินทาง

สามอย่างต้องเตรียม ก่อนถึงกาญจนบุรี

จัดการสามเรื่องนี้ล่วงหน้า แล้วทริปจะราบรื่นตั้งแต่ออกจากกรุงเทพ

🚆
เช็กตารางรถไฟสายมรณะ

ถ้าอยากนั่ง รถไฟสายมรณะ ช่วงกาญจนบุรี–ถ้ำกระแซในวันแรก เช็กตารางรถของการรถไฟฯ ล่วงหน้า เพราะมีราว 2-3 ขบวนต่อวัน วางเวลาเที่ยวสะพานและสุสานให้พอดีกับรอบรถ ดู คู่มือรถไฟสายมรณะ และ วิธีเดินทางมากาญจน์

🛏️
จองเรือนแพล่วงหน้า

ของขึ้นชื่อคือ เรือนแพริมแม่น้ำแคว ช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) และวันหยุดยาวแพเต็มเร็วและราคาขึ้น จองล่วงหน้าและเลือกทำเลริมน้ำใกล้สะพาน ดูตัวเลือกที่พักจริงใน รวมโรงแรมกาญจนบุรี

🌅
วันที่สองออกเช้าไปเอราวัณ

วันที่สองคือ น้ำตกเอราวัณ ออกแต่เช้าเพราะอุทยานเปิด 08:00 น. และ ปิดไม่ให้ขึ้นชั้นบนราวบ่ายสามโมงครึ่งถึงสี่โมง เตรียมรองเท้ากันลื่น ชุดว่ายน้ำ น้ำดื่ม และเงินสดค่าเข้า ดู คู่มือน้ำตกเอราวัณ

วันแรก

เส้นทางประวัติศาสตร์ในเมือง — สุสานดอนรัก · สะพานข้ามแม่น้ำแคว

สุสานทหารสัมพันธมิตรและศูนย์รถไฟไทย-พม่าตอนเช้าแบบให้เกียรติ · สะพานข้ามแม่น้ำแควช่วงสาย · นั่งรถไฟสายมรณะถึงถ้ำกระแซ · มื้อค่ำปลาแม่น้ำบนเรือนแพ

01
วันที่ 1
สุสานดอนรัก · สะพานข้ามแม่น้ำแคว · รถไฟสายมรณะ
สะพานข้ามแม่น้ำแคว กาญจนบุรี — สะพานรถไฟเหล็กสีดำโค้งทอดข้ามแม่น้ำแควใหญ่ อนุสรณ์ทางรถไฟสายมรณะในยุคสงคราม
เช้า 08.30–12.00 น. · ~3.5 ชั่วโมง
สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก → ศูนย์รถไฟไทย-พม่า

เริ่มวันด้วยใจที่สงบ — สุสานสัมพันธมิตรดอนรัก (Don Rak) ใจกลางเมือง เป็นสุสานทหารเครือจักรภพที่ดูแลเรียบร้อยงดงาม มีหลุมศพของเชลยศึกฝ่ายสัมพันธมิตรราว 6,982 หลุม ที่เสียชีวิตระหว่างการสร้างทางรถไฟไทย-พม่าในสงครามโลกครั้งที่สอง เดินชมอย่างเงียบๆ อ่านป้ายชื่อ และระลึกถึงผู้ที่จากไป ใช้เวลาราว 30–45 นาที

ฝั่งตรงข้ามสุสานคือ ศูนย์รถไฟไทย-พม่า (Thailand–Burma Railway Centre) พิพิธภัณฑ์ที่เล่าเรื่องราวของทางรถไฟสายนี้อย่างละเอียดและตรงไปตรงมา — ทั้งเชลยศึกและกรรมกรชาวเอเชียที่ถูกเกณฑ์มา หลายหมื่นชีวิตที่สูญเสีย เข้าชมก่อนไปสะพานจะช่วยให้เข้าใจสิ่งที่กำลังจะเห็นมากขึ้น

สุสานดอนรัก: ใจกลางเมือง เดิน/ปั่นจักรยานจากย่านในเมือง · เข้าชมฟรี · เปิดทั้งวัน
ศูนย์รถไฟไทย-พม่า: ค่าเข้าราว ฿150 (เด็กถูกกว่า — ราคาตรวจก่อนไป) · อยู่ตรงข้ามสุสาน
การแต่งกาย: สุภาพ ไม่ส่งเสียงดัง ไม่ปีนป่ายหรือเหยียบหลุมศพ
ขอให้เที่ยวด้วยความเคารพ: สุสานดอนรักและทางรถไฟสายมรณะเป็นสถานที่รำลึกและที่ฝังศพของผู้เสียชีวิตจริงในสงคราม ไม่ใช่จุดเช็กอินเอาสนุก — เดินชมอย่างสงบ ถ่ายรูปด้วยความเหมาะสม และให้เกียรติผู้ที่จากไป
บ่าย 12.30–16.30 น. · กลางวัน + สะพาน + รถไฟ
กินกลางวัน → สะพานข้ามแม่น้ำแคว → นั่งรถไฟถึงถ้ำกระแซ

หาอะไรกินกลางวันแถวในเมืองหรือริมแม่น้ำก่อน แล้วไปยัง สะพานข้ามแม่น้ำแคว สะพานรถไฟเหล็กสีดำอันเป็นที่จดจำ ส่วนช่วงโค้งโครงสร้างเดิมกับช่วงเหลี่ยมที่ซ่อมหลังสงคราม เดินข้ามสะพานได้ (มีช่องหลบให้ยืนเวลารถไฟผ่าน) รถไฟท้องถิ่นยังวิ่งข้ามอยู่จริง เข้าชมฟรี ใช้เวลาเดินและถ่ายรูปสัก 30–45 นาที — โดยระลึกเสมอว่าสะพานนี้สร้างด้วยแรงงานเชลยศึกและกรรมกรที่ถูกเกณฑ์มา

ไฮไลต์ของบ่ายนี้คือ นั่งรถไฟสายมรณะ ช่วงกาญจนบุรี/สะพานข้ามแม่น้ำแคว → ถ้ำกระแซ — ทางรถไฟที่เลียบหน้าผาบนสะพานไม้วัมโพเหนือแม่น้ำ เป็นหนึ่งในเส้นทางรถไฟที่สวยและสะเทือนใจที่สุดของไทย วิวแม่น้ำกับหน้าผาตรงโค้งถ้ำกระแซคือจุดที่คนลงไปยืนถ่ายรูปกัน นั่งไปลงถ้ำกระแซแล้วเดินชมศาลเจ้าในถ้ำริมราง ก่อนจะนั่งรอบถัดไปย้อนกลับ (เช็กรอบรถให้ดีเพราะมีไม่กี่ขบวน)

สะพานข้ามแม่น้ำแคว: เดินข้ามฟรี · สถานีสะพานแม่น้ำแคว · งานสะพานข้ามแม่น้ำแควแสง-สี ปลาย พ.ย.–ต้น ธ.ค.
รถไฟสายมรณะ: ชั้น 3 นักท่องเที่ยว ~฿100 (คนไทยถูกกว่า) · ราว 2-3 ขบวน/วัน · ดูตารางก่อนไป
จุดถ่ายรูป: โค้งถ้ำกระแซ/สะพานไม้วัมโพ เหนือแม่น้ำแควน้อย
วางเวลารถให้พอดี: เพราะรถไฟสายนี้มีน้อยรอบ ลองจัดให้สุสาน+สะพานเสร็จก่อนเที่ยง แล้วต่อรถไฟช่วงบ่าย หรือสลับเป็นนั่งรถไฟขามาจากสถานีกาญจนบุรีตั้งแต่เริ่มก็ได้ ดูตารางและจุดขึ้น-ลงครบใน คู่มือรถไฟสายมรณะและถ้ำกระแซ
เย็น 18.00–21.00 น. · ~3 ชั่วโมง
มื้อค่ำปลาแม่น้ำบนเรือนแพ + เดินตลาดกลางคืน

ปิดวันแรกด้วยสิ่งที่กาญจน์ทำได้ดีที่สุด — มื้อค่ำปลาแม่น้ำบนร้านแพริมแคว ปลาน้ำจืดของแม่น้ำแคว (ปลายี่สก ปลาช่อน ปลาแรด) ย่างเกลือ ทอด หรือต้มยำ กินบนเรือนแพที่ลอยอยู่เหนือน้ำ มองเห็นแม่น้ำและภูเขาในแสงค่ำ บรรยากาศนี้คือเหตุผลที่คนค้างคืน เลือกปลาตามขนาดและเช็กราคาก่อนสั่ง ดูร้านและวิธีเลือกใน คู่มือร้านแพปลาแม่น้ำ

หลังอิ่ม ถ้ายังมีแรง เดินเล่นย่อยอาหารที่ ตลาดกลางคืน แถวริมแม่น้ำ/ใกล้สถานีขนส่ง หรือถนนแม่น้ำแควที่มีของกินเล่น ของหวาน และร้านนั่งชิลริมน้ำ เป็นการจบวันแรกแบบสบายๆ ดูที่กินใน คู่มือตลาดกลางคืนและสตรีทฟู้ด

มื้อค่ำปลาแม่น้ำ (ร้านแพ): ~฿300–600/คน · เลือกปลาตามขนาด เช็กราคาต่อกิโลก่อนสั่ง
ตลาดกลางคืน: ของกินเล่นเริ่มต้นหลักสิบ · ย่านริมแม่น้ำ/ใกล้สถานีขนส่ง
นอนแพ: เรือนแพริมแคว มีตั้งแต่ประหยัดถึงรีสอร์ต — จองล่วงหน้าวันหยุด
วันที่สอง

น้ำตกเอราวัณ — เจ็ดชั้นน้ำสีมรกตแต่เช้า

ออกแต่เช้าหนีแดดและคน · ปีนน้ำตกชั้น 1 ถึง 7 · แอ่งน้ำสีเขียวมรกตให้เล่นน้ำ · กลับผ่านปราสาทเมืองสิงห์หรือคาเฟ่ริมน้ำ

02
วันที่ 2
น้ำตกเอราวัณ · ปราสาทเมืองสิงห์
กาญจนบุรี — แม่น้ำแควและขุนเขาเขียวขจี ฉากธรรมชาติของน้ำตกเอราวัณและเรือนแพริมน้ำ
เช้า 07.30–13.00 น. · เดินทาง + ปีนน้ำตก

วันนี้มีเป้าหมายเดียวแต่ทำให้เต็มที่ — น้ำตกเอราวัณ น้ำตกเจ็ดชั้นในอุทยานแห่งชาติเอราวัณ ห่างตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร เช็กเอาต์จากแพแต่เช้าแล้วมุ่งหน้าไปให้ถึงตอนอุทยานเพิ่งเปิด 08:00 น. ปีนจากชั้น 1 ขึ้นไปเรื่อยๆ ชั้นล่างเดินสบาย ชั้นบนทางชันและลื่นขึ้น แต่ละชั้นมีแอ่งน้ำสีเขียวมรกตให้ลงเล่นน้ำ (มีปลาตอดเท้าด้วย) เตรียมรองเท้ากันลื่นและชุดว่ายน้ำไปเลย

กฎสำคัญที่ต้องรู้คือ เจ้าหน้าที่จะปิดไม่ให้ขึ้นชั้นบนตั้งแต่ราวบ่ายสามโมงครึ่งถึงสี่โมง เพื่อเก็บกวาดและความปลอดภัย ฉะนั้นยิ่งไปเช้ายิ่งมีเวลาปีนครบทุกชั้น น้ำเต็มและเขียวที่สุดในหน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) แต่หน้าฝนทางชั้นบนก็ลื่นและมีทากในป่า ส่วนหน้าร้อน (มี.ค.–พ.ค.) แอ่งน้ำเย็นๆ คือที่หลบร้อนชั้นดี

ค่าเข้า: ชาวต่างชาติ ~฿300 (เด็กครึ่งราคา คนไทยถูกกว่า — ราคาตรวจก่อนไป) + ค่ามัดจำขวดพลาสติก
เวลา: เปิด 08:00 น. · ปิดไม่ให้ขึ้นชั้นบน ~15:30–16:00 น. · ไปเช้าได้เวลาเต็ม
เตรียมไป: รองเท้ากันลื่น · ชุดว่ายน้ำ · น้ำดื่ม · เงินสด
ไปเอราวัณยังไง: ทางสะดวกสุดคือ เช่า/เหมารถส่วนตัวหรือมอเตอร์ไซค์ จากในเมือง (~1–1.5 ชม.) หรือนั่งรถสองแถว/รถโดยสารไปลงหน้าอุทยาน หรือไปกับทัวร์ที่รวมรับ-ส่ง จองทัวร์เอราวัณล่วงหน้าผ่าน Klook · ดูวิธีเดินทางทุกแบบใน คู่มือเดินทางในกาญจน์
บ่าย 13.30–17.00 น. · ขากลับ + แวะจุดสุดท้าย
กินกลางวัน → ปราสาทเมืองสิงห์ หรือคาเฟ่ริมน้ำ

ลงจากน้ำตกหาอะไรกินกลางวันแถวอุทยาน แล้วค่อยๆ กลับเข้าเมือง ระหว่างทางเลือกแวะได้หนึ่งจุด — ถ้าชอบประวัติศาสตร์โบราณ แวะ ปราสาทเมืองสิงห์ ปราสาทขอม (ศิลปะแบบเขมร) ที่อยู่ตะวันตกสุดของไทย ราว 43 กิโลเมตรทางตะวันตกของเมือง ริมแม่น้ำแควน้อย ปราสาทศิลาแลงสมัยพุทธศตวรรษที่ 18 ในบรรยากาศสงบ เป็นจุดตัดกับเส้นทางสงครามที่เก่าแก่กว่ามาก

หรือถ้าอยากผ่อนคลายเฉยๆ แวะ คาเฟ่ริมแม่น้ำ ระหว่างทางกลับ นั่งจิบกาแฟมองวิวแม่น้ำหรือทุ่งนาก่อนเดินทางกลับกรุงเทพ ดูร้านใน คู่มือคาเฟ่กาญจนบุรี

ปราสาทเมืองสิงห์: ค่าเข้าชาวต่างชาติ ~฿100 (ราคาตรวจก่อนไป) · ~43 กม. ทางตะวันตกของเมือง
กลางวัน: ร้านแถวอุทยานเอราวัณ ~฿100–200/คน
เผื่อเวลากลับกรุงเทพ: ~2–2.5 ชม. โดยรถ (มากกว่านี้ถ้าวันหยุด/รถติด)
เย็น · เดินทางกลับหรืออยู่ต่ออีกคืน
กลับกรุงเทพ หรือต่ออีกวันไปไกลขึ้น

ช่วงบ่ายแก่–เย็นคือเวลากลับ — นั่งรถตู้/รถโดยสารจากในเมืองกลับกรุงเทพ (~2–2.5 ชม.) หรือถ้าขับรถมาเองก็สบายเรื่องเวลา สองวันนี้เก็บทั้งเส้นทางสงครามและเอราวัณได้ครบแบบไม่เร่งเกินไป

แต่ถ้าติดใจกาญจน์และมีเวลาเพิ่ม ลองต่ออีกวันไปไกลขึ้น — น้ำตกห้วยแม่ขมิ้นที่เขื่อนศรีนครินทร์ ช่องเขาขาด (Hellfire Pass) ที่เป็นอนุสรณ์อีกแห่ง หรือไปสังขละบุรีกับสะพานมอญ ดูตัวเลือก ทริปรอบกาญจนบุรี และที่เที่ยวทั้งหมดใน ที่เที่ยวกาญจนบุรี

กลับกรุงเทพ: รถตู้/รถโดยสารจากในเมือง ~2–2.5 ชม. · ดู วิธีเดินทาง
อยู่ต่อ: Hellfire Pass · ห้วยแม่ขมิ้น/เขื่อนศรีนครินทร์ · สังขละบุรี+สะพานมอญ
🐘 ช้าง: ถ้าสนใจปางช้าง เลือกที่เน้นดู/ป้อน/อาบน้ำแทนการขี่ — ดูเรื่องสวัสดิภาพอย่างมีความรับผิดชอบ
🗓️
มีแค่วันเดียว?
ถ้ามีเวลาวันเดียวจากกรุงเทพ ดูแพลนที่เลือกเอาเส้นทางสงครามหรือเอราวัณให้คุ้มที่สุด
ดูแพลนวันเดียว →
ถ้าเบียดเวลาได้

อยากเพิ่มอีกนิด ทำได้ถ้าจัดเวลาดีๆ

สองวันนี้แน่นพอตัวอยู่แล้ว แต่ถ้าคุณตื่นเช้าได้และมีรถส่วนตัว นี่คือสิ่งที่แทรกเพิ่มได้

🕯️
ช่องเขาขาด (Hellfire Pass)

ถ้ามีรถและออกเช้ามากๆ แวะ ช่องเขาขาด (Konyu Cutting) ทางตะวันตกเฉียงเหนือ — ช่องหินที่เชลยศึกขุดด้วยมือ ปัจจุบันเป็นอนุสรณ์และเส้นทางเดินรำลึก มีพิพิธภัณฑ์เล่าเรื่อง เข้าฟรี (บริจาคตามศรัทธา) เดินชมด้วยความเคารพ ดู คู่มือช่องเขาขาด

💧
น้ำตกไทรโยคหรือห้วยแม่ขมิ้น

ถ้าไม่อยากไปไกลถึงเอราวัณ หรืออยากเพิ่มอีกน้ำตก — น้ำตกไทรโยคน้อย/ใหญ่ ทางตะวันตก หรือ ห้วยแม่ขมิ้น ที่เขื่อนศรีนครินทร์ (ต้องนั่งเรือ) ก็สวยและคนน้อยกว่า ดูทริปรอบเมืองใน ทริปรอบกาญจนบุรี

🍜
ตามล่าอาหารถิ่นกาญจน์

ระหว่างวันหากินอาหารถิ่นเพิ่ม — ปลาแม่น้ำหลายอย่าง รสมอญ-กะเหรี่ยงจากชุมชนทางตะวันตก และของหวานท้องถิ่น ดูของต้องลองและร้านใน คู่มือกินกาญจนบุรี

ข้อมูลที่ต้องรู้

ที่พัก · การเดินทาง · งบประมาณ

🏨
พักที่ไหน 1 คืน

สำหรับแพลนนี้ เรือนแพริมแม่น้ำแคว คือตัวเลือกที่ใช่ — ห้องลอยน้ำ วิวแม่น้ำ มีตั้งแต่แพประหยัดถึงรีสอร์ต อีกทำเลคือ ถนนแม่น้ำแคว ใกล้สะพาน (เกสต์เฮาส์ บาร์ ร้านทัวร์) หรือย่านในเมืองใกล้สถานีรถไฟ ดูวิธีเลือกใน คู่มือเลือกที่พัก หรือดูตัวเลือกจริงใน รวมโรงแรมกาญจนบุรี

🚆
การเดินทาง

มาจากกรุงเทพได้หลายทาง — รถไฟสายมรณะ จากสถานีธนบุรี (เป็นทั้งการเดินทางและของเที่ยว) รถตู้/รถโดยสาร จากหมอชิต/สายใต้ใหม่ (~2–2.5 ชม.) หรือ รถส่วนตัว ที่คล่องตัวสุดสำหรับไปเอราวัณ ในเมืองใช้ รถสองแถว เช่ามอเตอร์ไซค์ จักรยาน รถไฟท้องถิ่น และเรือ ⚠️ กาญจน์ ไม่มีรถไฟฟ้า/BTS/MRT (เป็นเมืองริมน้ำต่างจังหวัด) — แต่มีรถไฟสายมรณะที่นั่งเที่ยวได้จริง ดู วิธีเดินทางมากาญจน์ + เดินทางในเมือง

📶
เน็ตและซิม

แถวในเมือง สะพาน และเรือนแพส่วนใหญ่มีสัญญาณดี แต่บางจุดในป่า/อุทยานเอราวัณหรือเส้นทางไปสังขละบุรีสัญญาณอ่อน เผื่อแผนที่ออฟไลน์ไว้ ถ้ามาจากต่างประเทศ ดูตัวเลือก eSIM/ซิมไทยใน คู่มือ eSIM และซิมไทย

สรุปงบประมาณ

ประมาณการค่าใช้จ่าย ต่อคนต่อวัน

หมวด ประหยัด กลางๆ สบายๆ
ที่พัก (1 คืน) ฿300–600
(เกสต์เฮาส์/แพประหยัด)
฿600–1,200
(เรือนแพ/รีสอร์ตเล็ก)
฿1,500–3,500+
(รีสอร์ตแพ/ริมน้ำ)
อาหาร (3 มื้อ รวมปลาแม่น้ำ) ฿200–350
(ตลาด/ร้านท้องถิ่น)
฿300–600
(+มื้อปลาแม่น้ำบนแพ)
฿600–1,200
(ร้านแพ + คาเฟ่)
การเดินทาง (มา + ในเมือง) ฿200–400
(รถไฟ/รถตู้ + สองแถว)
฿500–900
(รถตู้ + เช่ามอไซค์/ทัวร์)
฿1,200–2,500
(เหมารถส่วนตัว)
ค่าเข้าชม (ทั้งทริป 2 วัน) ฿150
(เอราวัณ ฿300/2 วัน + ฟรีสุสาน/สะพาน)
฿450–600
(+พิพิธภัณฑ์ + ปราสาทเมืองสิงห์)
฿600–800
(+รถไฟสายมรณะ + ทัวร์เสริม)
รวม 2 วัน (ประมาณ) ฿1,700–2,900 ฿3,800–6,600 ฿7,800–16,000+

คิดที่พักเป็น 1 คืน · ราคาเป็นการประมาณและเปลี่ยนตามฤดู/วันหยุด · ค่าเดินทางต่างกันมากตามวิธี (รถไฟ/รถตู้ vs เหมารถส่วนตัวไปเอราวัณ) · ค่าเข้าชาวต่างชาติคิดตามอัตราที่พบ — คนไทยถูกกว่า ตรวจราคาก่อนไป

คำถามที่พบบ่อย

FAQ · แพลน 2 วัน 1 คืนกาญจนบุรี

กาญจนบุรีควรไปแบบไปเช้าเย็นกลับ หรือค้างคืนดีกว่า?
ถ้าอยากเห็นทั้งเส้นทางประวัติศาสตร์สงครามและน้ำตกเอราวัณให้สมกับที่มา ค้างคืนหนึ่งคืนคุ้มกว่ามาก เพราะเอราวัณอยู่ห่างตัวเมืองราว 65 กิโลเมตร และด่านปิดไม่ให้ขึ้นชั้นบนตั้งแต่บ่ายสามโมงครึ่ง การไปเช้าเย็นกลับจากกรุงเทพจึงต้องรีบทั้งวันและมักได้แค่ครึ่งเดียว การนอนเรือนแพริมแม่น้ำแควทำให้คุณได้เห็นแม่น้ำตอนกลางคืน ตื่นเช้าไปเอราวัณตอนน้ำใสคนยังน้อย และไม่ต้องเร่งรีบกับเส้นทางสงครามที่ควรเดินชมอย่างสงบ ถ้ามีเวลาแค่วันเดียวจริงๆ ให้เลือกเอาอย่างใดอย่างหนึ่ง — ดู คู่มือเที่ยวกาญจนบุรีวันเดียวจากกรุงเทพ
นั่งรถไฟสายมรณะไปกาญจนบุรีอย่างไร และควรรู้อะไรบ้าง?
รถไฟสายมรณะคือทางรถไฟสายประวัติศาสตร์ของการรถไฟฯ จากสถานีธนบุรี (บางกอกน้อย) ผ่านกาญจนบุรี สะพานข้ามแม่น้ำแคว ไปจนถึงสถานีน้ำตก ช่วงที่สวยและสะเทือนใจที่สุดคือตรงโค้งทางรถไฟเลียบหน้าผาที่ถ้ำกระแซ (สะพานไม้วัมโพ) มีราว 2-3 ขบวนต่อวันบนเส้นทางสายนี้ ราคาถูกมาก (ชั้น 3 สำหรับนักท่องเที่ยวประมาณ 100 บาท คนไทยถูกกว่านั้นอีก) นั่งเที่ยวได้จริง แต่ขอให้ระลึกถึงประวัติศาสตร์ของเส้นทางนี้ด้วยความเคารพ เพราะสร้างขึ้นด้วยแรงงานเชลยศึกและกรรมกรที่ถูกเกณฑ์มาในยุคสงคราม หลายหมื่นคนเสียชีวิต ดูรายละเอียดการนั่งและจุดถ่ายรูปใน คู่มือรถไฟสายมรณะและถ้ำกระแซ
น้ำตกเอราวัณควรไปกี่โมง และค่าเข้าเท่าไร?
ไปแต่เช้าดีที่สุด เพราะน้ำตกเอราวัณมีเจ็ดชั้น ชั้นบนๆ ทางเดินชันและลื่นขึ้นเรื่อยๆ และเจ้าหน้าที่จะเริ่มไม่ให้ขึ้นชั้นบนตั้งแต่ราวบ่ายสามโมงครึ่งถึงสี่โมง อุทยานเปิด 08:00 น. ไปถึงตอนเช้าจะได้แอ่งน้ำสีเขียวมรกตตอนคนยังน้อยและแดดไม่แรง ค่าเข้าชาวต่างชาติประมาณ 300 บาท (เด็กครึ่งราคา คนไทยถูกกว่า — ราคาตรวจก่อนไป) และมีค่ามัดจำขวดพลาสติกกันทิ้งขยะ เตรียมรองเท้ากันลื่น ชุดว่ายน้ำ และน้ำดื่ม น้ำเต็มและเขียวที่สุดในช่วงหน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) แต่ทางเดินชั้นบนก็ลื่นและมีทากในป่าด้วย ดู คู่มือน้ำตกเอราวัณ
พักที่ไหนดีสำหรับทริปกาญจนบุรี 2 วัน 1 คืน?
ของขึ้นชื่อของกาญจนบุรีคือเรือนแพริมแม่น้ำแคว — ห้องพักลอยน้ำ กระแสน้ำนิ่งๆ วิวแม่น้ำและภูเขา มีตั้งแต่แพราคาประหยัดไปจนถึงรีสอร์ตแพสบายๆ การนอนแพคือเหตุผลหลักที่ควรค้างคืน อีกทำเลคือถนนแม่น้ำแคว (ใกล้สะพาน) ที่มีเกสต์เฮาส์ บาร์ และร้านทัวร์ หรือย่านในเมืองใกล้สถานีรถไฟกับสุสาน ส่วนใครมีรถและอยากใกล้ธรรมชาติ เลือกแถวออกไปทางเอราวัณหรือเขื่อนได้ ดูตัวเลือกที่พักจริงใน รวมโรงแรมกาญจนบุรี และอ่านวิธีเลือกทำเลใน คู่มือเลือกที่พักกาญจนบุรี
งบประมาณสำหรับ 2 วัน 1 คืนกาญจนบุรีอยู่ที่เท่าไร?
กาญจนบุรีเที่ยวประหยัดได้เพราะไม่ต้องบิน งบกลางอยู่ที่ราว 1,200–2,200 บาท/คน/วัน ครอบคลุมเรือนแพหรือเกสต์เฮาส์ 500–1,200 บาท อาหาร 3 มื้อรวมมื้อปลาแม่น้ำบนแพหนึ่งมื้อ 300–600 บาท การเดินทาง (รถไฟ/รถตู้/เช่ารถ) และค่าเข้าชม — เอราวัณ ~300 บาท พิพิธภัณฑ์ราว 150–320 บาท ปราสาทเมืองสิงห์ ~100 บาท (ราคาตรวจก่อนไป) ถ้านอนเรือนแพประหยัดและนั่งรถตู้/รถไฟเองลดเหลือราว 800–1,300 บาท/วันได้ ถ้าเหมารถส่วนตัวไปเอราวัณบวกเพิ่ม ดู คู่มืองบเที่ยวกาญจนบุรี