ราชธานีเก่าที่เคยรุ่งเรืองกว่า 400 ปี ก่อนถูกเผาทำลายในปี 2310 — วันนี้เหลือเป็นเกาะเมืองเต็มไปด้วยปรางค์ เจดีย์ และพระพุทธรูปหินทรายเรียงราย อยุธยาคือที่เดียวที่คุณปั่นจักรยานจากวัดหลวงผ่านพระนอนกลางแจ้งไปจบที่ปรางค์ขอมริมแม่น้ำได้ในวันเดียว
บอกเลยว่าอยุธยาเป็นเมืองที่ยิ่งเดินยิ่งรู้สึกว่ากำลังเดินอยู่ในหน้าประวัติศาสตร์จริงๆ ราชธานีแห่งนี้สถาปนาขึ้นเมื่อปี 1893 (ค.ศ. 1350) เคยเป็นศูนย์กลางการค้าและอำนาจของอุษาคเนย์ที่พ่อค้าจากจีน ญี่ปุ่น เปอร์เซีย และยุโรปแล่นเรือเข้ามาค้าขาย เมืองรุ่งเรืองอยู่นานกว่า 400 ปีก่อนจะถูกกองทัพพม่าตีแตกและเผาในปี 2310 — สิ่งที่เหลือคือปรางค์ เจดีย์ และพระพุทธรูปที่ถูกตัดเศียร เรียงรายอยู่ทั่วเกาะเมืองจน UNESCO ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก
เรื่องจริงที่ควรรู้ก่อนไป: เกาะเมืองอยุธยาแบนและกระชับมาก วัดหลักอยู่ใกล้กันแบบปั่นจักรยานถึง — คนท้องถิ่นเช่าจักรยานวันละราว ฿50 หรือเหมา ตุ๊กตุ๊กรายชั่วโมง วนวัดเป็นรอบก็ได้ แต่สิ่งที่ต้องเตรียมใจคือแดด — กลางวันโดยเฉพาะหน้าร้อนนี่ร้อนระอุและวัดเก่าแทบไม่มีร่ม เคล็ดลับคือไปเช้าตรู่กับช่วงเย็น แล้วหลบพักกลางวัน เราเลือก 12 สถานที่ ที่เล่าเมืองนี้ได้ครบที่สุด ตั้งแต่หัวใจเกาะเมืองออกไปถึงวังฤดูร้อนและตลาดน้ำ
เรียงจากหัวใจเกาะเมืองออกไป — ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป แต่เป็นที่ที่เล่าเรื่องอยุธยาได้จริง
1
ลองนึกภาพ: คุณเดินเข้าไปในลานวัดเก่าที่ปรางค์ประธานพังทลายลงมาตั้งแต่สมัยพม่าเผาเมือง แล้วสายตาก็ไปสะดุดที่โคนต้นโพธิ์มุมหนึ่ง — เศียรพระพุทธรูปหินทรายค่อยๆ ถูกรากไม้โอบกอดจนกลายเป็นภาพที่ถ่ายซ้ำกันมากที่สุดของอยุธยา วัดมหาธาตุสร้างราวปี 1917 (ค.ศ. 1374) เคยเป็นศูนย์กลางทั้งทางศาสนาและการเมืองของกรุงศรีอยุธยา รอบๆ ยังมีปรางค์ เจดีย์ และพระพุทธรูปแขนขาดวางเรียงเป็นหลักฐานของเมืองที่เคยรุ่งเรือง อยู่กลางเกาะเมืองพอดี รวมกับวัดราชบูรณะที่อยู่ตรงข้ามถนนได้ในรอบเดียว
2
บอกตรงๆ ว่าถ้าจะเลือกวัดเดียวที่ต้องไปตอนเย็น ขอยกให้ที่นี่ วัดไชยวัฒนารามสร้างปี 2173 (ค.ศ. 1630) สมัยพระเจ้าปราสาททอง เป็นวัดสไตล์ขอมที่มีปรางค์ประธานสูงตรงกลางล้อมด้วยปรางค์บริวารและเมรุทิศ ตั้งอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาฝั่งตะวันตกของเกาะเมือง ตอนเย็นแสงทองตกกระทบอิฐแดงสวยจนเป็นจุดถ่ายรูปยอดฮิต หลายคนเช่าชุดไทยมาถ่ายที่นี่ และในฤดูกาลพิเศษช่วงปลายปีวัดจะเปิดไฟยามค่ำ ปรางค์สะท้อนผืนน้ำสวยมาก ข้อควรรู้: วัดอยู่ที่ลุ่มริมน้ำ หน้าฝนหนักปีไหนน้ำท่วมอาจปิดชั่วคราว เช็กข่าวก่อนไป
3
ภาพ เจดีย์ทรงระฆังสามองค์ เรียงกันบนฟ้าใสคือภาพจำอีกภาพหนึ่งของอยุธยา วัดพระศรีสรรเพชญ์เคยเป็นวัดในเขตพระราชวังหลวง (เทียบได้กับวัดพระแก้วในกรุงเทพ) ใช้ประกอบพระราชพิธีโดยไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา เจดีย์สามองค์นี้บรรจุพระบรมอัฐิของพระมหากษัตริย์สามพระองค์ ถัดไปไม่ไกลคือ วิหารพระมงคลบพิตร ที่ประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ในวิหารที่บูรณะใหม่ — เดินรวมสองที่นี้กับวัดมหาธาตุได้ในโซนเดียว เพราะนี่คือหัวใจราชสำนักของกรุงเก่า
ติดกับวัดพระศรีสรรเพชญ์มีวิหารหลังคาสีเข้มที่ภายในประดิษฐาน พระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย หล่อมาตั้งแต่สมัยอยุธยา ผ่านไฟไหม้และการบูรณะหลายครั้ง วิหารหลังปัจจุบันสร้างครอบใหม่ให้ดูสง่า เป็นวัดที่คนไทยมากราบไหว้ขอพรจริงจัง บรรยากาศต่างจากวัดร้างรอบข้างตรงที่นี่ยังมีชีวิต มีคนจุดธูปเทียน ปิดทอง และมีตลาดของกินของฝากเล็กๆ อยู่หน้าวิหาร — แวะซื้อโรตีสายไหมกับขนมพื้นถิ่นได้
5
วัดใหญ่ชัยมงคลเป็นวัดที่ยังใช้งานอยู่ ตั้งอยู่นอกเกาะเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ จุดเด่นคือ เจดีย์ประธานองค์ใหญ่ ที่ปีนบันไดขึ้นไปดูวิวด้านบนได้ รอบฐานมีแถวพระพุทธรูปนั่งห่มผ้าเหลืองเรียงรายสวยมาก เชื่อกันว่าเจดีย์นี้สร้างเพื่อฉลองชัยชนะในสมัยสมเด็จพระนเรศวร อีกมุมหนึ่งของวัดมี พระนอน องค์ใหญ่ห่มผ้าเหลือง หันพระพักตร์ไปทางทิศตะวันออก เป็นวัดที่บรรยากาศต่างจากวัดร้าง เพราะมีคนมาทำบุญและสวนต้นไม้ร่มรื่นกว่า เหมาะมาช่วงเช้าหรือเย็น
ถ้าวัดอื่นเด่นที่ปรางค์และเจดีย์ ที่นี่เด่นที่ พระนอนกลางแจ้ง องค์ใหญ่ที่สุดในอยุธยา ยาวกว่า 40 เมตร ก่อด้วยอิฐแล้วลงรักปิดทอง วันนี้เหลือเพียงองค์พระสีขาวนวลนอนตากแดดตากฝนกลางลานโล่ง ห่มผ้าเหลืองผืนใหญ่ที่ชาวบ้านนำมาถวาย ตัดกับท้องฟ้าสวยแบบเรียบง่าย เป็นวัดที่คนไม่พลุกพล่านเท่าวัดกลางเมือง อยู่ทางตะวันตกของเกาะใกล้กับพระราชวังหลวง แวะได้ระหว่างทางไปวัดไชยวัฒนาราม เดินดูสบายๆ ไม่นานก็ครบ และเข้าฟรี
วัดราชบูรณะอยู่ตรงข้ามถนนกับวัดมหาธาตุพอดี เดินข้ามไปได้เลย จุดเด่นคือ ปรางค์ประธาน ที่ยังตั้งสูงสง่า และที่พิเศษกว่าวัดอื่นคือเราสามารถ ปีนบันไดลงไปในกรุใต้ปรางค์ ได้ ข้างในยังมีร่องรอยจิตรกรรมฝาผนังโบราณ กรุนี้เคยถูกขุดพบเครื่องทองและพระพุทธรูปจำนวนมหาศาลในปี 2500 (ค.ศ. 1957) — สมบัติส่วนใหญ่ตอนนี้จัดแสดงอยู่ที่พิพิธภัณฑ์เจ้าสามพระยา วัดสร้างในสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 2 (เจ้าสามพระยา) เป็นวัดที่ผูกเรื่องกับพิพิธภัณฑ์ได้ดี — ดูของจริงที่กรุ แล้วไปดูสมบัติที่พิพิธภัณฑ์ต่อ
8
ห่างจากเกาะเมืองลงไปทางใต้ราว 18 กิโลเมตร คือพระราชวังบางปะอิน วังฤดูร้อนที่พระมหากษัตริย์ใช้แปรพระราชฐาน จุดที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือสถาปัตยกรรมหลายสไตล์ปนกัน — พระที่นั่งไอศวรรย์ทิพยอาสน์ ศาลาทรงไทยกลางสระน้ำที่ทุกคนถ่ายรูป, พระที่นั่งเวหาศน์จำรูญ อาคารสไตล์จีนสีแดงทอง, และอาคารสไตล์ยุโรปแบบอิตาเลียน ภายในเป็นสวนกว้างร่มรื่นเดินชมสบาย หรือเช่ารถกอล์ฟ/จักรยานวนได้ มีกฎแต่งกายเข้ม (ห้ามแขนกุด กระโปรงเหนือเข่า เลกกิ้ง รองเท้าแตะไม่มีสายรัดส้น) เขามีผ้าถุงให้ยืมที่ทางเข้า
ถ้าอยากเข้าใจว่าทำไมวัดร้างเหล่านี้ถึงเคยยิ่งใหญ่ ลองแวะ พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ เจ้าสามพระยา ที่เก็บเครื่องทอง พระพุทธรูป และสมบัติที่ขุดได้จากกรุวัดราชบูรณะและวัดมหาธาตุ — ของจริงที่หลุดจากกรุมาอยู่ในตู้กระจกให้เห็นความวิจิตรของช่างกรุงศรี ส่วน ศูนย์ศึกษาประวัติศาสตร์อยุธยา ที่อยู่ไม่ไกลกัน ทำหุ่นจำลองและนิทรรศการเล่าภาพเมืองอยุธยาในยุครุ่งเรือง ทั้งสองที่เป็นห้องแอร์ เหมาะแวะหลบแดดกลางวันแล้วเติมความรู้ก่อนหรือหลังตระเวนวัด
ตลาดน้ำอโยธยาเป็นตลาดน้ำธีมย้อนยุคที่จัดสร้างขึ้นเพื่อการท่องเที่ยว — ไม่ใช่ตลาดน้ำเก่าแก่ดั้งเดิม แต่ก็สนุกสำหรับคนที่อยากเดินกินของพื้นถิ่น ลองของหวานไทย ดูการแสดงวัฒนธรรม และซื้อของฝากในบรรยากาศบ้านไม้ริมน้ำ มีร้านอาหาร ขนมไทยโบราณ และของที่ระลึกเรียงรายตามทางเดินไม้ บางคนชอบ บางคนรู้สึกว่าจัดฉากไปนิด — พูดกันตรงๆ ว่ามาเพื่อบรรยากาศและของกินมากกว่ามาดูตลาดน้ำจริงจัง อยู่นอกเกาะเมืองทางตะวันออก ใกล้วัดใหญ่ชัยมงคล แวะรวมกันได้
พอเที่ยววัดเสร็จแดดร่มแล้วอยากกินของพื้นถิ่นจริงๆ ลองมาที่ ตลาดบางเอียน ตลาดเย็น–โต้รุ่งในเกาะเมืองที่คนอยุธยามาเดินกินกันจริง ไม่ใช่ตลาดจัดฉากเพื่อทัวร์ มีทั้งก๋วยเตี๋ยวเรือ ของย่าง ของทอด ขนมไทย และอาหารจานเดียวราคาย่อมเยา เป็นที่ที่ได้บรรยากาศกินข้าวเย็นแบบคนท้องถิ่น ราคาเป็นกันเอง อีกตลาดที่คนแนะนำคือ ตลาดหัวรอ ริมน้ำใกล้ๆ — ทั้งคู่เหมาะปิดท้ายวันด้วยมื้อเย็นถูกๆ อร่อยๆ ก่อนกลับที่พักหรือขึ้นรถไฟกลับกรุงเทพ
เที่ยววัดในเกาะครบแล้วยังมีเวลา ลองออกไปดูอยุธยาอีกด้าน — หมู่บ้านญี่ปุ่น โปรตุเกส และฮอลันดา ริมแม่น้ำ ที่เล่าเรื่องสมัยอยุธยาเป็นเมืองท่าการค้านานาชาติ, เรื่องช้างถ้าสนใจ ขอแนะนำแบบ ดูและให้อาหารในที่ที่ดูแลช้างอย่างมีจริยธรรม มากกว่าขี่ช้าง (สวัสดิภาพช้างสำคัญ — เลี่ยงที่ให้ขี่หรือแสดงโชว์) และเมืองรอบข้างอย่าง ลพบุรี เมืองลิงทางเหนือ กับ อ่างทอง ที่มีพระใหญ่ ก็ไปต่อได้ในวันเดียวกัน
คู่มือรายที่ — ค่าเข้า เวลา วิธีไป และเคล็ดลับถ่ายรูปของแต่ละวัด
เกาะเมืองอยุธยากระชับ วัดหลักจับกลุ่มกันเป็นโซน วางเส้นทางดีๆ วันเดียวก็ครบ
วัดมหาธาตุ · วัดราชบูรณะ · วัดพระศรีสรรเพชญ์ · วิหารพระมงคลบพิตร อยู่ใกล้กันกลางเกาะ เดินหรือปั่นรวมในเช้าเดียวได้ เริ่มเช้าตรู่ก่อนแดดแรง เก็บหัวพระในรากไม้กับเจดีย์สามองค์ตอนแสงนุ่มและคนยังน้อย
วัดโลกยสุธาราม (พระนอนกลางแจ้ง) · วัดไชยวัฒนาราม (ปรางค์ขอมริมน้ำ) อยู่ฝั่งตะวันตก เก็บพระนอนตอนบ่าย แล้วไปจบที่วัดไชยวัฒนารามตอนพระอาทิตย์ตก — แสงทองกระทบปรางค์อิฐแดงสวยที่สุดของทั้งทริป
วัดใหญ่ชัยมงคล (เจดีย์ปีนได้ + พระนอน) · ตลาดน้ำอโยธยา อยู่นอกเกาะทางตะวันออกเฉียงใต้ จับคู่กันได้ — ขึ้นเจดีย์วัดใหญ่ดูวิว แล้วเดินกินของที่ตลาดน้ำต่อ เหมาะเป็นโซนเช้าหรือบ่ายแยกอีกครึ่งวัน
พระราชวังบางปะอินอยู่ใต้เกาะเมืองราว 18 กม. ใช้เวลาราวครึ่งวัน เหมาะกับคนที่ค้างคืนแล้วมีวันที่สองเต็มๆ จับคู่กับตลาดน้ำหรือหมู่บ้านชาวต่างชาติริมน้ำ — เป็นวันที่ผ่อนคลายกว่าตระเวนวัดในเกาะ