อยุธยาเป็นเมืองประวัติศาสตร์เล็กๆ ไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT — แต่เกาะเมืองแบนและกะทัดรัด ปั่นจักรยาน ~฿50/วันคือวิธียอดนิยม ตุ๊กตุ๊กเหมาชั่วโมงละ ฿200–300 เรือข้ามฟากแค่ไม่กี่บาท และที่ลืมไม่ได้ คือมีรถไฟสายเหนือจากกรุงเทพมาถึงตัวเมืองด้วย เรื่องเดียวที่ต้องจำ: ตกลงราคาตุ๊กตุ๊กให้ชัดก่อนขึ้นเสมอ
ถ้าคุณชินกับกรุงเทพที่กระโดดขึ้น BTS หรือ MRT ไปไหนมาไหนได้สบาย บอกไว้ก่อนเลยว่า อยุธยาไม่มีรถไฟฟ้า BTS, MRT หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน เพราะเป็นเมืองประวัติศาสตร์ขนาดเล็ก แต่ข่าวดีคือเกาะเมืองอยุธยาแบนราบและกะทัดรัดมาก กลุ่มวัดหลักอยู่ใกล้กัน เดินหรือปั่นจักรยานก็ถึง ฟังดูเหมือนต้องลำบาก แต่จริงๆ แล้วเที่ยวง่ายกว่าที่คิด ถ้ารู้ว่าจะใช้อะไรเมื่อไหร่
พระเอกของการเที่ยวในเกาะเมืองคือ จักรยานเช่า (ราว ฿50/วัน) และตุ๊กตุ๊กเหมาตามชั่วโมง ที่พักและเกสต์เฮาส์เกือบทุกแห่งมีจักรยานให้เช่า ส่วนตุ๊กตุ๊กอยุธยาตัวยาวจมูกยื่นแบบเป็นเอกลักษณ์ก็จอดรอตามจุดท่องเที่ยวและสถานีรถไฟ เหมาชั่วโมงละราว ฿200–300 พาวนวัดได้ครบ เสริมด้วย มอเตอร์ไซค์เช่า สำหรับออกไปจุดไกล และ เรือข้ามฟากเล็กๆ ค่าโดยสารไม่กี่บาทข้ามแม่น้ำเข้าเกาะ
แต่มีเรื่องหนึ่งที่ต้องเข้าใจให้ตรงกัน: อยุธยาไม่มีรถไฟฟ้าในเมือง แต่มีรถไฟระหว่างเมืองมาถึงแน่นอน รถไฟสายเหนือจากกรุงเทพแล่นมาลงสถานีอยุธยา (อยู่คนละฝั่งแม่น้ำกับเกาะเมือง ลงรถแล้วต่อเรือข้ามฟากเข้าเกาะ) ดังนั้นคำว่าไม่มีรถไฟฟ้าหมายถึงไม่มี BTS/MRT แบบในเมืองเท่านั้น ไม่ได้แปลว่าไม่มีรถไฟมาถึง คู่มือนี้จะพาดูทุกวิธีเที่ยวในอยุธยา ตั้งแต่จักรยาน ตุ๊กตุ๊กเหมา มอเตอร์ไซค์ เรือข้ามฟาก ไปจนถึงเรื่อง Grab ที่มีน้อย — แล้ววางแผนการเดินทางให้คุ้มเวลาตั้งแต่ก่อนออกจากที่พัก
ถูก คล่องตัว เข้าถึงทุกวัดในเกาะเมือง — สำหรับเที่ยวอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยานี่คือพระเอกตัวจริง
ในเมืองที่ไม่มีรถไฟฟ้า สิ่งที่มาแทนได้ดีที่สุดคือสองล้อราคาเป็นมิตร และอยุธยาก็เหมาะกับมันมาก เพราะ เกาะเมืองแบนราบไม่มีเนิน วัดหลักอยู่ใกล้กัน ปั่นจักรยานวนกลุ่มวัด วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระศรีสรรเพชญ์ และวิหารพระมงคลบพิตร ได้สบายในวันเดียว เช่าได้จากที่พักและร้านในเมืองราว ฿50 ต่อวัน ส่วนตุ๊กตุ๊กเหมาเหมาะถ้าแดดร้อนหรือมากันหลายคน
เกาะเมืองอยุธยาแบนราบและกะทัดรัด ปั่นจักรยานคือวิธีที่คนนิยมที่สุดและสนุกที่สุดในการวนชมวัด ค่าเช่าราว ฿50 ต่อวัน มีตามที่พัก เกสต์เฮาส์ และร้านเช่าใกล้วัดมหาธาตุ ปั่นจากวัดหนึ่งไปอีกวัดใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที
เคล็ดลับ: ปั่นช่วงเช้าตรู่หรือเย็นๆ เพราะกลางวันแดดแรงและวัดส่วนใหญ่แทบไม่มีร่มเงา พกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปด้วย เช็กยางและเบรกก่อนออก และจอดล็อกจักรยานทุกครั้งที่เข้าชมวัด
ตุ๊กตุ๊กอยุธยาหน้าตาเป็นเอกลักษณ์ ตัวยาวจมูกยื่นแบบหัวกบ เหมาะถ้าแดดร้อน มากันหลายคน หรือเวลาจำกัด คนขับพาวนวัดเด่นๆ ได้ครบ เรตเหมาชั่วโมงละราว ฿200–300 หารกันแล้วไม่แพง จอดรอตามจุดท่องเที่ยวและหน้าสถานีรถไฟ
บอกตรงๆ ว่าต้องทำสิ่งสำคัญที่สุดก่อน: ตกลงราคารวมและจำนวนวัดที่จะแวะให้ชัดก่อนขึ้นทุกครั้ง เพราะส่วนใหญ่ไม่มีมิเตอร์ ถามที่พักว่าเรตปกติเท่าไรไว้เทียบ และอย่าเพิ่งขึ้นถ้ายังไม่เคาะราคากัน
อยุธยาเป็นเมืองเล็ก วิธีเดินทางหลักจึงเรียบง่าย ส่วนใหญ่หมุนรอบสองล้อกับเรือ เลือกให้ตรงกับสไตล์และอากาศวันนั้นคือเคล็ดลับ ถ้าจำสี่อย่างนี้ไว้ก็เที่ยวเกาะเมืองได้ครบแล้ว
~฿50/วัน วิธียอดนิยมในเกาะเมือง เกาะแบนปั่นง่าย วัดอยู่ใกล้กัน เหมาะหน้าหนาวหรือช่วงเช้า/เย็น
~฿200–300/ชั่วโมง พาวนวัดได้ครบ สบายตอนแดดร้อน — ตกลงราคาก่อนขึ้นเสมอ
~฿200–300/วัน เหมาะออกไปจุดไกล เช่นบางปะอินหรือตลาดน้ำ คล่องตัวกว่ารถยนต์เรื่องที่จอด
ไม่กี่บาทต่อเที่ยว ข้ามแม่น้ำเข้าเกาะ โดยเฉพาะจากฝั่งสถานีรถไฟ ได้บรรยากาศริมน้ำ
บอกตรงๆ ว่า ถ้ามาช่วงอากาศดีและเที่ยวแค่เกาะเมือง จักรยานคันเดียวก็เอาอยู่เกือบทั้งทริป เพราะวัดหลักอยู่ใกล้กันหมด ส่วนวันที่อยากออกไปไกล เช่นพระราชวังบางปะอินที่อยู่ใต้เมืองราว 18 กิโลเมตร ค่อยสลับมาเหมาตุ๊กตุ๊ก เช่ามอเตอร์ไซค์ หรือเรียกรถ ดูว่ามาถึงอยุธยายังไงก่อนได้ที่ คู่มือเดินทางสู่อยุธยาจากกรุงเทพ
ถ้าอยากออกไปไกลกว่ากลุ่มวัดกลางเกาะ เช่น พระราชวังบางปะอิน วัดใหญ่ชัยมงคล หรือตลาดน้ำ มอเตอร์ไซค์เช่าคล่องตัวและประหยัด มีตามที่พักและร้านในเมือง ค่าเช่า ราว ฿200–300 ต่อวัน เหมาะกับคนที่ขับมอเตอร์ไซค์ได้คล่อง
ข้อควรระวัง: สวมหมวกกันน็อกเสมอ พกใบขับขี่ และเช็กประกัน บางช่วงถนนรอบเมืองรถเยอะและร้อน ขับช้าๆ ระวังตอนวนหาที่จอดหน้าวัดในวันที่คนเยอะ ถ้าไม่ถนัดขับเอง เหมาตุ๊กตุ๊กหรือเรียกรถปลอดภัยกว่า
เรือข้ามฟาก
อยุธยาเป็นเกาะมีแม่น้ำล้อมรอบสามสาย (เจ้าพระยา ป่าสัก ลพบุรี) จึงมี เรือข้ามฟากเล็กๆ ข้ามแม่น้ำหลายจุด ค่าโดยสารแค่ไม่กี่บาทต่อเที่ยว จุดที่นักท่องเที่ยวใช้บ่อยที่สุดคือฝั่งสถานีรถไฟอยุธยาที่อยู่คนละฝั่งกับเกาะเมือง
วิธีคลาสสิก: ลงรถไฟที่สถานีอยุธยา แล้วเดินไปท่าเรือข้ามฟากเข้าเกาะ จากนั้นต่อจักรยานหรือตุ๊กตุ๊กเข้าโซนวัด เป็นทางที่ถูกและได้ฟีลริมน้ำ เรือวิ่งบ่อยในช่วงกลางวัน เผื่อเหรียญหรือแบงก์ย่อยไว้จ่าย
กลุ่มวัดใจกลางเกาะเมืองอยู่ใกล้กันพอที่จะ เดินเที่ยวได้สบายในช่วงอากาศดี วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ และวิหารพระมงคลบพิตรกับวัดพระศรีสรรเพชญ์อยู่ในระยะเดินไม่ไกล เดินช้าๆ ได้ซึมซับบรรยากาศซากปรักหักพังเต็มที่
ความจริงที่ต้องบอก: กลางวันแดดแรงและแทบไม่มีร่มเงา เดินไกลๆ ตอนเที่ยงจะเหนื่อยและร้อน เหมาะเดินช่วงเช้าตรู่หรือใกล้ค่ำมากกว่า ส่วนวัดที่อยู่นอกระยะเดิน เช่นวัดใหญ่ชัยมงคลหรือวัดไชยวัฒนาราม ควรปั่นจักรยานหรือนั่งตุ๊กตุ๊กแทน
เรือเที่ยวรอบเกาะ
นอกจากใช้เรือข้ามฟาก ยังมี เรือเที่ยวรอบเกาะที่พาล่องชมวัดริมน้ำ อย่างวัดไชยวัฒนาราม วัดพุทไธศวรรย์ และวัดพนัญเชิง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงสวยและวัดบางแห่งเปิดไฟ จองได้จากที่พักริมน้ำหรือเอเจนซีในเมือง
ความจริง: เรือเที่ยวไม่ใช่ขนส่งสาธารณะประจำ แต่เป็นทริปท่องเที่ยวที่คิดเป็นรอบ เหมาะเสริมกับการปั่นจักรยานหรือเหมาตุ๊กตุ๊กในวันเดียวกัน ดูที่เที่ยวริมน้ำเพิ่มได้ที่ รวมที่เที่ยวอยุธยา
นี่คือสิ่งที่นักท่องเที่ยวสับสนบ่อย และควรเข้าใจให้ตรงกันก่อนวางแผนทริป
ถ้าจะจำเรื่องเดียวจากหน้านี้ ให้จำเรื่องนี้: อยุธยาไม่มีรถไฟฟ้าในเมือง แต่มีรถไฟระหว่างเมืองมาถึงแน่นอน เพราะเป็นเมืองประวัติศาสตร์เล็กๆ จึงไม่มี BTS, MRT หรือรถไฟฟ้าใต้ดินแบบกรุงเทพ การเดินทางในเกาะเมืองพึ่งจักรยาน ตุ๊กตุ๊ก มอเตอร์ไซค์ และเรือข้ามฟากเป็นหลัก แต่ รถไฟสายเหนือจากกรุงเทพ (จากสถานีกลางกรุงเทพอภิวัฒน์) แล่นมาลงสถานีอยุธยา ซึ่งเป็นวิธีคลาสสิกและราคาถูกที่สุดในการมาเที่ยวแบบวันเดย์ทริป
| จุดหมาย | ระยะ + เวลา | วิธีไป |
|---|---|---|
| กลุ่มวัดใจกลางเกาะ | ในเกาะ · เดิน/จักรยาน/ตุ๊กตุ๊ก | วัดมหาธาตุ · วัดราชบูรณะ · วัดพระศรีสรรเพชญ์ · วิหารพระมงคลบพิตร |
| สถานีรถไฟอยุธยา | คนละฝั่งแม่น้ำ · เรือข้ามฟากไม่กี่บาท | เรือข้ามฟากเข้าเกาะ แล้วต่อจักรยาน/ตุ๊กตุ๊ก |
| วัดใหญ่ชัยมงคล / วัดไชยวัฒนาราม | นอกเกาะเมืองเล็กน้อย · ~10–15 นาที | จักรยาน · ตุ๊กตุ๊กเหมา · มอเตอร์ไซค์ |
| พระราชวังบางปะอิน | ~18 กม. ใต้เมือง · ~30 นาที | ตุ๊กตุ๊กเหมา · รถเช่า/มอเตอร์ไซค์ · Grab (มีน้อย) |
| กรุงเทพ | ~75–80 กม. ใต้ · ~1.5 ชม. | รถไฟสายเหนือ · รถตู้ · รถบัส · รถยนต์ |
เรื่องนี้ควรรู้ก่อนวางแผน: Grab ในอยุธยาเรียกได้บ้างแต่มีน้อยและไม่แน่นอน เพราะไม่ใช่เมืองใหญ่ รถในระบบมีไม่มาก บางช่วงรอนานหรือไม่มีรถเลย โดยเฉพาะนอกตัวเมืองหรือช่วงดึก สำหรับเที่ยววัดในเกาะเมือง จักรยานกับตุ๊กตุ๊กเหมาคือพระเอกตัวจริง ส่วน Grab เก็บไว้เป็นทางสำรองเวลาฝนตกหรือต้องไปจุดไกล
Grab ใช้ได้ในอยุธยา แต่ จำนวนรถน้อยกว่าในกรุงเทพมาก บางครั้งกดเรียกแล้วไม่มีคนรับ หรือรอเป็นสิบนาที เหมาะใช้เวลาฝนตก มีกระเป๋าหนัก หรือต้องไปจุดไกลอย่างบางปะอิน อย่าวางแผนทั้งทริปโดยพึ่ง Grab อย่างเดียว เผื่อแผนตุ๊กตุ๊กหรือรถเช่าไว้เสมอ
ต่างจากในจีน ที่อยุธยา Google Maps ใช้ได้เต็มที่ ทั้งแผนที่ เส้นทางขับรถ ปั่นจักรยาน และตำแหน่งวัด ปักหมุดวัดที่อยากไปไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนออก แล้วใช้นำทางตอนปั่นจักรยานหรือขับมอเตอร์ไซค์ได้สะดวก ดาวน์โหลดแผนที่ออฟไลน์เผื่อสัญญาณไว้ก็ดี
อยากให้เน็ตลื่นตลอดทริปเพื่อใช้แผนที่ เรียก Grab และจ่ายเงิน? แนะนำ ซื้อ eSIM ติดเครื่องไว้ก่อนเดินทาง โดยเฉพาะถ้ามาจากต่างประเทศ ดูตัวเลือกและวิธีตั้งค่าได้ที่ คู่มือ eSIM และซิมเที่ยวไทย
ถ้าต้องสรุปเป็นสองข้อ: หนึ่ง — เลือกพาหนะให้ตรงกับอากาศและแผนวันนั้น ช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) หรือเช้า/เย็น เช่าจักรยานปั่นวนวัดในเกาะเมืองคุ้มและสนุกสุด ส่วนหน้าร้อน (มี.ค.–พ.ค.) ที่แดดแรงจัดบางวันแตะ 40 องศา และวัดแทบไม่มีร่ม ให้เหมาตุ๊กตุ๊กหรือเช่ารถยนต์เพื่อหลบแดด พกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปด้วยทุกครั้ง
สอง — ตกลงราคาตุ๊กตุ๊กและจุดที่จะแวะให้ชัดก่อนขึ้นเสมอ เพราะส่วนใหญ่ไม่มีมิเตอร์ ถามที่พักว่าเรตปกติเท่าไรไว้เทียบ และอย่าเพิ่งขึ้นถ้ายังไม่เคาะราคากัน จะได้ไม่มีปัญหาตอนจบ ส่วนวัดที่อยู่ไกลนอกเกาะ เช่นบางปะอิน เผื่อแผนเหมารถหรือรถเช่าไว้ เพราะ Grab ที่อยุธยามีน้อย