วัดริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่พระเจ้าปราสาททองโปรดให้สร้างเมื่อ พ.ศ. 2173 ปรางค์ประธานทรงเขมรล้อมด้วยเจดีย์ทรงปรางค์ 8 องค์ — พอแดดเย็นกระทบ อิฐทั้งวัดกลายเป็นสีทองส้ม คือเฟรมถ่ายรูปที่คนอยุธยาบอกว่าห้ามพลาด
ลองนึกภาพนี้: คุณยืนอยู่ริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนหกโมงเย็น มองข้ามสนามหญ้าไปเห็นปรางค์อิฐสูงตรงกลาง ล้อมด้วยปรางค์เล็กและเจดีย์ทรงปรางค์เรียงรายเป็นวง แดดสุดท้ายของวันเฉียงลงมาทำให้อิฐแดงทั้งวัดเปลี่ยนเป็นสีส้มทองทั้งหมด ฟ้าด้านหลังค่อยๆ เปลี่ยนสี — ภาพแบบนี้คือเหตุผลที่ทำให้คนเดินทางมาอยุธยาแล้วต้องแวะที่นี่ตอนเย็นเสมอ
วัดไชยวัฒนาราม สร้างเมื่อ พ.ศ. 2173 ในรัชสมัยสมเด็จพระเจ้าปราสาททอง เพื่อเป็นการสร้างพระราชกุศลและอุทิศให้พระราชมารดา ความพิเศษอยู่ที่ผังวัดทรงเขมรที่ได้แรงบันดาลใจจากปราสาทนครวัด — ปรางค์ประธานองค์ใหญ่ตั้งอยู่ตรงกลางบนฐานสี่เหลี่ยม ล้อมรอบด้วยปรางค์มุมและเมรุทิศเมรุรายทรงปรางค์รวม 8 องค์ เชื่อมกันด้วยระเบียงคด รูปทรงนี้ไม่ค่อยพบในวัดอยุธยาทั่วไป จึงทำให้วัดไชยวัฒนารามมีหน้าตาเฉพาะตัวจนจำได้ทันที
อีกจุดที่ทำให้วัดนี้ต่างจากวัดอื่นในอยุธยาคือทำเลริมน้ำฝั่งตะวันตก วัดส่วนใหญ่ในอยุธยาอยู่บนเกาะเมือง แต่วัดไชยวัฒนารามอยู่อีกฟากของแม่น้ำเจ้าพระยา หันหน้าออกสู่สายน้ำพอดี ทำให้แสงเย็นและภาพสะท้อนในน้ำกลายเป็นองค์ประกอบที่สวยเป็นพิเศษ และยังเป็นเหตุผลที่ทำให้วัดนี้กลายเป็นจุดถ่ายภาพชุดไทยยอดนิยมที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง
วัดไม่ใหญ่มาก แต่ผังทรงเขมรทำให้แต่ละมุมมีเรื่องเล่าและองค์ประกอบที่ถ่ายรูปสวยต่างกัน
ปรางค์ประธานสูงตั้งอยู่กลางฐานสี่เหลี่ยม เป็นจุดที่สายตาทุกคนหันเข้าหาทันทีที่เดินเข้าวัด ทรงปรางค์แบบนี้ได้รับอิทธิพลจากศิลปะเขมร ต่างจากเจดีย์ทรงระฆังที่พบทั่วไปในวัดอยุธยาอื่น รอบปรางค์ประธานมีปรางค์มุมเล็กอีกสี่องค์ขนาบอยู่ ทำให้กลุ่มปรางค์ตรงกลางดูสง่าและสมมาตร เป็นเฟรมถ่ายรูปที่สวยทั้งกลางวันและตอนแสงเย็น
รอบปรางค์ประธานมีเมรุทิศเมรุรายทรงปรางค์รวม 8 องค์ตั้งเรียงเป็นวง เชื่อมต่อกันด้วยระเบียงคด ภายในเมรุบางองค์ยังพอเห็นร่องรอยพระพุทธรูปและภาพจิตรกรรมเก่า การเดินไปตามระเบียงคดรอบวัดทำให้เห็นปรางค์กลางจากหลายมุม และเป็นจุดที่คนชอบยืนถ่ายภาพให้ปรางค์เล็กเรียงเป็นแถวตัดกับท้องฟ้า
ด้านหน้าวัดหันออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยา ช่วงเย็นแดดจะเฉียงลงมาจากฝั่งแม่น้ำพอดี ทำให้ปรางค์อิฐเปล่งสีส้มทองและเกิดเงาสะท้อนในน้ำเมื่อระดับน้ำพอเหมาะ นี่คือเหตุผลที่วัดไชยวัฒนารามได้ชื่อว่าเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกที่ดีที่สุดของอยุธยา ควรมาถึงก่อนแดดตกสักครึ่งชั่วโมงเพื่อหามุมและรอจังหวะแสงที่สวยที่สุด
ในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยเฉพาะงานมรดกโลกอยุธยาเดือนธันวาคมและเทศกาลลอยกระทง ทางอุทยานมักเปิดไฟส่องสว่างวัดไชยวัฒนารามในตอนกลางคืน ปรางค์อิฐที่ถูกไฟส่องจากด้านล่างกลายเป็นภาพที่ต่างจากตอนกลางวันอย่างสิ้นเชิง เป็นช่วงที่คนนิยมมาถ่ายภาพและใส่ชุดไทยกันมากเป็นพิเศษ — ควรเช็กกำหนดการเปิดไฟกลางคืนของแต่ละปีก่อนวางแผนไป
ภาพที่คนแชร์กันมากที่สุดคือกลุ่มปรางค์อิฐในแสงเย็น ถ่ายได้ตั้งแต่สนามหญ้าด้านหน้าวัด หันหน้าเข้าหาปรางค์ประธานแล้วรอจังหวะแดดเฉียง อิฐจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีทองส้ม ถ้าอยากได้ภาพปรางค์เล็กเรียงเป็นแถว ให้เดินไปด้านข้างตามแนวระเบียงคดแล้วถ่ายในแนวเฉียง จะเห็นปรางค์ซ้อนกันหลายองค์ในเฟรมเดียว
เวลาที่แสงดีที่สุดคือช่วงเย็นราว 17:00–18:00 น. ก่อนวัดปิด แต่ถ้าอยากได้แสงนุ่มและคนน้อย ช่วงเช้าหลังเปิด 08:00–09:00 น. ก็เป็นทางเลือกที่ดี อากาศยังไม่ร้อนและยังไม่มีทัวร์เข้ามา ส่วนช่วงเที่ยงแดดแรงและไม่ค่อยมีร่มเงาในวัด ควรเลี่ยง
รอบวัดไชยวัฒนารามมีร้านให้เช่าชุดไทยพร้อมแต่งหน้าทำผม คนนิยมเช่าชุดมาถ่ายภาพกับปรางค์อิฐเป็นฉากหลัง โดยเฉพาะช่วงเย็นที่แสงสวย — นี่คือสิ่งที่ทำให้วัดนี้ต่างจากวัดอื่นในอยุธยา บรรยากาศจะคึกคักด้วยคนแต่งชุดไทยถ่ายรูป ราคาเช่าชุดและค่าบริการต่างกันไปตามร้าน ควรสอบถามและตกลงราคาก่อน
ข้อควรจำคือวัดไชยวัฒนารามเป็นโบราณสถานและศาสนสถาน แม้จะถ่ายรูปได้อิสระ แต่ไม่ควรปีนป่ายขึ้นไปบนปรางค์หรือกำแพงเก่าเพื่อถ่ายรูป และควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่าตามมารยาทการเข้าวัด การเคารพสถานที่ทำให้ทุกคนยังได้เห็นวัดในสภาพดีต่อไป
เพราะวัดไชยวัฒนารามอยู่ติดริมแม่น้ำและพื้นที่ค่อนข้างต่ำ จึงเสี่ยงน้ำหลากในช่วงปลายฤดูฝน โดยเฉพาะกันยายน–ตุลาคมในปีที่น้ำมาก บางปีน้ำเจ้าพระยาเอ่อเข้าท่วมถึงฐานวัดจนต้องปิดชั่วคราวเพื่อความปลอดภัยและป้องกันความเสียหายของโบราณสถาน ถ้าจะไปช่วงนี้ ควรเช็กข่าวสถานการณ์น้ำก่อนเสมอ
ช่วงที่สบายและปลอดภัยที่สุดคือหน้าหนาว พฤศจิกายน–กุมภาพันธ์ อากาศเย็น 22–30°C เดินเที่ยวสบาย ส่วนหน้าร้อน มีนาคม–พฤษภาคม แดดแรงมากและปลายมีนาคมถึงเมษายนอาจร้อนถึง 40–45°C วัดแทบไม่มีร่มเงา ควรมาช่วงเช้าหรือเย็น พกน้ำ หมวก และครีมกันแดด
วัดไชยวัฒนารามอยู่ฝั่งตะวันตกของแม่น้ำเจ้าพระยา ตรงข้ามเกาะเมืองอยุธยา ห่างจากกลุ่มวัดกลางเกาะเพียงไม่กี่กิโลเมตร เดินทางได้หลายแบบ — อยุธยาเป็นเมืองเล็กไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT แต่เที่ยวรอบเมืองง่ายด้วยจักรยานและตุ๊กตุ๊ก
วัดไชยวัฒนารามเป็นทั้งโบราณสถานและศาสนสถาน ควรแต่งกายปิดไหล่และเข่า เช่นเดียวกับการเข้าวัดทั่วไปในไทย หลีกเลี่ยงเสื้อกล้ามและกางเกง/กระโปรงสั้นมาก คนที่มาเช่าชุดไทยถ่ายรูปจะดูกลมกลืนกับบรรยากาศวัดได้ดี แต่ก็ยังควรเลือกชุดที่สุภาพเรียบร้อย
ไม่ปีนป่ายขึ้นบนปรางค์ เจดีย์ หรือกำแพงเก่าเพื่อถ่ายรูป เพราะโครงสร้างอิฐมีอายุหลายร้อยปีและเปราะบาง ไม่จับหรือพิงพระพุทธรูปและส่วนที่เป็นของเดิม เดินตามทางที่จัดไว้ ไม่ทิ้งขยะ และลดเสียงในบริเวณที่มีคนสักการะ การถ่ายรูปทำได้อิสระ แต่ควรให้เกียรติคนที่มากราบไหว้และไม่กีดขวางจุดที่คนอื่นกำลังถ่ายภาพอยู่
ถ้าวางแผนถ่ายภาพชุดไทยแบบจริงจังในช่วงเทศกาลที่คนเยอะ ควรเผื่อเวลาและใจเย็น เพราะจุดยอดนิยมอย่างหน้าปรางค์ประธานมักมีคนต่อแถวรอถ่ายพอสมควร
วัดไชยวัฒนารามเป็นหนึ่งในไฮไลต์ — แต่อยุธยามีอะไรให้เที่ยวและกินอีกเยอะ จัดรอบให้คุ้มทั้งวัน