หนึ่งในวัดเก่าแก่ที่สุดของอยุธยา สร้างมาตั้งแต่ราว ค.ศ. 1374 ก่อนจะถูกเผาเมื่อเสียกรุงปี 1767 เหลือไว้แค่ซากปรางค์ แถวพระไร้เศียร และเศียรพระหินที่ค่อยๆ ถูกรากต้นโพธิ์โอบไว้จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง
ถ้าคุณเคยเห็นโปสเตอร์ท่องเที่ยวไทย หรือรูปกรุงเก่าในหนังสือเรียน มีโอกาสสูงมากที่จะเป็นรูปนี้: เศียรพระพุทธรูปหินทรายที่ฝังอยู่กลางรากต้นโพธิ์ ดวงตาหลับลงอย่างสงบ ขณะที่รากไม้ค่อยๆ โอบรอบจนเหมือนธรรมชาติกับศาสนากลายเป็นสิ่งเดียวกัน นี่คือภาพไอคอนของวัดมหาธาตุ และโดยปริยายก็คือภาพแทนของอยุธยาทั้งเมือง
วัดมหาธาตุ สร้างขึ้นราวพุทธศตวรรษที่ 19 (ราว ค.ศ. 1374 ในรัชสมัยสมเด็จพระบรมราชาธิราชที่ 1) เคยเป็นวัดสำคัญระดับราชสำนัก เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุในปรางค์ประธานที่เคยสูงราว 43 เมตร และเป็นที่พำนักของสมเด็จพระสังฆราช พูดง่ายๆ คือเป็นหัวใจทางศาสนาของกรุงศรีอยุธยายุครุ่งเรือง ก่อนที่ทุกอย่างจะเปลี่ยนไปในปี ค.ศ. 1767
เมื่อเสียกรุงครั้งที่สองในปี ค.ศ. 1767 วัดถูกเผาทำลาย พระพุทธรูปจำนวนมากถูกตัดเศียร และต่อมาปรางค์ประธานก็พังทลายลง สิ่งที่เหลืออยู่คือซากอิฐสีแดงเข้ม ฐานปรางค์ที่หักโค่น และแถวพระพุทธรูปนั่งไร้เศียรเรียงรายรอบลาน — เป็นทั้งโบราณสถานที่งดงามและเป็นหลักฐานเงียบๆ ของสงครามที่ทำให้เมืองหลวงเก่าล่มสลาย เดินอยู่ในนี้แล้วรู้สึกได้ถึงทั้งความสวยและความเศร้าพร้อมกัน
วัดร้างที่เต็มไปด้วยรายละเอียด — แต่ละมุมเล่าเรื่องราวที่ลึกกว่าที่คิด
เศียรพระพุทธรูปหินทรายที่ค่อยๆ ถูกรากต้นโพธิ์โอบไว้จนกลายเป็นสัญลักษณ์ของเมือง ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าเศียรพระมาอยู่ในรากไม้ได้อย่างไร บ้างว่าต้นไม้งอกคลุมในช่วงที่วัดถูกทิ้งร้างรกครึ้ม บ้างว่ามีคนเคลื่อนย้ายมาซ่อนแล้วไม่ได้กลับมาเอา ปัจจุบันอยู่ใกล้กำแพงด้านหนึ่งของวัด มีรั้วเตี้ยกั้น และมักมีคิวรอถ่ายรูป — เป็นจุดที่ทุกคนตั้งใจมาดู
ปรางค์ประธานทรงขอม (เขมร) ที่เคยสูงตระหง่านราว 43 เมตร เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ ปัจจุบันเหลือเพียงฐานและซากที่หักโค่นลง คุณยังเห็นโครงสร้างเดิมได้จากฐานสี่เหลี่ยมขนาดใหญ่และปรางค์บริวารรอบๆ ที่ยังตั้งอยู่บางส่วน เดินรอบฐานแล้วจินตนาการความสูงเดิมได้ไม่ยาก — เป็นเครื่องเตือนใจว่ายอดที่หายไปนั้นใหญ่แค่ไหน
รอบลานวัดมีพระพุทธรูปนั่งเรียงรายเป็นแถว ส่วนใหญ่ถูกตัดเศียรในช่วงเสียกรุง บางองค์ยังมีจีวรหรือผ้าเหลืองห่มที่คนมาทำบุญนำมาคลุมไว้ บรรยากาศตรงนี้เงียบและขรึม ต่างจากจุดถ่ายรูปเศียรพระที่คนมุงกัน เดินช้าๆ ดูรายละเอียดอิฐ ฐานบัว และปูนปั้นที่ยังหลงเหลือ จะเห็นฝีมือช่างยุคอยุธยาที่ซ่อนอยู่ในซาก
นอกจากปรางค์ประธาน วัดยังมีเจดีย์ทรงต่างๆ และกำแพงอิฐศิลาแลงสีแดงเข้มกระจายอยู่ทั่วบริเวณ ช่วงเช้าและบ่ายแก่ แสงเฉียงจะทำให้ผิวอิฐและรากไม้ดูมีมิติสวยมาก เป็นมุมถ่ายรูปที่หลายคนชอบพอๆ กับเศียรพระ ลองเดินเลี่ยงจากเส้นทางหลักนิดหน่อย จะเจอมุมเงียบๆ ที่ได้ทั้งซากปรางค์และต้นไม้ใหญ่ในเฟรมเดียว
นี่คือกฎสำคัญที่สุดของจุดนี้ และเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวพลาดกันบ่อย: เวลาถ่ายรูปคู่กับเศียรพระ ต้องนั่งหรือย่อตัวลงให้ศีรษะของเราอยู่ต่ำกว่าระดับพระเศียรเสมอ การยืนค้ำหรือชะโงกหน้าเหนือองค์พระถือว่าไม่เคารพอย่างมาก มีเจ้าหน้าที่และป้ายเตือนอยู่ตรงนั้น และมักจะเตือนคนที่เผลอยืนถ่าย ฉะนั้นก่อนกดชัตเตอร์ ให้คุกเข่าหรือนั่งยองลงก่อน แล้วค่อยถ่าย
เพราะเป็นจุดที่ทุกคนอยากได้รูป คิวจึงมักยาวช่วงสายถึงบ่าย ถ่ายเสร็จควรรีบหลีกให้คนต่อไป ไม่ยืนแช่นานเกินไป ถ้าอยากได้รูปสวยไม่ต้องแย่งคิว มาช่วงเปิดวัดตอนเช้าหรือบ่ายแก่ก่อนปิดจะสบายที่สุด
อยุธยาอยู่กลางที่ราบลุ่มภาคกลาง อากาศร้อนจัด โดยเฉพาะเดือนมีนาคม–พฤษภาคมที่อุณหภูมิอาจแตะ 40–45°C และวัดมหาธาตุเป็นลานเปิดโล่ง แทบไม่มีร่มไม้ให้หลบ ทางที่ดีคือมาช่วงเช้าตรู่ราว 08:00–09:30 น. หรือบ่ายแก่หลัง 16:00 น. พกน้ำ หมวก และครีมกันแดดติดตัวเสมอ ข้อดีของหน้าร้อนคือคนน้อยกว่าและห้องพักถูกลง
ช่วงเย็นเดือนพฤศจิกายน–กุมภาพันธ์อากาศเย็นสบายที่สุด เหมาะกับการปั่นจักรยานวนวัดมากกว่า ส่วนเดือนกันยายน–ตุลาคมเป็นหน้าฝนหนัก น้ำท่วมได้ในปีที่ฝนมาก โดยเฉพาะวัดริมน้ำที่อยู่ต่ำ — วัดมหาธาตุอยู่กลางเกาะเมืองจึงเสี่ยงน้อยกว่าวัดริมแม่น้ำ แต่ก็ควรเช็กสภาพอากาศก่อน อ่านรายละเอียดได้ที่ ช่วงไหนเที่ยวอยุธยาดีที่สุด และภาพรวมทั้งประเทศที่ เที่ยวไทยเดือนไหนดี
หลายคนมาถ่ายเศียรพระแล้วรีบไป แต่ถ้ามีเวลาเดินช้าๆ สักหน่อย วัดมหาธาตุจะให้อะไรมากกว่านั้น ลองสังเกตฐานบัว ลายปูนปั้นที่ยังเหลือ ปรางค์บริวาร และร่องรอยการบูรณะ ทุกอย่างเล่าเรื่องเมืองหลวงที่เคยรุ่งเรืองสุดขีดแล้วล่มในชั่วข้ามคืน บรรยากาศตรงนี้คือเหตุผลที่อยุธยาได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก ไม่ใช่แค่เพราะรูปสวย
วัดมหาธาตุอยู่กลางเกาะเมืองอยุธยา ใกล้กับวัดราชบูรณะและกลุ่มวัดกลางเมือง เดินทางได้หลายวิธี และเข้ากันดีกับการปั่นจักรยานวนวัดในวันเดียว
แม้จะเป็นวัดร้าง แต่ยังถือเป็นพุทธสถานและโบราณสถาน ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า หลีกเลี่ยงเสื้อกล้ามและกางเกง/กระโปรงสั้นมากๆ ถ้าวันนั้นแดดแรงแนะนำเสื้อแขนยาวบางๆ กับหมวกปีกกว้าง ช่วยทั้งเรื่องความสุภาพและกันแดดในลานเปิดโล่งไปพร้อมกัน
ห้ามปีนป่ายซากปรางค์ เจดีย์ หรือองค์พระ เด็ดขาด ทั้งเพื่อความปลอดภัยและเพื่อรักษาโบราณสถาน อย่านั่งหรือวางของบนฐานพระ และอย่าหันหลังให้องค์พระตอนถ่ายรูปในลักษณะที่ดูไม่เคารพ ที่จุดเศียรพระในรากไม้ ย้ำอีกครั้งว่าต้องย่อตัวให้หัวต่ำกว่าพระเสมอ
เดินเบาๆ พูดเบาๆ โดยเฉพาะถ้าเห็นคนมากราบไหว้ทำบุญ การถ่ายรูปทำได้ทั่วไป แต่ควรเคารพป้ายและพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่กำหนด เก็บขยะกลับไปทิ้งในถัง และไม่ให้อาหารสัตว์ในบริเวณโบราณสถาน
วัดมหาธาตุอยู่กลางเกาะเมือง รวมกับวัดอื่นๆ เป็นเส้นทางปั่นจักรยานวันเดียวที่ต่อกันสบาย