ภาพจำของอยุธยาที่ทุกคนเคยเห็น — สามเจดีย์ทรงระฆังเรียงกันกลางลานพระราชวังหลวง บรรจุพระอัฐิของกษัตริย์สามพระองค์ และข้างกันคือพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำริดองค์ใหญ่ที่ผู้คนยังมากราบไหว้
ลองนึกภาพนี้: คุณยืนอยู่บนลานหญ้ากว้าง มองตรงไปเห็นเจดีย์ทรงระฆังสีขาวอมเทาสามองค์เรียงกันเป็นแถว ยอดแหลมพุ่งขึ้นฟ้า ฐานเป็นอิฐเก่าที่ผ่านเวลามาหลายร้อยปี — นี่คือภาพที่อยู่บนโปสการ์ด หนังสือเรียน และโลโก้การท่องเที่ยวอยุธยามาตลอด ถ้าจะมีภาพเดียวที่แทนกรุงศรีอยุธยาได้ ภาพนี้เองที่คนนึกถึงก่อน
วัดพระศรีสรรเพชญ์ สร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 20 (ราวปลายคริสต์ศตวรรษที่ 15) ภายในเขตพระราชวังหลวงของกรุงศรีอยุธยา ต่างจากวัดทั่วไปตรงที่ เป็นวัดในพระราชวัง ไม่มีพระสงฆ์จำพรรษา ใช้ประกอบพระราชพิธีของราชสำนักโดยเฉพาะ — เทียบได้กับวัดพระแก้วในพระบรมมหาราชวังของกรุงเทพฯ สามเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกาที่เห็นนี้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุพระอัฐิของกษัตริย์สามพระองค์ เรียงกันอย่างสง่างามบนฐานไพทียกสูง
เดินถัดมาทางทิศใต้เพียงไม่กี่ก้าวคือวิหารพระมงคลบพิตร อาคารวิหารที่บูรณะขึ้นใหม่เพื่อประดิษฐานพระมงคลบพิตร พระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย ลงรักปิดทองทั้งองค์ ความสูงราว 12.5 เมตร — คนส่วนใหญ่จึงเที่ยวสองที่นี้ต่อเนื่องกันในคราวเดียว เพราะอยู่ติดกันแทบจะข้ามถนนเส้นเดียว
พื้นที่ไม่กว้าง แต่แต่ละจุดมีเรื่องราวที่ลึกกว่าที่คิด
หัวใจของวัดคือเจดีย์ทรงระฆังแบบลังกาสามองค์เรียงกันบนฐานไพทีเดียวกัน ทรงสมส่วน ยอดแหลมเพรียว แต่ละองค์สร้างเพื่อบรรจุพระอัฐิของกษัตริย์อยุธยาในยุคต้น มุมถ่ายภาพที่คนนิยมคือยืนปลายลานแล้วเก็บทั้งสามเจดีย์ในเฟรมเดียว ช่วงเช้าหรือเย็นแสงเฉียงจะขับให้รูปทรงเจดีย์เด่นและฟ้าสวยกว่ากลางวันที่แดดแข็ง ห้ามปีนป่ายขึ้นเจดีย์เด็ดขาด เป็นโบราณสถานที่ขึ้นทะเบียน
รอบสามเจดีย์ยังมีฐานอิฐของวิหารหลวงและพระที่นั่งเดิมหลงเหลือให้เห็นเป็นแนว เดินดูแล้วจะพอจินตนาการได้ว่าครั้งหนึ่งที่นี่คือศูนย์กลางของราชสำนักอยุธยา ลานกว้างเปิดโล่งทำให้เห็นเจดีย์ได้รอบทิศ แต่ก็แปลว่าแทบไม่มีร่มเงา ถ้ามากลางวันหน้าร้อนควรพกร่มหรือหมวกมาด้วย ป้ายข้อมูลตามจุดต่างๆ ช่วยให้เข้าใจผังวังเดิมมากขึ้น
เดินลงมาทางใต้จะถึงวิหารพระมงคลบพิตร ภายในประดิษฐานพระพุทธรูปสำริดปางมารวิชัยองค์ใหญ่ที่สุดองค์หนึ่งของไทย ความสูงราว 12.5 เมตร ลงรักปิดทองอร่ามทั้งองค์ พระพักตร์สงบงาม นั่งเต็มพื้นที่วิหารจนต้องเงยหน้ามอง วิหารนี้บูรณะขึ้นใหม่ในยุคหลังหลังจากองค์เดิมเสียหายไป เข้าได้ฟรี เป็นที่สักการะของคนไทยจริงๆ ควรถอดรองเท้าและสำรวมเมื่อเข้าวิหาร
ระหว่างวัดพระศรีสรรเพชญ์กับวิหารพระมงคลบพิตรมีทางเดินที่สองข้างเป็นร้านขายของฝาก ของที่ระลึก และของกินเล่น เช่น โรตีสายไหม ขนมไทย น้ำสมุนไพร เป็นจุดพักหายเหนื่อยและซื้อของติดไม้ติดมือก่อนไปวัดต่อไป ราคาขนมส่วนใหญ่ย่อมเยา ลองชิม โรตีสายไหม ของขึ้นชื่อเมืองอยุธยาได้แถวนี้เลย
ภาพที่คนแชร์กันมากที่สุดคือสามเจดีย์เรียงกันถ่ายจากปลายลานด้านหน้า ให้เก็บทั้งสามองค์ในเฟรมเดียว ฉากหลังเป็นท้องฟ้า ช่วงที่แสงสวยที่สุดคือเช้าหลังเปิด 08:00–09:30 น. หรือช่วงเย็นก่อนปิด แดดเฉียงทำให้รูปทรงเจดีย์มีมิติ ฟ้าฟ้าสดกว่ากลางวันที่แดดตั้งฉากแล้วภาพแบนๆ
ถ้าอยากได้ภาพคนน้อย มาตอนเปิดประตูเช้าตรงๆ จะได้ลานโล่งเกือบทั้งลาน ส่วนตอนกลางวันหน้าร้อนแม้คนจะบางลงแต่แดดแรงมาก ถ่ายไม่กี่นาทีก็ร้อนจนอยากหลบ — เลือกเช้าหรือเย็นจะสบายกว่าเยอะ
วิหารพระมงคลบพิตรที่อยู่ติดกันไม่ใช่ซากปรักหักพัง แต่เป็นวิหารที่ใช้สักการะจริง ทุกวันมีคนไทยมากราบพระสำริดองค์ใหญ่ จุดธูปเทียน ปิดทอง ขอพร — บรรยากาศจึงต่างจากลานเจดีย์ที่เงียบสงบ คุณจะได้เห็นศาสนาที่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ใช่แค่อิฐเก่ากับป้ายอธิบาย เข้าชมฟรี เดินจากสามเจดีย์มาไม่กี่ก้าว
ช่วงเทศกาลอย่างสงกรานต์ (เม.ย.) หรือลอยกระทง (พ.ย.) คนจะแน่นเป็นพิเศษ ขณะเดียวกันบรรยากาศก็คึกคักน่าประทับใจ — เพียงแต่ต้องเผื่อเวลาเข้าออกและที่จอดรถมากกว่าปกติ
วัดพระศรีสรรเพชญ์อยู่กลางอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ที่ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก รอบๆ มีวัดสำคัญกระจุกอยู่ใกล้กัน เช่น วัดมหาธาตุ วัดราชบูรณะ วัดพระราม เดินหรือปั่นจักรยานถึงกันสบาย ถ้าอยากเข้าใจผังเมืองและเส้นทางวนวัดทั้งหมด อ่านต่อที่ คู่มืออุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา ได้เลย
วัดอยู่กลางเกาะเมืองอยุธยา ในเขตอุทยานประวัติศาสตร์ จากกรุงเทพฯ มาอยุธยาได้หลายทาง ที่ฮิตและถูกสุดคือนั่งรถไฟสายเหนือ ส่วนในเมืองนิยมปั่นจักรยานหรือเหมาตุ๊กตุ๊กวนวัด — อยุธยาไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT เพราะเป็นเมืองเล็ก แต่มีรถไฟสายเหนือจากกรุงเทพฯ มาลงได้
ลานเจดีย์เป็นที่โล่ง แต่งตัวเที่ยวได้ตามสบาย แต่ถ้าจะเข้าวิหารพระมงคลบพิตร ควรแต่งกายสุภาพ ปิดไหล่และเข่า ไม่ใส่เสื้อกล้ามหรือกางเกง/กระโปรงสั้นมากเข้าวิหาร หน้าร้อนพกผ้าคลุมไหล่ติดกระเป๋าไว้คลุมตอนเข้าวิหารแล้วถอดออกข้างนอกก็ได้ และถอดรองเท้าก่อนขึ้นวิหารทุกครั้ง
ห้ามปีนป่ายขึ้นเจดีย์หรือโบราณสถานเด็ดขาด เป็นมรดกที่เปราะบางและขึ้นทะเบียนคุ้มครอง ไม่จับต้องหรือพิงผนังอิฐเก่า ในวิหารพระมงคลบพิตรควรสำรวม ถอดหมวก ไม่ส่งเสียงดัง หากถ่ายรูปองค์พระให้หลีกเลี่ยงการหันเท้าหรือยืนสูงกว่าองค์พระ
การถ่ายภาพบริเวณลานและภายนอกทำได้ปกติ แต่ถ้าเห็นคนกำลังกราบไหว้สักการะ ให้เดินเลี่ยงและไม่รบกวน การซื้อดอกไม้ธูปเทียนหรือปิดทองในวิหารเป็นการร่วมทำบุญและสนับสนุนการดูแลวัดโดยตรง
พักบนเกาะเมืองหรือริมแม่น้ำใกล้อุทยานประวัติศาสตร์ ตื่นเช้ามาปั่นจักรยานชมวัดได้สบาย