เจี่ยฟ่างเปย์ (解放碑) บนคาบสมุทรอวี๋จงคือหัวใจ CBD ของฉงชิ่ง — อนุสาวรีย์ปลดแอกและถนนคนเดินอยู่กลางย่าน เดินไม่กี่นาทีถึงหงหยาต้งบ้านไม้ค้ำถ่อแสงทอง ถนนของกินปาอี และซื่อปาที ส่วนปลายคาบสมุทรคือจุดที่สองแม่น้ำมาบรรจบ เมโทรสาย 1/2 พาคุณเดินถึงได้หมด
บอกตรงๆ ว่าฉงชิ่งไม่เหมือนเมืองจีนเมืองไหนที่คุณเคยไป และจุดที่คุณจะรู้สึกถึงความแปลกประหลาดของมันชัดที่สุดก็คือตรงนี้ — เจี่ยฟ่างเปย์ (解放碑) ใจกลางคาบสมุทรอวี๋จง (渝中) ลองนึกภาพแผ่นดินรูปลิ้นที่แม่น้ำแยงซีกับแม่น้ำเจียหลิงโอบไว้สองข้าง แล้วเอาตึกระฟ้าหลายร้อยตึกมาวางซ้อนกันบนเนินเขาชัน — นั่นคือสิ่งที่คนเรียกว่า "เมือง 8 มิติ" ที่นี่ถนนชั้นบนกับชั้นล่างอยู่คนละระดับกัน ออกจากสถานีเมโทรแล้วโผล่ขึ้นมากลางห้างชั้น 5 ได้สบายๆ
แกนหลักของย่านคือ อนุสาวรีย์ปลดแอก (解放碑 Liberation Monument) เสาสูงกลางลานที่สร้างหลังสงคราม ตอนนี้ถูกล้อมด้วย ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเปย์ ที่เต็มไปด้วยห้าง ร้านอาหาร และคนเดินคึกคักทั้งวัน เดินจากลานนี้ไม่กี่นาทีก็ถึง หงหยาต้ง (洪崖洞) กลุ่มบ้านไม้ค้ำถ่อ 11 ชั้นริมหน้าผาที่เปิดไฟทองยามค่ำ ถนนของกินปาอี (八一好吃街) ที่รวมของกินเล่นฉงชิ่ง และ ซื่อปาที (十八梯) บันไดเก่าที่บูรณะกลับมาเป็นย่านเดินเล่นย้อนยุค
เคยเจอไหม — เมืองที่ของน่าเที่ยวกระจายไกลกันจนต้องนั่งรถทั้งวัน ฉงชิ่งเป็นเมืองใหญ่มหึมาและภูเขาคั่นกลาง แต่ถ้าคุณนอนเจี่ยฟ่างเปย์ คุณจะได้ทั้งอนุสาวรีย์ ถนนคนเดิน หงหยาต้ง ถนนของกิน จุดชมเมือง และจุดบรรจบสองแม่น้ำ — รวมอยู่ในย่านเดียวที่เดินถึงเกือบหมด นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำย่านนี้เป็นฐานแรกสำหรับคนมาฉงชิ่งครั้งแรก
นี่คือฉงชิ่งเวอร์ชันที่ทุกอย่างกองรวมกันแน่นๆ บนเนินเขา — คึกคัก ตึกซ้อนชั้น ของกินเต็มถนน และไฟเมืองที่สวยจนต้องหยุดดู
เสน่ห์ของเจี่ยฟ่างเปย์คือ มันเป็นเมืองแนวตั้งที่ทำให้คุณงงและตื่นเต้นไปพร้อมกัน ตอนกลางวันถนนคนเดินรอบอนุสาวรีย์เต็มไปด้วยคน ห้าง และร้านของกินเล่น เดินขึ้นๆ ลงๆ ตามเนินไปเรื่อยๆ ก็เจอมุมใหม่ตลอด ตอนเย็นเดินไปริมหน้าผาแล้วหงหยาต้งจะเปิดไฟทองทั้งหลัง ส่วนตอนค่ำขึ้นเด็ค WFC หรือออกไปปลายคาบสมุทรที่เฉาเทียนเหมินก็จะเห็นไฟเมืองสะท้อนสองแม่น้ำเต็มตา ทั้งหมดนี้อยู่ในย่านเดียวที่เดินถึงเกือบหมด
ถ้านี่คือทริปฉงชิ่งครั้งแรก ย่านนี้คือคำตอบที่ลื่นที่สุด เดินถึงหงหยาต้ง ถนนของกินปาอี และซื่อปาทีได้ในย่านเดียว เมโทรสาย 1/2 ตัดผ่าน พอเริ่มชินเมืองแล้วก็นั่งเมโทรไปเที่ยวจุดอื่นอย่าง รถไฟทะลุตึกหลีจื่อป้า หรือ เมืองโบราณฉือชี่โข่ว ได้ในไม่กี่สิบนาที
ฉงชิ่งคือบ้านเกิดของ หม้อไฟน้ำมันวัว (火锅) และเจี่ยฟ่างเปย์คือที่ที่ร้านหม้อไฟดังๆ กระจุกตัวกันหนาแน่นที่สุด ถัดมาคือ ถนนของกินปาอี ที่รวมของกินเล่นทั้งสาย ออกจากโรงแรมก็เริ่มชิมได้เลย เหมาะมากสำหรับคนที่อยากกินให้เต็มที่โดยไม่ต้องเดินทางไกล
ย่านนี้คือสวรรค์ของคนชอบถ่ายรูปเมือง — หงหยาต้งเปิดไฟทองยามค่ำ จุดชมเมือง WFC บนชั้น 73–75 มองเห็นคาบสมุทรทั้งแผ่น และเฉาเทียนเหมินปลายคาบสมุทรเป็นมุมถ่ายจุดบรรจบสองแม่น้ำกับ Raffles City ที่เหมือนเรือใบยักษ์ กลางคืนคือเวลาทองของย่านนี้
เจี่ยฟ่างเปย์เป็นจุดศูนย์กลางที่เดินทางต่อได้ง่ายมาก จากย่านนี้นั่ง กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี ไปฝั่งหนานอัน หรือนั่งเมโทรไปขึ้น รถไฟทะลุตึกหลีจื่อป้า ต่อรถไฟความเร็วสูงจากฉงชิ่งเหนือไปเที่ยวอู่หลงหรือต้าจู๋ — เริ่มจากที่นี่ได้หมด
เสาสูงกลางลานที่เป็นใจกลางและเป็นชื่อของย่าน รอบๆ คือ ถนนคนเดินเจี่ยฟ่างเปย์ เขตช้อปปิ้งไร้รถยนต์ที่เต็มไปด้วยห้าง แบรนด์ ร้านอาหาร และของกินเล่น เดินเล่นได้ ฟรี ตลอดเวลา กลางวันคึกคักด้วยคนช้อป กลางคืนป้ายไฟเปิดสว่างทั้งย่าน เป็นจุดเริ่มที่ดีที่สุดของทุกเส้นทางเดินในย่านนี้ อ่านเจาะลึกที่ คู่มืออนุสาวรีย์ปลดแอกฉบับเต็ม
ไฮไลต์ที่ทุกคนมาฉงชิ่งต้องเห็น — กลุ่มบ้านไม้ค้ำถ่อสไตล์ตู้เจียง (吊脚楼) สูงซ้อนกัน 11 ชั้นเกาะอยู่ริมหน้าผาแม่น้ำเจียหลิง ห่างจากลานอนุสาวรีย์แค่เดิน 10–15 นาที เข้าชมและเดินเล่น ฟรี ตอนค่ำ (ราว 18:30–22:00 น.) ทั้งหลังจะเปิด ไฟสีทอง สวยจนหลายคนนึกถึงฉากในการ์ตูน จุดถ่ายรูปสวยที่สุดคือจากสะพานเชียนซือเหมินฝั่งตรงข้าม อ่านเพิ่มที่ คู่มือหงหยาต้งฉบับเต็ม
อยู่ใกล้ลานอนุสาวรีย์แค่เดินไม่กี่นาที เป็นซอยของกินที่รวมสตรีทฟู้ดฉงชิ่งไว้ทั้งสาย ตั้งแต่ เกี๊ยวเผ็ดน้ำแดง (酸辣粉) ก๋วยเตี๋ยวเสฉวน ของปิ้งย่าง ไปจนถึงของหวานเย็นๆ ราคาจานละ ¥10–40 (~฿50–200) เหมาะกับการเดินชิมทีละอย่างให้ครบ ใครอยากเข้าใจว่าฉงชิ่งกินอะไรบ้าง เริ่มที่นี่ได้เลย อ่านต่อที่ คู่มือสตรีทฟู้ดฉงชิ่ง
"สิบแปดขั้น" คือย่านบันไดเก่าที่เคยเชื่อมเมืองบนกับท่าน้ำเบื้องล่าง ปัจจุบันถูกบูรณะกลับมาเป็นย่านเดินเล่นย้อนยุค มีร้านชา คาเฟ่ ของที่ระลึก และซุ้มของกินเรียงตามบันไดหินที่ทอดลงเนิน เดินจากเจี่ยฟ่างเปย์ลงมาได้สบายๆ เป็นจุดที่ทำให้เห็นภาพ "เมืองภูเขา" (山城 ชานเฉิง) ของฉงชิ่งชัดที่สุด เข้าชมฟรี เหมาะกับช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ๆ ที่แดดไม่แรง
ตึก WFC (World Financial Center) ใจกลางเจี่ยฟ่างเปย์มีเด็คชมเมืองชื่อ Huixianlou (会仙楼) บนชั้น 73–74 และชั้น 75 แบบเปิดโล่ง สูงราว 339 เมตร เป็นเด็คกลางแจ้งที่สูงที่สุดแห่งหนึ่งในจีนตะวันตก มองเห็นคาบสมุทรอวี๋จงทั้งแผ่น สองแม่น้ำ และทะเลตึกระฟ้าแบบ 360 องศา ตั๋วราว ¥120–160 (~฿600–800) ช่วงพระอาทิตย์ตกถึงค่ำคือเวลาที่คุ้มที่สุด — เช็กราคาและรอบก่อนไปทุกครั้ง
ปลายสุดของคาบสมุทรอวี๋จงคือจุดที่ แม่น้ำแยงซีและแม่น้ำเจียหลิงมาบรรจบกัน เห็นเส้นแบ่งสีน้ำสองสายชัดเจน ที่นี่ตั้งอยู่ใต้ Raffles City กลุ่มตึกระฟ้ารูปเรือใบยักษ์ที่มีสกายบริดจ์ "The Crystal" พาดเชื่อมยอดตึก เดินเล่นริมน้ำ ขึ้นสกายบริดจ์ชมวิว หรือลงเรือล่องสองแม่น้ำตอนค่ำได้จากท่านี้ นั่งเมโทรสาย 1/6 ลงสถานี Xiaoshizi แล้วเดินต่อ
เจี่ยฟ่างเปย์คือศูนย์รวมของกินฉงชิ่ง ตั้งแต่หม้อไฟน้ำมันวัวร้านดัง ของกินเล่นตามถนน ไปจนถึงคาเฟ่และบาร์วิวเมือง
ฉงชิ่งคือต้นกำเนิดของ หม้อไฟน้ำมันวัว (火锅) และเจี่ยฟ่างเปย์คือย่านที่ร้านหม้อไฟดังๆ อยู่หนาแน่นที่สุด ตั้งแต่ร้านเก่าแก่ในตรอกไปจนถึงร้านวิวเมืองบนตึกสูง ราคาต่อคนประมาณ ¥80–180 (~฿400–900) ขึ้นกับร้านและของที่สั่ง สั่งน้ำซุปแบบ "หยวนยาง" (เผ็ด + ไม่เผ็ดในหม้อเดียว) ได้ถ้ายังไม่ชินความเผ็ด อ่านวิธีกินและร้านแนะนำที่ คู่มือหม้อไฟฉงชิ่ง หรือดูภาพรวมที่ คู่มืออาหารฉงชิ่งฉบับเต็ม
นอกจากของกินเผ็ดร้อน เจี่ยฟ่างเปย์ยังมีคาเฟ่ในตึกและบาร์บนชั้นสูงที่มองเห็นหงหยาต้งและทะเลตึกระฟ้า ตามถนนคนเดินและในห้างมีทั้งคาเฟ่แบรนด์ใหญ่และร้าน specialty coffee ราคากาแฟทั่วไป ¥30–55 (~฿150–275) ต่อแก้ว ส่วนรูฟท็อปบาร์มักเปิดช่วงค่ำ เป็นเวลาที่ดีที่สุดสำหรับนั่งจิบเครื่องดื่มดูไฟเมืองหลังเดินขึ้นลงเนินมาทั้งวัน
นี่คือทำเลโรงแรมที่หนาแน่นและเดินถึงทุกอย่างมากที่สุดของฉงชิ่ง — และมีตัวเลือกทุกระดับในรัศมีเดินเท้าเดียวกัน
ข้อดีของการนอนเจี่ยฟ่างเปย์คือ คุณซื้อความสะดวกทั้งหมดในที่เดียว ออกจากโรงแรมก็เดินถึงอนุสาวรีย์ ถนนของกิน หงหยาต้ง และเมโทร โรงแรมหลายแห่งในย่านยังมีวิวแม่น้ำหรือวิวหงหยาต้งจากห้องพักโดยตรง ราคาห้องในย่านนี้สูงกว่าย่านนอกอยู่บ้าง แต่สำหรับทริปแรกที่ไม่อยากเสียเวลาเดินทาง หลายคนบอกว่าคุ้ม เพราะประหยัดทั้งเวลาและค่ารถได้เยอะ
ข้อควรรู้: ย่านนี้เป็นเนินเขา บางโรงแรมทางเข้าอยู่คนละชั้นกับที่ Map ปักหมุด เช็กรีวิวเรื่อง "ทางเข้าอยู่ชั้นไหน" และเลือกโรงแรมใกล้ทางออกเมโทรจะลากกระเป๋าง่ายกว่ามาก — และถ้าอยากได้ห้องวิวหงหยาต้ง ควรจองล่วงหน้าเพราะห้องวิวมีจำกัดและเต็มเร็ว
หรือดูรีวิวโรงแรมเดี่ยวในย่านนี้โดยตรง:
หัวใจของย่านคือสถานี Jiaochangkou และ Linjiangmen บนเมโทรสาย 1/2 ส่วน Xiaoshizi (สาย 1/6) ใกล้หงหยาต้งและเฉาเทียนเหมินที่สุด ภายในย่านเดินเท้าได้เกือบหมด แต่จำไว้ว่าเป็นเมืองเนินเขา
15:30 น. — เริ่มที่สถานี Jiaochangkou หรือ Linjiangmen เดินขึ้นลานอนุสาวรีย์ปลดแอกและถนนคนเดิน
16:15 น. — แวะ ถนนของกินปาอี ชิมเกี๊ยวเผ็ดน้ำแดงและของกินเล่นฉงชิ่ง
17:00 น. — เดินลง ซื่อปาที ดูบันไดเก่าและย่านย้อนยุค ถ่ายรูปเมืองภูเขา
18:15 น. — เดินไป หงหยาต้ง รอไฟทองเปิดราว 18:30 น. แล้วข้ามสะพานเชียนซือเหมินถ่ายรูป
19:30 น. — มื้อค่ำ หม้อไฟน้ำมันวัว ในย่าน ปิดท้ายด้วยคาเฟ่หรือรูฟท็อปบาร์มองไฟเมือง
ช่วงเช้าถึงบ่ายเดินดูย่านและช้อปปิ้ง จากนั้นต่อด้วย:
16:30 น. — ขึ้น จุดชมเมือง WFC (Chongqing Eye) ชั้น 73–75 ชมคาบสมุทรและสองแม่น้ำช่วงพระอาทิตย์ตก
18:00 น. — นั่งเมโทรไป Xiaoshizi เดินสู่ เฉาเทียนเหมิน ดูจุดบรรจบสองแม่น้ำใต้ตึกเรือใบ Raffles City
19:30 น. — มื้อค่ำในย่าน แล้วต่อด้วยหงหยาต้งยามค่ำหรือนั่ง กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี ชมไฟเมืองจากกลางอากาศ
เจี่ยฟ่างเปย์เชื่อมจุดเที่ยวอื่นอย่าง รถไฟทะลุตึกหลีจื่อป้า และ เมืองโบราณฉือชี่โข่ว ได้ด้วยเมโทรในวันเดียว — ดูแผนเที่ยวเต็มที่ ที่เที่ยวฉงชิ่งต้องไปให้ครบ และ คู่มือฉงชิ่งฉบับเต็ม