ออกจากสถานี Metro เดินไม่กี่นาที แล้วโลกก็ถอยกลับไปนับร้อยปี — ตรอกหินแคบเรียงด้วยเรือนไม้เก่า กลิ่นหมาฮวาเฉินทอดใหม่ลอยมาตามลม เสียงงิ้วเสฉวนแว่วจากโรงน้ำชา และแม่น้ำเจียหลิงไหลเงียบอยู่ปลายตรอก
ลองนึกภาพฉงชิ่งยุคก่อนมีตึกระฟ้า — เมืองที่ทุกอย่างเดินทางด้วยแม่น้ำ เรือสำเภาแน่นท่า คนแบกของขึ้นลงบันไดหิน และเสียงต่อรองราคาดังไม่ขาด นั่นคือ ฉือชี่โข่ว (磁器口) เมื่อร้อยกว่าปีก่อน ทุกวันนี้ตึกระฟ้าขึ้นเต็มเมืองแล้ว แต่เดินเข้าตรอกหินของฉือชี่โข่วเมื่อไหร่ คุณยังได้กลิ่นอายเมืองท่าเก่าอยู่ครบ
เมืองเก่านี้ตั้งอยู่ริม แม่น้ำเจียหลิง (嘉陵江) ฝั่งตะวันตก ในเขตซาผิงป้า (沙坪坝) สร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง (ราวปี ค.ศ. 998–1004) เดิมชื่อ เมืองหลงอิ่น (龙隐镇) หรือ "มังกรซ่อนกาย" และยังมีฉายาว่า "ฉงชิ่งน้อย" ชื่อ "ฉือชี่โข่ว" ที่แปลว่า "ท่าเครื่องเคลือบ" มาทีหลัง เพราะในยุคราชวงศ์หมิง (1368–1644) และชิง ที่นี่เป็นแหล่งผลิตและส่งออกเครื่องเคลือบสำคัญ — จนถึงวันนี้ยังขุดพบซากเตาเผาโบราณกว่า 20 แห่งในย่านนี้
ยุครุ่งเรืองที่สุดคือปลายราชวงศ์ชิง มีคำพรรณนาว่า "กลางวันคนนับพันทักทายกัน กลางคืนตะเกียงหมื่นดวงสั่นไหว" — บอกได้เลยว่าครั้งหนึ่งนี่คือศูนย์กลางการค้าที่คึกคักที่สุดแห่งหนึ่งของลุ่มน้ำ ฉือชี่โข่ว เข้าฟรี ไม่มีค่าตั๋ว คุณจ่ายแค่ค่าขนมที่กินกับค่าเข้าวัดเล็กน้อยเท่านั้น
เดินช้าๆ กินไปเรื่อยๆ แล้วแวะนั่งโรงน้ำชาสักรอบ — นี่คือวิธีเที่ยวฉือชี่โข่วที่ถูกต้อง
1
ตรอกหลักของฉือชี่โข่วปูด้วยแผ่นหินที่คนเดินมาจนเรียบมัน สองข้างเป็นเรือนไม้สองชั้นสไตล์หมิง-ชิง ชั้นล่างเป็นร้านขนม ร้านชา ร้านของที่ระลึก ชั้นบนยังเห็นโครงไม้และระเบียงเก่า บอกตรงๆ ว่าตรอกหลักจะแน่นไปด้วยนักท่องเที่ยว แต่ถ้าคุณเลี้ยวเข้าตรอกย่อยด้านข้าง จะเจอบรรยากาศเงียบกว่า เห็นบ้านคนจริง ราวตากผ้า และมุมที่ถ่ายรูปสวยโดยไม่มีฝูงชน
ถ้าจะมีของกินอย่างเดียวที่คนจำฉือชี่โข่วได้ ก็คือหมาฮวา — แป้งบิดเป็นเกลียวแล้วทอดจนกรอบ มีหลายรสตั้งแต่ดั้งเดิมรสหวาน ไปจนงาดำ และรสหม่าล่าเผ็ดชาแบบฉงชิ่งแท้ๆ ร้านที่ดังที่สุดคือ เฉินเจี้ยนผิง (陈建平麻花) ซึ่งคิวมักยาวเป็นหางว่าว แต่จริงๆ ตามตรอกมีร้านหมาฮวาเจ้าอื่นอีกหลายเจ้าที่อร่อยไม่แพ้กันและคิวสั้นกว่า ซื้อใส่ถุงเดินกินไปเรื่อยๆ หรือซื้อเป็นของฝากกลับบ้านก็ได้
รู้ไหมว่า เหมาเสวี่ยวั่ง (毛血旺) หม้อต้มหม่าล่าที่มีเลือดเป็ดกับเครื่องในนั้น ว่ากันว่าเกิดที่ท่าเรือฉือชี่โข่วนี่เองในยุค 1940 จากภรรยาคนขายเนื้อที่เอาเครื่องในเหลือมาต้มขายราคาถูก ทุกวันนี้ยังหากินได้ตามร้านในเมืองเก่า เหมาเสวี่ยวั่งรวมอยู่ใน "สามของดีแห่งฉือชี่โข่ว" คู่กับ ถั่วลิสงเจียวเหยียน (椒盐花生) รสพริกเกลือ และ เฉียนจางผี (千张皮) เต้าหู้แผ่นบาง อยากเข้าใจที่มาของรสลุยๆ แบบนี้ อ่านต่อในคู่มืออาหารเจียงหูของเราได้
โรงน้ำชาเก่าแก่คือหัวใจสังคมของฉือชี่โข่วมาแต่ไหนแต่ไร คนเรือ พ่อค้า และชาวบ้านมานั่งจิบชา เล่าเรื่อง ฟังการแสดง บางโรงยังจัดงิ้วเสฉวน (川剧) และโชว์ เปลี่ยนหน้ากาก (变脸) อันลือชื่อ ที่นักแสดงสะบัดหน้ากากเปลี่ยนสีในพริบตา นั่งลงสั่งชาหนึ่งกา พักขาจากการเดิน แล้วซึมซับจังหวะช้าๆ ของเมืองเก่าสักครู่ — เป็นช่วงที่ดีที่สุดของวันเลย
5
บนเนินเหนือตรอกหลักมี วัดเป่าหลุน (宝轮寺) หรืออีกชื่อว่าวัดหลงอิ่น หนึ่งในวัดพุทธเก่าแก่ของฉงชิ่ง ตั้งอยู่เลขที่ 76 ถนนเหิงเจีย ภายในมีหอพระใหญ่ (大雄宝殿) หอกวนอิม หอราชาสวรรค์ และหอพระคัมภีร์ บรรยากาศร่มรื่นเงียบสงบ ตัดกับตรอกขายของที่จอแจด้านล่างได้ดี เดินขึ้นมาหายใจสักครู่แล้วค่อยกลับลงไปกินขนมต่อ
ข้อมูลที่คุณต้องรู้ ครบในหน้าเดียว
ฉือชี่โข่วอยู่ในเขตซาผิงป้า (沙坪坝) ทางฝั่งตะวันตกของเมือง ฟังดูไกลแต่จริงๆ มี Metro สาย 1 พาไปถึงเลย:
นั่ง Metro สาย 1 ตรงไปลงสถานี Ciqikou ได้เลย ไม่ต้องเปลี่ยนสาย เดินออกจากสถานีตามป้ายราว 5–10 นาทีถึงซุ้มประตูเมืองเก่า เป็นเส้นที่ง่ายและถูกที่สุด
ถ้ามาจากสถานี HSR ฉงชิ่งเหนือหรือตะวันตก ให้ต่อ Metro มาขึ้นสาย 1 ลง Ciqikou แนะนำเปิดแอป Amap หรือ Apple Maps เช็กจุดเปลี่ยนสายให้ชัวร์ เพราะระบบรถไฟฟ้าฉงชิ่งซับซ้อนและขึ้นลงเขาเยอะ
นั่งแท็กซี่หรือเรียก DiDi ตรงถึงลานจอดใกล้ซุ้มประตูได้ แต่ฉงชิ่งรถติดหนักช่วงเช้า-เย็น และวันหยุดรอบฉือชี่โข่วการจราจรแน่นมาก โดยรวมแล้ว Metro เร็วกว่าและไม่ต้องลุ้นรถติด
มาเช้า เดินตรอกหลักและตรอกย่อย (09:00–10:30 น.) → กินหมาฮวาเฉินกับเหมาเสวี่ยวั่ง → ขึ้นวัดเป่าหลุน → นั่งโรงน้ำชาดูงิ้วเสฉวน → เดินริมแม่น้ำเจียหลิง จบราวเที่ยง แล้วนั่ง Metro สาย 1 กลับเข้าเมืองไปเที่ยวต่อตอนบ่าย
ฉือชี่โข่วเหมาะเที่ยวแบบไปเช้ากลับเที่ยง ส่วนที่พักแนะนำให้เลือกแถวเจี่ยฟ่างเปยหรือใจกลางเมืองที่เดินเที่ยวกลางคืนได้และต่อ Metro สาย 1 มาฉือชี่โข่วง่าย ดูรีวิวและเปรียบเทียบโรงแรมที่เราคัดมาให้: