อาคารบ้านเสาเกาะหน้าผาริมแม่น้ำเจียหลิง พอฟ้ามืดไฟทองทั้งหลังก็ติดพร้อมกัน — ภาพจำของฉงชิ่งที่คนทั่วโลกตามมาถ่าย เข้าฟรี เดินได้ทั้งชั้นบนระดับถนนและชั้นล่างริมน้ำ
ลองนึกภาพ: คุณยืนอยู่กลางสะพานเชียนซือเหมินตอนสองทุ่ม ลมจากแม่น้ำเจียหลิงพัดมาเบาๆ แล้วตรงหน้าก็คืออาคารไม้สูงชะลูดเกาะหน้าผา 11 ชั้น เปิดไฟสีทองอร่ามทุกชายคา สะท้อนลงผิวน้ำเป็นทางยาว — หลายคนพูดว่ามันเหมือนฉากเมืองในการ์ตูน Spirited Away และพอได้เห็นกับตาก็เข้าใจเลยว่าทำไม
นั่นคือ หงหยาต้ง — กลุ่มอาคาร บ้านเสาสูง (吊脚楼 เตียวเจี่ยวโหลว) สูง 11 ชั้น ราว 75 เมตร ที่สร้างพิงหน้าผาริมแม่น้ำเจียหลิงในเขตหยูจง ติดกับย่านใจกลางเมือง เจี่ยฟ่างเป่ย บ้านเสาสูงคือสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นของฉงชิ่งที่ปลูกบ้านบนเสาค้ำยันเพื่อเกาะภูมิประเทศที่เป็นเขาชัน หงหยาต้งหยิบรูปแบบนี้มาทำใหม่เป็นอาคารท่องเที่ยวขนาดยักษ์ ข้างในเต็มไปด้วยร้านค้า ร้านอาหาร และตลาดของฝาก
สิ่งที่ทำให้หงหยาต้งเป็นภาพจำอันดับหนึ่งของฉงชิ่งคือ: เข้าฟรี ไม่มีคิวซื้อตั๋ว และตอนกลางคืนเมื่อไฟทองทั้งหลังติดพร้อมกัน มันคือฉากเมืองแห่งอนาคตซ้อนกับเมืองโบราณในภาพเดียว ที่หาดูที่อื่นในจีนได้ยากมาก
หงหยาต้งไม่ได้เป็นแค่ภาพถ่าย — เข้าไปข้างในก็เป็นตลาดกินเที่ยวเต็มรูปแบบ
นี่คือชั้นที่คนส่วนใหญ่เดินเข้ามาจากถนน Cangbai เพราะรถไฟฟ้าและทางเดินจากเจี่ยฟ่างเป่ยมาออกตรงนี้พอดี จากชั้นบนสุดมองออกไปเห็นแม่น้ำเจียหลิงและสะพานเชียนซือเหมินได้กว้างสุด เป็นจุดเซลฟี่ยอดฮิตก่อนจะเดินไล่ลงไปทีละชั้น
ชั้นบนๆ เต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกธีมหงหยาต้งและของฝากฉงชิ่ง ตั้งแต่พวงกุญแจ ตุ๊กตา ไปจนถึง น้ำพริกหม้อไฟแบบก้อนสำเร็จ (แบรนด์ท้องถิ่นยอดนิยมอย่าง Qiaotou กับ Mingyang) ซื้อกลับไปต้มหม้อไฟฉงชิ่งที่บ้านได้เลย เหมาะเดินช้อปก่อนค่ำระหว่างรอไฟติด
หัวใจของการกินอยู่ตรงนี้ — ร้านหม้อไฟฉงชิ่ง ร้านเสี่ยวเมี่ยน (บะหมี่รสจัด) และร้านของกินเล่นเรียงกันแน่น บางร้านมีโต๊ะริมหน้าต่างมองออกไปเห็นแม่น้ำตอนกินหม้อไฟพอดี ราคาในตึกท่องเที่ยวสูงกว่าร้านข้างนอกนิดหน่อย แต่บรรยากาศและวิวคุ้มกับการลองสักมื้อ
เดินไล่ลงมาจนสุดจะออกที่ถนน Binjiang ริมแม่น้ำเจียหลิง ตรงนี้คือจุดถ่ายภาพระยะใกล้ที่เงยหน้าขึ้นไปเห็นตัวอาคารทั้งหลังตั้งตระหง่านเหนือหัว แล้วเดินเลียบริมน้ำไปขึ้นสะพานเชียนซือเหมินเพื่อถ่ายมุมเต็มหลังต่อได้เลย
ไฟทองทั้งหลังเปิดประมาณช่วงหัวค่ำ (ส่วนใหญ่ราว 18.00–19.00 น.) และจะดับราว 22.00–23.00 น. ช่วงพีคที่สวยที่สุดคือ 19.30–22.00 น. เพราะฟ้ามืดสนิทแล้ว ไฟทองจึงตัดกับท้องฟ้าได้เต็มที่ ที่สำคัญ: เวลาเปิด-ดับไฟปรับเปลี่ยนตามฤดูและช่วงเทศกาล โดยเฉพาะหน้าหนาวฟ้ามืดเร็วกว่า แนะนำเช็กเวลาดับไฟของวันนั้นก่อนออกเดินทางเสมอ จะได้ไม่พลาด
กลยุทธ์ที่ลื่นที่สุดคือมาก่อนค่ำ ราว 17.30–18.30 น. หาที่กินข้าวในตึกหรือแถวเจี่ยฟ่างเป่ยก่อน พอกินเสร็จเดินออกมาไฟก็ติดพอดี ได้ทั้งอิ่มและไม่ต้องยืนรอกลางคนแน่น
สำหรับภาพ "หงหยาต้งเต็มหลัง" ที่เห็นในโปสการ์ด ให้ขึ้นไปยืนบน สะพานเชียนซือเหมิน (千厮门大桥) สะพานข้ามแม่น้ำเจียหลิงนี้พุ่งออกมาจากข้างตัวอาคารพอดี เดินขึ้นไปกลางสะพานจะได้ทั้งหงหยาต้งสีทองและแม่น้ำในภาพเดียว — นี่คือมุมที่ช่างภาพทุกคนตามมาถ่าย และเดินขึ้นสะพานฟรี
อยากได้มุมอื่น? ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำแถวเขตเจียงเป่ยก็เห็นตัวอาคารเต็มหลังจากระยะไกล ส่วนถ้าอยากได้ภาพเงยระยะใกล้ที่ตัวอาคารตั้งตระหง่านเหนือหัว ให้ลงไปถ่ายจาก ริมน้ำถนน Binjiang ใต้ตึก ทั้งสองมุมให้อารมณ์ต่างกันแต่สวยทั้งคู่
บอกตรงๆ ว่าหงหยาต้งคนเยอะมากในช่วงค่ำ โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์และช่วงเทศกาลจีน (Golden Week ต้นเดือนตุลาคม / ตรุษจีน) สะพานเชียนซือเหมินกับชั้นบนสุดจะแน่นจนถ่ายรูปลำบาก ทางที่ดีคือ เลี่ยงวันหยุดถ้าทำได้ มาวันธรรมดาจะสบายกว่ามาก
อีกทริก: มาถึงก่อนไฟติดสักหน่อย จับจุดยืนบนสะพานหรือชั้นบนไว้ก่อน พอไฟติดก็พร้อมถ่ายทันทีโดยไม่ต้องแย่งที่ และเผื่อใจว่าทางเดินบางช่วงอาจเดินช้าเพราะคนเยอะ — สวมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะต้องขึ้นลงหลายชั้น
วิธีที่สะดวกที่สุดคือรถไฟฟ้า ซึ่งพาไปออกฝั่งชั้นบน (ระดับถนน) ได้โดยตรง
ย่านเจี่ยฟ่างเป่ยและริมแม่น้ำเขตหยูจง — เดินถึงหงหยาต้งได้ในไม่กี่นาที บางห้องเปิดม่านมาเจอไฟทองพอดี