ลองนึกภาพเช้าที่เริ่มด้วยการเดินตลาดสดกับเชฟ ดมพริกแกง เลือกผักสดกับสตอ แล้วกลับมาตำพริกแกงในครกหินด้วยมือตัวเอง — จบวันด้วยต้มยำ แกงใต้ ผัดไทย และข้าวเหนียวมะม่วงที่คุณทำเอง เป็นกิจกรรมที่คนมาภูเก็ตมักบอกว่าคุ้มที่สุดวันหนึ่งของทริป โดยเฉพาะวันที่อยากพักจากการลงทะเล
บอกเลยว่าถ้าจะเรียนทำอาหารไทยสักครั้งระหว่างเที่ยวทะเล ภูเก็ตเป็นที่ที่เหมาะมาก เกาะนี้มีคลาสเรียนทำอาหารให้เลือกหลายแบบ ตั้งแต่คลาสในรีสอร์ตริมหาด คลาสในบ้านกลางเมืองเก่า ไปจนถึงคลาสกลุ่มเล็กที่เชฟพาเดินตลาดก่อน ราคาเข้าถึงง่าย วัตถุดิบสดเพราะเป็นเกาะที่มีทั้งทะเลและสวน และเชฟส่วนใหญ่พูดภาษาอังกฤษได้ดีเพราะสอนนักท่องเที่ยวมานาน คุณไม่ต้องมีพื้นฐานทำอาหารมาก่อนเลย
เอาจริงๆ เสน่ห์ของคลาสที่ภูเก็ตไม่ได้อยู่แค่ตอนทำอาหาร แต่อยู่ที่ การได้เข้าใจวัตถุดิบ ตั้งแต่ต้น หลายคลาสพาเดินตลาดสดก่อน ให้คุณเห็นว่าข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น กะปิ สะตอ และอาหารทะเลสดหน้าตาเป็นยังไง เชฟจะอธิบายว่าแต่ละอย่างใส่ไปทำไม พอกลับมาที่ครัวแล้วลงมือตำพริกแกงเอง คุณจะเข้าใจทันทีว่าทำไมแกงไทยถึงมีรสซับซ้อนแบบนั้น — เป็นความรู้ที่เอากลับไปทำที่บ้านได้จริง
และที่พิเศษกว่านั้นคือ ภูเก็ตมี อาหารใต้และอาหารพื้นเมืองแบบบาบ๋า เป็นของตัวเอง บางคลาสจึงไม่ได้สอนแค่เมนูไทยกลางอย่างผัดไทยกับต้มยำ แต่เพิ่มเมนูใต้ที่รสจัดอย่างแกงเหลือง ผัดสะตอกุ้ง หรือเมนูพื้นเมืองภูเก็ตที่ได้อิทธิพลจีนฮกเกี้ยนอย่างหมูฮ้องเข้ามาด้วย ทำให้คุณได้ทำอาหารที่มีกลิ่นอายเฉพาะถิ่น — ถ้าอยากรู้จักของกินภูเก็ตให้ครบ ลองอ่านคู่มือ กินอะไรดีที่ภูเก็ต ของเราควบคู่กันไป
หลายคลาสเริ่มที่ตลาด เพราะการรู้จักวัตถุดิบคือครึ่งหนึ่งของการทำอาหารไทยให้อร่อย
คลาสเต็มวันและคลาสครึ่งวันบางแห่งจะเริ่มด้วยการ เดินตลาดสดกับเชฟ ก่อน — มักเป็นตลาดท้องถิ่นใกล้ครัว ที่นี่เชฟจะพาคุณดูวัตถุดิบหัวใจของอาหารไทยและอาหารใต้ ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น พริกแห้ง กะปิ สะตอ น้ำตาลปี๊บ และผักพื้นบ้านที่คุณอาจไม่เคยเห็นมาก่อน บางตลาดยังมีแผงอาหารทะเลสดให้ดูด้วย ได้จับ ได้ดม ได้ถามว่าอันไหนใช้ทำอะไร เป็นบทเรียนที่สนุกและทำให้ตอนทำอาหารเข้าใจมากขึ้น
ถ้าคลาสที่คุณจองไม่ได้รวมเดินตลาด ก็ไม่ต้องเสียดาย เพราะภูเก็ตมีตลาดให้เดินเองได้เยอะ ตลาดสดในเมืองภูเก็ตมีทั้งของสดและของแห้งครบ ส่วนถ้าอยากได้บรรยากาศกลางคืน ตลาดนัดกลางคืนภูเก็ต อย่างถนนคนเดินหลาดใหญ่ในเมืองเก่าก็เป็นที่ที่ดีในการชิมก่อนหรือหลังคลาส เพื่อเทียบรสจานที่คุณทำเองกับของร้านดัง
ส่วนใหญ่ให้เลือกเมนูเองจากลิสต์ — นี่คือจานยอดนิยมที่เกือบทุกคลาสในภูเก็ตมีให้ทำ ตั้งแต่ไทยกลางถึงเมนูใต้รสจัด

ขั้นตอนที่หลายคนบอกว่าชอบที่สุด คือการตำพริกแกงเองในครกหิน ใส่พริกแห้ง ข่า ตะไคร้ ใบมะกรูด ขมิ้น กระเทียม รากผักชี และกะปิ แล้วตำจนละเอียดเป็นเนื้อเดียว ได้กลิ่นสมุนไพรสดเต็มจมูก พอเอาไปผัดเป็นแกงเขียวหวานหรือแกงเหลืองแบบใต้ คุณจะเข้าใจทันทีว่ารสแกงไทยมาจากไหน

เมนูที่แทบทุกคลาสมี และเป็นจานที่ทำสนุกเพราะได้ฝึกผัดด้วยไฟแรงในกระทะ ตั้งแต่ผัดเส้น ใส่เต้าหู้ กุ้งหรือไก่ ไข่ ถั่วงอก ใบกุยช่าย แล้วปรุงด้วยน้ำมะขามเปียก น้ำตาลปี๊บ และน้ำปลา จบด้วยถั่วลิสงป่นกับมะนาว ได้รสเปรี้ยว หวาน เค็ม กลมกล่อมในจานเดียว เป็นเมนูที่กลับไปทำที่บ้านได้ง่ายที่สุด

จุดเด่นของการเรียนทำอาหารที่ภูเก็ตคือเมนูถิ่น บางคลาสเพิ่มอาหารใต้รสจัดอย่างแกงเหลือง ผัดสะตอกุ้ง หรือเมนูพื้นเมืองภูเก็ตที่ได้อิทธิพลจีนฮกเกี้ยน เช่น หมูฮ้อง (หมูสามชั้นตุ๋นพะโล้แบบบาบ๋า) หรือโลบะ (ของทอดเครื่องในกับน้ำจิ้มหวาน ในภาพ) การได้ทำเมนูพวกนี้เองเป็นเหตุผลหนึ่งที่ควรเลือกเรียนทำอาหารที่ภูเก็ต เพราะเป็นรสที่หาเรียนที่อื่นยากกว่า อยากรู้จักของกินภูเก็ตเพิ่ม อ่าน คู่มือของกินภูเก็ต ของเรา

ของหวานปิดท้ายที่เกือบทุกคลาสมี และเป็นจานที่ทำให้คนรักทันที ได้เรียนวิธีนึ่งข้าวเหนียวให้สวย มูนกับกะทิและน้ำตาลให้หอมมัน แล้วเสิร์ฟกับมะม่วงสุกหวานฉ่ำ ราดกะทิข้างบนอีกนิด เป็นเมนูง่ายที่ได้ผลลัพธ์น่าประทับใจ และเป็นจานที่เด็กๆ ในคลาสครอบครัวชอบทำที่สุด

นอกจากสี่จานหลัก ลิสต์เมนูส่วนใหญ่ยังมีต้มยำกุ้งที่ได้ฝึกสมดุลรสเปรี้ยวเผ็ด ผัดกะเพรา ต้มข่าไก่ สลัดแบบไทยอย่างยำหรือส้มตำ และบางคลาสในภูเก็ตมีเมนูใต้อย่างแกงเหลืองหรือผัดสะตอให้เลือกด้วย ส่วนใหญ่คุณเลือกได้ 4–5 จานตามใจ ทั้งของคาวและของหวาน
ส่วนที่ดีที่สุดของคลาสคือ ทุกอย่างที่คุณทำได้กินจริง หลังจบแต่ละจานจะได้นั่งลงกินด้วยกันที่โต๊ะ บางคลาสเสิร์ฟทีละจานระหว่างทำ บางคลาสรวมเป็นมื้อใหญ่ตอนท้าย กินไม่หมดห่อกลับได้ และเกือบทุกคลาสแถมเล่มสูตรอาหารให้เอากลับบ้าน เผื่อคุณอยากทำซ้ำให้คนที่บ้านชิม
สองรูปแบบหลักที่ต่างกันชัด — เลือกตามว่าคุณอยากให้คลาสเป็นกิจกรรมหลักของวัน หรือแค่ครึ่งวันสนุกๆ ก่อนกลับไปลงทะเล
คลาสครึ่งวัน ใช้เวลาราว 3–4 ชั่วโมง มีทั้งรอบเช้าและรอบบ่าย ได้ทำประมาณ 4–5 จาน เหมาะกับคนที่มีเวลาจำกัด หรืออยากเก็บอีกครึ่งวันไว้ลงทะเล เดินเมืองเก่า หรือพักผ่อนริมหาด ราคามักอยู่ที่ราว ฿900–1,300 ส่วนใหญ่ไม่ได้รวมเดินตลาดเต็มรูปแบบ แต่บางแห่งพาแวะตลาดสั้นๆ ได้ — เป็นตัวเลือกที่คุ้มและไม่กินเวลาทั้งวัน
คลาสเต็มวัน ใช้เวลาราว 5–6 ชั่วโมง มักเริ่มด้วยการเดินตลาดสดกับเชฟ ได้ทำจานมากกว่า (ราว 6–7 จาน) และมีจังหวะค่อยเป็นค่อยไปให้ซึมซับเทคนิค ราคามักอยู่ที่ราว ฿1,200–1,600 เหมาะกับคนที่ตั้งใจมาเรียนทำอาหารเป็นไฮไลต์ของวัน อยากเข้าใจวัตถุดิบลึกขึ้น และไม่รีบไปไหนต่อ ถ้าเลือกได้และมีเวลา คลาสเต็มวันให้ความรู้สึกครบถ้วนกว่า
ภูเก็ตมีคลาสหลายแบบกระจายทั่วเกาะ ใช้ห้าข้อนี้คัดให้เหลือคลาสที่ตรงกับสิ่งที่คุณอยากได้จริงๆ
ก่อนจอง เช็กลิสต์เมนูเสมอ ดูว่าได้เลือกเองกี่จาน และมีจานที่คุณอยากทำจริงๆ ไหม ถ้ามาภูเก็ตทั้งทีและอยากได้รสถิ่น ให้เลือกคลาสที่ระบุชัดว่ามี แกงเหลือง ผัดสะตอ หรือเมนูพื้นเมืองภูเก็ตอย่างหมูฮ้อง เพราะไม่ใช่ทุกคลาสจะสอนเมนูใต้ บางคลาสเน้นไทยกลางล้วน
ถ้าอยากได้ประสบการณ์เต็ม เลือกคลาสที่รวมการเดินตลาดสดกับเชฟ ส่วนใหญ่เป็นคลาสเต็มวัน คุณจะได้รู้จักวัตถุดิบก่อนลงมือทำ ทำให้เข้าใจอาหารมากขึ้น ถ้าคลาสไม่มีเดินตลาด ก็ยังเรียนได้สนุก เพียงแต่ขาดช่วงที่หลายคนประทับใจไป
คลาสกลุ่มเล็ก (ราว 6–10 คน) เชฟดูแลได้ทั่วถึงและได้ถามได้มากกว่า ส่วนคลาสกลุ่มใหญ่มักถูกกว่าแต่ความใกล้ชิดน้อยลง ถ้าอยากได้ความใส่ใจเป็นพิเศษ บางที่มีคลาสส่วนตัวหรือกลุ่มเล็กพิเศษ ราคาสูงขึ้นแต่ปรับเมนูและจังหวะให้คุณได้เต็มที่
ถ้ากินมังสวิรัติ วีแกน หรือมีอาการแพ้ ส่วนใหญ่ปรับให้ได้ เปลี่ยนน้ำปลาเป็นซีอิ๊วและตัดกะปิออก บางคลาสเน้นมังสวิรัติโดยเฉพาะ และภูเก็ตยังเป็นเมืองที่มีประเพณีกินเจใหญ่ อาหารเจหากินง่าย เวลาจองให้ระบุล่วงหน้า เชฟจะเตรียมวัตถุดิบให้พอดี ถ้าแพ้อาหารทะเลก็บอกได้เพราะหลายเมนูใต้ใส่กุ้งหรือกะปิ
ภูเก็ตไม่มีรถไฟฟ้า การเดินทางใช้แท็กซี่ แกร็บ หรือมอเตอร์ไซค์ คลาสที่ดีมักมีรถรับจากที่พักในโซนหลัก (เมืองเก่า ป่าตอง กะตะ-กะรน) ให้ เช็กว่าคลาสรับจากที่พักของคุณไหม ดูรอบเวลาว่าตรงกับแผนวันนั้นหรือเปล่า และอ่านรีวิวล่าสุดสัก 2–3 อัน เพื่อดูว่าเชฟสอนดีและบรรยากาศเป็นอย่างที่คาดไหม การจองออนไลน์ช่วยให้เทียบทุกอย่างนี้ได้ในที่เดียวก่อนตัดสินใจ
การเดินทาง: ภูเก็ตไม่มีรถไฟฟ้าหรือรถไฟในเมือง เดินทางใช้แท็กซี่ แกร็บ (มีแต่จำกัด) มอเตอร์ไซค์เช่า หรือรถสองแถวที่ฮับอยู่ในเมืองภูเก็ต (ช้าหน่อยและไม่ครอบคลุมทุกหาด) คลาสกระจายหลายโซน ทั้งเมืองเก่า ป่าตอง ฉลอง และราไวย์ ข้อดีคือคลาสส่วนใหญ่มีรถรับ-ส่งจากที่พักในโซนหลักให้ ตอนจองเช็กว่าคลาสรับจากที่พักของคุณไหม และยืนยันจุดนัดพบกับเวลารับให้ชัด ถ้าเรียกแท็กซี่หรือตุ๊กตุ๊กเองให้ตกลงราคาก่อนขึ้นเสมอ เพราะภูเก็ตค่ารถค่อนข้างแพง
แต่งตัวและเตรียมตัว: ใส่เสื้อผ้าสบายๆ ที่เปื้อนได้ รองเท้าปิดส้น (อยู่ในครัวและบางทีเดินตลาด) คลาสมีผ้ากันเปื้อนให้ มาคลาสตอนท้องไม่อิ่มมากจะดี เพราะได้ชิมเยอะระหว่างทำและมีมื้อใหญ่ตอนจบ ถ้ามาคนเดียวไม่ต้องกังวล คลาสเป็นกลุ่มเล็กและบรรยากาศเป็นกันเอง ทำเพื่อนใหม่ได้ง่าย
เวลาที่ดีที่สุด: ช่วงไฮซีซั่น (พฤศจิกายน–เมษายน) อากาศแจ่มใส ทะเลสวย เหมาะทั้งเรียนทำอาหารและเที่ยว แต่คลาสดีๆ เต็มเร็ว ควรจองล่วงหน้า 1–3 วัน ส่วนหน้าฝน (พฤษภาคม–ตุลาคม) ฝนตกเป็นช่วงๆ คลาสทำอาหารกลายเป็นกิจกรรมในร่มที่ดีมากในวันที่ลงทะเลไม่ได้ ถ้ามีเดินตลาดกลางแจ้งให้เลือกรอบเช้าที่ฝนมักยังไม่มา
เมนูพื้นเมืองภูเก็ตแบบที่บางคลาสสอนทำ — โลบะ ของทอดเครื่องในกับน้ำจิ้มหวาน หนึ่งในรสชาติฮกเกี้ยน-จีนที่เป็นเอกลักษณ์ของเกาะ
พักในเมืองเก่าภูเก็ตได้กลิ่นอายชิโน-โปรตุกีสและเดินตลาดง่าย ส่วนพักแถวหาดอย่างป่าตอง กะตะ-กะรน สะดวกถ้าอยากลงทะเล — คลาสส่วนใหญ่มีรถรับจากทั้งสองโซน