หน้าผาดินกัดเซาะเป็นร่องลึกและสันเขาแคบที่ทอดยาวออกไปเหนือป่า ห่างตัวเมืองปายแค่ 8 กิโลเมตร — พอตะวันคล้อยลง คนทั้งเมืองพากันขับสกูตเตอร์มานั่งรอแสงสุดท้ายตรงนี้
ลองนึกภาพนี้: ขับสกูตเตอร์ออกจากตัวเมืองปายไปทางใต้สักสิบกว่านาที จอดรถ เดินขึ้นบันไดสั้นๆ จากลานจอด แล้วทันใดนั้นพื้นที่ราบก็เปิดออกเป็นร่องดินแดงลึกที่สายฝนกับสายลมค่อยๆ กัดเซาะมาเป็นสันเขาแหลมคมหลายร้อยเมตร มีต้นสนขึ้นประปรายตามขอบ และไกลออกไปเป็นทิวเขาเป็นชั้นๆ ปายแคนยอน หรือที่คนไทยเรียกว่า กองแลน ไม่ใช่หุบเขายักษ์อลังการแบบแกรนด์แคนยอน แต่เป็นภูมิประเทศแปลกตาขนาดกำลังดีที่เดินสำรวจได้จริง
ปายแคนยอน (กองแลน) อยู่ห่างจากตัวเมืองปายไปทางใต้ราว 8 กิโลเมตร ริมทางหลวงสาย 1095 เส้นเดียวกับที่รถตู้วิ่งเข้า-ออกเชียงใหม่ จุดเด่นจริงๆ ไม่ใช่ขนาด แต่เป็นสันดินแคบๆ ที่คุณเดินออกไปได้ — บางช่วงกว้างพอให้เดินสบาย บางช่วงแคบจนเหลือทางเดินแค่ฝ่าเท้า มีหน้าผาตกลงไปทั้งสองข้าง เดินไปได้ไกลแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับว่าคุณกล้าแค่ไหน นี่คือเสน่ห์ที่ทำให้คนกลับมาเดินซ้ำ และก็เป็นเหตุผลที่ต้องระวัง (เดี๋ยวเล่าให้ฟัง)
แต่สิ่งที่ทำให้กองแลนดังที่สุดคือพระอาทิตย์ตก เพราะแคนยอนหันหน้าออกไปทางทิศที่เห็นตะวันลับเหลี่ยมเขาพอดี ช่วงเย็นราว 17:00–18:00 น. คนจึงทยอยมานั่งเต็มตามสันเขาและขอบผา รอให้ฟ้าค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีส้มแดง บอกเลยว่าถ้ามาปายแล้วไม่ได้ดูตะวันตกที่นี่สักครั้ง ถือว่ายังมาไม่ถึง
ที่นี่เดินได้อิสระไม่มีเส้นทางตายตัว — แต่ยิ่งอิสระก็ยิ่งต้องรู้ขีดจำกัดของตัวเอง
จากลานจอดเดินขึ้นบันไดไม่กี่สิบขั้นก็ถึงจุดชมวิวกว้างจุดแรก ตรงนี้ปลอดภัยที่สุดและเห็นวิวร่องดินกับทิวเขาได้เต็มตา ถ้ามากับเด็กเล็ก ผู้สูงอายุ หรือคนกลัวความสูง แนะนำให้ดูพระอาทิตย์ตกอยู่แถวนี้ก็เพียงพอแล้ว ไม่จำเป็นต้องเดินออกไปบนสันแคบ
จากจุดชมวิวมีสันดินทอดยาวออกไปหลายทิศ บางช่วงกว้างพอเดินสบาย บางช่วงแคบลงจนเหลือทางเดินกว้างแค่ฝ่าเท้าเดียว มีหน้าผาชันลงไปทั้งสองข้าง คุณเดินออกไปได้ไกลเท่าที่มั่นใจ แล้วค่อยเดินกลับ ไม่มีใครบังคับให้ไปสุด เคล็ดลับคือเดินทีละก้าว มองพื้นก่อนวางเท้า และอย่าหันหลังถ่ายรูปบนช่วงที่แคบ
มุมที่คนถ่ายกันมากคือยืนบนสันเขาแล้วหันหน้าไปทางตะวันตก ให้เส้นสันดินทอดเข้าหาดวงอาทิตย์ที่กำลังลับเหลี่ยมเขา ได้ทั้งภาพเงาคนและฟ้าไล่สี ช่วงนาทีทองคือ 10–15 นาทีก่อนตะวันตกจนถึงหลังตกใหม่ๆ หาที่ยืนไว้ก่อนแล้วรอ เพราะพอแสงมาคนจะแย่งมุมกันเยอะ
หลายคนเพลินกับพระอาทิตย์ตกจนลืมว่าต้องเดินสันเขาแคบๆ กลับลานจอด "ตอนฟ้ามืดแล้ว" ซึ่งอันตรายกว่าขามาเยอะ จึงต้องพกไฟฉายหรือเปิดไฟมือถือไว้ และถ้าเดินออกไปไกล ควรเริ่มเดินกลับตั้งแต่แสงยังพอมองทางได้ อย่ารอจนมืดสนิทแล้วค่อยเดินบนสันแคบ
ขอบอกตรงๆ ก่อนเลยว่าปายแคนยอนอันตรายกว่าที่หลายคนคิด สันเขาเป็นดินร่วนที่พังและทรุดได้ตามแรงเหยียบและฝน ทางเดินบางช่วงแคบมากและมีหน้าผาชันตกลงไปทั้งสองข้าง ไม่มีราวกั้น ไม่มีตาข่าย มีอุบัติเหตุนักท่องเที่ยวลื่นพลัดตกเป็นระยะ พลาดก้าวเดียวอาจบาดเจ็บหนักหรือถึงชีวิตได้
เพราะอย่างนั้น ที่นี่ไม่เหมาะกับเด็กเล็กและคนกลัวความสูง และจะอันตรายเป็นพิเศษเวลาฝนตกหรือดินเปียกลื่น (หน้าฝน มิ.ย.–ต.ค. ต้องระวังเป็นพิเศษ) วิธีเที่ยวให้ปลอดภัยคือใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี เดินช้าๆ ทีละก้าว ไม่วิ่ง ไม่หยอกล้อกันบนสันแคบ และที่สำคัญ — รู้ว่าตรงไหนควรหยุด ไม่ต้องไปให้สุดเพื่อพิสูจน์อะไร วิวจากจุดที่ปลอดภัยก็สวยพอแล้ว
ช่วงที่ดีที่สุดคือหน้าหนาว พ.ย.–ก.พ. ฟ้าใส อากาศเย็นสบายตอนกลางวัน เห็นวิวทิวเขาชัด แต่ขอเตือนเรื่องที่หลายคนลืม — กลางคืนปายหนาวจริง ราว 5–15°C บางคืนเดือน ธ.ค.–ม.ค. ลงเลขตัวเดียวก็มี ถ้าจะอยู่ดูตะวันตกจนค่ำควรพกเสื้อกันหนาวมาด้วย (ช่วง ธ.ค.–ม.ค. เป็นไฮซีซั่น คนเยอะและที่พักแพงกว่าปกติ)
ส่วนช่วงที่ควรเลี่ยงคือ มี.ค.–เม.ย. ที่ทั้งร้อนจัด (เกิน 35°C) และเป็นหน้าเผาไร่ หมอกควันไฟป่า PM2.5 ลอยปกคลุมทั้งหุบเขา ทำให้วิวทิวเขาหายไปในม่านควันและอากาศไม่ดีต่อสุขภาพ ถ้าเลี่ยงไม่ได้จริงๆ เช็กแอปวัดค่าฝุ่นก่อนออกไป และทำใจว่าวิวอาจไม่เคลียร์ ส่วนหน้าฝน มิ.ย.–ต.ค. ป่าเขียวสด คนน้อย ที่พักถูกลง แต่ฝนบ่ายทำให้สันดินลื่น ต้องระวังการเดินเป็นพิเศษ
ข่าวดีคือปายแคนยอนอยู่ใกล้สะพานประวัติศาสตร์ปายมาก ขับเลยแคนยอนลงไปทางใต้อีกแค่ไม่กี่นาทีก็ถึง หลายคนจึงวางแผนแวะสะพานประวัติศาสตร์ช่วงบ่ายแก่ๆ ถ่ายรูปสักพัก แล้วค่อยขับย้อนขึ้นมานั่งรอพระอาทิตย์ตกที่กองแลน เป็นเส้นทางครึ่งวันบ่ายทางใต้ของเมืองที่เข้ากันพอดี
ปายแคนยอนอยู่ทางใต้ของตัวเมืองราว 8 กิโลเมตร ริมทางหลวงสาย 1095 (ทางไปเชียงใหม่) ขับตรงออกจากเมืองไปทางใต้ก็เจอป้ายเลย ขอย้ำว่าปายไม่มีรถไฟ ไม่มีรถไฟฟ้า/BTS/MRT และเรียก Grab แทบไม่ได้ — วิธีที่คนส่วนใหญ่ใช้คือเช่ามอเตอร์ไซค์ไปกันเอง
ใส่รองเท้าที่เกาะพื้นดี (รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า ไม่ใช่แตะหูหนีบลื่นๆ) เพราะต้องเดินบนดินร่วนและหินที่อาจลื่น พกน้ำดื่มขึ้นไปด้วยเพราะไม่มีร้านขายของบนสันเขา และเตรียมไฟฉายหรือไฟจากมือถือไว้เดินกลับตอนฟ้ามืด หน้าหนาวพกเสื้อกันหนาวเพราะพอตะวันตกอากาศจะเย็นลงเร็ว
กองแลนเป็นภูมิประเทศดินที่เปราะบางและกัดเซาะง่าย การเดินซ้ำๆ บนสันดินเร่งให้มันทรุดเร็วขึ้น พยายามเดินตามแนวที่คนเดินกันอยู่แล้ว ไม่ปีนป่ายช่วงที่ไม่มั่นคง ไม่ทิ้งขยะ และถ้าคนเยอะช่วงพระอาทิตย์ตก ก็แบ่งมุมถ่ายรูปกัน อย่ายืนขวางทางเดินแคบนานเกินไปเพราะคนอื่นต้องเดินผ่าน
ที่นี่ไม่มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลความปลอดภัยตลอดเวลา ทุกอย่างขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของตัวเอง — เที่ยวแบบรู้ขีดจำกัด เคารพธรรมชาติ และดูแลตัวเองคือหัวใจของการมากองแลนให้กลับมาพร้อมรูปสวยและตัวครบ
กองแลนเป็นแค่จุดเริ่ม — ปายยังมีน้ำตก วัดบนเขา หมู่บ้าน และจุดชมวิวทะเลหมอกอีกเพียบ