ถ้าจางเจียเจี้ยคือดินแดนเสาหินในหนัง Avatar อู่หลิงหยวนคือเมืองเล็กที่คุณลงไปนอนชิดประตูอุทยาน — เดินไม่กี่นาทีก็ถึงทางเข้าป่า เข้าก่อนตื่นเช้าเจอหมอกบนยอดเขา ขึ้นลิฟต์แก้วไป๋หลง เดินลำธารแส้ทอง แล้วค่ำกลับมาเดินถนนซีปู้ริมแม่น้ำซั่วซี
บอกตรงๆ ว่าหลายคนวางแผนเที่ยวจางเจียเจี้ยแล้วงงว่าตกลงต้องนอนตรงไหน คำตอบง่ายมาก: จางเจียเจี้ยมีสองโซนหลัก — ตัวเมืองจางเจียเจี้ย ที่มีสนามบิน สถานีรถไฟ และกระเช้าเทียนเหมินซาน กับ อู่หลิงหยวน (武陵源) เมืองเล็กที่อยู่ติดประตูอุทยานแห่งชาติป่าจางเจียเจี้ย ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันออกเฉียงเหนือราว 33 กิโลเมตร หรือประมาณ 1 ชั่วโมงโดยรถ และถ้าคุณมาเที่ยว เสาหินในหนัง Avatar นี่คือโซนที่คุณต้องนอน เพราะมันอยู่ในเขตป่าที่เข้าทางประตูอู่หลิงหยวนนี่เอง
หัวใจของอู่หลิงหยวนมีอยู่ไม่กี่อย่างที่ต้องรู้ — เมืองนี้เป็น ประตูทางเข้าอุทยาน ที่เดินหรือนั่งรถสั้นๆ ก็ถึง พอเข้าไปในป่าแล้วต่อได้ทั้ง หยวนเจียเจี้ย (袁家界) ที่มีเสาหินฮาเลลูยาห์, เขาเทียนจื่อ (天子山) วิวทะเลเสาหิน, ลำธารแส้ทอง (金鞭溪) เส้นเดินเลียบลำธารราบๆ, ลิฟต์แก้วไป๋หลง (百龙天梯) ที่พาขึ้นหน้าผาในไม่กี่นาที และโซนหยางเจียเจี้ย ส่วนตัวเมืองอู่หลิงหยวนเองมี ถนนซีปู้ (溪布街) ถนนบาร์-ของกินริมแม่น้ำซั่วซี ซูเปอร์มาร์เก็ตเล็กๆ และร้านอาหาร บรรยากาศเป็นเมืองภูเขาเงียบกว่าตัวเมืองจางเจียเจี้ย
เคยเจอไหม — ที่ที่เดินออกจากโรงแรมไม่กี่นาทีก็เข้าป่าได้ ขึ้นไปเจอหมอกลอยบนเสาหินตอนเช้าก่อนรถทัวร์วันเดียวมาถึง เดินทั้งวันแล้วค่ำกลับมานั่งกินปลาแม่น้ำริมถนนซีปู้ อู่หลิงหยวนทำได้หมด นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำให้กันเวลาให้อู่หลิงหยวนอย่างน้อย 2 คืน แล้วค่อยย้ายเข้าเมืองหรือแวะเทียนเหมินตอนขากลับ ไม่ใช่นั่งรถไปกลับวันเดียวจากในเมือง
อู่หลิงหยวนให้ความรู้สึกเหมือนเมืองภูเขาเล็กๆ — เดินไม่กี่นาทีก็ถึงประตูอุทยาน มีถนนซีปู้ริมแม่น้ำไว้กินดื่มยามค่ำ และเงียบกว่าตัวเมืองจางเจียเจี้ยพอสมควร
เสน่ห์ของอู่หลิงหยวนอยู่ที่ มันเป็นฐานนอนที่ใกล้ป่าที่สุด ตื่นเช้าเดินออกจากโรงแรมก็เข้าประตูอุทยานได้เลย ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถจากในเมืองชั่วโมงนึงทุกวัน พอกลับจากป่าตอนเย็นก็มีถนนซีปู้ให้เดินกินปลาแม่น้ำ จิบเบียร์ ฟังเพลงริมแม่น้ำซั่วซี — ใครชอบจังหวะแบบไหนก็ปรับได้ ที่นี่ไม่มีรถไฟใต้ดินและไม่จำเป็นต้องใช้ เพราะในป่ามีรถชัตเทิลวิ่งให้ ส่วนในเมืองทุกอย่างอยู่ใกล้กันพอที่จะเดินหรือเรียก DiDi
นี่คือกลุ่มที่อู่หลิงหยวนเกิดมาเพื่อ — ถ้าจุดหมายหลักของคุณคือเสาหินฮาเลลูยาห์ที่หยวนเจียเจี้ยและทะเลเสาหินที่เขาเทียนจื่อ การนอนชิดประตูอุทยานแปลว่าคุณเข้าป่าได้เช้าสุดและมีเวลาทั้งวันในป่า ไม่ต้องเสียเวลานั่งรถไปกลับจากในเมือง
หมอกที่ทำให้จางเจียเจี้ยดูเหมือนภาพวาดมักมาตอนเช้าและหลังฝน ถ้าคุณนอนในป่าหรือชิดประตูอุทยาน คุณขึ้นไปจุดชมวิวได้ก่อนรถทัวร์วันเดียวจะมาถึงตอนสาย ได้มุมเสาหินโผล่พ้นทะเลหมอกแบบที่คนมาเช้าเท่านั้นจะได้เห็น
ถ้าคุณชอบเดินถนนกลางคืน นั่งร้านริมแม่น้ำ ถนนซีปู้ (溪布街) คือที่ของคุณ กลางคืนทั้งถนนเปิดไฟ มีร้านอาหาร บาร์ และของฝากเรียงยาวเลียบแม่น้ำซั่วซี เป็นย่านที่นักท่องเที่ยวมารวมตัวกันหลังกลับจากป่า เลือกนอนใกล้ถนนซีปู้จะเดินถึงได้สบาย
อู่หลิงหยวนมีโรงแรมระดับบนใกล้ประตูอุทยานให้เลือก ทั้ง Pullman Zhangjiajie และ Hilton Garden Inn Wulingyuan ที่นอนสบายแล้วยังเดินหรือนั่งรถสั้นๆ เข้าป่าได้ ใครอยากได้ทริปเที่ยวภูเขาแบบไม่ลำบากแต่ก็ยังชิดธรรมชาติ โซนนี้คือคำตอบ
ถ้ามีเวลาให้ป่าจางเจียเจี้ยได้อย่างเดียว ขอให้เป็น หยวนเจียเจี้ย ที่ราบสูงบนยอดที่มีเสาหินทรายผุดขึ้นเป็นแท่งสูงนับร้อยเมตร จุดที่ดังที่สุดคือ เสาหินฮาเลลูยาห์ ที่เป็นแรงบันดาลใจให้ภูเขาลอยในหนัง Avatar ขึ้นไปได้ด้วยลิฟต์แก้วไป๋หลงหรือกระเช้า แล้วเดินตามทางเดินบนยอดชมวิวเสาหินจากหลายมุม ที่นี่คือภาพจำของจางเจียเจี้ยที่คนทั้งโลกรู้จัก อ่านเพิ่ม: คู่มืออุทยานป่าจางเจียเจี้ยฉบับเต็ม
ลิฟต์แก้วกลางแจ้งที่ติดอยู่กับหน้าผาหินทรายสูงราว 300 เมตร พาคุณจากพื้นหุบเขาขึ้นไปยังที่ราบสูงหยวนเจียเจี้ยในเวลาไม่กี่นาที วิวระหว่างขึ้นเห็นเสาหินเรียงรายผ่านกระจกใส เป็นตัวช่วยที่ทำให้คนที่ไม่อยากเดินขึ้นเขายาวๆ ขึ้นไปชมวิวด้านบนได้สบาย ตั๋วอุทยานรวมลิฟต์ไป๋หลงขาเดียวให้แล้ว ส่วนขาที่สองต้องจ่ายเพิ่ม ช่วงไฮซีซั่นคนเยอะ ลิฟต์อาจต้องรอคิว อ่านเพิ่ม: คู่มือลิฟต์แก้วไป๋หลง
โซนทางเหนือของอุทยานที่ขึ้นชื่อเรื่องวิวกว้าง จุดชมวิวบนเขาเทียนจื่อมองออกไปเห็น เสาหินนับพันแท่ง เรียงกันเป็นทะเลหิน ยิ่งวันที่มีหมอกยิ่งสวยเหมือนภาพหมึกจีน ขึ้นไปได้ด้วยกระเช้าเทียนจื่อ (ตั๋วอุทยานรวมขาเดียว) มีจุดชมวิวดังอย่าง He Long Park และ จุดชมวิวเทียนจื่อเก๋อ เดินเชื่อมกันได้ เป็นอีกครึ่งวันถึงเต็มวันที่คุ้มมาก อ่านเพิ่ม: คู่มือเขาเทียนจื่อ
ถ้าวันก่อนหน้าเดินขึ้นเขามาเยอะ ลำธารแส้ทอง คือเส้นพักขาที่ดี เป็นทางเดินราบเลียบลำธารใสยาวราว 7 กิโลเมตร ขนาบด้วยเสาหินและป่าเขียว เดินสบายๆ ผ่านจุดดังอย่างหินแส้ทองและ ลิงป่า ที่ออกมาหากินริมทาง เป็นเส้นที่เหมาะกับครอบครัวและคนที่ไม่อยากปีนป่ายมาก จะเดินทั้งเส้นหรือครึ่งเส้นก็ได้ตามแรง อ่านเพิ่ม: คู่มือลำธารแส้ทอง
นอกเขตอุทยานป่า ยังมี สะพานแก้วแกรนด์แคนยอนจางเจียเจี้ย ที่อยู่อีกพื้นที่หนึ่ง ห่างจากอู่หลิงหยวนราว 15–30 กิโลเมตร เป็นสะพานกระจกพาดข้ามหุบเขาลึก เดินบนพื้นกระจกใสมองทะลุลงไปก้นหุบ เป็นทริปวันเดียวยอดนิยมที่หลายคนเพิ่มต่อจากการเที่ยวในป่า ต้องจองตั๋วและคิวเดินสะพานล่วงหน้า เพราะจำกัดจำนวนคนต่อรอบ ดูภาพรวมที่เที่ยวทั้งย่านที่ ที่เที่ยวจางเจียเจี้ย
อู่หลิงหยวนกินสนุกแบบเมืองภูเขา — มีจานถิ่นรสจัดอย่างหม้อสามชั้นและอาหารถู่เจีย มีถนนซีปู้ริมแม่น้ำซั่วซีที่เป็นย่านกินดื่มหลัก และร้านปลาแม่น้ำท้องถิ่น
ถ้าจะกินอะไรสักจานที่จางเจียเจี้ย ขอให้เป็น หม้อสามชั้น (三下锅) จานถิ่นที่เอาเครื่องสามอย่างมาผัดรวมในหม้อเดียว รสจัดแบบหูหนาน เผ็ดร้อนกินกับข้าวสวยได้เป็นมื้อใหญ่ หากินได้ทั่วอู่หลิงหยวนโดยเฉพาะแถวถนนซีปู้ ราคาต่อหม้อ (กินได้ 2–3 คน) ราว ¥60–120 (~฿300–600) ตามขนาดและร้าน อ่านเพิ่ม: คู่มืออาหารจางเจียเจี้ย
ถนนซีปู้ตอนค่ำคือที่กินดื่มหลักของอู่หลิงหยวน เลียบแม่น้ำซั่วซี มีทั้งร้านอาหารถิ่น ร้านปลาแม่น้ำ คาเฟ่ และบาร์ที่มีดนตรีสด นั่งกินมื้อค่ำหลังกลับจากป่าหรือดื่มเบียร์ฟังเพลงเย็นๆ ได้ตามใจ บรรยากาศเป็นย่านนักท่องเที่ยวที่คึกคักหลังพระอาทิตย์ตก มื้อค่ำต่อคนราว ¥50–120 (~฿250–600) แล้วแต่ร้าน เหมาะกับคืนที่อยากผ่อนคลายหลังเดินมาทั้งวัน
จางเจียเจี้ยเป็นถิ่นของชาว ถู่เจีย (土家) อาหารถิ่นจึงมีจานบ้านๆ อย่างเนื้อรมควัน ผักภูเขา และปลาจากแม่น้ำ รสออกเผ็ดเปรี้ยวตามแบบหูหนาน ลองหาร้านถิ่นในอู่หลิงหยวนกินมื้อกลางวันก่อนเข้าป่า หรือมื้อค่ำหลังกลับมา ราคาย่อมเยากว่าในเขตท่องเที่ยว ราว ¥40–100 (~฿200–500) ต่อคน อยากได้ไอเดียจานถิ่นเพิ่ม ลองดู คู่มืออาหารจางเจียเจี้ย เพื่อวางแผนมื้อ
อู่หลิงหยวนมีที่พักสองโซนหลัก — ใกล้ประตูอุทยานสำหรับคนอยากเข้าป่าเช้าสุด กับใกล้ถนนซีปู้สำหรับคนอยากเดินกินดื่มยามค่ำได้สะดวก
เรื่องเลือกที่พักอู่หลิงหยวนตัดสินจากสไตล์ทริปได้เลย — ถ้าคุณอยาก เดินเข้าประตูอุทยานได้เช้าสุดและกลับมาพักกลางวันได้ ให้นอนโซนใกล้ประตูอุทยาน บางโรงแรมอยู่ห่างประตูแค่หลักร้อยเมตร ออกจากห้องเดินเข้าป่าได้ใน 5–10 นาที แต่ถ้าคุณอยาก เดินกินดื่มตอนค่ำ ฟังเพลงริมแม่น้ำ ให้เลือกโซนใกล้ถนนซีปู้ ซึ่งเดินถึงร้านอาหารและบาร์ได้ทันที ข้อแลกคือต้องนั่งรถสั้นๆ ไปประตูอุทยานตอนเช้า ยังตัดสินใจไม่ได้ระหว่างนอนอู่หลิงหยวนกับนอนในเมือง ลองอ่าน คู่มือเลือกย่านที่พักจางเจียเจี้ยสำหรับมือใหม่ ก่อน
ตัวเลือกที่นอนสบายในอู่หลิงหยวนมีตั้งแต่โรงแรม 5 ดาวอย่าง Pullman Zhangjiajie และ Hilton Garden Inn Wulingyuan ที่นอนสบายและใกล้ประตูอุทยาน ไปจนถึงรีสอร์ตและโรงแรมราคาเบาๆ อย่าง Wulingyuan Hotel และ Hampton by Hilton ใกล้ป่า ส่วนใครงบสบายกว่านั้น ในเมืองอู่หลิงหยวนก็มีเกสต์เฮาส์และโรงแรมหลายระดับให้เปรียบเทียบ ทริปคนนิยมที่สุดคือ นอนสองที่ — นอนอู่หลิงหยวนก่อนเที่ยวในป่า แล้วค่อยย้ายเข้าเมืองหรือแวะเทียนเหมินตอนขากลับ
อู่หลิงหยวนไม่มีรถไฟใต้ดิน — จากสนามบินหรือสถานีรถไฟต้องต่อรถเข้าอู่หลิงหยวนราว 1 ชั่วโมง แล้วในป่าขยับด้วยรถชัตเทิลสีเขียวฟรีและการเดินเป็นหลัก
เช้า — เดินหรือนั่งรถสั้นๆ จากที่พักเข้าประตูอุทยาน ขึ้นลิฟต์แก้วไป๋หลงไปที่ราบสูงหยวนเจียเจี้ย เก็บวิวเสาหินฮาเลลูยาห์ก่อนรถทัวร์มาถึง
เที่ยง — กินมื้อกลางวันแถวจุดชมวิวบนยอด หรือลงมากินในเมืองอู่หลิงหยวน
บ่าย — เดินทางเดินบนยอดหยวนเจียเจี้ยต่อ เก็บมุมเสาหินจากหลายจุด ใช้รถชัตเทิลในป่าขยับระหว่างจุด
ค่ำ — กลับเข้าเมืองอู่หลิงหยวน กินหม้อสามชั้น เดินถนนซีปู้ริมแม่น้ำซั่วซี
เช้า — ขึ้นกระเช้าเทียนจื่อชมทะเลเสาหินวิวกว้าง แวะจุดชมวิวดังอย่าง He Long Park · บ่าย — ลงมาเดินลำธารแส้ทองเส้นราบเลียบลำธาร พักขาหลังเดินเขามาทั้งเช้า · ค่ำ — ปิดท้ายด้วยมื้อค่ำริมแม่น้ำที่ถนนซีปู้
มีเวลามากกว่านั้น เพิ่มสะพานแก้วแกรนด์แคนยอนเป็นทริปวันเดียว แล้วค่อยย้ายเข้าเมืองจางเจียเจี้ยเพื่อขึ้นกระเช้าเทียนเหมินซานก่อนกลับ ดูภาพรวมที่เที่ยวทั้งหมดที่ ที่เที่ยวจางเจียเจี้ย · ถ้าอยากรู้รายละเอียดในป่าลึกขึ้น ดู คู่มืออุทยานป่าจางเจียเจี้ย