ทางเดินราบเรียบใต้ร่มไม้เลียบลำธารน้ำใส มองขึ้นไปคือเสาหินทรายสูงเสียดฟ้านับพันต้น ลิงป่ากระโดดข้ามกิ่ง น้ำเย็นไหลเอื่อยข้างเท้า — นี่คือด้านที่นุ่มนวลของจางเจียเจี้ย เส้นเดินที่ใครได้ลองก็อยากเดินจนสุด
ลองนึกภาพ: คุณเพิ่งเดินเข้าประตูอุทยานป่าไม้แห่งชาติจางเจียเจี้ย แล้วเสียงเมืองก็หายไปทันที แทนที่ด้วยเสียงน้ำไหลและเสียงนก ทางเดินทอดยาวไปข้างหน้าเป็นพื้นหินปูราบเรียบ ด้านขวาคือลำธารน้ำใสจนเห็นก้อนกรวด ด้านบนคือเสาหินทรายสูงร้อยกว่าเมตรตั้งตระหง่านบังแดดให้ทั้งเส้น — แล้วจู่ๆ ก็มีลิงตัวหนึ่งกระโดดลงมานั่งบนหินริมทางมองคุณอย่างขี้สงสัย นี่คือบรรยากาศของลำธารจินเปียนตั้งแต่ก้าวแรก
นั่นคือ ลำธารจินเปียน (金鞭溪 Golden Whip Stream) — เส้นทางเดินเลียบลำธารยาว ราว 5.7 กิโลเมตร เดินทางเดียวประมาณ 2–3 ชั่วโมง ที่ลัดเลาะอยู่ก้นหุบเขาในเขตอู่หลิงหยวน (มรดกโลก) ความพิเศษคือมันคือ ด้านพื้นล่างของจางเจียเจี้ย — ถ้าจุดชมวิวชื่อดังอย่างหยวนเจียเจี้ยคือการยืนอยู่บนยอดผาแล้วมองลงไปเห็นเสาหินอวตาร ลำธารจินเปียนคือการเดินอยู่ ใต้ เสาหินพวกนั้น แหงนหน้ามองมันพุ่งขึ้นฟ้า เป็นมุมที่ต่างกันคนละแบบแต่สวยพอกัน
สิ่งที่ทำให้คนรักเส้นนี้คือ มันเดินง่ายที่สุดในจางเจียเจี้ย — ทางเกือบทั้งหมดเป็นพื้นราบ หินปูและทางไม้ ไม่มีบันไดชันให้ไต่เหมือนเส้นอื่น ครอบครัวที่พาเด็ก ผู้สูงอายุ หรือคนที่ไม่อยากปีนป่าย เดินเส้นนี้ได้สบาย และเพราะอยู่ในร่มไม้ตลอด แม้แดดแรงก็ยังเย็น เลยกลายเป็นกิจกรรมยอดฮิตช่วงเช้า ก่อนจะไปต่อขึ้นลิฟต์ไป๋หลงชมวิวด้านบนตอนบ่าย
ไล่ตั้งแต่ประตูอุทยานป่าไม้แห่งชาติไปจนสุดทางใกล้ลิฟต์ไป๋หลง — แต่ละช่วงมีอะไรให้หยุดมอง
เสาหินทรายเดี่ยวรูปทรงคล้ายแส้ทองสูงราว 380 เมตร พุ่งตรงขึ้นฟ้าอยู่ช่วงต้นเส้นทาง เป็นที่มาของชื่อ "ลำธารจินเปียน" (จินเปียน = แส้ทอง) แสงเช้าจับยอดเสาเป็นสีทองสวยมาก ข้างๆ มักมียอดเขาเล็กที่เรียกกันว่า "เหยี่ยวเฝ้าแส้" เป็นจุดถ่ายรูปแรกที่ทุกคนหยุด
ลำธารน้ำใสไหลเลียบทางเดินเกือบตลอดเส้น บางช่วงมีสะพานหินเล็กให้ข้ามไปมา น้ำเย็นจนอยากเอามือลงแช่ มีปลาตัวเล็กว่ายให้เห็น เสียงน้ำกับเสียงนกกลบเสียงคนได้ดี เป็นช่วงที่เดินเพลินที่สุด หลายคนนั่งพักริมหินกินขนมตรงนี้ (แต่ระวังลิง)
ลิงแสมป่าอาศัยอยู่หลายฝูง โดยเฉพาะช่วงใกล้ทางเข้าและจุดพัก พวกมันชินคนและกล้ามาก เห็นถุงขนมเมื่อไหร่อาจกระโดดมาฉวย เป็นทั้งความน่ารักและความวุ่นวายของเส้นนี้ ดูได้แต่อย่าให้อาหาร เก็บกระเป๋ากับกล้องให้แน่น แล้วจะได้ภาพลิงนั่งบนหินสวยๆ แบบปลอดภัย
เสาหินและหุบเขาแถบนี้เคยเป็นแรงบันดาลใจและจุดถ่ายทำของหนังหลายเรื่อง ระหว่างทางมีป้ายบอกจุดที่ใช้ถ่ายทำให้แวะถ่ายรูป เป็นช่วงที่หลายคนชอบเล่นมุข "เดินอยู่ในหนัง" เสาหินที่เห็นจากด้านล่างเส้นนี้คือต้นแบบของภูเขาลอยฟ้าที่โด่งดังไปทั่วโลก
ช่วงท้ายเส้นทางใกล้แอ่งน้ำจื่อเฉ่าถาน (紫草潭) จะถึงทางแยกที่ต่อไปลิฟต์ไป๋หลงเทียนทีหรือสถานีรถบัสขึ้นหยวนเจียเจี้ย (袁家界) จุดชมเสาหินอวตารบนหน้าผา หลายคนเดินมาถึงตรงนี้แล้วขึ้นลิฟต์ต่อเลย ไม่ต้องเดินกลับ อยากอ่านเรื่องลิฟต์เต็มๆ ดูที่ คู่มือลิฟต์ไป๋หลงเทียนที
วิธียอดนิยมคือเข้าทาง ประตูอุทยานป่าไม้แห่งชาติ (森林公园门) แล้วเดินเลียบลำธารไปเรื่อยๆ ทางทิศเหนือ ผ่านเขาจินเปียน ลำธาร ลิง และจุดถ่ายหนัง จนสุดที่ทางแยกใกล้ ลิฟต์ไป๋หลงเทียนที (百龙天梯) ระยะทางราว 5.7 กิโลเมตร เพราะเป็นทางราบ คนทั่วไปเดินสบายๆ 2–3 ชั่วโมง ถึงปลายทางก็ขึ้นลิฟต์หรือรถบัสไปชมวิว หยวนเจียเจี้ย ต่อได้พอดี เป็นการ "วอร์มขา" ที่เบาๆ ก่อนขึ้นไปเดินบนหน้าผา
ถ้าเหนื่อยกลางทางหรือเวลาไม่พอ ก็ไม่ต้องเดินจนสุด — เดินไปสักครึ่งทางถึงช่วงที่สวยที่สุด (เขาจินเปียน + ลำธาร) แล้วเดินกลับออกประตูเดิมก็คุ้มแล้ว ไม่มีกฎว่าต้องเดินครบ
ปลายลำธารจินเปียนเชื่อมกับ ลิฟต์ไป๋หลงเทียนที ลิฟต์แก้วกลางแจ้งที่ติดอยู่กับหน้าผาสูงราว 326 เมตร พาขึ้นไปถึงระดับหยวนเจียเจี้ยในเวลาราว 1–2 นาที (ค่าโดยสารราว ¥65 เที่ยวเดียว / ¥130 ไป-กลับ จ่ายเพิ่มจากตั๋วอุทยาน) ด้านบนคือ หยวนเจียเจี้ย ที่มี "ภูเขาลอยฟ้าฮาเลลูยา" และ "สะพานใต้หล้าหนึ่งเดียว" (天下第一桥) — จุดที่เสาหินอวตารโด่งดังที่สุด
ถ้าไม่อยากขึ้นลิฟต์ ก็มีรถบัสรับส่งฟรีในอุทยานวิ่งขึ้นเขาอีกทาง หรือจะเดินบันไดขึ้นก็ได้ (เหนื่อยกว่ามาก) คนส่วนใหญ่เลือกลิฟต์เพราะเร็วและวิวสวย แต่ช่วงไฮซีซันคิวยาว เผื่อเวลารอไว้ด้วย
เพราะเส้นนี้อยู่ใต้ร่มไม้ในหุบเขาตลอดทาง มันจึงเป็นหนึ่งในไม่กี่จุดของจางเจียเจี้ยที่เดินสบายแม้แดดแรง และยังเดินได้แม้ฝนตกปรอยเพราะมีต้นไม้บัง แต่ละฤดูให้คนละบรรยากาศ
จะนอนใกล้ประตูอุทยานเพื่อเข้าเช้าๆ หรือพักในเมืองจางเจียเจี้ย — เลือกได้ตามจังหวะทริป