เมืองภูเขาที่มีชาประจำเมืองเป็นของตัวเอง — ชาเถาว์ (莓茶) ที่ขึ้นบนผาแดง รสหวานอมขมชุ่มคอ ชาน้ำมันถู่เจียที่ดื่มแทนมื้อ ส่วนถนนซีปู้เจียในอู่หลิงหยวนคือฉากคาเฟ่-บาร์ริมน้ำที่นักเดินเขาจากทั่วโลกแวะมานั่งพักก่อนและหลังลุยอุทยานทั้งวัน
ลองนึกภาพคุณเพิ่งเดินขึ้นลงสะพานลอยฟ้าและทุ่งเสาหินทั้งวันในอุทยานจางเจียเจี้ย ขากลับมีคนยื่นถ้วยน้ำชาสีเหลืองอำพันอุ่นๆ มาให้ จิบแล้วขมนิดตอนแรกแต่หวานชุ่มคอตามมา — นั่นคือ ชาเถาว์ (莓茶) ชาสมุนไพรประจำจางเจียเจี้ยที่ทำจากยอดไม้เถาป่าบนภูเขาแดง คนถิ่นดื่มแก้เหนื่อย แก้ร้อนใน และมันคือเครื่องดื่มที่บอกเล่าตัวตนของเมืองนี้ได้ดีที่สุด
เครื่องดื่มของจางเจียเจี้ยไม่เหมือนเมืองใหญ่ในจีน ที่นี่ไม่ได้ขายกาแฟวิวตึกสูงหรือวัฒนธรรมยุโรปแบบเซี่ยงไฮ้ แต่ขาย ภูเขาในแก้ว — ชาเถาว์ที่อุดมฟลาโวนอยด์จนได้ฉายา "ราชาฟลาโวนอยด์" ชาน้ำมันถู่เจีย (油茶汤) ที่ผัดใบชาในน้ำมันแล้วราดบนข้าวพองถั่วลิสง ดื่มแทนมื้อได้ และ ชารากเครือเก๋อเกิน (葛根茶) ที่ชาวถู่เจียดื่มแก้ร้อน ทั้งหมดนี้คือมรดกของชาวถู่เจียที่อยู่กับภูเขามาหลายชั่วอายุ
อีกฉากที่ขาดไม่ได้คือ ถนนซีปู้เจีย (溪布街) — ถนนคนเดินริมลำธารในเขตอู่หลิงหยวน ประตูทางเข้าอุทยาน ที่กลายเป็นย่านคาเฟ่-บาร์ริมน้ำสำหรับนักเดินเขาจากทั่วโลก กลางคืนไฟสีสว่างสะท้อนผิวน้ำ บาร์เปิดดนตรีสด มีทั้งกาแฟแบบตะวันตก ป้ายภาษาอังกฤษ และที่นั่งพักผ่อน บอกตรงๆ ว่ามันเป็นย่านนักท่องเที่ยวเต็มตัวและราคาสูงกว่าในเมือง แต่บรรยากาศนั่งจิบกาแฟริมน้ำหลังเดินเขาทั้งวันก็คุ้มอยู่ ส่วนของถูกและของจริงในชีวิตประจำวันคือร้านชาท้องถิ่นในตัวเมืองและย่าน อาหารถู่เจีย แท้ๆ
ชาสมุนไพรป่าที่ขึ้นบนผาแดง 800–1,500 เมตร ตากแล้วมีผงขาวเหมือนน้ำค้างแข็งเคลือบใบ — นั่นคือสารฟลาโวนอยด์ตามธรรมชาติ
ชาเถาว์ (莓茶) ชงแล้วเป็นน้ำสีเหลืองอำพัน — ขมนิดตอนแรก หวานชุ่มคอตามมา เครื่องดื่มประจำจางเจียเจี้ย
ชาเถาว์ หรือที่เรียกกันว่า 莓茶 / 藤茶 (vine tea) ไม่ใช่ชาธรรมดา แต่ทำจากยอดอ่อนของไม้เถาป่าชื่อวิทยาศาสตร์ Ampelopsis grossedentata ที่ขึ้นเองตามผาหินแดงในเขตอู่หลิงที่ระดับ 800–1,500 เมตร ท่ามกลางหมอกและอากาศชื้น ตอนแปรรูปเซลล์ใบจะแตกตัวจนสารฟลาโวนอยด์ซึมขึ้นมาเคลือบผิวเป็นผงขาวเหมือนน้ำค้างแข็ง คนถิ่นเรียกมันว่า "น้ำหวานถู่เจีย" และ "หญ้าอมตะ" เพราะเชื่อว่าดื่มแล้วชุ่มคอ แก้ร้อนใน และดีต่อร่างกาย
รสของมันคือเสน่ห์ — จิบแรกจะขมบางๆ คล้ายชาเขียวเข้ม แต่พอกลืนลงไปจะมีรสหวานย้อนขึ้นมาที่คอ ดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น ไม่มีคาเฟอีนแรง ดื่มก่อนนอนได้ ราคาเบามาก ราว ¥10–20 ต่อถ้วยตามร้านชา และเป็นของฝากอันดับหนึ่งของจางเจียเจี้ย — ซองชาแห้งซื้อกลับบ้านได้สบาย ถ้ามาเมืองนี้แล้วได้ลองสักถ้วย คุณจะเข้าใจว่าทำไมคนถิ่นถึงดื่มมันทุกวัน
เข้าใจแต่ละแบบก่อน แล้วค่อยเลือกว่าวันนี้อยากได้ชาภูเขาของถิ่น บรรยากาศคาเฟ่ริมน้ำ หรือกาแฟดีๆ หลังเดินเขา
1เครื่องดื่มที่เป็นตัวแทนจางเจียเจี้ยที่สุด — ชาทำจากยอดไม้เถาป่าบนภูเขาแดง ตากจนมีผงขาวฟลาโวนอยด์เคลือบใบ ชงออกมาเป็นน้ำสีเหลืองอำพัน ขมนิดตอนแรกแล้วหวานชุ่มคอ ไม่มีคาเฟอีนแรง ดื่มร้อนหรือเย็นก็ได้ คนถิ่นดื่มแก้เหนื่อยแก้ร้อนใน เป็นเครื่องดื่มที่ราคาเบาที่สุดและหาง่ายที่สุด ตามร้านชา ร้านของฝาก และร้านอาหารถู่เจียทั่วเมือง ดื่มไปก็เหมือนได้ดื่มภูเขาของจางเจียเจี้ย
เครื่องดื่มที่อ่านดูแปลกแต่คือมรดกถู่เจียแท้ๆ — ใบชาผัดในน้ำมันจนหอม ต้มเป็นน้ำชารสกลมกล่อม ใส่ขิงกระเทียม แล้วราดลงบนข้าวพอง ถั่วลิสง วอลนัท ถั่วเหลือง และข้าวโพดคั่ว กลายเป็นเครื่องดื่มกึ่งมื้ออาหารที่หอม กรอบ และชุ่มคอ ชาวถู่เจียในจางเจียเจี้ยและเซียงซีดื่มมันเป็นมารยาทการต้อนรับแขก และดื่มในเทศกาล กลิ่นแรกอาจสะดุดแต่จิบไปจะติดใจ ลองสักชุดแล้วจะเข้าใจวัฒนธรรมการดื่มของคนภูเขาที่นี่
เก๋อเกิน (葛根 kudzu) คือรากเครือภูเขาที่ชาวถู่เจียใช้เป็นทั้งอาหารและยา รากนำมาทำเป็นผงและชาชงดื่ม รสจืดอมหวานบางๆ เย็นคอ คนถิ่นดื่มแก้ร้อนใน ดับกระหายหลังเดินเขา และเชื่อว่าดีต่อร่างกาย เป็นเครื่องดื่มเรียบง่ายที่หาได้ตามร้านของฝากและร้านขายสมุนไพรรอบอุทยาน บางที่ขายเป็นผงเก๋อเกินชงเองที่บ้านได้ด้วย เป็นอีกหนึ่งรสของภูเขาจางเจียเจี้ยที่ลองได้ง่ายและราคาเบา
ถนนซีปู้เจีย (溪布街) ในอู่หลิงหยวนคือที่ที่กาแฟตะวันตกมาเจอภูเขาจางเจียเจี้ย ถนนคนเดินริมลำธารที่เต็มไปด้วยบาร์ริมน้ำ คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของพื้นเมืองถู่เจีย-เหมียว กลางคืนไฟสีจะเปิดสว่างสะท้อนผิวน้ำ บาร์เปิดดนตรีสดคึกคัก แต่ก็มีร้านนั่งจิบกาแฟเงียบๆ ฟังเพลงเบาๆ ให้เลือก เป็นจุดนัดพบของนักเดินเขาจากทั่วโลกที่มาพักก่อนหรือหลังลุยอุทยานทั้งวัน บอกตรงๆ ว่าวันนี้ที่นี่เป็นย่านนักท่องเที่ยวเต็มตัว ราคาสูงกว่าในเมือง แต่บรรยากาศนั่งริมน้ำยามค่ำก็มีเสน่ห์เฉพาะตัว
นอกจากย่านอุทยานที่เน้นนักท่องเที่ยว ตัวเมืองจางเจียเจี้ยเองก็มีคาเฟ่ specialty รุ่นใหม่เปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ร้านอิสระเล็กๆ ที่จริงจังเรื่องเมล็ด เสิร์ฟ pour-over และ latte สม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบกว่าและคนท้องถิ่นมากกว่าอู่หลิงหยวน บางร้านเล่นกับวัตถุดิบถิ่นอย่างเอาชาเถาว์มาผสมในเครื่องดื่มพิเศษ ถ้าคุณดื่มกาแฟจริงจังและอยากหนีความวุ่นวายของย่านอุทยานมานั่งพักสบายๆ ร้านพวกนี้ในเมืองคือทางเลือกที่ดี และราคาเบากว่าด้วย
ถ้าอยากดื่มแบบคนจางเจียเจี้ยจริงๆ ในราคาเบาที่สุด ให้มองหาร้านชาเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมืองและในย่านต้าหยงฝู่เฉิง ร้านพวกนี้เสิร์ฟชาเถาว์ ชารากเก๋อเกิน และชาท้องถิ่นในราคาไม่กี่หยวน เติมน้ำร้อนได้เรื่อยๆ บรรยากาศไม่หรูแต่เป็นของจริง คนถิ่นนั่งคุยกันทั้งวัน เป็นเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของจางเจียเจี้ยที่ราคาถูกที่สุดและเป็นถิ่นแท้ที่สุด นั่งจิบชาเถาว์ร้อนๆ หลังเดินเขามาทั้งวันแล้วจะเข้าใจว่าทำไมคนที่นี่ผูกพันกับชาภูเขา
สามฉากที่ต่างกันคนละแบบ — บรรยากาศคาเฟ่-บาร์ริมน้ำใกล้อุทยาน ของถิ่นในเมือง และร้านชาราคาเบา
ถนนคนเดินริมลำธารที่เต็มไปด้วยบาร์ริมน้ำ คาเฟ่ ร้านอาหาร และร้านของพื้นเมืองถู่เจีย-เหมียว กลางคืนคึกคักที่สุดตอนไฟสีเปิดสะท้อนน้ำและบาร์เล่นดนตรีสด กลางวันเหมาะนั่งจิบกาแฟพักขาก่อนหรือหลังเดินเขา เป็นย่านนักท่องเที่ยวเต็มตัวและราคาสูงกว่าในเมือง แต่ความสะดวกที่เดินจากอุทยานมาไม่กี่ก้าวก็เจอที่นั่งพักริมน้ำนั้นหาที่ไหนไม่ได้ — นี่คือฉากคาเฟ่ของนักเดินเขาจางเจียเจี้ย
ใจกลางเมืองจางเจียเจี้ยรอบย่านวัฒนธรรม-อาหารต้าหยงฝู่เฉิง (大庸府城) มีทั้งร้านชาเถาว์ ร้านชาน้ำมันถู่เจีย ร้านของฝากขายชาและสมุนไพรภูเขา คาเฟ่ specialty รุ่นใหม่ และร้านอาหารถู่เจียแท้ๆ เดินชิมของถิ่นไปจิบชาไปได้ในย่านเดียว เป็นจุดเริ่มที่ดีถ้าอยากชิมทั้งเครื่องดื่มถู่เจียและกาแฟรุ่นใหม่โดยไม่ต้องออกไปไกลถึงอุทยาน บรรยากาศเป็นเมืองจริงและราคาถูกกว่าย่านนักท่องเที่ยว
รอบสถานีรถไฟจางเจียเจี้ยและตัวเมืองตอนในเป็นย่านที่คนถิ่นใช้ชีวิตจริง มีคาเฟ่ทั่วไป ร้านชา และร้านของฝากกระจายอยู่ ราคาเบากว่าย่านท่องเที่ยวชัดเจน เหมาะแวะซื้อชาเถาว์เป็นของฝากก่อนขึ้นรถไฟกลับ หรือนั่งจิบกาแฟแก้ง่วงระหว่างรอเดินทาง ไม่ใช่ย่านบรรยากาศหวือหวา แต่เป็นที่ที่ได้ราคาท้องถิ่นและของฝากครบในจุดเดียวก่อนออกเดินทาง
ถ้าอยากดื่มแบบคนถู่เจียจริงๆ ในราคาเบาที่สุด ให้มองหาร้านชาและร้านชาน้ำมันเล็กๆ ที่กระจายอยู่ทั่วเมือง ร้านชาเสิร์ฟชาเถาว์และชาท้องถิ่นในราคาไม่กี่หยวน เติมน้ำร้อนได้เรื่อยๆ ส่วนร้านชาน้ำมันถู่เจียเสิร์ฟ 油茶汤 ที่ดื่มแทนมื้อได้ บรรยากาศไม่หรูแต่เป็นของจริง คนถิ่นนั่งคุยกันทั้งวัน นี่คือเครื่องดื่มในชีวิตประจำวันของจางเจียเจี้ยที่ราคาถูกที่สุดและจริงที่สุด
บางที่ขึ้นชื่อเรื่องบรรยากาศ บางที่ขึ้นชื่อเรื่องของถิ่นแท้ — เลือกตามวันที่อยากได้
ไม่ใช่ร้านเดียวแต่เป็นทั้งย่านที่เป็นฉากคาเฟ่-บาร์ของจางเจียเจี้ย ถนนคนเดินริมลำธารในอู่หลิงหยวนที่รวมบาร์ริมน้ำ คาเฟ่ ถนนอาหาร และร้านของพื้นเมืองถู่เจีย-เหมียว เดินเข้าไปจะเจอร้านนั่งจิบกาแฟ บาร์ดนตรีสด ป้ายภาษาอังกฤษ และร้านนั่งดื่มเบียร์ริมน้ำดูไฟสีสะท้อนผิวลำธาร เป็นจุดนัดพบของนักเดินเขาจากทั่วโลกที่มาพักก่อนหรือหลังลุยอุทยาน วันนี้คนเยอะและราคาสูงกว่าในเมือง แต่บรรยากาศนั่งริมน้ำยามค่ำหลังเดินเขาทั้งวันยังเป็นประสบการณ์ที่หาที่อื่นไม่ได้
ไม่ใช่ร้านเดียวแต่เป็นวัฒนธรรมของฝากทั้งย่าน — ตามย่านต้าหยงฝู่เฉิงในเมืองและร้านรอบอุทยาน มีร้านขายชาเถาว์ (莓茶) ชารากเก๋อเกิน และสมุนไพรภูเขาเรียงรายให้เลือกซื้อ หลายร้านให้ชิมชาก่อนซื้อ บอกเล่าเรื่องผงขาวฟลาโวนอยด์บนใบให้ฟัง บอกตรงๆ ว่าร้านรอบอุทยานราคาสูงกว่าในเมือง ควรเทียบราคาสักหน่อย แต่ก็เป็นที่ที่หาของฝากประจำจางเจียเจี้ยอย่างชาเถาว์ได้ครบที่สุด — ของถิ่นแท้ที่เบาและซื้อกลับง่าย
ถ้าอยากลองเครื่องดื่มที่เป็นมรดกของถิ่นนี้จริงๆ ให้หาร้านชาน้ำมันถู่เจีย (油茶汤) ที่อยู่ตามร้านอาหารถู่เจียและย่านต้าหยงฝู่เฉิง ร้านจะผัดใบชาในน้ำมันจนหอม ต้มเป็นน้ำชา ใส่ขิงกระเทียม แล้วราดลงบนข้าวพอง ถั่วลิสง วอลนัท และข้าวโพดคั่วให้ดื่มแทนมื้อ บรรยากาศเรียบง่าย คนถิ่นดื่มเป็นมารยาทต้อนรับแขกและในเทศกาล เป็นเครื่องดื่มที่ราคาเบาแต่ให้ประสบการณ์วัฒนธรรมที่กาแฟให้ไม่ได้ ลองสักชุดจะเข้าใจการต้อนรับแบบถู่เจีย
นอกจากย่านอุทยานที่เน้นนักท่องเที่ยว ตัวเมืองจางเจียเจี้ยมีคาเฟ่ specialty อิสระเปิดเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ รอบย่านต้าหยงฝู่เฉิงและตัวเมืองตอนใน ร้านพวกนี้จริงจังเรื่องเมล็ดและการชง เสิร์ฟ pour-over กับ latte สม่ำเสมอ บรรยากาศเงียบและคนท้องถิ่นมากกว่า บางร้านเล่นกับชาเถาว์โดยเอามาผสมในเครื่องดื่มพิเศษ ถ้าอยากหนีความวุ่นวายของย่านอุทยานมานั่งจิบกาแฟดีๆ เงียบๆ ในราคาเบากว่า คาเฟ่ในเมืองคือคำตอบ
หลังเดินอุทยานมาทั้งวัน หลายคนปิดท้ายค่ำที่บาร์ริมน้ำบนถนนซีปู้เจีย ที่มีทั้งบาร์ดนตรีสดคึกคักและร้านนั่งจิบเครื่องดื่มเงียบๆ ฟังเพลงเบาๆ ริมลำธาร ไฟสีสะท้อนผิวน้ำทำให้บรรยากาศกลางคืนของอู่หลิงหยวนต่างจากเมืองอื่น มีทั้งเบียร์คราฟต์ท้องถิ่นและค็อกเทล เป็นที่นัดพบของนักเดินทางที่มาแลกเรื่องเล่าจากอุทยาน บอกตรงๆ ว่าราคาสูงกว่าในเมือง แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศกลางคืนริมน้ำหลังลุยภูเขา นี่คือที่ที่ใช่
เสาหินอู่หลิงหยวน — ภาพภูเขา ไม่ใช่ร้านกาแฟ · ฉากที่นักเดินเขากลับมานั่งพักจิบชาเถาว์และกาแฟริมน้ำซีปู้เจีย
สิ่งที่ดื่มในจางเจียเจี้ยได้แต่หาที่อื่นยาก
เครื่องดื่มที่สรุปตัวตนจางเจียเจี้ยได้ในถ้วยเดียว — ชาจากยอดไม้เถาป่าบนภูเขาแดง มีผงขาวฟลาโวนอยด์เคลือบใบ ชงเป็นน้ำสีเหลืองอำพัน ขมนิดแล้วหวานชุ่มคอ ไม่มีคาเฟอีนแรง ดื่มได้ทั้งวัน ราคาเบาที่สุดและหาง่ายที่สุด เป็นจุดเริ่มที่ดีที่สุดถ้าอยากรู้จักรสภูเขาของเมืองนี้ ลองสักถ้วยแล้วซื้อซองกลับเป็นของฝาก
เครื่องดื่มร้อนที่ทำจากใบชาผัดในน้ำมันจนหอม ต้มเป็นน้ำชา ใส่ขิงกระเทียม แล้วราดบนข้าวพอง ถั่วลิสง วอลนัท ถั่วเหลือง และข้าวโพดคั่ว กลิ่นแรกอาจสะดุดแต่จิบไปจะติดใจ เป็นเครื่องดื่มกึ่งมื้ออาหารที่ชาวถู่เจียดื่มเป็นมารยาทต้อนรับแขก ถือเป็นมรดกวัฒนธรรมของถู่เจียที่ต้องลองสักครั้ง
รากเครือเก๋อเกิน (kudzu) ที่ชาวถู่เจียใช้เป็นทั้งอาหารและยา นำมาทำเป็นผงและชาชงดื่ม รสจืดอมหวานบางๆ เย็นคอ คนถิ่นดื่มแก้ร้อนใน ดับกระหายหลังเดินเขา หาได้ตามร้านของฝากและร้านสมุนไพรรอบอุทยาน บางที่ขายเป็นผงชงเองได้ เป็นอีกหนึ่งรสของภูเขาจางเจียเจี้ยที่ลองได้ง่ายและราคาเบา
คาเฟ่รุ่นใหม่ในจางเจียเจี้ยบางร้านเล่นกับวัตถุดิบประจำเมือง เอาชาเถาว์มาผสมในลาเต้หรือเครื่องดื่มเย็น เป็นการจับเอาของถิ่นแท้ของภูเขามาใส่ในแก้วทันสมัย รสหวานอมขมอ่อนๆ แบบที่หาที่อื่นไม่ค่อยได้ ถ้าเจอร้านที่มีเมนูนี้ลองสักแก้ว เป็นการดื่มกลิ่นจางเจียเจี้ยในเวอร์ชันคาเฟ่ที่เป็นเอกลักษณ์ของเมืองนี้
จางเจียเจี้ยกับอู่หลิงหยวนใช้ระบบจ่ายผ่านมือถือเกือบทั้งเมือง — คาเฟ่ ร้านชา และร้านของฝากส่วนใหญ่รับ WeChat Pay และ Alipay เป็นหลัก ร้านชาเล็กๆ และแผงข้างทางหลายเจ้ารับเฉพาะ WeChat Pay หรือเงินสด ก่อนเดินทางควรตั้งค่า Alipay และผูกบัตร Visa/Mastercard ผ่านโหมดระหว่างประเทศ (ใช้ได้สำหรับนักท่องเที่ยว · ดู คู่มือการชำระเงินจีน)
เรื่องราคาต้องเข้าใจก่อนว่า ย่านอู่หลิงหยวนและถนนซีปู้เจียเป็นย่านประตูทางเข้าอุทยาน กาแฟและเครื่องดื่มจึงแพงกว่าในเมืองพอสมควร ถ้าอยากประหยัด ของถิ่นอย่างชาเถาว์และชาน้ำมันถู่เจียในร้านท้องถิ่นถูกกว่ามาก และให้รสชาติที่เป็นจางเจียเจี้ยจริงกว่าด้วย ส่วนของฝากอย่างชาเถาว์ตามร้านรอบอุทยานควรเทียบราคาสองสามร้านก่อนซื้อ เพราะเป็นย่านท่องเที่ยว — ในเมืองมักได้ราคาดีกว่า
เรื่องการเดินทาง ย่านอุทยานอู่หลิงหยวนกับตัวเมืองจางเจียเจี้ยอยู่ห่างกันราว 32 กิโลเมตร เดินทางด้วยรถบัสหรือแท็กซี่/DiDi (ที่นี่ไม่มีรถไฟใต้ดิน) หลายคนเลือกพักแยก — นอนย่านอุทยานช่วงเดินเขา แล้วนอนในเมืองคืนก่อนเดินทางต่อ ถนนซีปู้เจียคึกคักสุดช่วงค่ำตอนบาร์เปิดดนตรีสดและไฟริมน้ำเปิด ส่วนถ้าต้องใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปในจีนควรตั้งค่า VPN ก่อนเดินทาง — ดูใน คู่มือ Internet & VPN จีน
ลำธารสายทองคำในอุทยานจางเจียเจี้ย — ฉากภูเขาที่ทำให้การนั่งพักจิบชาเถาว์หลังเดินเขาคุ้มค่า
พักย่านอู่หลิงหยวนเดินถึงถนนซีปู้เจียและทางขึ้นอุทยาน หรือพักในเมืองใกล้ต้าหยงฝู่เฉิงและร้านชาถิ่น