เมืองคลองและสวนหินที่ครัวประณีตที่สุดในเจียงหนาน — ปลากุ้ยฮื้อทอดบานเหมือนหางกระรอกราดซอสเปรี้ยวหวานจนร้องจี๊ด กุ้งแม่น้ำตัวจิ๋วผัดใบชาปี้หลัวชุน บะหมี่สามกุ้งที่ต้องแกะกุ้งเป็นร้อยตัวต่อชาม และปูขนหยางเฉิงในฤดูใบไม้ร่วง ครัวนี้ไม่เผ็ด เน้นรสละมุน หวานนิดๆ และความสดตามฤดู
ถ้าภาพอาหารจีนในหัวคุณคือพริกแดงฉ่ำน้ำมันแบบเสฉวน ซูโจวจะทำให้คุณคิดใหม่ทั้งหมด อาหารซูโจว — ที่คนจีนเรียกว่าซูปังไช่ (苏帮菜) และเป็นเสาหลักของอาหารเจียงซู (苏菜) หนึ่งในแปดสำรับใหญ่ของจีน — แทบไม่ใช้พริกเลย หัวใจอยู่ที่ รสละมุน หวานนิดๆ และความสดตามฤดู (时令) ของวัตถุดิบจากทะเลสาบและแม่น้ำ ปลากุ้ยฮื้อ กุ้งแม่น้ำตัวเล็ก ปูขน รากบัว และผักน้ำในแถบไท่หู (太湖) วิธีปรุงเน้นตุ๋นช้าๆ นึ่ง และผัดไฟแรงสั้นๆ ปรุงรสเบามือ และที่สำคัญที่สุดคือฝีมือการแล่และหั่นที่ละเอียดราวกับงานศิลป์ — ปลากระรอกหนึ่งตัวต้องบั้งเป็นตารางหมื่นเส้นก่อนทอด
ซูโจวคือเมืองคลองอายุกว่าสองพันห้าร้อยปี เมืองแห่งสวนคลาสสิกและงานฝีมือชั้นสูง — ความรุ่งเรืองและรสนิยมของชนชั้นนำที่นี่ทิ้งครัวที่ประณีตเอาไว้ จานในตำนานหลายจานผูกกับเรื่องเล่าของจักรพรรดิและร้านเก่าแก่ที่เปิดต่อเนื่องมาเป็นร้อยๆ ปี เราเลือก 11 จานและของกิน ที่บอกเล่าซูโจวได้ครบที่สุด ตั้งแต่จานคลาสสิกในร้านตำนานริมถนนกวานเฉียน ชามบะหมี่ที่คนซูโจวกินทุกเช้า ไปจนถึงของว่างเลียบคลองและปูขนตามฤดูที่คนทั้งจีนรอคอย
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ของซูโจว — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
จานสัญลักษณ์ของซูโจวและฝีมือเชือดเฉือนที่ดูแล้วต้องอึ้ง — ปลากุ้ยฮื้อแล่เอาก้างออก แล้วบั้งเนื้อเป็นตารางถี่ๆ ก่อนชุบแป้งทอดให้แต่ละเส้นบานออกฟูเหมือนขนหางกระรอก เสิร์ฟทั้งตัวหัวเชิดหางตั้ง ราดด้วยซอสมะเขือเทศเปรี้ยวหวานสีแดงสดที่ราดร้อนๆ ตรงโต๊ะจนปลาส่งเสียง "จี๊ด" เนื้อในยังนุ่มฉ่ำแต่ผิวกรอบ ร้านต้นตำรับคือซ่งเฮ่อโหลว (松鹤楼) ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1737 และเล่าว่าจักรพรรดิเฉียนหลงเคยเสวยแล้วตั้งชื่อให้
อ่านเรื่องปลากระรอกแบบเต็มๆ →เนื้อปลาไหลนาเส้นเล็กผัดกับซีอิ๊ว น้ำตาล และเหล้าข้าวจนได้ซอสข้นสีน้ำตาลเข้มเงาวับ กองไว้กลางจาน เจาะหลุมตรงกลางโรยกระเทียมสับและพริกไทยขาว แล้วราดน้ำมันร้อนจัดลงไปตรงโต๊ะ — น้ำมันเจอกระเทียมจะส่งเสียง "ชู่า" ดังลั่นพร้อมกลิ่นหอมพุ่งขึ้น ชื่อจาน "เสียงโหยว" (响油) แปลว่าน้ำมันส่งเสียง รสกลมกล่อม หวานเค็มลึก เนื้อปลาไหลนุ่มลื่น เป็นจานคลาสสิกที่โชว์ทั้งฝีมือและการแสดงในจานเดียว
ครัวซูโจวรักหมูตุ๋นไม่แพ้เมืองไหน หมูเชอร์รี่ (樱桃肉) คือหมูสามชั้นหั่นเต๋าตุ๋นในซีอิ๊วและน้ำตาลผสมข้าวแดงจนได้สีแดงสดเหมือนผลเชอร์รี่ เคี้ยวแล้วนุ่มละลาย ส่วนจ้างฟาง (酱方) คือหมูสามชั้นชิ้นใหญ่สี่เหลี่ยมตุ๋นทั้งก้อนจนหนังเป็นวุ้นเงา เนื้อนุ่มจนใช้ตะเกียบตัดได้ ทั้งคู่หวานนิดเค็มนิดในแบบฉบับเจียงหนาน กินคู่ซาลาเปานึ่งหรือข้าวสวยเพื่อซับซอสและตัดความมัน เป็นจานพิธีที่มักโผล่บนโต๊ะงานสำคัญ
จานนี้พลิกของเค็มให้กลายเป็นของหวานได้อย่างน่าทึ่ง — แฮมจินหัว (金华火腿) ชิ้นใหญ่สี่เหลี่ยมหั่นบั้งเป็นเส้น นึ่งซ้ำหลายรอบกับน้ำตาลกรวด เหล้าหวาน และเม็ดบัวหรือลำไยจนแฮมนุ่ม รสเค็มจัดถูกดึงออกแล้วซึมความหวานหอมเข้าไปแทน เนื้อแฮมนุ่มจนเด้ง สีแดงเงาฉ่ำน้ำเชื่อม เสิร์ฟคู่แผ่นแป้งนึ่งบางๆ ให้คีบแฮมห่อกินเหมือนเป๋ยจิงเป็ดย่าง เป็นจานที่บอกถึงความประณีตและความขี้เล่นของครัวเจียงหนานได้ดี
จานที่แต่งงานของขึ้นชื่อสองอย่างของซูโจวเข้าด้วยกัน — กุ้งแม่น้ำตัวจิ๋วจากไท่หูคลุกไข่ขาวและแป้งบางๆ ลวกในน้ำมันให้เนื้อใสเด้ง แล้วผัดเร็วๆ กับใบชาเขียวปี้หลัวชุน (碧螺春) สดและน้ำชาที่เพิ่งชง รสสะอาด หวานนิด เนื้อกุ้งกรุบ และกลิ่นชาเขียวหอมลอยมาเบาๆ เป็นพี่น้องร่วมแนวคิดกับกุ้งหลงจิ่งของหางโจว แต่ใช้ชาเอกลักษณ์ของซูโจวเอง อร่อยที่สุดช่วงฤดูใบไม้ผลิตอนใบชาชุดแรกของปีออกใหม่
คนซูโจวเรียกบะหมี่ชามนี้ติดปากว่า "แอร์เมสแห่งบะหมี่" — "สามกุ้ง" หมายถึงสามส่วนของกุ้งแม่น้ำ คือเนื้อกุ้ง (虾仁) ไข่กุ้ง (虾籽) และมันกุ้งในหัว (虾脑) ที่ต้องแกะแยกด้วยมือทีละตัวเป็นร้อยตัวต่อชามเดียว เนื้อกุ้งเด้ง ไข่กุ้งเค็มหอม มันกุ้งมันข้นกลมกล่อม คลุกกับเส้นบะหมี่บางในซอสเบาๆ เป็นของกินตามฤดูช่วงต้นฤดูร้อน (ราวพ.ค.-ก.ค.) เท่านั้น ราคาแพงกว่าบะหมี่ทั่วไปหลายเท่าเพราะแรงงานล้วนๆ แต่คนซูโจวยอมรอทั้งปีเพื่อชามนี้
อ่านเรื่องบะหมี่ซูโจวแบบเต็มๆ →ถ้าบะหมี่สามกุ้งคือซูโจวในชุดงานพิธี อ้าวเจ้าเมี่ยนคือบะหมี่ที่คนซูโจว-คุนซานกินทุกเช้า มาจากเมืองคุนซาน (昆山) ข้างๆ ซูโจว — น้ำซุปแดง (红汤) เคี่ยวจากกระดูกปลาไหลและเป็ดจนเข้มข้นหวานลึก ราดบนเส้นบะหมี่บางเหนียวนุ่ม ท็อปด้วยปลาไหลทอดกรอบหรือขาเป็ดพะโล้ คนซูโจวพิถีพิถันเรื่อง "น้ำกว้าง/น้ำแคบ" (宽汤/紧汤) คือชอบน้ำซุปมากหรือน้อย และความร้อนของชาม สั่งได้ตามใจ เป็นชามอุ่นๆ เริ่มต้นวันที่เรียบง่ายแต่ลึกซึ้ง
อ่านวัฒนธรรมบะหมี่ซูโจว →
8
ขนมไหว้พระจันทร์สไตล์ซูโจวต่างจากแบบกวางตุ้งโดยสิ้นเชิง — แป้งซูผี (酥皮) ทำจากน้ำมันหมูปั้นเป็นชั้นบางๆ ซ้อนกันจนกรอบร่วนเหมือนพายฝรั่ง ดาวเด่นคือไส้หมูสด (鲜肉月饼) ที่ยัดหมูสับฉ่ำน้ำไว้ข้างใน อบร้อนๆ กัดทีแป้งร่วงพราว ไส้หมูฉ่ำหวานเค็ม คนซูโจวต่อคิวซื้อกินกันร้อนๆ ในฤดูใบไม้ร่วง นอกจากนี้ยังมีไส้หวานอย่างกุหลาบและถั่วสน ร้านขนมในตำนานคือเต้าเซียงชุน (稻香村) ที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1773 ซื้อเป็นของฝากกลับบ้านได้ด้วย
อ่านเรื่องขนมและของฝากซูโจว →ซูโจวคือเมืองแห่งขนมข้าวนึ่ง (糕团) ที่ทำกันเป็นศิลปะ — ขนมข้าวเหนียวและข้าวเจ้านึ่งเป็นรูปทรงสวยๆ บางอย่างไส้ถั่วแดงกวน บางอย่างราดน้ำเชื่อมโรยดอกหอมหมื่นลี้ (桂花) สีเหลืองอำพันที่ส่งกลิ่นหวานละมุน เด่นๆ มีติ้งเซิ่งเกา (定胜糕) ขนมสีชมพูทรงแท่งเงินเสี่ยงโชค เหมยฮวาเกา (梅花糕) แป้งทรงดอกบ๊วยใส่ไส้ และเค้กข้าวเหนียวดอกหอมหมื่นลี้ตามฤดูใบไม้ร่วง ร้านในตำนานคือหวงเทียนหยวน (黄天源) ที่ทำขนมข้าวซูโจวมากว่าร้อยปี เนื้อนุ่มหนึบ ไม่หวานจัด หอมอ่อนๆ
อ่านเรื่องขนมข้าวซูโจว →
10
ความคลั่งไคล้ของคนจีนทุกฤดูใบไม้ร่วงรวมอยู่ในปูตัวเล็กที่มีขนสีน้ำตาลตรงก้าม — ปูขนจากทะเลสาบหยางเฉิง (阳澄湖) ใกล้ซูโจวขึ้นชื่อว่ามันที่สุด นึ่งทั้งตัวให้สดที่สุด จิ้มกับน้ำส้มสายชูดำขิงซอย จิบเหล้าเหลืองอุ่นๆ ตามไป มีคำกล่าวว่า "九雌十雄" — เดือน 9 จันทรคติกินตัวเมียที่ไข่เต็ม เดือน 10 กินตัวผู้มันขาวข้น เพราะแพงและของปลอมเยอะ ปูแท้จะมีแหวนป้องกันปลอมพร้อมรหัสตรวจสอบ อยากชัวร์ที่สุดไปกินถึงหมู่บ้านปูที่ปาเฉิง (巴城) ในคุนซาน บอกตรงๆ ว่ามีตามฤดูและราคาสูง
อ่านเรื่องปูขนหยางเฉิงแบบเต็มๆ →ซูโจวรักเป็ดไม่แพ้หมู เป่ยซีลู่ยา (卤鸭) คือเป็ดพะโล้เนื้อนุ่มที่หั่นเป็นชิ้นเย็นๆ หอมเครื่องพะโล้และดอกหอมหมื่นลี้อ่อนๆ กินเล่นหรือเป็นกับแกล้มได้ ส่วนจานพิธีคือ "หมู่โหยวฉวนยา" (母油船鸭) เป็ดตุ๋นในซีอิ๊วและเหล้าจนเนื้อเปื่อยนุ่มซึมรสลึก — ชื่อแปลว่า "เป็ดเรือ" เพราะสมัยก่อนพ่อครัวบนเรือสำราญในคลองทำเสิร์ฟแขกผู้ดี รสหวานเค็มกลมกล่อมในแบบเจียงหนาน เป็นจานที่บอกเล่าวิถีกินบนสายน้ำของเมืองคลองแห่งนี้ได้ดี
ซูโจวมีทั้งร้านในตำนานย่านเมืองเก่าและของกินเลียบคลอง — รู้ว่าแต่ละย่านเก่งอะไรก่อนออกเดินทาง
ย่านกินใจกลางซูโจวที่คนเรียกตรอกไท่เจี้ยนหลง (太监弄) ว่า "ถนนของกิน" — ร้านในตำนานอย่างซ่งเฮ่อโหลวและเต๋อเยวี่ยโหลวอยู่แถวนี้ จานคลาสสิกทั้งปลากระรอก แฮมน้ำผึ้ง หมูตุ๋น มากันครบ เหมาะกับมื้อสำคัญที่อยากกินของแท้ในที่ที่มันเกิด ราคาสูงและคนแน่นวันหยุด ควรจอง
ตรอกเลียบคลองอายุ 800 ปีที่สวยที่สุดของซูโจว เต็มไปด้วยของว่างเดินกิน — เหมยฮวาเกา ไห่ถังเกา รากบัวดอกหอมหมื่นลี้ ขนมข้าวสด ของส่วนใหญ่ชิ้นละ ¥5–15 บอกตรงๆ ว่าถนนสายหลักค่อนข้างเป็นแหล่งนักท่องเที่ยวและราคาสูงกว่าปกติ ของอร่อยจริงและถูกกว่ามักอยู่ในตรอกข้างๆ เหมาะเดินเล่นจิบชาในร้านน้ำชาเก่าที่มีการแสดงผิงถาน (评弹)
ตรอกคลองยาว 7 ลี้ที่กวีไป๋จวีอี้สร้างไว้สมัยราชวงศ์ถัง กลางคืนโคมแดงสว่างสะท้อนน้ำสวยมาก ของกินคล้ายผิงเจียงแต่คึกคักกว่าตอนค่ำ มีทั้งเป็ดพะโล้ ขนมข้าว เต้าหู้เหม็น ซุปข้าวหวาน เช่นเดียวกับผิงเจียง สายหลักเน้นนักท่องเที่ยว ของถูกและอร่อยกว่าให้มุดเข้าตรอกข้างหรือปลายถนน
ฤดูใบไม้ร่วงคนซูโจวขับรถออกไปกินปูถึงต้นทาง — หมู่บ้านปาเฉิง (巴城) ริมทะเลสาบหยางเฉิงมีร้านปูหลายร้อยร้าน นึ่งปูสดๆ ส่งตรงจากกระชัง จิ้มน้ำส้มขิงจิบเหล้าเหลือง วิวทะเลสาบกว้างสุดตา เหมาะกับทริปวันเดียวช่วงก.ย.–พ.ย. เท่านั้น นอกฤดูร้านส่วนใหญ่ปิดหรือไม่มีปูแท้
เราเขียนบทความเต็มๆ ของจานและย่านที่เด่นที่สุดของซูโจว — ที่มา ตำนาน วิธีกิน และร้านที่ควรไป