ถ้ำหินปูนยาว 240 เมตรทาง NW ของกุ้ยหลิน เดินวนรอบเดียวราวหนึ่งชั่วโมง ผ่านเสาหินและม่านหินย้อยที่ส่องด้วยไฟหลากสี ไฮไลต์คือ "วังคริสตัล" ห้องโถงยักษ์ที่สะท้อนสระน้ำนิ่งจนเหมือนหลุดเข้าไปในวังใต้บาดาล
ลองนึกภาพ: คุณเดินจากแดดร้อนของกุ้ยหลินเข้าไปในปากถ้ำ แล้วจู่ๆ อากาศก็เย็นลง ความเงียบเข้ามาแทน ตรงหน้าคือป่าเสาหินสูงเท่าตึก เพดานห้อยม่านหินย้อยเป็นพันๆ เส้น ทั้งหมดอาบด้วยไฟสีฟ้า ม่วง เขียว ส้ม สลับกันไป — นี่ไม่ใช่ถ้ำมืดๆ ที่ต้องส่องไฟฉาย แต่เป็นเหมือนเวทีแสดงแสงสีใต้ดินที่ธรรมชาติใช้เวลาหลายแสนปีค่อยๆ ปั้นขึ้นมา
นั่นคือ ถ้ำขลุ่ยอ้อ (芦笛岩 หลูตี๋เหยียน) ถ้ำหินปูนความยาวราว 240 เมตร เจาะอยู่ในเนินเขาทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองกุ้ยหลิน ชื่อ "ขลุ่ยอ้อ" มาจาก ต้นอ้อที่ขึ้นอยู่หน้าปากถ้ำ ซึ่งคนแถวนั้นเคยตัดมาทำขลุ่ยเป่า ภายในเต็มไปด้วยหินงอก หินย้อย เสาหิน และม่านหินที่ก่อตัวจากหยดน้ำซึมผ่านหินปูนทีละน้อยมานานนับล้านปี
สิ่งที่ทำให้ถ้ำนี้ต่างจากถ้ำทั่วไปคือ การส่องไฟหลากสี ที่เปลี่ยนหินธรรมดาให้กลายเป็นฉากแฟนตาซี และห้องโถงใหญ่ชื่อ วังคริสตัล (水晶宫) ที่กว้างจนจุคนได้เป็นพัน บวกกับ รอยจารึกหมึกโบราณกว่า 70 หลัก บนผนังถ้ำที่นักเดินทางและกวีเขียนทิ้งไว้ตั้งแต่ราชวงศ์ถัง — ถ้ำขลุ่ยอ้อเลยเป็นทั้งความงามทางธรรมชาติและร่องรอยประวัติศาสตร์ในที่เดียว
เส้นทางในถ้ำเป็นวงรอบเดียวที่ไกด์พาเดินตามไฟส่อง ผ่านจุดเด่นเรียงกันไป — เดินสบายๆ ไม่ต้องปีน
ก่อนลงถ้ำจะผ่านดงต้นอ้อที่ขึ้นอยู่หน้าปากถ้ำ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อ "ขลุ่ยอ้อ" เพราะคนสมัยก่อนตัดอ้อมาทำขลุ่ยเป่า พอเดินเข้าไปอุณหภูมิจะเย็นลงทันที เป็นจุดที่หลายคนหยุดถ่ายรูปก่อนเริ่มเส้นทางในถ้ำ
ช่วงกลางถ้ำคือดงเสาหินและหินย้อยรูปทรงแปลกตา หลายจุดถูกตั้งชื่อตามรูปร่างที่จินตนาการได้ เช่น สิงโต เจดีย์ ป่าดิบ และน้ำตกหิน ไฟที่ส่องเปลี่ยนสีไปเรื่อยๆ ทำให้หินก้อนเดิมดูเหมือนเปลี่ยนอารมณ์ทุกครั้งที่แสงเปลี่ยน — ตรงนี้เดินช้าๆ แล้วค่อยๆ ดูจะสนุกกว่ารีบ
นี่คือจุดที่สวยที่สุดและคนหยุดถ่ายรูปกันมากที่สุด ห้องโถงเปิดโล่งกว้างจนจุคนได้ราว 1,000 คน เพดานห้อยหินย้อยลงมาเหมือนโคมไฟในวัง ด้านล่างมีสระน้ำนิ่งที่สะท้อนเงาหินและไฟสีกลับขึ้นมาเป็นภาพสมมาตร เหมือนมีวังอีกหลังอยู่ใต้ผิวน้ำ วังคริสตัลยังเคยเป็นฉากถ่ายทำซีรีส์ ไซอิ๋ว เวอร์ชันปี 1986 ด้วย
บนผนังถ้ำมีรอยเขียนหมึกของกวีและนักเดินทางในอดีตกว่า 70 หลัก ส่วนใหญ่เป็นยุคราชวงศ์ถังและซ่ง โดยหลักที่เก่าที่สุดย้อนไปถึงปี ค.ศ. 792 สมัยถัง รอยจารึกเหล่านี้บอกว่าคนมาเที่ยวถ้ำนี้กันมานานกว่าพันปีแล้ว — ไม่ใช่ของใหม่ที่เพิ่งเปิดเป็นแหล่งท่องเที่ยว
ในถ้ำค่อนข้างมืดและไฟสีเปลี่ยนตลอดเวลา ทำให้ถ่ายให้สวยไม่ง่ายอย่างที่คิด ส่วนใหญ่ ขอให้ปิดแฟลช เพื่อรักษาบรรยากาศและไม่รบกวนคนอื่น — ซึ่งจริงๆ ปิดแฟลชแล้วภาพจะสวยกว่าด้วย เพราะแฟลชจะลบสีของไฟส่องทิ้งหมด มือถือรุ่นใหม่ที่ถ่ายกลางคืนเก่งจะเก็บแสงสีในถ้ำได้ดีกว่า ถ้าอยากได้ภาพคมๆ ลองหาราวจับหรือผนังพิงกล้องให้นิ่งสักครู่
จุดถ่ายที่ปังที่สุดคือ วังคริสตัล ที่มีสระน้ำสะท้อนเงา ลองถ่ายให้ติดทั้งหินจริงด้านบนและเงาในน้ำด้านล่าง จะได้ภาพสมมาตรสวยๆ ที่เป็นซิกเนเจอร์ของถ้ำนี้เลย
ถ้ำขลุ่ยอ้ออยู่ใต้ดิน อุณหภูมิข้างในจึงเย็นและคงที่ทั้งปี เที่ยวได้ทุกฤดู แต่ช่วงที่อากาศนอกถ้ำสบายที่สุดสำหรับเดินเที่ยวกุ้ยหลินทั้งวันคือ เมษายนถึงตุลาคม ในถ้ำชื้นกว่าข้างนอกนิดหน่อย ใส่เสื้อแขนยาวบางๆ ติดไปก็ดี
เรื่องคนเยอะ — ถ้ำนี้เป็นจุดทัวร์ยอดฮิต รอบเช้าและวันธรรมดาคนจะน้อยกว่าและเดินสบายกว่า ส่วนช่วงที่ควรเลี่ยงคือ วันหยุดยาวจีน โดยเฉพาะ Golden Week ต้นเดือนตุลาคม วันชาติ 1 ตุลาคม วันแรงงาน 1 พฤษภาคม และสัปดาห์ตรุษจีน ที่คนแน่นจนต้องต่อแถวยาวและเดินตามกันเป็นขบวน
การเข้าชมเป็นแบบเดินตามเส้นทางที่กำหนดไว้ วนรอบเดียวออกมา เปลี่ยนเส้นทางเองไม่ได้ เพื่อความปลอดภัยและรักษาสภาพถ้ำ ปกติจะเดินรวมกันเป็นรอบ มีไกด์อธิบายชื่อหินตามจุดต่างๆ (ส่วนใหญ่เป็นภาษาจีน) ถ้าอยากเดินช้าๆ ถ่ายรูปนานๆ ลองรอให้กลุ่มทัวร์ใหญ่เดินไปก่อนแล้วค่อยตามหลัง จะได้พื้นที่โล่งกว่า
พื้นทางเดินบางช่วงลื่นเพราะความชื้น สวม รองเท้าที่เดินสบายและกันลื่น ไว้ดีที่สุด และระวังขั้นบันไดเตี้ยๆ ที่มีอยู่เป็นระยะ
ถ้ำอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมือง ห่างจากใจกลางราว 5–6 กิโลเมตร กุ้ยหลินไม่มีรถไฟฟ้าใต้ดิน การเดินทางจึงใช้รถเมล์ แท็กซี่ หรือ DiDi เป็นหลัก
ถ้ำขลุ่ยอ้ออยู่ชานเมือง พักในตัวเมืองริมแม่น้ำหลี่หรือย่านถนนคนเดินจงซานจะเดินทางไปได้ทุกจุดสะดวกที่สุด