สวนสาธารณะร่มรื่นกว่า 120 เฮกตาร์บนฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหลี — มีเขาหินรูปอูฐหมอบ ถ้ำหินงอกหินย้อย สะพานหินสมัยซ่ง และแพนด้ายักษ์ในสวนสัตว์เล็กๆ ครึ่งวันที่ง่ายและสบายที่สุดสำหรับครอบครัวในตัวเมืองกุ้ยหลิน
ลองนึกภาพ: หลังเที่ยวล่องแม่น้ำหลีและปีนเขามาหลายวัน คุณอยากได้เช้าหรือบ่ายที่ช้าลง — เดินใต้ร่มไม้ใหญ่ จิบน้ำชา ปล่อยให้เด็กๆ ได้วิ่งเล่นและไปดูแพนด้า แต่ไม่อยากออกนอกเมืองไกล สวนเจ็ดดาว คือคำตอบนั้นพอดี — สวนสาธารณะใจกลางกุ้ยหลินที่กว้างพอจะหายเหนื่อย แต่ก็ยังเดินกลับโรงแรมในเมืองได้สบาย
สวนเจ็ดดาว (七星公园 ชีซิงกงหยวน) เป็น สวนสาธารณะกลางเมืองที่ใหญ่ที่สุดของกุ้ยหลิน พื้นที่กว่า 120 เฮกตาร์ ตั้งอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหลี ห่างจากใจกลางเมืองแค่ราว 1.5 กิโลเมตร ข้ามสะพานปลดปล่อยไปนิดเดียว ที่มาของชื่อ "เจ็ดดาว" คือยอดเขา 7 ลูกในสวน (สี่ลูกจากเขาผู่ถัวและสามลูกจากเขาเสี้ยวจันทร์) ที่เรียงตัวกันคล้ายกลุ่มดาวจระเข้หรือกระบวยใหญ่บนท้องฟ้า
สิ่งที่ทำให้สวนนี้คุ้มค่าแก่การแวะคือ ความหลากหลายในที่เดียว — เขาหินรูปอูฐที่เป็นภาพจำ ถ้ำหินงอกหินย้อยใต้ภูเขา สะพานหินโบราณตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่ง ป่าหินสลักจารึก สวนบอนไซ ร้านน้ำชา และสวนสัตว์ที่มีแพนด้า ทั้งหมดอยู่ในสวนเดียวที่นั่งรถเมล์จากกลางเมืองมาถึงในไม่กี่นาที จึงเหมาะมากเป็นวันพักเบรกจากการเที่ยวหนักๆ หรือเป็นกิจกรรมเช้าก่อนเดินทางต่อ
สวนเจ็ดดาวกว้างมาก แต่จุดเด่นจริงๆ มีอยู่ไม่กี่ที่ — เดินไล่ตามนี้ก็เห็นครบ
ดาวเด่นของสวน — เขาหินปูนลูกย่อมที่มีรูปทรงเหมือนอูฐหมอบราวกับใครปั้นไว้ ทั้งที่เป็นหินธรรมชาติล้วนๆ มุมถ่ายที่เห็นรูปอูฐชัดสุดคือจากลานด้านหน้าให้เห็นทั้งตัว รอบๆ มีดอกไม้ตามฤดูและพื้นที่เปิดให้นั่งพัก เป็นจุดที่คนแวะถ่ายรูปกันมากที่สุด
สวนสัตว์เล็กๆ ซ่อนอยู่หลังเขาอูฐ เป็นสวนสัตว์แห่งเดียวในตัวเมืองกุ้ยหลิน มีทั้งแพนด้ายักษ์ แพนด้าแดง ลิง และสัตว์อีกหลายชนิด ตัวเอกคือแพนด้าที่เด็กๆ ชอบมาก บอกตามตรงว่ากรงและสภาพการเลี้ยงดูเรียบง่ายกว่าสวนสัตว์ใหญ่ๆ ในเมืองหลวง แต่สำหรับครอบครัวที่อยากให้ลูกได้เห็นแพนด้าใกล้ๆ ระหว่างเที่ยวก็ถือว่าสะดวกและไม่ต้องไปไกล
ถ้ำหินปูนใต้ภูเขาในสวน เมื่อก่อนเป็นแม่น้ำใต้ดินมานับล้านปี ภายในมีสามชั้น ชั้นกลางยาวราว 814 เมตรเปิดให้เดินเข้าชม มีหินงอกหินย้อยรูปทรงแปลกตาส่องไฟสีให้ดู คล้ายถ้ำขลุ่ยอ้อ (Reed Flute Cave) ที่อยู่อีกฝั่งเมืองแต่สเกลเล็กกว่า ถ้ามาสวนเจ็ดดาวแล้วก็แวะเข้าได้เลยเพราะอยู่ในรั้วเดียวกัน
สะพานหินโค้งที่เป็นประตูหลักเข้าสวนเจ็ดดาว สร้างครั้งแรกตั้งแต่สมัยราชวงศ์ซ่งและบูรณะใหม่ในสมัยราชวงศ์หมิง โค้งสะพานสะท้อนกับผิวน้ำเป็นภาพคล้ายดวงจันทร์เต็มดวง โดยเฉพาะตอนน้ำนิ่ง เป็นหนึ่งในมุมถ่ายรูปคลาสสิกที่คนเดินถ่ายกันตั้งแต่ทางเข้า
รอบๆ เขาอูฐยังมีสวนบอนไซ ป่าจารึกหินกุ้ยไห่ (Guihai Stele Forest) ที่เก็บแผ่นศิลาจารึกเก่าแก่ และร้านน้ำชาให้นั่งจิบใต้ร่มไม้ ใครที่อยากใช้เวลาช้าๆ ไม่รีบ ตรงนี้คือเสน่ห์จริงของสวน — เดินเล่น หามุมเงียบๆ นั่งดูคนท้องถิ่นออกกำลังกายและรำไทเก๊กตอนเช้า
สวนเปิดตั้งแต่เช้ามาก (ราว 06.00 น.) ช่วงที่ดีที่สุดคือ เช้า ๆ ก่อน 10 โมง เพราะอากาศยังเย็น แดดไม่แรง และได้เห็นคนกุ้ยหลินมาเดินออกกำลังกาย รำไทเก๊ก ร้องเพลง เป็นบรรยากาศท้องถิ่นที่หาดูยาก อีกช่วงที่สวยคือบ่ายแก่ๆ ก่อนปิด แดดอ่อนลงและแสงสวยสำหรับถ่ายรูปเขาอูฐ ฤดูใบไม้ผลิ (มี.ค.–พ.ค.) ต้นไม้เขียวสดและมีดอกไม้บานเยอะที่สุด
เลี่ยงช่วง วันหยุดยาวจีน อย่าง Golden Week ต้นเดือนตุลาคมและตรุษจีน เพราะคนในประเทศจะมาเที่ยวกันแน่น โดยเฉพาะหน้าสวนสัตว์ที่คิวยาวกว่าปกติมาก
นี่คือหนึ่งในที่เที่ยวกุ้ยหลินที่เป็นมิตรกับเด็กที่สุด พื้นที่กว้าง ทางเดินส่วนใหญ่ราบ ปล่อยให้เด็กวิ่งเล่นได้ และมีแพนด้ากับสัตว์อื่นให้ดู เผื่อเวลาที่สวนสัตว์ให้เด็กๆ ดูแพนด้าได้เต็มที่ พกน้ำ หมวก และร่มไปด้วยเพราะบางช่วงทางเดินกลางแจ้ง แดดกุ้ยหลินช่วงกลางวันค่อนข้างแรง
ถ้าเดินกันทั้งวันเหนื่อย ในสวนมีรถรางไฟฟ้าบริการรับส่งระหว่างจุดต่างๆ (มีค่าโดยสารแยก) ช่วยประหยัดแรงขาเล็กๆ และผู้สูงอายุได้มาก
สวนเจ็ดดาวอยู่ฝั่งตะวันออกของแม่น้ำหลี เดินข้ามสะพานปลดปล่อยกลับเข้าเมืองก็เจอย่านใจกลางและริมทะเลสาบ จับคู่ครึ่งวันที่สวนเจ็ดดาวกับครึ่งวันเดินเล่น สองแม่น้ำสี่ทะเลสาบ และเจดีย์พระอาทิตย์-พระจันทร์ตอนค่ำได้พอดี หรือถ้าชอบถ้ำหินงอกหินย้อยแล้วอยากเห็นเวอร์ชันใหญ่กว่า ก็เก็บ ถ้ำขลุ่ยอ้อ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเมืองไว้อีกวัน
กุ้ยหลิน ไม่มีรถไฟฟ้า การเดินทางในเมืองใช้รถเมล์ แท็กซี่/DiDi หรือเดินเอา สวนเจ็ดดาวอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำหลีจากย่านใจกลางเมือง ข้ามสะพานปลดปล่อย (解放桥) ไปแค่นิดเดียว
พักริมแม่น้ำหลีหรือย่านกลางเมือง — ข้ามสะพานปลดปล่อยไปสวนเจ็ดดาวสะดวก และอยู่ใกล้ทะเลสาบกับย่านช้อปปิ้ง