ภูเขาหินปูนที่ธรรมชาติเจาะช่องโค้งทะลุเชิงเขาจนดูเหมือนช้างยักษ์กำลังก้มงวงลงดื่มน้ำในแม่น้ำหลีเจียง — มองจากริมน้ำก็สวย ขึ้นไปยืนใต้เจดีย์บนยอดก็ได้วิวเมือง และยามค่ำยังมีไฟสีฉายลงบนตัวเขาทั้งลูก
ลองนึกภาพ: คุณยืนอยู่ริมแม่น้ำหลีเจียงตอนเช้าตรู่ ฟ้ายังขมุกขมัว มองข้ามผิวน้ำนิ่งๆ ไปคือภูเขาหินสีเทาก้อนใหญ่ที่มีช่องโค้งเจาะทะลุตรงเชิงเขาพอดี น้ำไหลลอดผ่านช่องนั้น — แล้วจู่ๆ คุณก็เห็น มันคือช้าง ช้างยักษ์ที่กำลังหย่อนงวงลงดื่มน้ำ ส่วนโค้งที่เจาะทะลุคือช่องว่างระหว่างงวงกับขาหน้า ภาพนี้เองที่อยู่บนโปสการ์ด ตราไปรษณีย์ และโลโก้ของเมืองกุ้ยหลินมาหลายสิบปี
เขางวงช้าง (象鼻山 หรือเรียกสั้นๆ ว่า 象山) ตั้งอยู่ใจกลางเมืองกุ้ยหลิน ตรงจุดบรรจบของแม่น้ำหลีเจียงกับแม่น้ำเถาฮัว (แม่น้ำดอกท้อ) พอดี เป็นภูเขาหินปูนคาร์สต์ที่ถูกน้ำและกาลเวลากัดเซาะมานับล้านปีจนได้รูปทรงช้างที่สมจริงอย่างน่าทึ่ง คนจีนถือว่าที่นี่คือสัญลักษณ์ประจำเมือง เหมือนที่หอไอเฟลเป็นของปารีส — มากุ้ยหลินทั้งทีถ้าไม่ได้เห็นเขางวงช้าง เหมือนมายังไม่ถึง
สิ่งที่ทำให้เขางวงช้างไม่ใช่แค่ "ภูเขารูปแปลก" คือรายละเอียดที่ซ่อนอยู่ — ถ้ำพระจันทร์น้ำ (水月洞) ช่องโค้งที่เป็นเหมือนงวงช้าง บนยอดเขามีเจดีย์ผู่เสียนสมัยราชวงศ์หมิง และมีตำนานช้างสวรรค์ที่เล่าต่อกันมาหลายร้อยปี รอบเขาเป็นสวนริมน้ำเดินสบาย ใช้เวลาราวชั่วโมงเดียวก็ทั่ว เหมาะเป็นจุดเปิดทริปกุ้ยหลินก่อนออกไปล่องแม่น้ำหรือเที่ยวหยางซั่ว
จากช่องโค้งงวงช้างไปถึงเจดีย์บนยอดและมุมถ่ายรูปจากอีกฝั่งน้ำ — รู้ก่อนไปจะเที่ยวคุ้มกว่า
นี่คือพระเอกของที่นี่ ช่องโค้งครึ่งวงกลมสูงราว 12 เมตรที่เจาะทะลุเชิงเขา ทำให้ภูเขาดูเหมือนช้างกำลังหย่อนงวงลงดื่มน้ำ ชื่อ "พระจันทร์น้ำ" มาจากคืนพระจันทร์เต็มดวง เงาจันทร์จะสะท้อนผ่านช่องโค้งลงผิวน้ำ ดูเหมือนมีพระจันทร์ลอยอยู่ทั้งบนฟ้าและในน้ำพร้อมกัน ผนังถ้ำยังเต็มไปด้วยบทกวีและอักษรจารึกสมัยราชวงศ์ถังและซ่งกว่า 50 ชิ้น เป็นพิพิธภัณฑ์อักษรกลางแจ้งย่อมๆ
บนยอดเขา ตรงตำแหน่งที่เหมือน "สันหลังช้าง" มีเจดีย์อิฐเล็กๆ สมัยราชวงศ์หมิงตั้งอยู่ ชื่อเจดีย์ผู่เสียน (พระโพธิสัตว์สมันตภัทร) ตามตำนานว่ากันว่าคือด้ามดาบที่ปักอยู่บนหลังช้าง เดินขึ้นบันไดไปถึงยอดได้ จะเห็นวิวแม่น้ำหลีเจียงคดเคี้ยวและยอดเขาคาร์สต์รอบเมืองกุ้ยหลิน เป็นมุมที่หลายคนพลาดเพราะมัวแต่ถ่ายช่องงวงด้านล่าง
ถ้าอยากได้ภาพ "ช้างเต็มตัว" คลาสสิกที่สุด เดินในสวนไปทางลานริมน้ำใกล้ประตู 2 จะมีจุดชมวิวที่หันหน้าตรงเข้าหาช่องงวงพอดี เห็นทั้งทรงช้าง ช่องโค้ง และเงาสะท้อนบนน้ำในเฟรมเดียว ช่วงเช้าน้ำนิ่งและคนน้อยเป็นเวลาที่ได้ภาพดีที่สุด แดดสายๆ น้ำจะเริ่มกระเพื่อมและทัวร์เริ่มเข้า
หลังมืด ตัวภูเขาริมแม่น้ำจะกลายเป็นจอฉายภาพขนาดยักษ์ มีการฉายไฟสีและเลเซอร์เล่าเรื่องตำนานช้างกับวิถีชาวกุ้ยหลินลงบนผิวหิน สะท้อนกับน้ำเป็นภาพที่ต่างจากตอนกลางวันคนละอารมณ์ ดูฟรีได้จากริมน้ำรอบๆ ส่วนใครอยากดูใกล้และเต็มอิ่มสามารถลงเรือทัวร์ยามค่ำที่แล่นผ่านหน้าเขาได้ (มีค่าใช้จ่ายแยก) เวลาจัดแสดงปรับตามฤดูกาล แนะนำเช็กหน้างาน
ความจริงที่หลายคนไม่รู้คือ คุณไม่จำเป็นต้องเข้าสวนก็เห็นเขางวงช้างได้สวยๆ เดินไปตามทางเลียบแม่น้ำหลีเจียงหรือไปยืนฝั่งตรงข้าม จะเห็นทรงช้างเต็มตัวจากระยะห่างที่กำลังดี บางคาเฟ่และโรงแรมริมน้ำในเมืองก็มีดาดฟ้าที่หันหน้าเข้าหาเขาพอดี — สั่งกาแฟแก้วเดียวแล้วนั่งดูช้างเปลี่ยนสีตอนพระอาทิตย์ตกก็คุ้มแล้ว
เขางวงช้างสวยได้สองเวลาในวันเดียว ถ้าชอบความสงบและอยากได้ภาพเงาสะท้อนใสๆ ให้มาเช้าตรู่ราว 07.00–09.00 น. คนน้อย น้ำนิ่ง แสงนุ่ม เป็นเวลาที่ภาพช้างกับเงาในน้ำออกมาดีที่สุด ถ้าชอบสีสันและบรรยากาศคึกคัก ให้มาช่วงเย็นก่อนพระอาทิตย์ตกถึงค่ำ เพราะหลังมืดจะมีการฉายไฟสีลงบนตัวเขา
ข้อควรรู้ตามตรง: ช่วงสายถึงบ่ายคือเวลาที่ทัวร์กรุ๊ปเข้าเยอะที่สุด ลานริมน้ำจุดถ่ายรูปจะแน่นและรอคิวถ่ายนาน ถ้าเลี่ยงได้ให้หลบช่วงนั้น ส่วนหน้าฝน (พ.ค.–ส.ค.) น้ำในแม่น้ำหลีเจียงจะสูงและขุ่นกว่าปกติ บางครั้งระดับน้ำท่วมถึงช่องงวง ทำให้ภาพต่างจากที่เห็นในโปสการ์ดหน้าแล้ง
มุม "โปสการ์ดกุ้ยหลิน" ที่คลาสสิกที่สุดคือยืนตรงลานริมน้ำใกล้ประตู 2 ในสวน หันหน้าเข้าหาช่องงวงตรงๆ จะเห็นทรงช้าง ช่องโค้ง และเงาสะท้อนครบในเฟรมเดียว มาเช้าตอนน้ำนิ่งจะได้ภาพสมมาตรสวยที่สุด
อีกมุมที่หลายคนมองข้ามคือจากอีกฝั่งของแม่น้ำหรือทางเลียบน้ำที่อยู่ห่างออกไป — ถอยออกมาหน่อยจะเห็นช้างเต็มตัวพร้อมยอดเขาคาร์สต์ลูกอื่นเป็นฉากหลัง ได้บรรยากาศกว้างกว่ามุมในสวน ส่วนใครอยากได้มุมสูง บางคาเฟ่และโรงแรมริมน้ำในเมืองมีดาดฟ้าที่หันเข้าหาเขาพอดี เหมาะนั่งจิบกาแฟรอช้างเปลี่ยนสีตอนค่ำ
เพราะเขางวงช้างใช้เวลาเที่ยวแค่ราวชั่วโมงเดียวและอยู่ใจกลางเมืองริมแม่น้ำหลีเจียง คนส่วนใหญ่จึงไม่ได้มาที่นี่ที่เดียว แต่จับคู่กับจุดอื่นในวันเดียวกัน ตอนเช้ามาดูช้าง แล้วช่วงสายต่อด้วยล่องแม่น้ำหลีเจียงไปหยางซั่ว หรือเดินเล่นถนนคนเดินจิงหยาง
ถ้าค้างคืนในเมือง ตอนค่ำลองมาล่องเรือสองแม่น้ำสี่ทะเลสาบดูไฟรอบเมืองกับเจดีย์พระอาทิตย์-พระจันทร์ ก็เป็นการปิดวันที่เหมาะกับช่วงค่ำพอดี ทั้งหมดอยู่ในเมืองเดียวกัน เดินทางด้วยแท็กซี่หรือ DiDi ไม่กี่นาที
เขางวงช้างอยู่ใจกลางเมืองริมแม่น้ำหลีเจียง เลขที่ 1 ถนนปินเจียง เขตเซี่ยงซาน กุ้ยหลินยังไม่มีรถไฟใต้ดินหรือรถไฟฟ้า การเดินทางในเมืองจึงใช้รถเมล์ แท็กซี่ หรือเรียกรถผ่านแอป DiDi เป็นหลัก ซึ่งทุกแบบสะดวกและไม่แพง
ทั้งหมดอยู่ในเมืองกุ้ยหลินหรือออกจากเมืองได้ในวันเดียว — เริ่มจากช้าง แล้วไปต่อ