ฝั่งมรดกและกลางคืนของเฉิงตู — ศาลเจ้าสามก๊กอายุพันกว่าปี ถนนโบราณจินหลี่ที่กลายเป็นเมืองโคมแดงหลังมืด และบาร์ร้อยกว่าร้านเรียงรายริมแม่น้ำจิ่นที่จิ่วเหยี่ยนเฉียว — เดินถึงกันหมด
ลองนึกภาพศาลเจ้าโบราณที่สร้างเพื่อระลึกถึงตัวละครจาก สามก๊ก ตั้งอยู่กลางเมืองในป่าไผ่และกำแพงแดง ถัดออกมาแค่กำแพงเดียวคือถนนหินทรงเสฉวนเก่าที่ตอนกลางคืนโคมแดงติดทั้งสาย และอีกไม่ไกลคือแม่น้ำที่มีบาร์เรียงรายเป็นกิโลเมตร — นั่นคือย่าน อู่โหว (武侯区) ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเฉิงตู ฝั่งที่หลายคนเผลอข้ามเพราะมัวแต่ไปดูแพนด้ากับช้อปปิ้งที่ชุนซีลู่
หัวใจของย่านคือสามจุดที่อยู่ใกล้กัน — ศาลเจ้าอู่โหว (武侯祠) มรดกสามก๊กที่บูชาขงเบ้ง (จูเก๋อเหลียง) และเล่าปี่, ถนนโบราณจินหลี่ (锦里) ถนนคนเดินติดกับศาลที่เต็มไปด้วยของกินเล่นเสฉวนและโคมแดง และ ย่านทิเบตเล็กๆ รอบถนนอู่โหวฉือที่มีร้านขายธงมนตรา ผ้าคลุมขนแกะ และชาเนยแบบทิเบต ส่วนทางทิศตะวันออกของย่านคือแม่น้ำจิ่น (锦江) ที่มีสะพานเก่า จิ่วเหยี่ยนเฉียว (九眼桥) และบาร์สตรีทริมน้ำที่คึกคักที่สุดของเฉิงตู
เคยเจอไหม — ย่านที่ตอนกลางวันสงบนิ่งเหมือนพิพิธภัณฑ์ แต่พอตกค่ำกลับเปลี่ยนเป็นอีกโลก อู่โหว–จินหลี่เป็นแบบนั้นเลย กลางวันคุณเดินอ่านประวัติสามก๊กใต้ร่มไผ่ พอมืดก็ออกมานั่งจิบเบียร์ฟังเพลงริมแม่น้ำได้ในระยะที่เรียก DiDi คันเดียวถึง
อู่โหว–จินหลี่ไม่ได้เน้นช้อปปิ้งแบบชุนซีลู่ และไม่ได้เป็นเมืองเก่าจัดฉากแบบบางย่าน — มันคือฝั่งที่คุณมาเพื่อประวัติศาสตร์ตอนกลางวันและแม่น้ำตอนค่ำ
เสน่ห์ของย่านนี้อยู่ที่ หลายโลกที่อยู่ใกล้กันจนเดินถึง ออกจากศาลเจ้าก็ทะลุเข้าจินหลี่ เดินจินหลี่จบก็เลี้ยวไปย่านทิเบตที่กลิ่นธูปกับชาเนยลอยมาแต่ไกล และพอตกค่ำก็เดินหรือนั่ง DiDi ไปริมแม่น้ำจิ่นเพื่อหาบาร์สักร้าน เฉิงตูขึ้นชื่อเรื่องจังหวะชีวิตที่ช้าและสบาย — ฝั่งนี้คือที่ที่คุณจะรู้สึกถึงมันชัดที่สุด
ศาลเจ้าอู่โหวคือศาลที่รวมการบูชาทั้งกษัตริย์ (เล่าปี่) และอัครมหาเสนาบดี (ขงเบ้ง) ไว้ในที่เดียว ซึ่งหายากมากในจีน เดินเข้าไปจะเจอรูปปั้นตัวละครสามก๊กที่หลายคนรู้จักจากนิยายและเกม กำแพงแดงทางเดินที่ตัดกับใบไผ่เขียวเป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยม ถ้าคุณโตมากับสามก๊ก ที่นี่ทำให้ตัวละครในหนังสือกลายเป็นของจริงตรงหน้า
จินหลี่คือถนนโบราณติดศาลที่ CNN เคยจัดให้เป็นหนึ่งในถนนสวยที่สุดในโลก ตึกอิฐเทาทรงเสฉวน โคมแดงเป็นพวง และร้านของกินเล่นเรียงรายตลอดทาง ของเด็ดต้องลองคือ ซานต้าเผ้า (三大炮) ขนมข้าวเหนียวที่คนขายปาลงถาดดังปังสามที, เนื้อจางเฟย, ไก่เสียบไม้โบโบ และก๊วยขุยแป้งทอด เดินสบายๆ 1–2 ชั่วโมง
รอบถนนอู่โหวฉือตงเจียและอู่โหวฉือเหิงเจีย (武侯祠横街) คือย่านทิเบตที่ใหญ่ที่สุดของเฉิงตู คนทิเบตจำนวนมากเข้ามาเรียนและรักษาตัวในเมือง ทำให้ย่านนี้มีร้านขายธงมนตรา ลูกประคำ ผ้าคลุมขนแกะ (chuba) และร้านอาหารทิเบตที่เสิร์ฟชาเนยและหม้อไฟทิเบต ร้านปิดประมาณ 20:00–21:00 น. เข้าฟรี แต่ถ้าจะซื้อของควรต่อราคา
จิ่วเหยี่ยนเฉียว (สะพานเก้าตา) คือศูนย์กลางชีวิตกลางคืนของเฉิงตู บาร์สตรีทริมแม่น้ำจิ่นยาวเกือบ 800 เมตร มีบาร์และคลับกว่าร้อยร้าน ตั้งแต่บาร์เล็กๆ ฟังเพลงสด ไปจนถึงคลับใหญ่ในกลุ่ม Lan Kwai Fong เฉิงตู (เช่น Space, Playhouse) แสงนีออนกับโคมแดงสะท้อนผิวน้ำเป็นภาพที่คนรุ่นใหม่เฉิงตูชอบมาก กลางคืนคนแน่นและสว่าง
ศาลเจ้าที่สร้างเพื่อระลึกถึงขงเบ้ง (จูเก๋อเหลียง) และเล่าปี่ ถือเป็นศาลสามก๊กที่มีชื่อที่สุดในจีน ปัจจุบันเป็นพิพิธภัณฑ์กลางสวนไผ่และกำแพงแดง ค่าเข้าชม ¥50 (~฿250) เปิดทุกวัน ช่วงพ.ย.–เม.ย. ประมาณ 08:00–18:00 น. และพ.ค.–ต.ค. ขยายถึงราว 08:00–20:00 น. (หยุดขายตั๋วก่อนปิดราว 1 ชั่วโมง · เช็กก่อนไปอีกที) ภายในมีรูปปั้นตัวละครสามก๊กและทางเดินกำแพงแดงที่เป็นจุดถ่ายรูปดัง
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คู่มือศาลเจ้าอู่โหวฉบับเต็ม
ถนนคนเดินทรงเสฉวนเก่าที่ติดกับศาลเจ้าอู่โหว เดินทะลุถึงกันได้ ร้านเปิดประมาณ 09:00–22:00 น. เข้าฟรี จุดเด่นคือตึกอิฐเทา โคมแดงเป็นพวง และร้านของกินเล่นเสฉวนตลอดสาย สวยที่สุด หลังสองทุ่ม ตอนโคมติดพร้อมกัน ถ้าอยากได้รูปคนน้อยลองช่วงบ่ายสี่โมงวันธรรมดาแล้วอยู่ต่อจนค่ำ
ดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ คู่มือถนนจินหลี่ฉบับเต็ม
สะพานหินเก่ายุคหมิง-ชิงที่มีช่องโค้งเก้าช่อง (จึงเรียก "สะพานเก้าตา") ปัจจุบันย่านรอบสะพานคือบาร์สตรีทยาวเกือบ 800 เมตร เรียงรายริมแม่น้ำจิ่นด้วยบาร์และคลับกว่าร้อยร้าน เป็นย่านกลางคืนที่คึกคักที่สุดของเฉิงตู มีทั้งบาร์ฟังเพลงสดและคลับ EDM ขนาดใหญ่ในกลุ่ม Lan Kwai Fong กลางคืนคนแน่นและสว่าง เรียก DiDi กลับสะดวก
รอบถนนอู่โหวฉือเหิงเจียและอู่โหวฉือตงเจีย ใกล้ศาลเจ้าอู่โหว คือย่านชุมชนทิเบตที่ใหญ่ที่สุดของเฉิงตู บางคนเรียกเล่นๆ ว่า "ลาซาน้อย" ร้านรวงขายธงมนตรา ลูกประคำ ผ้าคลุมขนแกะ เครื่องเงิน และของใช้ในพิธีกรรมพุทธทิเบต มีร้านอาหารทิเบตที่เสิร์ฟชาเนยและหม้อไฟ เดินเข้าฟรี แต่ของที่ขายมักตั้งราคาเผื่อต่อ ร้านปิดค่อนข้างเร็วราว 2–3 ทุ่ม
ใกล้กับจิ่วเหยี่ยนเฉียวมีสะพานอันชุน (Anshun Bridge) สะพานทางเดินมีหลังคาที่สวยตอนกลางคืนเมื่อไฟติดและสะท้อนผิวน้ำ ช่วงค่ำมีบริการล่องเรือชมแม่น้ำจิ่นที่พาผ่านสะพานและย่านบาร์ ราคาขึ้นกับเส้นทางและผู้ให้บริการ (เช็กก่อนไป) เหมาะกับคนที่อยากเห็นย่านริมน้ำจากมุมบนเรือแทนการเดินริมตลิ่ง
ย่านอู่โหวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ ส่วนเมืองเก่ากว่านจ้ายและย่านช้อปปิ้งไท่กู่หลี่อยู่คนละมุมเมือง แต่เชื่อมกันด้วยรถไฟฟ้าไม่กี่สถานี ถ้าวันเดียวอยากได้ทั้งสามก๊ก โคมแดง และเมืองเก่า ลองวางจินหลี่ไว้ตอนค่ำแล้วเริ่มที่กว่านจ้ายตอนเช้า อ่านต่อที่ คู่มือย่านกว่านจ้าย–สวนประชาชน และ คู่มือย่านชุนซีลู่–ไท่กู่หลี่
ฝั่งนี้คือฝั่งของกินเล่นเดินกินและบรรยากาศ ไม่ใช่ร้านในห้าง — กินจินหลี่ตอนค่ำ แล้วต่อหม้อไฟกับเบียร์ริมน้ำ
จินหลี่คือถนนที่ออกแบบมาให้เดินกิน ของเด็ดที่ควรลอง — ซานต้าเผ้า (三大炮) ขนมข้าวเหนียวคลุกงาและน้ำตาลแดงที่คนขายปาลงถาดทองเหลืองดังสามที, ไก่เสียบไม้โบโบ (钵钵鸡) เสียบไม้แช่น้ำมันพริกเย็นๆ, เนื้อจางเฟย (张飞牛肉) เนื้อหมักหนึบเหนียว และก๊วยขุยแป้งอบกรอบ ราคาของกินเล่นต่อชิ้นประมาณ ¥10–30 (~฿50–150) เดินชิมไปเรื่อยๆ จะอิ่มพอดีหนึ่งมื้อ
อ่านเพิ่ม: คู่มืออาหารริมทางเฉิงตู · คู่มืออาหารเฉิงตูฉบับเต็ม
ถ้ามาฝั่งนี้แล้วไม่กินหม้อไฟถือว่าพลาด เฉิงตูคือบ้านเกิดของหม้อไฟหมาล่า น้ำซุปพริกกับเสฉวนเปปเปอร์ที่เผ็ดชาลิ้น แถวจิ่วเหยี่ยนเฉียวและริมแม่น้ำมีร้านหม้อไฟหลายร้านที่เปิดดึก เหมาะกับการกินก่อนหรือหลังเดินบาร์ สั่งน้ำซุปแบบครึ่งเผ็ดครึ่งไม่เผ็ด (鸳鸯锅) ได้ถ้ากินเผ็ดไม่ไหว ราคาต่อคนประมาณ ¥80–150 (~฿400–750)
อ่านเพิ่ม: คู่มือหม้อไฟเฉิงตู
ในย่านทิเบตรอบถนนอู่โหวฉือมีร้านอาหารทิเบตที่เสิร์ฟของที่หากินยากในที่อื่นของเฉิงตู — หม้อไฟทิเบตที่ใส่เนื้อจามรีและผัก, ชาเนย (butter tea) รสเค็มมัน, และโมโม (เกี๊ยวทิเบต) เป็นประสบการณ์ที่ต่างจากอาหารเสฉวนทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เหมาะกับคนที่อยากลองอะไรใหม่ ราคาย่อมเยากว่าร้านในย่านท่องเที่ยวหลัก
ฝั่งนี้เหมาะกับคนที่อยากได้วิวแม่น้ำและบาร์ริมน้ำในระยะเดิน โดยเฉพาะถ้าตั้งใจมาเที่ยวกลางคืน
ข้อดีของการนอนริมแม่น้ำจิ่นคือ คุณได้ทั้งมรดกตอนกลางวันและกลางคืนริมน้ำในที่เดียว ตื่นเช้าเดินศาลเจ้าอู่โหวกับจินหลี่ก่อนคนเยอะ พอตกค่ำก็ออกมาริมแม่น้ำได้เลยโดยไม่ต้องเดินทางไกล โรงแรมเด่นของฝั่งนี้คือ Shangri-La Chengdu ที่ตั้งอยู่บนถนน Binjiang East Road ริมแม่น้ำจิ่นโดยตรง เดินถึงจิ่วเหยี่ยนเฉียวและสะพานอันชุนได้สบาย และห่างสถานีรถไฟฟ้าราว 10 นาที
ข้อจำกัดเดียวคือฝั่งริมแม่น้ำไม่ได้มีรถไฟฟ้าหลายสายเชื่อมตรงเท่าย่านชุนซีลู่/ไท่กู่หลี่ ถ้าเป้าหมายหลักคือช้อปปิ้งกลางวันและเดินทางหลายจุด ย่านกลางเมืองอาจสะดวกกว่า แต่ถ้าอยากได้บรรยากาศแม่น้ำและกลางคืน — ฝั่งนี้คุ้มกว่าชัดเจน
วางแผนเที่ยวต่อจากย่านนี้:
ตัวศาลเจ้าอู่โหวกับจินหลี่อยู่ติดกัน เลือกลงสถานีที่สะดวกแล้วเดินต่อ ส่วนบาร์สตรีทริมน้ำอยู่คนละมุม ไปแยกตอนค่ำได้
15:30 น. — เริ่มที่ศาลเจ้าอู่โหว (ลง MRT Gaoshengqiao สาย 3 หรือ Wuhouci สาย 10) เดินดูรูปปั้นสามก๊กและกำแพงแดงตอนแดดร่ม
16:45 น. — เดินทะลุจากศาลเข้าย่านทิเบตรอบถนนอู่โหวฉือ ดูธงมนตราและร้านเครื่องเงินทิเบต
17:30 น. — เข้าถนนจินหลี่ เดินชิมของกินเล่น ซานต้าเผ้า ไก่โบโบ เนื้อจางเฟย รอโคมติด
20:00 น. — จินหลี่โคมแดงติดทั้งสาย เก็บภาพและเดินช่วงที่สวยที่สุด
21:00 น. — นั่ง DiDi ไปริมแม่น้ำจิ่นที่จิ่วเหยี่ยนเฉียว หาหม้อไฟหรือบาร์สักร้านปิดท้าย
ถ้ามีเวลาเต็มวัน เริ่มเช้าที่อื่นก่อนแล้วค่อยมาฝั่งนี้ตอนบ่าย:
08:00 น. — ตื่นเช้าไปฐานเพาะพันธุ์แพนด้าตอนที่แพนด้าตื่นและกินไผ่ (คนละมุมเมือง · ไปเช้าสุด)
12:00 น. — มื้อเที่ยงในเมือง พักจากอากาศร้อน
15:00 น. — เข้าสู่เส้นทางบ่าย-ค่ำข้างบน เริ่มที่ศาลเจ้าอู่โหว ต่อย่านทิเบต และจินหลี่
20:00 น. เป็นต้นไป — จินหลี่โคมแดง ต่อด้วยหม้อไฟและบาร์ริมแม่น้ำจิ่น
ย่านอู่โหวอยู่คนละมุมกับเมืองเก่ากว่านจ้ายและย่านช้อปไท่กู่หลี่ แต่เชื่อมกันด้วยรถไฟฟ้า — ดูแผนเที่ยวเต็มที่ คู่มือเฉิงตูฉบับเต็ม หรือเริ่มจาก ที่เที่ยวเฉิงตูทั้งหมด