วัดอนุสรณ์ยุคสามก๊กที่ใหญ่ที่สุดในจีน รวมศาลขงเบ้ง ศาลเล่าปี่ และสุสานเล่าปี่ไว้ในสวนเขียวร่มรื่นกลางเมืองเฉิงตู — เดินติดถนนโบราณ Jinli พอดี
บอกเลยว่าถ้าคุณโตมากับสามก๊ก — ไม่ว่าจะจากหนังสือ การ์ตูน หรือเกม — การได้มายืนหน้าศาลขงเบ้งจริงๆ มันให้ความรู้สึกที่หนังสือให้ไม่ได้ ลองนึกภาพ: คุณเดินผ่านประตูไม้สีแดงเข้าไป สองข้างทางเป็นต้นไม้ใหญ่อายุหลายร้อยปี เสียงในสวนเงียบลงทันที แล้วก็มาถึงหอที่มีรูปปั้นขงเบ้งสวมชุดขุนนางถือพัดขนนก นั่งอยู่อย่างที่ทุกคนจินตนาการไว้
ศาลหวู่โหว (武侯祠) คือวัดอนุสรณ์ยุค สามก๊ก (三国) ที่ใหญ่และมีอิทธิพลที่สุดในจีน สร้างขึ้นเพื่อรำลึกถึง ขงเบ้ง หรือจูเก๋อเลี่ยง (诸葛亮) อัครมหาเสนาบดีและนักยุทธศาสตร์เอกแห่งจ๊กก๊ก ที่คนจีนยกย่องให้เป็นสัญลักษณ์ของความฉลาดและความซื่อสัตย์ คำว่า "หวู่โหว" (武侯) มาจากบรรดาศักดิ์ "อู่เซียงโหว" ของขงเบ้งนั่นเอง
สิ่งที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือ มันไม่ได้มีแค่ศาลขงเบ้ง — บริเวณเดียวกันยังรวม ศาลฮั่นเจาเลี่ย (汉昭烈庙) ที่บูชา เล่าปี่ (刘备) ปฐมกษัตริย์จ๊กก๊ก และ สุสานเล่าปี่ (惠陵 Huiling) อายุกว่า 1,700 ปีไว้ด้วยกัน ทำให้ที่นี่เป็นที่เดียวในจีนที่บูชาทั้งกษัตริย์และเสนาบดีในวัดเดียวกัน — สะท้อนความผูกพันระหว่างเล่าปี่กับขงเบ้งที่คนจีนเล่าขานมาพันกว่าปี
ไม่ต้องเคยอ่านสามก๊กมาก่อน — แค่รู้สามชื่อนี้ก็เที่ยวสนุกขึ้นเยอะ
หลังราชวงศ์ฮั่นล่มสลาย จีนแตกออกเป็นสามก๊ก คือ วุยก๊ก (เว่ย) จ๊กก๊ก (สู่) และง่อก๊ก (อู๋) ต่างชิงอำนาจกันเกือบหกสิบปี เรื่องราวการศึก กลศึก และน้ำใจของคนยุคนี้ถูกเล่าต่อในวรรณกรรม "สามก๊ก" จนกลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่คนเอเชียรู้จักมากที่สุด เฉิงตูคือเมืองหลวงของ "จ๊กก๊ก" — นี่จึงเป็นเหตุผลที่ศาลหวู่โหวอยู่ที่นี่
นักยุทธศาสตร์ที่คนจีนยกให้เป็นต้นแบบของความฉลาดและความจงรักภักดี ภาพจำคือชายสวมชุดขุนนางถือพัดขนนก คิดกลศึกพลิกสถานการณ์ครั้งแล้วครั้งเล่า เขารับใช้เล่าปี่จนวันสุดท้ายของชีวิต และความซื่อสัตย์นี้เองที่ทำให้คนรุ่นหลังสร้างศาลรำลึกถึงเขายิ่งใหญ่กว่ากษัตริย์ที่เขารับใช้เสียอีก
ผู้ก่อตั้งจ๊กก๊กและกษัตริย์ที่ขงเบ้งรับใช้ เรื่อง "สามครั้งเยือนกระท่อมหญ้า" ที่เล่าปี่ไปเชิญขงเบ้งออกมาช่วยบ้านเมืองเป็นตำนานเรื่องน้ำใจที่คนจีนเล่าขานตลอด สุสานของเล่าปี่ (惠陵) อยู่ในบริเวณศาลแห่งนี้ และศาลที่บูชาเขาเรียกว่า "ศาลฮั่นเจาเลี่ย" ตามพระนามหลังสวรรคต
นี่คือภาพที่ทุกคนมาถ่าย — ทางเดินปูหินทอดยาวขนาบด้วยกำแพงสีแดงชาดสูงและกอไผ่เขียวสด อยู่ในส่วนสุสานเล่าปี่ทางตะวันตกของบริเวณ ช่วงสายแดดส่องลอดใบไผ่ลงบนกำแพงแดงเป็นเงาสวยมาก คนจีนเรียกมุมนี้ว่า "หงเฉียงจู๋อิ่ง" และเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดฮิตที่สุดของเฉิงตู
ช่วงวันหยุดหรือบ่ายๆ คนจะต่อแถวรอถ่ายเยอะ ถ้าอยากได้ภาพโล่งๆ ให้มาช่วง เช้าหลังเปิด หรือเลี่ยงวันหยุดยาวจีน
เดินจากประตูเข้าไปตามแนวกลางจะพบ หอเล่าปี่ (ศาลฮั่นเจาเลี่ย) ก่อน ภายในมีรูปปั้นเล่าปี่และระเบียงสองข้างที่เรียงรูปปั้นขุนนางและขุนพลของจ๊กก๊กไว้ — มองหา กวนอู (กวนยู) เตียวหุย (จางเฟย) จูล่ง (จ้าวหยุน) ได้ตามป้ายชื่อ ถัดเข้าไปด้านในคือ หอขงเบ้ง ที่มีรูปปั้นจูเก๋อเลี่ยงถือพัดขนนกประทับนั่ง ป้ายและแผ่นศิลาจารึกรอบหอเล่าประวัติศาสตร์ไว้ละเอียด
สุสานเล่าปี่เป็นเนินดินกลมล้อมด้วยกำแพงอิฐ มีต้นไม้ใหญ่ปกคลุมร่มรื่น เดินรอบได้ บรรยากาศสงบต่างจากความวุ่นวายนอกกำแพง ทั้งบริเวณศาลหวู่โหวจริงๆ แล้วเป็นสวนจีนคลาสสิกที่มีสระน้ำ ศาลาเล็กๆ และทางเดินคดเคี้ยว — ไม่ใช่แค่วัด แต่เป็นที่เดินเล่นหลบร้อนของคนเฉิงตูด้วย
ศาลหวู่โหวอยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของใจกลางเฉิงตู ไปได้ทั้ง Metro และแท็กซี่ สะดวกทั้งคู่
ย่านใจกลางเดินทางสะดวก ออกไปศาลหวู่โหว แพนด้า และถนนช้อปปิ้งได้ง่าย