จางเจียเจี้ยอยู่ในหูหนาน มณฑลที่คนทั้งจีนยอมรับว่ากินเผ็ดที่สุด — หัวปลาราดพริกแดงสับนึ่งร้อนๆ ถั่วผัดไฟแรงจนหอม หมูสับผัดพริก พริกตำคลุกข้าว ที่นี่เผ็ดล้วนจากพริกสด พริกแห้ง พริกดอง ไม่ชาลิ้นแบบมาลา แต่ตรงและหนักหน่วงกว่า คนไทยที่ว่ากินเผ็ดเก่งต้องลองดู (และเรามีวิธีสั่งให้เผ็ดน้อยให้แล้ว)
บอกตรงๆ ว่าหลายคนมาจางเจียเจี้ยเพื่อปีนเขาเทียนเหมินกับเดินเขาอวตาร แล้วลืมไปว่าที่นี่อยู่ใน มณฑลหูหนาน (湖南) — มณฑลที่คนจีนยกให้กินเผ็ดเก่งที่สุดในประเทศ อาหารหูหนานเรียกว่า เซียงไช่ (湘菜) และความเผ็ดของมันเป็นคนละเรื่องกับเสฉวนที่เราคุ้น อาหารเสฉวน-ฉงชิ่งเผ็ดแบบ มาลา (麻辣) คือเผ็ดบวกชาลิ้นจากพริกฮัวเจียว แต่หูหนานเป็น เซียงล่า (香辣 เผ็ดหอม) และ ซวนล่า (酸辣 เผ็ดเปรี้ยว) — เผ็ดล้วนๆ จากพริกสด พริกแห้ง และพริกดอง ไม่มีอาการชา แต่ตรงและจัดจ้านกว่า
จางเจียเจี้ยอยู่ในเขต เซียงซี (湘西) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของหูหนาน ครัวที่นี่จึงผสมความเผ็ดหูหนานเข้ากับวัตถุดิบภูเขาของชาว ถู่เจีย ทั้งหมูรมควัน ปลาน้ำจืด และผักสวน คนหูหนานมีคำพูดติดตลกว่า "เสฉวนกลัวไม่เผ็ด หูหนานไม่กลัวเผ็ด" แปลว่าที่นี่สู้เผ็ดได้ทุกระดับ จานบ้านสวน (土菜/农家菜) ของจางเจียเจี้ยจึงเผ็ดจริง พริกเป็นพระเอกไม่ใช่ตัวประกอบ เราเลือก 7 จานหูหนานเผ็ด-เปรี้ยว ที่เจอบ่อยสุดบนโต๊ะที่นี่ มาเล่าให้ฟัง พร้อมบอกว่าจานไหนเผ็ดแค่ไหน และจะสั่งให้เผ็ดน้อยลงพูดยังไง
ก่อนสั่ง รู้ไว้ก่อนว่าเผ็ดสองแบบนี้ให้ความรู้สึกในปากต่างกันยังไง
เผ็ดล้วนๆ จาก พริกสด พริกแห้ง และพริกดอง ไม่มีพริกฮัวเจียวที่ทำให้ชาลิ้น ความรู้สึกคือเผ็ดตรงๆ แสบร้อน สะสมและอยู่นาน บางจานมีรสเปรี้ยวจากพริกดองและผักดองตัดมาด้วย พริกมักเยอะมากจริงๆ บางจานมองเห็นพริกมากกว่าวัตถุดิบหลัก รสจัดจ้านแต่หอมเครื่อง ลิ้นไม่ชา
เผ็ดร้อนบวก ชาซ่าจากพริกฮัวเจียว (花椒) ลิ้นจะรู้สึกซ่าๆ ชาๆ เหมือนไฟฟ้าอ่อนๆ ความเผ็ดมาพร้อมน้ำมันพริกและความมัน นี่คือรสของหม้อไฟฉงชิ่งและหมาล่าทั่วไป — คนละความรู้สึกกับหูหนานชัดเจน ถ้าเคยกินหม้อไฟมาลาแล้วลิ้นชา ที่จางเจียเจี้ยจะไม่เจออาการนั้น แต่เจอความเผ็ดตรงๆ แทน
เริ่มจากจานเรือธงที่เผ็ดหอมจัดจ้าน ไปจนพริกตำและผักดองที่ขาดไม่ได้ทุกมื้อ
1
นี่คือ จานเรือธงของอาหารหูหนาน ที่ใครมาก็ต้องสั่ง ใช้หัวปลาหัวโตตัวใหญ่ผ่าครึ่ง ราดด้วย ตั๋วเจียว (剁椒) — พริกแดงสดสับละเอียดหมักเกลือ บางร้านใส่ทั้งพริกแดงและพริกเหลืองดองสองสี โรยกระเทียมขิงต้นหอม แล้วนึ่งจนเนื้อปลาสุกนุ่มเด้ง เนื้อปลาหวานสดดูดรสพริกเค็มหอมเข้าไปเต็มๆ เผ็ดจัดจ้านแต่ไม่ชาลิ้น คนนิยมสั่ง เส้นหมี่หรือเส้นข้าวมาคลุกน้ำพริกที่ก้นจานต่อจนหมด จานนี้เผ็ดพอตัว ถ้าไม่อยากเผ็ดมากบอกร้านว่าลดพริก (少辣) ได้
ของเรียบง่ายที่สุดแต่ติดใจที่สุดจานหนึ่ง — เอา พริกเขียวสดเผาไฟให้ผิวพองหอมไหม้นิดๆ แล้ว ตำในครกกับกระเทียม เกลือ และน้ำมัน บางบ้านใส่มะเขือยาวเผา หรือใส่ไข่เยี่ยวม้า (擂辣椒皮蛋) เป็นเครื่องเคียงประจำโต๊ะของชาวหูหนานที่กินคลุกข้าวเปล่าได้ทั้งจาน รสเผ็ดหอมจากพริกเผา หอมกระเทียม สดและดิบกว่าพริกผัด เป็นตัวอย่างที่ชัดที่สุดว่าหูหนานรักพริกแค่ไหน — ขนาดเครื่องเคียงยังเป็นพริกล้วน ลองตักนิดเดียวคลุกข้าวก่อน เผ็ดกว่าที่คิด
เทคนิค กันเปียน (干煸 ผัดแห้ง) คือผัดไฟแรงโดยใช้น้ำมันน้อย จน ผิวถั่วเหี่ยวย่นและหอมไหม้ แล้วผัดต่อกับหมูสับ พริกแห้ง กระเทียม และพริกดองหั่นซอย ได้ถั่วฝักยาวที่กรอบนอกนุ่มใน หอมเครื่อง เผ็ดกำลังดี เค็มนิดๆ จากเต้าซีดำ เป็นจานผักที่ลงข้าวได้เรื่อยๆ และเป็นหนึ่งในจานที่เผ็ด "น้อยที่สุด" ในบรรดาจานหูหนานแท้ๆ เลยเหมาะเป็นจานเริ่มต้นสำหรับคนที่ยังไม่ชินเผ็ด สั่งคู่จานเผ็ดจัดอย่างหัวปลาไว้สลับกินได้ดี
ถ้าจะเลือกจานเดียวที่บอกว่าอาหารบ้านสวนหูหนานเป็นยังไง ก็จานนี้ — หมูสามชั้นหั่นบางผัดไฟแรงกับพริกหยวกเขียว (พริกชี้ฟ้าหวานๆ ที่เผ็ดนิดๆ) พริกดอง กระเทียม และเต้าซี ปรุงรสเค็มหอมนัวๆ หมูมันกำลังดี พริกหยวกกรอบหวานปนเผ็ด เป็นจานที่คนหูหนานกินกับข้าวแทบทุกมื้อ ความเผ็ดมาจากพริกหยวกและพริกดองเป็นหลัก ไม่ได้เผ็ดสุดขีดเหมือนหัวปลา แต่ก็เผ็ดกว่าที่คนนอกหูหนานคุ้น เป็นจานที่สั่งง่าย อร่อยชัวร์ และลงข้าวที่สุด
ไก่บ้านสับชิ้นพอดีคำ ผัดไฟแรงกับ พริกแห้งกองโต กระเทียม ขิง และพริกดอง จนเนื้อไก่หอมเกรียมขอบ เผ็ดหอมคลุกเคล้าน้ำมันพริก เวอร์ชันหูหนานจะเน้นพริกสดและพริกดองมากกว่าเวอร์ชันเสฉวนที่ใส่ฮัวเจียวให้ชา จึงเผ็ดตรงๆ ไม่ชาลิ้น เนื้อไก่บ้านเหนียวหนึบมีรสชาติ เป็นจานกับแกล้มและกับข้าวที่นิยมมาก บางร้านทำเผ็ดมากจนต้องเขี่ยพริกออกบ้าง ถ้าไม่อยากเผ็ดจัดสั่งลดพริก (少辣) หรือถามว่าเผ็ดมากไหมก่อนสั่งจะดีกว่า
หูหนานคือดินแดนของ การดอง — ผักกาดดอง ถั่วฝักยาวดอง และที่สำคัญคือ พริกดอง (酸辣椒/剁辣椒) พริกสดหมักเกลือจนเปรี้ยว ที่ใช้ทั้งปรุงและเป็นเครื่องจิ้ม ผักดองเปรี้ยวเหล่านี้คือเหตุผลที่อาหารหูหนานมีมิติ "เปรี้ยว" (ซวนล่า) ไม่ใช่เผ็ดอย่างเดียว เอามาผัดกับหมูสับหรือเนื้อสัตว์ก็ได้จานเปรี้ยวเผ็ดเปิดปาก หรือวางข้างจานไว้ตักตัดเลี่ยนของมัน คนหูหนานขาดพริกดองไม่ได้พอๆ กับคนไทยขาดน้ำปลาพริก ลองตักผักดองคลุกข้าวสลับจานเผ็ดจัดจะช่วยให้กินได้นานขึ้น
นอกจากหัวปลานึ่ง คนหูหนานยังเอา ปลาน้ำจืดตัวเล็กมาทอดให้ผิวกรอบแล้วผัดกับพริกสด พริกดอง กระเทียม และต้นหอม ได้ปลาหอมเครื่อง เนื้อแน่น เผ็ดหอมฉุน บางร้านทำแบบเปรี้ยวเผ็ด (酸辣) ใส่ผักดองเข้าไปด้วย จานนี้เผ็ดน้อยกว่าหัวปลานึ่งเล็กน้อยและกินเพลินกับข้าว แต่ถ้าอยากกินปลาแบบ ไม่เผ็ดเลย ให้สั่งปลานึ่งซีอิ๊ว (清蒸鱼) แทน จะได้รสปลาหวานสดล้วนๆ เป็นทางเลือกพักลิ้นที่ดีในมื้อที่สั่งจานเผ็ดมาหลายอย่าง
ถ้ามากันหลายคนและบางคนกินเผ็ดไม่ได้ ไม่ต้องห่วง — ร้านหูหนานมีจาน ไม่เผ็ดให้สั่งคู่ไว้สลับเสมอ ที่แนะนำคือ ปลานึ่งซีอิ๊ว (清蒸鱼) ผักลวก/ผักผัดน้ำมันหอย (清炒时蔬) ไข่เจียวมะเขือเทศ (番茄炒蛋) ซุปใส (例汤) และเต้าหู้ตุ๋น จานพวกนี้รสกลมกล่อม ไม่มีพริก ช่วยพักลิ้นและให้คนไม่กินเผ็ดอิ่มได้สบาย เคล็ดลับคือสั่งจานเผ็ดสลับจานไม่เผ็ดครึ่งต่อครึ่ง บวกข้าวสวยเยอะๆ แล้วทั้งโต๊ะจะกินมีความสุข ไม่ว่าใครจะสู้เผ็ดได้แค่ไหน
พูดไม่ได้ก็เปิดแอปแปลโชว์ตัวอักษรให้ร้านดู — ใช้ได้ทุกร้านในจางเจียเจี้ย
หูหนานเผ็ดเป็นแค่ด้านหนึ่ง — จางเจียเจี้ยยังมีอาหารถู่เจียภูเขา สามเซี่ยกัว และของกินริมถนนรอให้ลอง
กินมื้อหลักในเมืองจะถูกและแท้กว่า — ร้านในอุทยานสะดวกแต่ราคาแพงกว่า รู้ก่อนวางแผน
บล็อกอาหาร-วัฒนธรรมที่บูรณะใหม่ในตัวเมือง รวมร้านอาหารหูหนาน-ถู่เจียและของกินไว้ในที่เดียว มีตั้งแต่หัวปลานึ่งพริกสับ ไก่ผัดพริก ไปจนสามเซี่ยกัว ค่อนข้างนักท่องเที่ยวแต่เริ่มต้นง่าย เดินดูหลายร้านก่อนเลือกได้ บรรยากาศดี เหมาะมื้อเย็นมื้อแรกที่มาถึง
อยากกินแบบคนจางเจียเจี้ยจริงๆ ในราคาท้องถิ่น มุ่งมาย่านถนนหุยหลงลู่และถนนเหรินหมินในตัวเมือง — เต็มไปด้วยร้านบ้านสวน (土菜馆) ร้านตามสั่ง และร้านกับแกล้มที่คนท้องถิ่นนั่งเต็ม ราคาถูกกว่าในอุทยานชัดเจน มองหาร้านที่คนแน่นและมีจานหูหนานเผ็ดๆ ตั้งโชว์ สั่งหลายจานแชร์กับข้าวสวยคุ้มสุด
เมืองเล็กหน้าทางเข้าอุทยานป่าหินแห่งชาติ มีร้านอาหารนักท่องเที่ยวเรียงราย สะดวกถ้าพักแถวนี้และเหนื่อยจากการเดินเขาทั้งวัน เมนูครบทั้งหูหนานเผ็ดและจานไม่เผ็ด แต่ ราคาแพงกว่าในเมืองราว 1.5–2 เท่า และรสอาจปรับให้นักท่องเที่ยวมากกว่าร้านในเมือง แนะนำกินสะดวกที่นี่ แล้วเก็บมื้อจริงจังไว้กินในเมือง
ระหว่างเดินเขาบนยอด มีจุดขายอาหารและบะหมี่ถ้วยให้เติมพลัง แต่บอกตรงๆ ว่าของบนเขา แพงและรสธรรมดา เพราะขนวัตถุดิบขึ้นไปลำบาก เหมาะกินแก้หิวมากกว่าตามหาความอร่อย แนะนำพกขนม น้ำ และของกินเล่นขึ้นไปเอง แล้วเก็บท้องไว้กินจานหูหนานเผ็ดดีๆ ตอนลงมาในเมือง