วัดเก่าแก่ข้างพระบรมมหาราชวังที่คนทั้งโลกมาดูพระพุทธไสยาสน์ปิดทองยาวสุดวิหาร — ดูฝ่าพระบาทประดับมุก หย่อนเหรียญลงบาตร 108 ใบ แล้วปิดท้ายด้วยนวดแผนไทยจากโรงเรียนนวดที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ
ลองนึกภาพ: คุณถอดรองเท้าใส่ถุงผ้า ก้าวข้ามธรณีประตูวิหารตอนแปดโมงเช้า แล้วสิ่งแรกที่เห็นคือ พระพุทธรูปสีทองนอนเหยียดยาว 46 เมตร จนสุดสายตา แสงเช้าลอดหน้าต่างมากระทบพระพักตร์ เสียงเหรียญกระทบก้นบาตรทองเหลืองดังกังวานมาจากอีกฝั่งวิหารเป็นจังหวะ นั่นคือนาทีแรกที่คนส่วนใหญ่เจอวัดโพธิ์ — และเป็นนาทีที่ทำให้เข้าใจทันทีว่าทำไมที่นี่ถึงอยู่ในลิสต์ของนักเดินทางทั้งโลก
วัดโพธิ์ หรือชื่อทางการ วัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม เป็นวัดเก่าแก่ที่มีมาก่อนตั้งกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 1 ทรงปฏิสังขรณ์ครั้งใหญ่เมื่อสร้างกรุงใหม่ๆ ตัววัดจึงอยู่ติดพระบรมมหาราชวังแบบเดินถึงกันใน 10 นาที ส่วนพระนอนองค์ใหญ่สร้างเพิ่มในสมัยรัชกาลที่ 3 ราว พ.ศ. 2375 ภายในวัดมีพระพุทธรูปมากกว่าพันองค์ เจดีย์น้อยใหญ่ 91 องค์ และตุ๊กตาหินยักษ์เฝ้าประตูที่ติดเรือสำเภามาเป็นอับเฉาตั้งแต่ยุคค้าสำเภา
สิ่งที่ทำให้วัดโพธิ์ไม่ใช่แค่ "วัดสวยอีกวัดหนึ่ง" คือที่นี่ได้ชื่อว่าเป็น มหาวิทยาลัยแห่งแรกของไทย — กำแพงและศาลารายเต็มไปด้วยจารึกตำรายา ตำราการแพทย์ และท่าฤๅษีดัดตน ที่รัชกาลที่ 3 โปรดให้จารึกไว้ให้คนทั่วไปเข้ามาเรียนได้ฟรี และมรดกนั้นยังมีชีวิตอยู่จริง: โรงเรียนนวดแผนไทยวัดโพธิ์ ยังเปิดสอนและเปิดศาลานวดให้คุณเดินเข้าไปนวดได้ทุกวัน นี่คือวัดที่ดูเสร็จแล้ว "ใช้งาน" ต่อได้เลย
จากวิหารพระนอนถึงศาลานวด — วัดนี้ใช้เวลาเที่ยวจริงราว 1.5–2 ชั่วโมง เดินตามลำดับนี้ได้เลย
องค์พระก่ออิฐถือปูนปิดทองทั้งองค์ ยาว 46 เมตร สูง 15 เมตร นอนเต็มวิหารจนต้องเดินเลียบไปทีละช่วงเสา มุมที่คนต่อคิวถ่ายคือมุมเฉียงจากปลายพระบาทที่เก็บองค์พระได้ทั้งองค์ และอย่าดูแค่พระพักตร์ — ฝ่าพระบาทประดับมุกเป็นลวดลายมงคล 108 ประการคืองานละเอียดที่สุดของวิหารนี้ ขากลับแลกเหรียญราว ฿20 หย่อนลงบาตรทองเหลือง 108 ใบที่เรียงตามผนัง เสียงกังวานยาวๆ นั้นคือซาวด์ประจำวัดโพธิ์
วัดโพธิ์คือบ้านของโรงเรียนแพทย์แผนไทยและนวดแผนไทยที่เก่าแก่ที่สุดของประเทศ และในวัดมีศาลานวดที่หมอนวดจากสำนักนี้นวดให้จริง — เดินเที่ยวจนเมื่อยแล้วมานวดเท้าหรือนวดตัวสักชั่วโมงคือการปิดทริปที่ถูกที่สุดในโลกเรื่องบรรยากาศ ลงชื่อหน้าศาลาแล้วรอเรียกคิว ช่วงบ่ายวันหยุดคิวยาวได้เป็นชั่วโมง ถ้าตั้งใจมานวดให้มาเช้าหรือหลัง 16.00 น.
เจดีย์ประธานสี่องค์ใหญ่หุ้มกระเบื้องเคลือบสีเขียว ขาว เหลือง น้ำเงิน สร้างประจำรัชกาลที่ 1 ถึง 4 ยืนเรียงกันกลางลานให้แสงเช้าและแสงเย็นเล่นสีต่างกันคนละแบบ รอบวัดยังมีเจดีย์รายรวมแล้ว 91 องค์ เดินซอกแซกหามุมเงียบๆ ได้เรื่อยๆ ระหว่างทางสังเกตตุ๊กตาหินยักษ์เฝ้าตามซุ้มประตู — อับเฉาที่ติดเรือสำเภามาตั้งแต่ยุคค้าสำเภา
ก่อนมีโรงเรียน คนไทยมาเรียนวิชากันที่นี่ — รัชกาลที่ 3 โปรดให้จารึกตำรายา ตำราหมอนวด วรรณคดี และความรู้สารพัดลงแผ่นหินติดไว้ตามศาลาราย ให้ใครก็ได้เข้ามาอ่าน จารึกชุดนี้ได้ขึ้นทะเบียนมรดกความทรงจำแห่งโลกของยูเนสโก เดินดูคู่กับรูปปั้นฤๅษีดัดตนท่าต่างๆ บนเขามอหินในสวน แล้วจะเห็นว่าท่านวดที่เพิ่งโดนนวดมาจากศาลา มีต้นตำรับเขียนไว้ตรงนี้เอง
เสน่ห์ของวัดโพธิ์คือทำเลที่เดินต่อได้ทันที — ออกประตูฝั่งแม่น้ำคือย่านท่าเตียน ตึกแถวเก่าที่ตอนนี้เต็มไปด้วยคาเฟ่และร้านอาหารริมน้ำ จากท่าเรือมีเรือข้ามฟากราคาราว ฿5 วิ่งไปวัดอรุณฝั่งธนบุรีในไม่กี่นาที ขึ้นพระปรางค์ช่วงบ่ายแก่ แล้วกลับมานั่งร้านฝั่งท่าเตียนตอนเย็นดูพระอาทิตย์ตกหลังพระปรางค์ — นี่คือครึ่งวันที่ดีที่สุดช่วงหนึ่งของกรุงเทพฯ
วัดเปิดราว 08.00 น. และชั่วโมงแรกคือช่วงเวลาทอง — วิหารพระนอนยังโล่ง แสงเช้าลอดหน้าต่างสวย และอากาศยังไม่ร้อน กรุ๊ปทัวร์จะเริ่มลงหนาแน่นช่วง 10.00–15.00 น. ซึ่งเป็นช่วงแดดแรงพอดี ถ้ามาช่วงนั้นให้เผื่อใจเรื่องคิวถ่ายรูปหน้าพระนอน
อีกช่วงที่ดีไม่แพ้กันคือ หลัง 16.00 น. — คนเริ่มซา แสงเย็นทำให้เจดีย์กระเบื้องเคลือบสีสวยกว่าตอนเที่ยงมาก และต่อด้วยเรือข้ามไปวัดอรุณหรือนั่งร้านริมน้ำท่าเตียนได้พอดีจังหวะพระอาทิตย์ตก เดินกลางแจ้งเยอะอย่าลืมจิบน้ำเรื่อยๆ — ตั๋วแถมน้ำดื่มมาให้ขวดหนึ่งแล้ว ใช้สิทธิ์ให้คุ้ม
กฎการแต่งกายของวัดโพธิ์อ่อนกว่าพระบรมมหาราชวังเล็กน้อยแต่หลักเดียวกัน: เสื้อคลุมไหล่ กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า เลี่ยงเสื้อกล้ามและขาสั้น เข้าวิหารพระนอนต้องถอดรองเท้า มีถุงผ้าให้หิ้วรองเท้าไปด้วยแล้วคืนตอนทางออก ในวิหารพูดเสียงเบา ไม่หันฝ่าเท้าให้องค์พระ และถ้านั่งพักให้เก็บปลายเท้า
เรื่องที่ควรรู้ไว้ก่อน: แถวหน้าวัดดังเรื่องมุกคลาสสิก — ตุ๊กตุ๊กหรือคนแปลกหน้าเข้ามาบอกว่า "วันนี้วัดปิด" แล้วเสนอพาไปวัดอื่นหรือร้านพลอยแทน ความจริงคือวัดโพธิ์เปิดทุกวันไม่มีวันหยุด เดินไปดูที่ประตูทางเข้าด้วยตัวเองได้เลย ยิ้ม ปฏิเสธ แล้วเดินต่อ
ถ้าจะนวดที่ศาลานวดในวัด จังหวะที่ฉลาดคือ เที่ยวให้จบก่อนแล้วปิดท้ายด้วยนวด — เดินดูพระนอน เจดีย์ และจารึกราวชั่วโมงครึ่ง แล้วค่อยมาลงชื่อนวดเท้าหรือนวดตัว (ราว ฿300–500 ต่อชั่วโมง เช็กราคาหน้างาน) ความเมื่อยจากการเดินจะหายไปพอดี ใครติดใจอยากเรียนจริงจัง โรงเรียนนวดแผนไทยวัดโพธิ์มีคอร์สสอนเป็นเรื่องเป็นราวอยู่ใกล้ๆ วัดด้วย
นวดเสร็จออกประตูฝั่งแม่น้ำไปย่าน ท่าเตียน — ตึกแถวเก่าริมน้ำที่กลายเป็นโซนคาเฟ่และร้านอาหารวิวพระปรางค์ นั่งเรือข้ามฟากราว ฿5 ไปวัดอรุณก่อนเย็น แล้วกลับมาหาร้านดาดฟ้าฝั่งนี้ตอนพระอาทิตย์ตก ได้ภาพพระปรางค์ย้อนแสงที่เป็นภาพจำของกรุงเทพฯ ไปเต็มๆ
วัดโพธิ์อยู่บนเกาะรัตนโกสินทร์ซึ่งไม่มีรถไฟฟ้าวิ่งผ่านกลางย่าน แต่ MRT สายสีน้ำเงินมีสถานีสนามไชยอยู่ห่างแค่เดินไม่กี่นาที — ง่ายกว่าที่หลายคนคิด
ทั้งหมดอยู่บนเกาะรัตนโกสินทร์และริมแม่น้ำ — เดินถึงหรือข้ามเรือถึงในไม่กี่นาที