พระปรางค์ที่อยู่บนเหรียญ 10 บาทและหน้าโปสการ์ดทุกใบของกรุงเทพฯ — ข้ามแม่น้ำด้วยเรือข้ามฟาก ~฿5 ปีนบันไดชันขึ้นไปดูกระเบื้องเคลือบใกล้ๆ แล้วกลับมาฝั่งท่าเตียนตอนเย็นเพื่อดูพระปรางค์ตัดกับฟ้าสีส้ม
ลองนึกภาพ: คุณยืนอยู่ริมน้ำฝั่งท่าเตียนตอนหกโมงเย็น ข้ามแม่น้ำเจ้าพระยาไปคือพระปรางค์องค์ใหญ่ที่ค่อยๆ เปลี่ยนจากสีครีมเป็นเงาดำตัดกับฟ้าสีส้มอมม่วง พอฟ้ามืดสนิท ไฟส่องก็เปิดให้ทั้งองค์เปล่งแสงทองสะท้อนลงผิวน้ำ นั่นคือ วัดอรุณราชวราราม หรือที่คนกรุงเทพฯ เรียกติดปากว่า วัดแจ้ง — ภาพที่อยู่บนปกไกด์บุ๊กกรุงเทพฯ แทบทุกเล่มในโลก
ชื่อ "อรุณ" มาจากพระอรุณ เทพแห่งรุ่งอรุณของอินเดีย และวัดนี้ผูกกับประวัติศาสตร์ช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของไทยพอดี — ตามตำนานเล่าว่าสมเด็จพระเจ้าตากสินล่องเรือมาถึงวัดนี้ตอนฟ้าสางหลังกรุงศรีอยุธยาแตก และสมัยกรุงธนบุรีวัดนี้เคยเป็นที่ประดิษฐานพระแก้วมรกตก่อนย้ายไปวัดพระแก้วฝั่งพระบรมมหาราชวัง ส่วนพระปรางค์ทรงขอมองค์ใหญ่ที่เห็นทุกวันนี้สร้างเสริมจนเสร็จในสมัยรัชกาลที่ 2–3 สูงราว 70–80 เมตร (ตัวเลขทางการมีหลายเวอร์ชัน) ถือเป็นพระปรางค์ที่สูงที่สุดองค์หนึ่งของไทย
สิ่งที่ทำให้วัดอรุณไม่เหมือนวัดไหนคือผิวของพระปรางค์ — ทั้งองค์ประดับด้วยกระเบื้องเคลือบจีน เศษถ้วยชาม และเปลือกหอยนับแสนชิ้นที่เรียงเป็นลายดอกไม้ ยิ่งเดินเข้าไปใกล้ยิ่งเห็นรายละเอียดที่มองจากฝั่งตรงข้ามไม่เห็น และคุณปีนบันไดชันของฐานพระปรางค์ขึ้นไปดูใกล้ๆ ได้จริง วัดเดียวได้ทั้งประวัติศาสตร์ งานช่าง วิวแม่น้ำ และการออกแรงเล็กๆ ที่จะจำไปอีกนาน
จากกระเบื้องบนพระปรางค์ถึงบันไดสุดชัน — รู้ก่อนไป เที่ยวสนุกขึ้นเยอะ
จากฝั่งตรงข้ามพระปรางค์ดูเหมือนหินแกะสลักสีครีม แต่พอเดินเข้าไปใกล้จะเห็นว่าทั้งองค์คือโมเสกขนาดยักษ์ — เศษกระเบื้องเคลือบจีนหลากสี ถ้วยชาม และเปลือกหอยถูกเรียงเป็นลายดอกไม้และลายพรรณพฤกษาทีละชิ้นด้วยมือ เล่ากันว่าส่วนหนึ่งมาจากกระเบื้องถ่วงเรือสำเภาจีนสมัยต้นรัตนโกสินทร์ รอบฐานยังมียักษ์แบกและรูปปั้นทหารจีนให้หาดูอีกเพียบ เผื่อเวลาเดินดูรอบองค์สัก 45 นาทีเป็นอย่างน้อย
ไฮไลต์ที่หลายคนมาเพื่อสิ่งนี้ — บันไดขึ้นฐานพระปรางค์ชันมากจนต้องใช้มือจับราวช่วยดึงตัวขึ้น ความหมายเชิงสัญลักษณ์คือการขึ้นเขาพระสุเมรุไม่ควรง่าย ขึ้นไปถึงระเบียงชั้นกลางจะได้วิวแม่น้ำเจ้าพระยา พระบรมมหาราชวัง และวัดโพธิ์จากมุมที่หาที่ไหนไม่ได้ ขาลงให้หันข้างหรือถอยหลังลงช้าๆ ใส่รองเท้าที่ยึดเกาะดี ไม่เหมาะกับคนเข่าไม่ดี และบางช่วงอาจปิดบูรณะ — ถึงขึ้นไม่ได้ ดูจากลานก็ยังคุ้มค่าเข้า
วิธีไปวัดอรุณที่ดีที่สุดไม่ใช่รถ แต่เป็นเรือข้ามฟากจากท่าเตียน จ่ายแค่ราว ฿5 แล้วได้มุมพระปรางค์ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นกลางแม่น้ำที่สวยกว่ามุมไหนบนฝั่ง เรือออกถี่ทั้งวัน ไม่ต้องดูตารางเวลา ขากลับก็นั่งเรือลำเดิมกลับมาฝั่งท่าเตียนเพื่อต่อวัดโพธิ์หรือหาร้านริมน้ำนั่งต่อได้เลย ถือเป็นค่าตั๋ว "ล่องเรือเจ้าพระยา" ที่ถูกที่สุดในกรุงเทพฯ
ความจริงที่หลายคนเพิ่งรู้หน้างาน: ตอนพระอาทิตย์ตก คนที่อยู่ "ใน" วัดอรุณเห็นแค่ลานวัด แต่คนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเห็นพระปรางค์ทั้งองค์ตัดกับฟ้าสีส้ม เพราะพระอาทิตย์ตกหลังวัดพอดี แผนที่ดีคือเข้าวัดช่วงบ่ายแก่ๆ แล้วนั่งเรือกลับมาฝั่งท่าเตียนก่อนเย็น หาที่นั่งริมน้ำหรือร้านดาดฟ้าที่หันหน้าเข้าหาพระปรางค์ รอจนไฟส่องเปิดหลังฟ้ามืด — ได้สองโชว์ในเย็นเดียว
วัดอรุณเป็นพระอารามหลวง ต้องแต่งกายสุภาพ: เสื้อมีแขน กางเกงหรือกระโปรงคลุมเข่า เลี่ยงสายเดี่ยว เสื้อกล้าม ขาสั้น และเลกกิ้งรัดรูป กฎเข้มน้อยกว่าพระบรมมหาราชวังนิดหน่อย แต่เจ้าหน้าที่ดูจริง ถ้าแต่งมาไม่ครบมีผ้าคลุมให้เช่าใกล้ทางเข้าราคาไม่กี่สิบบาท ในเขตโบสถ์ถอดหมวก-รองเท้า พูดเบาๆ และถ่ายรูปคนที่กำลังไหว้พระอย่างเกรงใจ ส่วนชุดไทยเช่าถ่ายรูป (มีร้านเช่าหลายร้านแถววัด) ใส่เข้าวัดได้และเข้ากับฉากมาก
ถ้าจะเข้าไปเดินในวัด ช่วงที่ดีที่สุดคือ เปิดวัดตอน 8 โมงเช้า — แดดยังไม่แรง นักท่องเที่ยวกรุ๊ปทัวร์ยังมาไม่ถึง ได้เดินดูกระเบื้องและปีนบันไดแบบไม่ต้องต่อคิว ลานวัดเป็นพื้นเปิดแทบไม่มีร่มเงา ช่วงเที่ยงถึงบ่ายร้อนจัดมาก พกน้ำ หมวก และครีมกันแดดไปด้วย
ส่วนช่วงเย็นเก็บไว้สำหรับ "โชว์ที่สอง" — ออกจากวัด นั่งเรือข้ามกลับฝั่งท่าเตียน แล้วหาที่นั่งริมน้ำรอดูพระอาทิตย์ตกหลังพระปรางค์ราว 18.00–18.45 น. (เวลาเปลี่ยนตามฤดู) ฟ้ามืดแล้วอย่าเพิ่งรีบกลับ ไฟส่องพระปรางค์ตอนค่ำสวยไปอีกแบบ
มุม "โปสการ์ดกรุงเทพฯ" ที่คลาสสิกที่สุดคือ ริมน้ำฝั่งท่าเตียน ตรงข้ามวัดพอดี — ทั้งจากลานริมท่าเรือและจากร้านอาหาร/คาเฟ่ดาดฟ้าหลายร้านที่หันระเบียงเข้าหาพระปรางค์ ช่วงพระอาทิตย์ตกที่นั่งริมน้ำคนแย่งกันเยอะ ไปเร็วหรือจองล่วงหน้าจะชัวร์กว่า
อีกสองมุมที่ไม่ควรพลาด: กลางเรือข้ามฟาก ตอนเรือออกจากท่า — พระปรางค์ค่อยๆ ใหญ่ขึ้นกลางเฟรมแบบไม่มีอะไรบัง และมุมเงยในวัด ที่ยืนชิดฐานพระปรางค์แล้วเงยกล้องขึ้นเก็บลายกระเบื้องตัดกับฟ้า ใครใส่ชุดไทยมาถ่ายแถวนี้ได้ภาพเหมือนหลุดมาจากหนังย้อนยุค
ฝั่งวัดอรุณเองมีร้านน้ำ ร้านไอศกรีม และคาเฟ่เล็กๆ แถวทางเข้า แต่ของกินตัวจริงอยู่ฝั่งท่าเตียน — ตรอกแถวท่าเรือมีร้านก๋วยเตี๋ยว ข้าวราดแกง และร้านริมน้ำให้เลือกหลายระดับราคา นั่งกินไปมองพระปรางค์ไปได้ทั้งวัน
เที่ยวต่อง่ายมาก — ข้ามเรือกลับฝั่งท่าเตียนแล้วเดินไม่กี่นาทีถึงวัดโพธิ์ (พระนอน 46 เมตร) เดินต่ออีกหน่อยถึงพระบรมมหาราชวัง สามที่นี้คือเส้นทางไหว้พระคลาสสิกที่จัดจบได้ในวันเดียว เผื่อแรงไว้หน่อยเพราะเดินเยอะและร้อน
วัดอยู่ฝั่งธนบุรีของแม่น้ำ ไม่มีรถไฟฟ้าจอดหน้าวัด แต่ทางที่สนุกที่สุดคือทางน้ำ — และง่ายกว่าที่คิดมาก
ทั้งหมดอยู่ริมเจ้าพระยาโซนเกาะรัตนโกสินทร์ — เที่ยวต่อกันได้ในวันเดียว