ไก่ห่อใบบัว หุ้มดินเหนียว อบช้าหลายชั่วโมงจนเนื้อหลุดจากกระดูก แล้วทุบเปิดตรงหน้าคุณ — จานต้นตำรับของหางโจวที่เริ่มจากขอทานคนหนึ่ง และกลายเป็นของขึ้นชื่อริมทะเลสาบซีหูมากว่า 300 ปี
ลองนึกภาพก้อนดินสีน้ำตาลแข็งๆ วางมาบนโต๊ะ หน้าตาไม่เหมือนอาหารเลยสักนิด จนพนักงานหยิบค้อนเล็กขึ้นมาแล้วทุบเปลือกดินให้แตกออก — ข้างในคือไก่ทั้งตัวห่อด้วยใบบัว ไอร้อนกับกลิ่นหอมพุ่งขึ้นมาเต็มหน้า นี่คือ ไก่ขอทาน (叫化鸡 jiào huā jī) หนึ่งในจานที่เล่าเรื่องหางโจวได้ดีที่สุด
ชื่อมันมาจากตำนาน — ว่ากันว่าขอทานคนหนึ่งได้ไก่มาแต่ไม่มีหม้อ ไม่มีเตา จึงห่อไก่ด้วยใบบัวที่หาได้ริมบึง พอกดินเหนียวรอบนอก แล้วฝังลงในกองไฟที่ขุดเป็นหลุม รอจนดินแข็งและไก่สุก พอทุบเปลือกออก เนื้อไก่กลับนุ่มชุ่มหอมจนกลายเป็นเรื่องเล่าต่อๆ กันมา จานนี้มีประวัติกว่า 300 ปี และคนส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่ากำเนิดที่หางโจวนี่เอง
หางโจวเป็นเมืองริมทะเลสาบซีหู (West Lake) อาหารของที่นี่อยู่ในตระกูล อาหารเจ้อเจียง (浙菜) หรือที่เรียกเฉพาะว่า หางปัง (杭帮菜) — เน้นรสกลมกล่อม หวานอ่อนๆ ไม่เผ็ด ใช้ของจากทะเลสาบและแม่น้ำเป็นหลัก ไก่ขอทานจึงเข้ากับเมืองนี้พอดี เพราะมันไม่ได้เอาเครื่องเทศแรงๆ มากลบ แต่ปล่อยให้กลิ่นใบบัวและความชุ่มของเนื้อไก่เป็นพระเอก กินคู่กับวิวทะเลสาบยิ่งเข้ากัน
ตั้งแต่ใบบัวชั้นในจนถึงเปลือกดินชั้นนอก — ทุกชั้นมีหน้าที่ของมัน
1
เริ่มจากไก่ทั้งตัว หมักด้วยซีอิ๊ว เหล้าจีน และเครื่องเทศจนทั่ว เคล็ดลับของจานนี้อยู่ที่การอบในเปลือกที่ปิดสนิท — ความชื้นทั้งหมดถูกกักไว้ข้างใน ไก่จึงสุกด้วยไอน้ำของตัวเอง ไม่แห้งแข็งเหมือนไก่อบทั่วไป เมื่อแกะออกมา เนื้อนุ่มจนหลุดจากกระดูกได้ด้วยตะเกียบ หนังไม่กรอบแบบไก่ย่าง แต่นุ่มซึมซับน้ำหมักและกลิ่นใบบัวเข้าไปทุกส่วน
ก่อนพอกดิน ไก่ที่ยัดไส้แล้วจะถูกห่อด้วยใบบัวหลายชั้น — นี่คือเหตุผลว่าทำไมไก่ขอทานถึงมีกลิ่นเฉพาะตัวที่ไก่อบอื่นไม่มี ตอนอบ ความร้อนทำให้ใบบัวคายกลิ่นหอมอ่อนๆ คล้ายใบชาผสมกลิ่นเขียวสดของบึง ซึมเข้าเนื้อไก่ตลอดหลายชั่วโมง พอแกะใบบัวออกตรงโต๊ะ กลิ่นนี้ที่ลอยขึ้นมาก่อนเลย เป็นช่วงเวลาที่หลายคนจำได้ไม่ลืม บางร้านใช้ใบบัวสดในหน้าร้อน บางร้านใช้ใบบัวแห้งแช่น้ำ ทั้งสองให้กลิ่นต่างกันนิดหน่อย
เปิดท้องไก่ออกมาจะเจอไส้ที่ทำให้จานนี้มีมิติ สูตรต่างกันไปตามร้าน แต่พื้นฐานมักมี ขิง ต้นหอม เห็ดหอมจีน และผักดองหรือผักกาดดอง บางร้านเพิ่มหมูสับหรือหมูสามชั้นเข้าไปด้วยเพื่อให้ไก่ชุ่มขึ้นและมีรสหวานจากไขมันหมู เครื่องพวกนี้ค่อยๆ ปล่อยรสและกลิ่นออกมาระหว่างอบ ผสมกับน้ำในตัวไก่จนกลายเป็นน้ำขลุกขลิกหอมๆ ก้นใบบัว เวลากินอย่าลืมตักไส้ขึ้นมากินคู่เนื้อไก่
ชั้นนอกสุดคือดินเหนียวที่ผสมกับเหล้าและน้ำเกลือ พอกหุ้มไก่ที่ห่อใบบัวแล้วจนมิด เมื่อเข้าเตา ดินจะแข็งตัวเป็นเปลือกปิดสนิท ทำหน้าที่เหมือนเตาอบขนาดเล็กในตัวเอง — กักไอน้ำ ความร้อน และกลิ่นทั้งหมดไว้ข้างใน ไก่จึงสุกอย่างนุ่มนวลและทั่วถึง ทุกวันนี้ร้านสมัยใหม่หลายแห่งเปลี่ยนมาใช้ แป้งโด ห่อแทนดินเพื่อความสะอาดและสะดวก หรืออบในหม้อดินเซรามิก แต่หลักการเดียวกัน คือปิดให้สนิทแล้วอบช้าๆ
ไก่ขอทานเสิร์ฟมาเป็นก้อนแข็งคล้ายหิน หน้าตาแทบไม่เหมือนอาหาร พนักงานจะนำมาที่โต๊ะแล้วใช้ ค้อนเล็กทุบเปลือกดินให้แตกออก ตรงหน้าคุณ บางร้านให้คุณเป็นคนทุบเอง เผยใบบัวสีเขียวเข้มที่ห่ออยู่ข้างใน
พอแกะใบบัวออก ไอร้อนและกลิ่นหอมพุ่งขึ้นมาทันที — กลิ่นใบบัว เครื่องในไส้ และน้ำหมักรวมกัน เนื้อไก่ข้างในนุ่มชุ่มจนแทบไม่ต้องใช้มีด แค่ตะเกียบก็แยกเนื้อออกจากกระดูกได้ นี่คือช่วงเวลาที่ทำให้จานนี้เป็นมากกว่าอาหาร — มันเป็นการแสดงเล็กๆ ที่ทุกคนบนโต๊ะหยุดมอง
กินกี่คนดี: ไก่หนึ่งตัวกินได้สบายๆ 3–4 คน เป็นจานหลักของมื้อ · กินคู่กับ: ข้าวสวยและผักผัด เพื่อตัดความหนักของเนื้อและน้ำหมัก
เพราะการอบไก่ทั้งตัวในดินใช้เวลานานหลายชั่วโมง ร้านดั้งเดิมหลายแห่ง ขอให้สั่งล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งวัน ถ้าตั้งใจไปกินจานนี้โดยเฉพาะ แนะนำโทรจองหรือให้โรงแรมช่วยโทรล่วงหน้า จะได้ไม่ผิดหวัง
ส่วนร้านใหญ่อย่าง เลาไว่โหลว มักอบเตรียมไว้เป็นรอบและมีพร้อมเสิร์ฟในช่วงมื้อหลัก แต่ช่วงนักท่องเที่ยวเยอะ(วันหยุดยาว/หน้าร้อน) อาจหมดเร็ว ถ้านั่งโต๊ะแล้วให้แจ้งพนักงานตั้งแต่แรกว่าต้องการไก่ขอทาน
การชำระเงิน: ร้านส่วนใหญ่รับ WeChat Pay และ Alipay เป็นหลัก ร้านใหญ่รับเงินสดหยวนและบางแห่งรับบัตรต่างประเทศ แนะนำผูกบัตรกับ Alipay โหมดระหว่างประเทศไว้ล่วงหน้า เผื่อร้านเล็กที่ไม่รับบัตร — อ่านวิธีตั้งค่าได้ในคู่มือ เที่ยวหางโจว ของเรา
ร้านที่คนหางโจวและนักชิมแนะนำกันมานาน — สั่งล่วงหน้าไว้ก่อนจะดีที่สุด
ถ้าจะกินไก่ขอทานที่หางโจวให้ถูกร้าน คนส่วนใหญ่จะพูดถึงเลาไว่โหลวก่อนเสมอ — ร้านเก่าแก่บนเกาะกูซาน (孤山) กลางทะเลสาบซีหู เปิดมาตั้งแต่ปี 1848 ได้รับการยกย่องเป็น "แบรนด์เก่าแก่ของจีน" และถือเป็นร้านที่ทำให้ไก่ขอทานพร้อมเมนูหางโจวคลาสสิกอีกหลายจานเป็นที่รู้จัก วิวทะเลสาบจากร้านสวยมาก เหมาะกินมื้อกลางวันแบบไม่รีบ ไก่ขอทานราคา ¥188 หรือ ¥388 ต่อตัวแล้วแต่ขนาด แนะนำสั่งคู่หมูตงโพและปลาซีหูราดน้ำส้ม
นอกจากเลาไว่โหลว ยังมีร้านอาหารหางโจวดั้งเดิมอีกหลายแห่งรอบทะเลสาบซีหูและย่านเมืองเก่าที่ทำไก่ขอทานเป็นเมนูเด่น ร้านพวกนี้มักเสิร์ฟอาหารหางโจวเต็มสำรับ — หมูตงโพ ปลาซีหู กุ้งหลงจิ่ง — ในบรรยากาศแบบจีนคลาสสิก ราคามักย่อมเยากว่าร้านท่องเที่ยวริมทะเลสาบโดยตรง ข้อแนะนำเดิม: ถ้าตั้งใจกินไก่ขอทาน โทรถามหรือสั่งล่วงหน้าหนึ่งวัน เพราะหลายร้านไม่ได้อบรอไว้ตลอด
ถ้าอยากลองไก่ขอทานเวอร์ชันที่เข้าถึงง่ายขึ้น เครือร้านหางโจวสมัยใหม่อย่าง Green Tea (绿茶) ทำจานนี้ในราคาที่ย่อมเยากว่า บรรยากาศร้านออกแบบสวยแบบสวนจีน บางสาขาตั้งอยู่ระหว่างทะเลสาบซีหูกับไร่ชาหลงจิ่ง เหมาะกับคนที่อยากชิมหลายเมนูในมื้อเดียวโดยไม่ต้องสั่งไก่ทั้งตัวราคาสูง รสชาติอาจไม่ลึกเท่าร้านต้นตำรับ แต่เป็นจุดเริ่มที่ดีถ้ามากันไม่กี่คนหรืองบจำกัด