ถ้าฝั่งเมืองเก่ายี่จงคือที่ที่คุณยืนอยู่กลางไฟ อีกฝั่งหนึ่งของแม่น้ำคือหนานอาน — ฝั่งใต้ที่ใช้มองสกายไลน์ฉงชิ่งและหงหยาต้งกลับมาได้สวยที่สุด เดินเลียบถนนหนานปินกินข้าวชมไฟ ขึ้นจุดชมวิวอีเข่อซู่บนหนานซานเก็บภาพคลาสสิก แล้วลงกระเช้าแยงซีไปเดินตรอกเก่าโลงเหมินห้าว
บอกตรงๆ ว่าคนส่วนใหญ่ที่มาฉงชิ่งใช้เวลาทั้งหมดอยู่ฝั่งเมืองเก่า — คาบสมุทรยี่จง (渝中) ที่มีเจี่ยฟ่างเป่ย หงหยาต้ง และตึกที่ไต่ขึ้นไปตามไหล่เขา แต่จุดที่ภาพสกายไลน์ฉงชิ่งสวยที่สุดกลับไม่ได้อยู่ฝั่งนั้น — มันอยู่ฝั่งตรงข้าม นั่นคือ หนานอาน (南岸) เขตฝั่งใต้ของแม่น้ำแยงซี ที่คุณข้ามมายืนแล้วหันกลับไปมองเมืองทั้งเมืองได้พร้อมกัน
หัวใจของฝั่งนี้คือ ถนนหนานปิน (南滨路) ถนนเลียบแม่น้ำยาวที่เรียงรายด้วยร้านอาหาร บาร์ และคาเฟ่ที่มีโต๊ะกลางแจ้งหันหน้าเข้าหาสกายไลน์ยี่จง — กินหม้อไฟไปมองหงหยาต้งสว่างข้ามน้ำได้ในที่เดียว เหนือถนนหนานปินขึ้นไปบนเขาคือ หนานซาน (南山) ที่มีจุดชมวิว อีเข่อซู่ (一棵树) — ลานที่ถ่ายภาพสกายไลน์คลาสสิกที่สุดของฉงชิ่ง ส่วนริมน้ำตรงสถานีกระเช้าแยงซีฝั่งใต้คือ โลงเหมินห้าวเหล่าเจีย (龙门浩老街) ตรอกเก่ายุคสาธารณรัฐที่บูรณะใหม่
เคยเจอไหม — เมืองที่ตื่นเต้นจนหาที่หายใจไม่ได้เลย หนานอานคือคำตอบสำหรับคนที่อยากเที่ยวฉงชิ่งแบบช้าลงสักวัน ฝั่งนี้สงบกว่าใจกลางเมืองมาก คุณนั่งรถไฟฟ้าหรือกระเช้าข้ามมา แล้วใช้เวลาช่วงบ่ายถึงค่ำเดินเล่น ขึ้นเขาเก็บภาพ และกินข้าวริมแม่น้ำ นี่คือเหตุผลที่เราแนะนำให้กันช่วงเย็นสักครึ่งวันให้ฝั่งใต้ของเมืองเสมอ
ทันทีที่ข้ามแม่น้ำมาฝั่งหนานอาน จังหวะเมืองจะช้าลง เสียงรถเบาลง เหลือแม่น้ำกว้างๆ ตรงหน้าและสกายไลน์ฉงชิ่งทั้งแผงอยู่อีกฝั่ง
เสน่ห์ของหนานอานอยู่ที่ คุณได้ยืนห่างออกมาแล้วมองเมืองทั้งเมืองพร้อมกัน ในเมืองที่ตึกซ้อนกันหนาแน่นจนมองไม่เห็นภาพรวม ตอนกลางวันถนนหนานปินสบายๆ เหมาะเดินเล่นและนั่งคาเฟ่ริมน้ำ พอแดดร่มลงตึกฝั่งยี่จงเริ่มเปิดไฟทีละหลัง บ่ายแก่ๆ ขึ้นไปบนหนานซานรอพระอาทิตย์ตก แล้วค่ำๆ ทั้งเมืองสว่างไสว หงหยาต้งเรืองแสงสีทองริมน้ำ — เป็นช่วงที่ฝั่งนี้สวยที่สุด
ถ้าคุณตามล่าภาพฉงชิ่งยามค่ำที่เห็นทั้งคาบสมุทรเปิดไฟ ฝั่งนี้คือที่ที่ต้องมา จุดชมวิวอีเข่อซู่บนหนานซานคือมุมที่ถ่ายภาพสกายไลน์คลาสสิกของเมืองนี้ ส่วนถนนหนานปินริมน้ำให้ภาพหงหยาต้งและตึกสะท้อนน้ำในระดับสายตา ขึ้นก่อนพระอาทิตย์ตกจะได้ทั้งฟ้าสนธยาและไฟเมือง
ถนนหนานปินเต็มไปด้วยร้านอาหารและบาร์ที่มีโต๊ะกลางแจ้งหันหน้าเข้าสกายไลน์ นั่งกินข้าวมื้อค่ำพร้อมมองไฟเมืองข้ามน้ำได้ในที่เดียว เป็นช่วงเย็นที่โรแมนติกกว่าการเบียดเสียดในเจี่ยฟ่างเป่ยมาก จะเดินเลียบแม่น้ำหรือนั่งจิบเครื่องดื่มดูเมืองก็ได้
ถ้าวันก่อนหน้าคุณไล่ขึ้นรถไฟฟ้าทะลุตึก ลงบันไดเลื่อนยาวๆ จนเหนื่อย หนานอานคือวันพัก ที่นี่คนน้อยกว่า เดินสบายกว่า นั่งคาเฟ่ริมน้ำได้ทั้งบ่าย เดินตรอกเก่าโลงเหมินห้าวเรื่อยๆ — เป็นการเที่ยวที่ให้คุณหายใจเต็มปอดอีกครั้งก่อนกลับไปลุยฝั่งเมือง
หม้อไฟฉงชิ่งกินที่ไหนก็อร่อย แต่กินริมถนนหนานปินคุณได้วิวสกายไลน์แถมมาด้วย หลายร้านบนถนนนี้เป็นร้านหม้อไฟ ปลาย่าง และอาหารแม่น้ำที่ตั้งโต๊ะหันเข้าเมือง — กินไป มองไฟไป เป็นมื้อค่ำที่ฉงชิ่งโดยแท้
ถนนเลียบแม่น้ำแยงซีฝั่งใต้ที่ยาวต่อเนื่อง เรียงรายด้วยร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ และทางเดินริมน้ำ จุดเด่นคือ มุมมองข้ามแม่น้ำไปเห็นคาบสมุทรยี่จงทั้งคาบ — ตึกที่ดูเหมือนผุดขึ้นจากน้ำ เปิดไฟสะท้อนผิวน้ำตอนค่ำ และที่เด่นสุดคือ หงหยาต้ง (洪崖洞) ที่เรืองแสงสีทองอยู่อีกฝั่ง หลายคนบอกว่ามุมถ่ายหงหยาต้งที่สวยที่สุดอยู่จากฝั่งหนานปินนี่เอง เดินเลียบถนนได้ฟรี ช่วงเย็น-ค่ำคึกคักและสวยที่สุด อ่านเพิ่มเรื่องหงหยาต้ง: คู่มือหงหยาต้งฉบับเต็ม
ลานชมวิวบนเขาหนานซาน (南山) สูงราว 437 เมตร เป็นจุดที่ถ่ายภาพสกายไลน์คลาสสิกของฉงชิ่ง — เห็นคาบสมุทรยี่จงทั้งคาบ จุดบรรจบของแม่น้ำแยงซีกับเจียหลิง สะพานข้ามแม่น้ำ และตึกที่ไต่ขึ้นไปตามไหล่เขาเปิดไฟทั้งเมือง คนเรียกวิวกลางคืนฉงชิ่งว่า "ฮ่องกงน้อย" และนี่คือมุมที่อธิบายฉายานั้นได้ดีที่สุด ค่าเข้า ~¥30 (~฿150) เปิดประมาณ 09:00–22:30 (บางช่วงเปิดบ่าย เช็กก่อนไป) แนะนำให้ขึ้นก่อนพระอาทิตย์ตก จะได้เห็นทั้งช่วงฟ้าสนธยาและไฟเมืองเต็มๆ
กระเช้าข้ามแม่น้ำแยงซี (长江索道) คือสัญลักษณ์ของฉงชิ่ง — ลอยข้ามแม่น้ำกว้างมองตึกสองฝั่งแบบที่ถนนให้ไม่ได้ ฝั่งใต้ของกระเช้าลงที่ ซ่างซินเจีย (上新街) ในเขตหนานอานพอดี เป็นทั้งวิธีข้ามมาฝั่งนี้และเป็นกิจกรรมในตัวเอง นั่งช่วงค่ำเห็นไฟเมืองสองฝั่งสวยมาก แต่คิวมักยาว (โดยเฉพาะวันหยุด) เผื่อเวลาและจองตั๋วล่วงหน้าได้ อ่านวิธีนั่งแบบละเอียด: คู่มือกระเช้าแยงซีฉบับเต็ม
ตรอกเก่าริมแม่น้ำฝั่งหนานอานที่บูรณะใหม่ อยู่ติดสถานีกระเช้าฝั่งใต้พอดี ฉงชิ่งเปิดเป็นท่าการค้าตั้งแต่ปี 1891 ฝั่งนี้จึงเคยมีกงสุลและธนาคารต่างชาติ ทุกวันนี้เก็บ ตึกยุคสาธารณรัฐผสมสไตล์ตะวันตกกับปา-ยวี๋ดั้งเดิมราว 18 หลัง ทำเป็นย่านเดินเล่น คาเฟ่ ร้านของฝาก และจุดถ่ายรูปวิวข้ามแม่น้ำ ย่านนี้ไต่ขึ้นไปตามไหล่เขาเป็นชั้นๆ ตามแบบฉบับเมืองภูเขาฉงชิ่ง เดินเล่นได้ฟรี เที่ยวต่อกับกระเช้าในรอบเดียวได้สบาย
ฝั่งหนานอานยังเป็นมุมดีๆ สำหรับมองสะพานข้ามแม่น้ำหลายแห่งของฉงชิ่ง ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น "เมืองแห่งสะพาน" ทั้งสะพานแขวนและสะพานสองชั้นที่มีรถไฟฟ้าวิ่งด้านล่าง จากถนนหนานปินและจากบนหนานซานคุณจะเห็นแม่น้ำแยงซีโค้งอ้อมคาบสมุทรยี่จงไปบรรจบกับแม่น้ำเจียหลิงที่ปลายแหลม — ภูมิประเทศแบบนี้เองที่ทำให้ฉงชิ่งเป็นเมือง 8D ที่ไม่เหมือนเมืองไหน อยากเห็นภาพรวมที่เที่ยวทั้งเมืองก่อน ดู ที่เที่ยวฉงชิ่งต้องไปให้ครบ
จุดขายของฝั่งนี้คือกินไปมองสกายไลน์ไป ถนนหนานปินเต็มไปด้วยร้านที่ตั้งโต๊ะหันหน้าเข้าหาเมือง
หม้อไฟน้ำมันวัว (牛油火锅) คือของกินที่ขาดไม่ได้ของฉงชิ่ง และถนนหนานปินมีร้านหม้อไฟหลายร้านที่ตั้งโต๊ะริมน้ำหันเข้าหาสกายไลน์ยี่จง กินพริกแดงฉ่ำๆ ไปมองหงหยาต้งสว่างข้ามน้ำไป เป็นประสบการณ์ที่ฝั่งเมืองให้ไม่ได้ ราคาต่อคนประมาณ ¥80–150 (~฿400–750) แล้วแต่ร้านและของที่สั่ง อ่านเรื่องหม้อไฟแบบเจาะลึก ร้านไหนเด็ด สั่งยังไง: คู่มือหม้อไฟฉงชิ่งฉบับเต็ม
นอกจากหม้อไฟ ฝั่งหนานปินยังมีร้านปลาย่าง (烤鱼) และอาหารริมแม่น้ำสไตล์เจียงหู (江湖菜) ที่รสจัดจ้านแบบฉงชิ่ง ปลาย่างถ่านราดเครื่องเผ็ดร้อนเสิร์ฟในกระทะใหญ่ กินแบ่งกันได้ทั้งโต๊ะ เข้ากับบรรยากาศริมน้ำตอนค่ำมาก ราคาต่อคนประมาณ ¥60–120 (~฿300–600) อยากรู้ว่ามีเมนูฉงชิ่งอะไรต้องลองอีก ดู คู่มืออาหารฉงชิ่งต้องลอง
ช่วงบ่ายก่อนค่ำ ถนนหนานปินและตรอกโลงเหมินห้าวมีคาเฟ่บรรยากาศดีหลายร้านที่นั่งมองแม่น้ำได้ทั้งบ่าย พอตกค่ำหลายที่กลายเป็นบาร์ที่นั่งจิบเครื่องดื่มดูไฟเมืองข้ามน้ำ ราคากาแฟทั่วไป ¥30–55 (~฿150–275) ต่อแก้ว เหมาะกับการพักขาหลังเดินขึ้นหนานซานมาทั้งช่วงเย็น — สั่งกาแฟแก้วหนึ่ง นั่งรอให้เมืองเปิดไฟ
ฝั่งนี้ไม่ใช่ฐานนอนใจกลาง CBD เหมือนเจี่ยฟ่างเป่ย แต่ได้วิวแม่น้ำและความเงียบกลับมาแทน
ข้อดีของการนอนฝั่งหนานปินคือ คุณตื่นมาก็เห็นแม่น้ำและสกายไลน์ฉงชิ่งอยู่ตรงหน้า ฝั่งนี้เงียบกว่า รถน้อยกว่า และห้องวิวแม่น้ำมองข้ามไปเห็นเมืองทั้งเมือง เหมาะกับคนที่อยากได้บรรยากาศและวิวมากกว่าความสะดวกแบบเดินออกประตูก็ถึงห้าง ส่วนการไปจุดเที่ยวฝั่งเมืองก็นั่งรถไฟฟ้าสาย 3/6 หรือนั่งกระเช้าข้ามไปได้ ถ้าลังเลว่าควรนอนฝั่งไหนดี ลองอ่านวิธีเลือกย่านที่ คู่มือเลือกย่านที่พักฉงชิ่งสำหรับมือใหม่
ตัวเลือกที่เป็นไอคอนของฝั่งนี้คือ Kempinski Hotel Chongqing (凯宾斯基) โรงแรม 5 ดาวสไตล์ยุโรปคลาสสิกริมถนนหนานปินโดยตรง — ห้องริมน้ำมองข้ามแม่น้ำแยงซีไปเห็นสกายไลน์เมืองเก่ายี่จงเต็มตา คะแนนรีวิวสูงราว 9.1/10 เดินไม่กี่นาทีถึงรถไฟฟ้า Gongmao สาย 3 นั่งไม่นานก็ถึงเจี่ยฟ่างเป่ย ใครอยากได้ประสบการณ์ตื่นมาเห็นแม่น้ำแบบหรูๆ นี่คือตัวเลือกแรกที่ควรดู
ฝั่งนี้กระจายตัวตามแนวแม่น้ำและไต่ขึ้นเขา ไม่ได้เดินถึงกันหมดเหมือนย่านเดียว — แต่ละจุดมีรถไฟฟ้าหรือทางขึ้นของตัวเอง วางแผนตามจุดที่จะไปจะง่ายที่สุด
15:30 น. — นั่งกระเช้าแยงซีข้ามจากฝั่งเมืองมาลงซ่างซินเจีย (หรือรถไฟฟ้าสาย 6) ได้นั่งกระเช้าเป็นกิจกรรมเปิดทริปด้วย
16:00 น. — เดินตรอกเก่าโลงเหมินห้าว (龙门浩老街) ที่อยู่ติดสถานีกระเช้า ดูตึกยุคสาธารณรัฐ แวะคาเฟ่และถ่ายรูปวิวข้ามแม่น้ำ
17:00 น. — ขึ้นจุดชมวิวอีเข่อซู่ (一棵树) บนหนานซานด้วยแท็กซี่/DiDi ไปรอพระอาทิตย์ตก เก็บภาพสกายไลน์ช่วงฟ้าสนธยา
18:30 น. — ลงมาเดินถนนหนานปิน (南滨路) ริมแม่น้ำ ดูไฟเมืองและหงหยาต้งเปิดสว่างข้ามน้ำ
19:00 น. — หาร้านหม้อไฟหรือปลาย่างริมถนนหนานปินที่ตั้งโต๊ะหันเข้าสกายไลน์ กินมื้อค่ำชมไฟปิดวัน
ถ้ามาช่วงกลางวันก่อน เดินโลงเหมินห้าวและนั่งคาเฟ่ริมน้ำตอนบ่ายได้สบายๆ แล้วค่อยขึ้นอีเข่อซู่ตอนเย็น · ถ้าไม่อยากขึ้นเขา ตัดอีเข่อซู่ออกแล้วเน้นเดินถนนหนานปินยาวๆ ก็ได้วิวสกายไลน์ระดับสายตาเหมือนกัน · ถ้าพักฝั่งหนานปินอยู่แล้ว เริ่มลูปนี้จากหน้าโรงแรมได้เลย ฝั่งนี้ต่อกับทริปฝั่งเมืองในวันถัดไปง่ายมาก — ดูแผนเที่ยวเต็มที่ ที่เที่ยวฉงชิ่งต้องไปให้ครบ และ คู่มือฉงชิ่งฉบับเต็ม