พระปรางค์วัดอรุณตัดกับฟ้าสีส้มทองตอนแสงเย็น เรือล่องผ่านไฟเมืองกลางแม่น้ำเจ้าพระยา และค็อกเทลบนรูฟท็อปที่มองเห็นกรุงเทพฯ ทั้งเมือง — เมืองนี้โรแมนติกกว่าที่คุณคิดมาก ถ้ารู้ว่าต้องไปจุดไหนตอนไหน
บอกเลยว่าพอพูดถึงทริปคู่รัก คนส่วนใหญ่ไม่ค่อยนึกถึงกรุงเทพฯ เป็นที่แรก เพราะภาพในหัวมักเป็นรถติด ตึกสูง และความวุ่นวาย แต่ลองนึกภาพอีกแบบ — นั่งริมแม่น้ำเจ้าพระยาตอนพระอาทิตย์กำลังจะตก มองข้ามน้ำไปเห็นพระปรางค์วัดอรุณค่อยๆ เปลี่ยนเป็นเงาสีทองตัดกับฟ้าสีส้ม นั่นคือกรุงเทพฯ อีกด้านที่เป็นของคู่รักโดยเฉพาะ
เมืองนี้มีจังหวะช้าที่หลายคนมองข้าม — ล่องเรือมื้อค่ำกลางแม่น้ำ ที่ผ่านวัดและสะพานประดับไฟ คาเฟ่สวยๆ ที่นั่งจิบกาแฟกันได้ทั้งเช้า ย่านทองหล่อ–เอกมัยที่เดินจับมือกันยาวๆ ได้ทั้งคืน และรูฟท็อปบาร์บนตึกสูงที่มองเห็นไฟเมืองและโค้งแม่น้ำสุดสายตา
คู่มือนี้รวม สิ่งที่คู่รักทำแล้วจำได้นาน ตั้งแต่จุดชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำ เดตกลางคืนบนรูฟท็อป ไปจนถึงสปาคู่ผ่อนคลายและเดินตลาดนัดด้วยกัน พร้อมเคล็ดลับว่าควรไปฤดูไหน และจะจัดจังหวะยังไงให้ทริปนี้เป็นของสองคนจริงๆ
เราคัดมาให้แล้ว ทั้งโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีห้องวิวสวยสำหรับคืนพิเศษ และโรงแรมใจกลางเมืองที่มีรูฟท็อปพูลและทำเลเดินทางสะดวกใกล้ BTS
ดูโรงแรมแนะนำ →เรียงจากที่โรแมนติกที่สุด ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูปยอดนิยม
1
นี่คือวิวโรแมนติกที่สุดของกรุงเทพฯ และคนกรุงเองหลายคนยังไม่เคยนั่งดูจริงจัง พอแสงเย็นสาดลงมา พระปรางค์วัดอรุณ ที่อยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำจะกลายเป็นเงาตัดกับฟ้าสีส้มทอง นั่งดูด้วยกันจากท่าเรือฝั่งพระนคร ร้านริมน้ำ หรือรูฟท็อปที่หันหน้าเข้าแม่น้ำ เป็นช่วงเวลาที่ยืนดูด้วยกันแล้วเงียบไปทั้งคู่ ลมเย็นจากแม่น้ำตอนหัวค่ำทำให้บรรยากาศดีขึ้นอีก
2
ถ้าอยากได้คืนพิเศษ ล่องเรือมื้อค่ำคือเดตที่ได้ทั้งอาหารและวิวในคราวเดียว เรือออกจากท่าราว 19.00 น. ล่อง ผ่านวัดอรุณ ICONSIAM และสะพานพระราม 8 ที่ประดับไฟ สวยทั้งสองฝั่งแม่น้ำ มีทั้งบุฟเฟต์ ดนตรีสด และโต๊ะริมกราบเรือสำหรับคู่รัก ลมแม่น้ำเย็นๆ ตอนค่ำกับไฟเมืองที่สะท้อนผิวน้ำทำให้เป็นมื้อค่ำที่จำได้นาน จองล่วงหน้าผ่าน Klook มักได้ราคาดีกว่าหน้าท่า
กรุงเทพฯ คือเมืองรูฟท็อปบาร์ตัวจริง และเป็นเดตกลางคืนที่เปลี่ยนอารมณ์จากริมน้ำได้ดี ย่าน สีลม–สาทร มีบาร์บนตึกสูงอย่าง Sky Bar, Vertigo และ Octave ที่มองเห็นไฟเมืองทั้งเมืองและโค้งแม่น้ำเจ้าพระยา นั่งจิบค็อกเทลดูไฟกรุงเทพฯ ด้วยกันตอนหัวค่ำหรือดึกๆ เป็นช่วงเวลาที่โรแมนติกแบบเมืองสมัยใหม่ บางบาร์มี dress code และ minimum ตรวจก่อนไป
หัวค่ำริมแม่น้ำมีสองจุดที่เดินเล่นกันได้สบายๆ ICONSIAM มีทางเดินริมน้ำกว้าง โชว์น้ำพุดนตรีตอนค่ำ และร้านอาหารวิวแม่น้ำที่มองเห็นฝั่งตรงข้ามสว่างไสว ส่วน เอเชียทีค (Asiatique) เป็นตลาดกลางคืนริมแม่น้ำที่มีชิงช้าสวรรค์ ร้านอาหาร และทางเดินเลียบน้ำ เดินจับมือกันชิลๆ หาของกินและของฝาก ทั้งสองที่นั่งเรือ shuttle ฟรีจากท่าสาทรไปได้ เหมาะต่อจากชมพระอาทิตย์ตก
5
เดตช่วงบ่ายแก่ๆ ที่คลาสสิกที่สุดของกรุงเทพฯ คือ นั่งเรือข้ามฟากไปวัดอรุณ จากท่าเตียน ค่าเรือแค่ไม่กี่บาท แต่ได้บรรยากาศแม่น้ำเต็มๆ พอถึงฝั่ง พระปรางค์ประดับกระเบื้องสูงตระหง่านริมน้ำเป็นฉากถ่ายรูปคู่ที่สวยที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เดินขึ้นชั้นล่างของพระปรางค์ได้ มองกลับมาเห็นฝั่งพระนครและแม่น้ำ ช่วงบ่ายแก่ถึงเย็นแสงนุ่มและคนเริ่มบางตา เหมาะถ่ายรูปและนั่งพักริมน้ำด้วยกัน
หลังเดินเที่ยวทั้งวัน กรุงเทพฯ คือเมืองที่หาสปาดีๆ ได้ง่ายที่สุด แพ็กเกจสปาคู่ ในห้องทรีตเมนต์เดียวกันเป็นกิจกรรมผ่อนคลายที่คู่รักทำด้วยกันแล้วฟินมาก มีตั้งแต่นวดไทยแบบดั้งเดิม นวดน้ำมันอโรมา ไปจนถึงแพ็กเกจยาวๆ พร้อมแช่น้ำ ราคามีหลายระดับตั้งแต่สปาในห้างไปจนถึงสปาโรงแรมหรู เลือกที่มีรีวิวดีและจองล่วงหน้าโดยเฉพาะช่วงเย็น เป็นช่วงเวลาช้าๆ ที่ตัดจากความวุ่นวายของเมืองได้ดี
หลังเที่ยวฝั่งแม่น้ำและวัดทั้งวัน คืนนี้เปลี่ยนอารมณ์เป็นกรุงเทพฯ สมัยใหม่ ย่าน ทองหล่อ–เอกมัย คือย่านไลฟ์สไตล์ที่คนกรุงไปเดต — เต็มไปด้วยคาเฟ่ บาร์ค็อกเทล ร้านอาหารบรรยากาศดี และคอมมูนิตี้มอลล์เล็กๆ เดินจับมือกันแวะร้านไปเรื่อยๆ ได้ทั้งคืน เริ่มจากมื้อค่ำร้านบรรยากาศดี ต่อด้วยบาร์ค็อกเทลเงียบๆ หรือร้านดนตรีสด เป็นเดตกลางคืนสไตล์เมืองที่ต่างจากริมน้ำชัดเจน
กรุงเทพฯ เป็นเมืองคาเฟ่ตัวจริง และเดตเช้าแบบสบายๆ ก่อนเริ่มวันคือการ นั่งจิบกาแฟด้วยกันในคาเฟ่สวยๆ มีตั้งแต่คาเฟ่กาแฟสเปเชียลตี้ในตึกแถวเก่าย่านเจริญกรุง–ตลาดน้อย คาเฟ่สวนเขียวๆ ในซอยอารีย์ ไปจนถึงคาเฟ่ดีไซน์เก๋ในทองหล่อ หลายร้านมีมุมถ่ายรูปสวยและขนมอบทำเอง เริ่มเช้าด้วยกาแฟดีๆ แล้วค่อยออกเดินเที่ยว เป็นจังหวะช้าๆ ที่ทำให้ทริปไม่รีบเกินไป
ถ้าทริปตรงกับวันหยุดสุดสัปดาห์ ตลาดนัดจตุจักร เป็นเดตที่สนุกแบบไม่ต้องวางแผนมาก ตลาดใหญ่มากมีของขายทุกอย่าง ทั้งของแฮนด์เมด ของวินเทจ ต้นไม้ ของแต่งบ้าน และของกินเล่นเต็มไปหมด เดินหลงด้วยกัน เลือกของฝากชิ้นเล็กๆ ให้กัน แวะกินของอร่อยตามซอย เป็นเดตที่ได้ใช้เวลาด้วยกันยาวๆ ไปเช้าหน่อยจะได้ไม่ร้อนและคนยังไม่แน่น พกน้ำและใส่รองเท้าสบายไป
ปิดท้ายค่ำด้วยการเดินเล่นริมน้ำย่านเมืองเก่า ท่าพระอาทิตย์ เป็นทางเดินเลียบแม่น้ำเจ้าพระยาที่มีร้านอาหารริมน้ำ คาเฟ่เล็กๆ และลมเย็นจากแม่น้ำตอนค่ำ บรรยากาศสบายๆ ไม่วุ่นวายเท่าฝั่งใจกลางเมือง เดินจับมือกันริมน้ำ ดูไฟสะพานพระราม 8 ที่อยู่ไม่ไกล ถ้าอยากคึกคักขึ้นเดินต่อไป ถนนข้าวสาร ที่อยู่ใกล้กัน มีร้าน บาร์ และดนตรีสด เลือกได้ตามอารมณ์ของคืนนั้น
ฤดูหนาว (พ.ย.–ก.พ.) คือช่วงที่ดีที่สุดของกรุงเทพฯ — อากาศเย็นสบาย ฟ้าใส เหมาะนั่งริมแม่น้ำ ล่องเรือ และรูฟท็อปยามค่ำที่สุด ส่วนหน้าร้อน (มี.ค.–พ.ค.) ร้อนจัดช่วงกลางวัน ให้เน้นกิจกรรมในร่มตอนบ่ายและออกริมน้ำตอนเย็น หน้าฝน (มิ.ย.–ต.ค.) มักมีฝนช่วงบ่ายแก่ๆ เผื่อแผนสำรองในร่มและพกร่มไว้
รถติดคือศัตรูตัวจริงของทริปกรุงเทพฯ ใช้ BTS, MRT และเรือเจ้าพระยาเป็นหลัก จะเร็วกว่าและเครียดน้อยกว่ามาก จุดดังอย่างวัดและตลาดคนเยอะช่วงสาย ไปให้เช้าหรือเที่ยวริมน้ำตอนเย็นที่อากาศเย็นและแสงสวย จัดที่พักให้อยู่ใกล้สถานี BTS หรือริมแม่น้ำจะได้ไม่เสียเวลาเดินทาง
ทริปคู่รักที่ดีไม่ต้องรีบเก็บให้ครบ จัด วันละ 2–3 จุดก็พอ เผื่อเวลานั่งจิบกาแฟ เดินเล่น และพักผ่อนด้วยกัน เช่น เช้าคาเฟ่ บ่ายเที่ยวฝั่งแม่น้ำหรือวัด เย็นชมพระอาทิตย์ตกริมน้ำ แล้วต่อล่องเรือมื้อค่ำหรือรูฟท็อปบาร์ จัดที่พักให้อยู่ทำเลเดียวกับที่เที่ยวหลักจะได้ไม่เสียเวลาเดินทางไป-มา
ทำเลที่พักเป็นตัวตัดสินทริปคู่รักกรุงเทพฯ ริมแม่น้ำเจ้าพระยา ให้บรรยากาศโรแมนติกที่สุด มีโรงแรมวิวแม่น้ำและเดินทางต่อด้วยเรือ shuttle ส่วนย่าน สุขุมวิท (อโศก–ทองหล่อ) สะดวกที่สุดเรื่องเดินทาง อยู่บนสาย BTS มีคาเฟ่ บาร์ และห้างใกล้ที่พัก เลือกตามว่าอยากได้บรรยากาศริมน้ำหรือความสะดวกในเมือง