สวนริมทะเลทางตะวันตกของซานย่าที่มีหินก้อนยักษ์สลักอักษร 天涯 และ 海角 — "ไปด้วยกันจนสุดขอบโลก" คือคำที่คู่รักจีนมาตามหาที่นี่
ลองนึกภาพ: คุณยืนอยู่บนชายหาดทรายปนหินทางตะวันตกของซานย่า ลมทะเลพัดแรง ตรงหน้าคือหินก้อนมหึมาสองก้อนเอนพิงกัน บนนั้นสลักอักษรจีนตัวใหญ่สีแดง — ก้อนหนึ่งเขียนว่า 天涯 (เทียนหยา = สุดขอบฟ้า) อีกก้อนเขียนว่า 海角 (ไห่เจี่ยว = สุดขอบทะเล) คู่รักจีนนับล้านเดินทางมาถ่ายภาพคู่กันตรงนี้ เพราะชื่อ "สุดขอบฟ้าสุดขอบทะเล" หมายถึงคำสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันจนสุดปลายโลก
นี่คือ เทียนหยาไห่เจี่ยว (天涯海角) หรือชื่ออังกฤษว่า "Edge of the World" — สวนวิวทะเลริมชายฝั่งตะวันตกเฉียงใต้ของซานย่า ห่างจากตัวเมืองราว 24 กิโลเมตร ในสมัยราชวงศ์ชิงที่นี่ถือเป็น "สุดขอบจักรวรรดิ" จุดที่ไกลที่สุดเท่าที่แผ่นดินจีนจะไปถึง บรรดาขุนนางที่ถูกเนรเทศมาไห่หนานจะมายืนมองทะเลตรงนี้ด้วยความรู้สึกว่ามาถึงสุดทางแล้ว อักษรบนหินจึงถูกสลักไว้ตั้งแต่ยุคนั้นและกลายเป็นตำนานสืบมา
ที่ทำให้ที่นี่พิเศษคือมันไม่ใช่แค่หินสวยๆ ริมทะเล แต่เป็น ไอคอนทางวัฒนธรรมระดับชาติ — เสาหิน 南天一柱 (เสาใต้ฟ้าใต้) ที่ตั้งตระหง่านในน้ำเคยปรากฏอยู่บน ธนบัตร ¥2 ของจีน ทำให้คนจีนทั้งประเทศจำภาพนี้ได้ทันที มาที่นี่จึงเหมือนได้มายืนอยู่ในภาพที่เคยเห็นมาทั้งชีวิต
เดินเลียบชายหาดจากประตูไปทางตะวันตก — แต่ละก้อนมีความหมายซ่อนอยู่
หินก้อนยักษ์ที่สลักอักษร 天涯 ตัวใหญ่สีแดง เป็นจุดถ่ายภาพไอคอนของที่นี่ ตำนานเล่าว่าคนสมัยก่อนเชื่อว่ายืนตรงนี้คือมาถึงสุดขอบฟ้าของแผ่นดินจีนแล้ว คู่รักนิยมมายืนถ่ายภาพคู่กันหน้าหินก้อนนี้เพื่อสัญญาว่าจะอยู่ด้วยกันจนสุดปลายฟ้า
หินอีกก้อนที่สลักอักษร 海角 อยู่ไม่ไกลจากหินเทียนหยา สองก้อนนี้รวมกันเป็นชื่อ "เทียนหยาไห่เจี่ยว" ที่แปลว่าสุดขอบฟ้าสุดขอบทะเล สัญลักษณ์ของความรักและความผูกพันที่ไม่มีวันสิ้นสุด เป็นที่มาของชื่อสวนทั้งหมด
เสาหินสูงตระหง่านตั้งอยู่ริมน้ำ ชื่อ "หนานเทียนอี้จู้" แปลว่าเสาค้ำฟ้าทิศใต้เพียงต้นเดียว เป็นหินที่เคยปรากฏบน ธนบัตร ¥2 รุ่นเก่าของจีน คนจีนทั้งประเทศจึงคุ้นหน้าหินก้อนนี้ เป็นหนึ่งในจุดที่ถ่ายภาพสวยที่สุดโดยเฉพาะตอนคลื่นซัดฐานหิน
นอกจากหินสลักอักษรเด่นๆ ยังมีหินก้อนอื่นกระจายตามชายหาดพร้อมป้ายเล่าตำนาน เดินเลียบชายหาดทรายขาวปนหินใต้ทิวมะพร้าวไปได้เรื่อยๆ มองออกไปเห็นเส้นขอบฟ้าทะเลจีนใต้กว้างสุดตา เหมาะแก่การเดินเล่นชิลๆ และถ่ายภาพวิว
หัวใจของที่นี่คือกลุ่มหินยักษ์สลักอักษรจีนที่กระจายอยู่ตามชายหาดยาวราว 2.5 กิโลเมตร จากประตูทางเข้าเดินเลียบทะเลไปทางตะวันตก จะเจอหินเทียนหยา หินไห่เจี่ยว และเสาใต้ฟ้าใต้ตามลำดับ แต่ละจุดมีป้ายเล่าตำนานและคิวถ่ายภาพ ถ้าไม่อยากเดินไกลกลางแดด แนะนำนั่ง รถบั๊กกี้ไฟฟ้า (~¥15 ไป-กลับ) ไปลงใกล้กลุ่มหินหลักแล้วค่อยเดินชม
เผื่อเวลาไว้ 2–3 ชั่วโมง กำลังพอดี ทั้งเดินดูหิน ถ่ายภาพ และนั่งพักริมทะเล
เหตุผลที่คู่รักจีนเดินทางมาไกลถึงที่นี่คือความหมายเชิงสัญลักษณ์ — ถ่ายภาพคู่หน้าหินเทียนหยาหรือไห่เจี่ยวเท่ากับให้คำมั่นว่าจะอยู่ด้วยกัน "จนสุดขอบฟ้าสุดขอบทะเล" หลายคู่มาที่นี่เพื่อถ่ายพรีเวดดิ้ง บางคนถึงกับมาขอแต่งงานตรงหินก้อนนี้
ช่วงเช้าแสงนุ่มและคนน้อยกว่า เหมาะถ่ายภาพคู่ที่สุด ถ้ามาช่วงวันหยุดยาวของจีน (ตรุษจีน วันชาติ 1–7 ต.ค.) คนจะแน่นมาก ควรไปให้เช้าที่สุด
บอกตรงๆ เพื่อไม่ให้ผิดหวัง: เทียนหยาไห่เจี่ยว ไม่ใช่ชายหาดสำหรับว่ายน้ำ ทรายค่อนข้างหยาบปนหิน คลื่นแรง และจุดประสงค์หลักของที่นี่คือชมหินในตำนาน ถ่ายภาพ และซึมซับความหมายเชิงวัฒนธรรม-ความรักมากกว่าการเล่นน้ำทะเล
ถ้าอยากลงเล่นน้ำหรือนอนอาบแดดบนหาดทรายขาวละเอียดจริงๆ ควรแบ่งวันไป อ่าวยาหลง ต้าตงไห่ หรือหาดซานย่า หรือออกเกาะ อู๋จือโจว ที่น้ำใสกว่ามาก
สวนอยู่ห่างตัวเมืองซานย่าไปทางตะวันตกราว 24 กิโลเมตร นั่งรถประมาณ 40–50 นาที มีหลายทางเลือก
เทียนหยาไห่เจี่ยวเที่ยวครึ่งวันแล้วกลับมานอนในเมืองหรือริมอ่าวหรูได้สบาย