เมืองนี้มีของดื่มสามสายที่เล่าเรื่องตัวเองได้หมด — ชานมฮ่องกงในร้าน 茶餐厅 ที่ติดมาจากเมืองข้างๆ, ชาไข่มุกยุคใหม่ HEYTEA กับ Nayuki ที่เกิดที่นี่จริงๆ และกาแฟ specialty ในโรงงานเก่าย่าน OCT-LOFT ที่คนรุ่นใหม่สายเทคจริงจังกันมาก
เซินเจิ้นไม่ใช่เมืองที่มีของดื่มประจำเมืองแบบเดียว เพราะมันโตจากหมู่บ้านชาวประมงเป็นมหานคร ~17 ล้านคนภายในเวลาแค่ราว 40 ปี คนที่นี่มาจากทั่วจีนและเอาวัฒนธรรมของตัวเองมาด้วย แต่ถ้าจะเล่าเรื่องเครื่องดื่มของเมืองนี้ให้ครบ ต้องพูดถึงสามสายที่ชัดเจน — และแต่ละสายเล่าคนละช่วงเวลาของเมือง
สายแรกเก่าแก่ที่สุดและถูกที่สุด — ร้านชาแบบฮ่องกง 茶餐厅 เพราะฮ่องกงอยู่ติดเซินเจิ้น ชานมกรองถุงผ้าเนียนนุ่ม ขนมปังสับปะรดเนยเย็น ทาร์ตไข่ และข้าวหน้าหมูทอดอบชีส เป็นของกินดื่มประจำวันที่คนเซินเจิ้นคุ้นเคยมานาน สายที่สองคือความภูมิใจของเมือง — ชาไข่มุกยุคใหม่ ที่ HEYTEA (喜茶) กับ Nayuki (奈雪) เกิดและโตที่นี่ ก่อนจะกลายเป็นกระแสไปทั่วโลก
สายที่สามเพิ่งบูมจริงจังในไม่กี่ปีหลัง — กาแฟ specialty ที่คนรุ่นใหม่สายเทคและดีไซน์พิถีพิถันกันมาก ร้านคั่วเมล็ดเองและจริงจังกับ pour-over ผุดขึ้นในโรงงานเก่าที่แปลงเป็นย่านสร้างสรรค์อย่าง OCT-LOFT และย่านท่าเรือ Shekou บอกตรงๆ ว่า ฉาฉานเทียงคือของถูกประจำวัน ส่วนกาแฟ specialty คือของใหม่ที่ราคาสูงกว่า — แต่ทั้งสามสายอยู่ในเมืองเดียว ลองครบได้ในวันเดียว
ฉาฉานเทียง ร้านอาหารสไตล์ฮ่องกงที่เปิดทั้งวัน — ชานมเนียนนุ่ม ขนมปังสับปะรด ทาร์ตไข่ ของกินดื่มประจำวันที่ถูกที่สุดในเมือง
ชานมฮ่องกง (港式奶茶) — กรองผ่านถุงผ้าที่ดูเหมือนถุงน่องจนได้ชื่อ "ชานมถุงน่อง" เนื้อชาเข้มกับนมข้นมาเจอกันพอดี
เครื่องดื่มหัวใจของร้านฉาฉานเทียง — ชาดำหลายชนิดต้มเข้มแล้วกรองผ่านถุงผ้าใยละเอียดที่ใช้จนเป็นสีน้ำตาลคล้ายถุงน่อง จึงได้ชื่อ "ชานมถุงน่อง" การกรองซ้ำๆ ทำให้เนื้อชาเนียนนุ่มเป็นพิเศษ แล้วผสมนมข้นจืดจนได้รสเข้มหวานมันกำลังดี สั่งร้อนหรือเย็นก็ได้ เป็นรสที่คนเซินเจิ้นและฮ่องกงผูกพันมานาน ถ้าจะลองของร้านฉาฉานเทียงแค่อย่างเดียว — เริ่มที่แก้วนี้
เครื่องดื่มที่ฟังดูแปลกแต่เข้ากันอย่างไม่น่าเชื่อ — กาแฟผสมกับชานมในแก้วเดียว ชื่อ 鸳鸯 แปลว่า "เป็ดแมนดาริน" นกที่อยู่กันเป็นคู่ สื่อถึงของสองอย่างที่เข้ากันได้ดี รสเข้มจากกาแฟมาเจอความหวานมันของชานม ได้เครื่องดื่มที่ทั้งตื่นและนุ่ม เป็นวัฒนธรรมกาแฟแบบเก่าของถิ่นกวางตุ้งและฮ่องกงก่อนยุคกาแฟ specialty ถ้าอยากเข้าใจว่าคนแถวนี้ดื่มกาแฟยังไงมาก่อน — สั่งหยวนยางสักแก้ว
ของกินคู่ชานมที่ทุกคนต้องสั่ง — ขนมปังนุ่มหน้าตึงเป็นเกล็ดสีทองคล้ายเปลือกสับปะรด (จึงได้ชื่อ แต่ไม่มีสับปะรดจริงในนั้น) ผ่าครึ่งแล้วสอดเนยเย็นแผ่นหนาเข้าไป ความร้อนของขนมปังทำให้เนยเริ่มละลายแต่ยังเย็นตรงกลาง กัดคำแรกได้ทั้งเปลือกกรอบ เนื้อนุ่ม และเนยมันๆ เย็นๆ อร่อยจนเป็นของกินประจำชาติฮ่องกง คู่กับชานมร้อนๆ คือมื้อบ่ายที่สมบูรณ์แบบ
ทาร์ตไข่สไตล์ฮ่องกงหน้าตาเรียบง่ายแต่ทำดียากมาก — แป้งทาร์ตมีสองแบบ แบบพายชั้น (puff pastry) ที่กรอบร่วนเป็นชั้นๆ และแบบคุกกี้ (shortcrust) ที่กรอบแน่นกว่า ไส้คัสตาร์ดไข่สีเหลืองทองเนื้อเนียนนุ่ม หวานอ่อนๆ หอมไข่ อบจนหน้าเรียบเป็นมัน กินตอนอุ่นๆ ออกจากเตาคือสุดยอด เป็นของหวานคู่ชาที่ร้านฉาฉานเทียงและเบเกอรี่ฮ่องกงทุกเจ้ามี
ถ้าหิวมากกว่าแค่ของว่าง สั่งจานนี้ — ข้าวผัดไข่ราดซอสมะเขือเทศวางหมูสันนอกทอด แล้วโรยชีสอบจนเหลืองหอม เป็นอาหารจานเดียวสไตล์ฮ่องกงที่อิ่มและคุ้ม ซอสเปรี้ยวหวานตัดความมันของชีสและหมูทอด คนเซินเจิ้นกินเป็นมื้อกลางวันหรือมื้อค่ำเร็วๆ ในร้านฉาฉานเทียง สั่งคู่ชานมเย็นหนึ่งแก้วก็เป็นมื้อที่สมบูรณ์ในราคาไม่ถึงร้อยหยวน
เมนูบ้านๆ ที่ร้านฉาฉานเทียงทำได้อร่อยจนกลายเป็นของเด่น — บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยี่ห้อ 出前一丁 ลวกใส่ไข่ดาวกับแฮมหรือเนื้อตุ๋น (ฟังดูธรรมดาแต่คนสั่งกันจริง) และ "ซีโตซี" (西多士) ขนมปังปิ้งฝรั่งเศสสอดเนยถั่ว ทอดจนเหลืองแล้วราดน้ำเชื่อมกับเนยก้อน หวานมันจัดเต็ม กินคู่หยวนยางหรือชานมเย็น เป็นมื้อบ่ายแบบฮ่องกงแท้ๆ ที่คนเซินเจิ้นกินกันเป็นเรื่องปกติ
新茶饮 ชาสไตล์ใหม่ที่เปลี่ยนวงการ — ชาหน้าครีมชีส ชาผลไม้สด สองแบรนด์ใหญ่ที่สุดของจีนล้วนเป็นของกวางตุ้งและโตในเซินเจิ้น
เรื่องที่หลายคนไม่รู้คือ ชาไข่มุกยุคใหม่ที่ลามไปทั่วโลกตอนนี้ มีต้นกำเนิดอยู่แถวนี้เอง — HEYTEA (喜茶) ก่อตั้งปี 2012 โดย Nie Yunchen ตอนอายุแค่ 19 ปี เริ่มจากตรอกเล็กๆ ในกวางตุ้ง แล้วย้ายสำนักงานใหญ่มาอยู่เขต Nanshan เซินเจิ้น เป็นเจ้าแรกที่คิดค้น "ชาหน้าครีมชีส" (芝士茶) ที่เอาครีมชีสเค็มๆ มาราดบนชา จนกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของวงการ ส่วน Nayuki (奈雪的茶) ก่อตั้งปี 2014 ในเซินเจิ้นโดยคู่สามีภรรยา เน้นชาผลไม้สดเกรดพรีเมียมและออกรสใหม่ทุกสัปดาห์ ทั้งสองแบรนด์เป็นความภูมิใจของเมือง — มาเซินเจิ้นแล้วได้ดื่มจากต้นกำเนิด
เครื่องดื่มที่ทำให้ HEYTEA ดัง — ชาเขียวหรือชาอูหลงเย็นๆ ราดด้วยครีมชีสปั่นเนื้อนุ่มที่มีรสเค็มหวานเล็กน้อยลอยอยู่ด้านบน วิธีดื่มคือเอียงแก้วให้ครีมชีสกับชาผสมกันในจิบเดียว ได้ทั้งความสดชื่นของชาและความมันเค็มของชีสตัดกันพอดี ฟังดูแปลกแต่พอลองแล้วเข้าใจว่าทำไมมันเปลี่ยนวงการชาทั้งประเทศ HEYTEA มีหลายรสให้เลือก ตั้งแต่ชาอูหลงคลาสสิกถึงรสตามฤดู
ชาที่ใส่ผลไม้สดจริงๆ ลงไปเป็นชิ้น — สตรอว์เบอร์รี องุ่น มะม่วง ลิ้นจี่ตามฤดู ผสมกับชาและบางทีมีครีมชีสหรือชีสฟองด้วย Nayuki ขึ้นชื่อเรื่องนี้เพราะคัดผลไม้เกรดพรีเมียมและออกรสใหม่แทบทุกสัปดาห์ เครื่องดื่มแก้วหนึ่งจึงมีทั้งเนื้อผลไม้ ความหวานธรรมชาติ และความหอมของชา ดูสวยถ่ายรูปขึ้น เป็นชาสไตล์ใหม่ที่ดื่มแล้วสดชื่นกว่าชานมหวานๆ แบบเดิม
ชานมไข่มุกแบบคลาสสิกก็ยังมี แต่แบรนด์ยุคใหม่ปรับให้ดีขึ้น — ใช้ชาที่ชงสด นมจริงแทนครีมเทียม และไข่มุกที่ต้มใหม่ๆ เคี้ยวหนึบกำลังดี บางร้านมี "โบบ้าน้ำตาลอ้อยย่าง" (黑糖珍珠) ที่เอาไข่มุกไปคลุกน้ำตาลอ้อยจนเป็นเส้นสีน้ำตาลไหลในแก้ว หวานหอมไหม้นิดๆ สั่งปรับระดับความหวานและน้ำแข็งได้ เป็นทางเลือกสำหรับคนที่อยากได้ชานมหวานมันคุ้นลิ้นมากกว่าชาหน้าชีส
ถ้า HEYTEA กับ Nayuki คือฝั่งพรีเมียม จีนก็มีเชนชาไข่มุกราคาประหยัดที่เห็นแทบทุกหัวมุมถนนด้วย Mixue (蜜雪冰城) ขายชาและไอศกรีมเริ่มแค่ ¥4–8 ถูกจนน่าตกใจ ส่วน ChaPanda (茶百道) และเจ้าอื่นๆ อยู่ช่วงกลาง คุณภาพพอใช้ได้ในราคาที่จับต้องง่าย ถ้าอยากได้ชาไข่มุกเย็นๆ ดื่มเดินเล่นโดยไม่ต้องจ่ายแพง เชนพวกนี้คือคำตอบ และเห็นป้ายแบรนด์พวกนี้ได้ทั่วเซินเจิ้น
เมืองคนรุ่นใหม่สายเทคที่จริงจังกับกาแฟ — โรงงานเก่าที่แปลงเป็นย่านสร้างสรรค์ และคาเฟ่วิวทะเลที่ Shekou
OCT-LOFT (华侨城创意园) — โรงงานเก่ายุค 1980s ที่กลายเป็นย่านคาเฟ่และดีไซน์ที่คนรักกาแฟในเซินเจิ้นพูดถึงมากที่สุด
เซินเจิ้นเป็นเมืองที่โตเร็วที่สุดในจีน เต็มไปด้วยคนรุ่นใหม่จากทั่วประเทศที่มาทำงานสายเทคและดีไซน์ คนกลุ่มนี้พิถีพิถันกับกาแฟ ทำให้ฉากกาแฟ specialty ที่นี่อายุน้อยแต่จริงจังและคึกคักมาก หัวใจของมันคือ OCT-LOFT (华侨城创意园) ในเขต Nanshan — โรงงานเก่ายุค 1980s ที่แปลงเป็นย่านสร้างสรรค์ เต็มไปด้วยสตูดิโอดีไซน์ แกลเลอรี ร้านหนังสือ และคาเฟ่อิสระหลายเจ้าในบล็อกเดียว เดินไม่กี่ก้าวก็เจอร้านใหม่ คุณภาพกาแฟที่นี่สูงเพราะลูกค้าส่วนใหญ่เป็นดีไซเนอร์และคนทำงานสร้างสรรค์ที่ดื่มเป็น
อีกย่านที่คนกาแฟต้องไปคือ Shekou (蛇口) ย่านท่าเรือทางใต้ที่มีชาวต่างชาติอยู่เยอะ — มีคาเฟ่วิวทะเลและ roaster ดีๆ อย่าง Akimbo และ physical coffee lab ที่มีที่นั่งกลางแจ้งมองเห็นท่าเรือ Shekou บรรยากาศชิลกับเพลงเพราะๆ ส่วนริม Shenzhen Bay ก็มีคาเฟ่ดีไซน์วิวอ่าวกระจายอยู่ตามสวนสาธารณะและตึกริมน้ำ เหมาะนั่งจิบกาแฟดูพระอาทิตย์ตก กาแฟแก้วหนึ่งในย่านพวกนี้ราว ¥28–45 — แพงกว่าชานมและชาไข่มุก แต่เป็นกาแฟที่จริงจังและร้านสวยจริง
จากโรงงานเก่าถึง chain ราคาประหยัด — เซินเจิ้นมีกาแฟทุกระดับให้เลือก
หัวใจของฉากกาแฟเซินเจิ้น — คาเฟ่ในโรงงานเก่าที่แปลงเป็นย่านสร้างสรรค์ ผนังอิฐเปลือย เพดานสูง บรรยากาศอุตสาหกรรมที่กลายเป็นที่นั่งทำงานของดีไซเนอร์ Old Heaven Books เป็นคาเฟ่ในร้านหนังสือกับแผ่นเสียงที่มีกาแฟดีและบรรยากาศเฉพาะตัว ส่วน All Day Roasting Company ทำกาแฟ single-origin ในห้องมินิมอลสะอาดตา หลายร้านในบล็อกเดียวให้เลือก เดินดูได้เรื่อยๆ
ย่านท่าเรือ Shekou มีชาวต่างชาติอยู่เยอะและฉากกาแฟที่ผ่อนคลายกว่า OCT-LOFT — Akimbo เป็น roaster ที่มีสาขาหลักแถวท่าเรือ Shekou และเปิดสาขาใหม่ใกล้ OCT ส่วน physical coffee lab มีที่นั่งกลางแจ้งมองเห็นท่าเรือ บรรยากาศชิลกับดนตรีเพราะๆ เหมาะนั่งยาวๆ ตอนบ่าย กาแฟดี วิวดี เป็นย่านที่ต่างจากความวุ่นวายกลางเมืองโดยสิ้นเชิง
ใจกลางเมืองย่าน Futian และริม Shenzhen Bay มีคาเฟ่สมัยใหม่ในห้างหรูและตึกออฟฟิศ ดีไซน์เนี้ยบ แอร์เย็น เหมาะนั่งทำงานหรือหลบร้อนเซินเจิ้นที่แดดแรงเกือบทั้งปี ห้างใหญ่อย่าง MixC และ One Avenue มี roaster และคาเฟ่แบรนด์ดังกระจายอยู่ บางร้านริมอ่าว Shenzhen Bay มีระเบียงวิวน้ำและเส้นขอบฟ้าฮ่องกงฝั่งตรงข้าม สะดวกและกาแฟดี ถ้าไม่อยากเดินทางไกลถึง Nanshan
ถ้าต้องการแค่กาแฟดื่มเร็วๆ ก่อนออกเดินทาง chain ท้องถิ่นจีนคือคำตอบที่ถูกที่สุด Luckin Coffee มีสาขาแทบทุกหัวมุมถนน สั่งผ่านแอปแล้วรับได้เลย ราคาเริ่ม ¥10 หลังส่วนลด Manner ขึ้นชื่อเรื่อง oat milk latte คุณภาพดีในราคาย่อมเยา ส่วน M Stand ดีไซน์สวยกว่าเพื่อน เชนพวกนี้ถูกกว่ากาแฟ specialty ในคาเฟ่อิสระมาก และคุณภาพก็ดีพอสำหรับกาแฟเช้าก่อนออกเที่ยว
ร้านที่มีชื่อเสียงจริงในย่านสร้างสรรค์และฉากกาแฟเมือง — ไม่ใช่แค่จุดถ่ายรูป
Old Heaven Books เป็นชื่อที่คนรักกาแฟและคนรักหนังสือในเซินเจิ้นรู้จักดี อยู่ใน OCT-LOFT เป็นร้านหนังสืออิสระที่มีทั้งหนังสือคัดสรร แผ่นเสียงหายาก และมุมคาเฟ่ที่ทำกาแฟดีจริง บรรยากาศเงียบสงบ มีจัดงานดนตรีและเสวนาเป็นระยะ เป็นที่นัดพบของคนสายศิลปะและดีไซน์ในเมือง มานั่งจิบกาแฟ อ่านหนังสือ ฟังเพลงจากแผ่นเสียง — เป็นประสบการณ์ที่คาเฟ่เชนให้ไม่ได้
Akimbo เป็นหนึ่งใน roaster ที่คนกาแฟในเซินเจิ้นแนะนำต่อกัน มีสาขาหลักแถวท่าเรือ Shekou และขยายมาเปิดสาขาใหม่ใกล้ OCT จริงจังกับเมล็ดและการคั่ว มีทั้ง pour-over และ espresso drinks สำหรับคนที่อยากดื่มกาแฟดีๆ และคุยกับ barista เรื่องเมล็ด เป็นร้านสำหรับคนที่ให้ความสำคัญกับตัวกาแฟมากกว่าแค่บรรยากาศ และเป็นตัวแทนของฉากกาแฟ specialty ฝั่ง Shekou ได้ดี
physical coffee lab เป็นคาเฟ่ในย่าน Shekou ที่มีจุดเด่นเรื่องที่นั่งกลางแจ้งมองเห็นท่าเรือ Shekou บรรยากาศผ่อนคลายกับเพลงเพราะๆ ที่คัดมาอย่างดี เหมาะนั่งยาวๆ ตอนบ่ายแบบไม่รีบ กาแฟทำดี วิวเปิดโล่ง เป็นตัวอย่างของคาเฟ่ฝั่ง Shekou ที่ขายทั้งกาแฟและบรรยากาศริมน้ำ ต่างจากคาเฟ่กลางเมืองที่อยู่ในตึกแอร์เย็น
HEYTEA คือแบรนด์ชาไข่มุกยุคใหม่ที่เกิดจากกวางตุ้งและมีสำนักงานใหญ่ในเซินเจิ้น เป็นเจ้าแรกที่คิดค้นชาหน้าครีมชีสจนเปลี่ยนวงการชาทั้งประเทศ สาขาแฟลกชิปในห้างใหญ่มักออกแบบสวยและมีเมนูพิเศษเฉพาะสาขา มาเซินเจิ้นแล้วได้ดื่มจากต้นกำเนิดของกระแสที่ลามไปทั่วโลก สั่งล่วงหน้าผ่าน WeChat mini-program เพื่อเลี่ยงคิวได้ ลองชาอูหลงหน้าชีสคลาสสิกหรือรสตามฤดู
Nayuki ก่อตั้งในเซินเจิ้นปี 2014 และวางตัวเป็นชาไข่มุกพรีเมียมที่ร้านกว้างขวางนั่งสบายกว่าเชนทั่วไป จุดเด่นคือชาผลไม้สดที่ใช้ผลไม้เกรดดีและออกรสใหม่แทบทุกสัปดาห์ หลายสาขาขายขนมปังอบสดคู่กับชาด้วย บรรยากาศร้านสว่างโปร่งเหมาะนั่งคุยหรือทำงาน เป็นอีกแบรนด์ที่เป็นความภูมิใจของเมือง มาเซินเจิ้นควรลองเทียบกับ HEYTEA ว่าชอบสไตล์ไหนมากกว่า
พลาซ่า Sea World ย่าน Shekou — เรือสำราญ Minghua กลางน้ำพุ ล้อมด้วยคาเฟ่และร้านอาหาร ฉากกาแฟริมท่าเรือที่ผ่อนคลายกว่ากลางเมือง
ถ้ามีเวลาแค่วันเดียว — เลือกอย่างหนึ่งจากแต่ละสาย แล้วคุณจะเข้าใจเมืองนี้
สั่งชานมฮ่องกงร้อนๆ คู่ขนมปังสับปะรดเนยเย็นในร้าน 茶餐厅 — ชานมเข้มหวานมันกรองถุงผ้าจนเนียน กับขนมปังที่เปลือกกรอบ เนื้อนุ่ม เนยเย็นกำลังเริ่มละลายตรงกลาง เป็นมื้อบ่ายแบบฮ่องกงแท้ๆ ในราคาไม่ถึงสี่สิบหยวน เป็นรสคุ้นเคยที่คนเซินเจิ้นกินกันมานาน และเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของสายแรก
มาเซินเจิ้นทั้งที ต้องลองชาหน้าครีมชีสจาก HEYTEA ที่เกิดและโตที่นี่ — ชาเย็นๆ ราดครีมชีสปั่นนุ่มรสเค็มหวาน เอียงแก้วให้ผสมกันในจิบเดียว ได้ความสดชื่นของชากับความมันเค็มของชีสตัดกันพอดี เป็นนวัตกรรมที่เปลี่ยนวงการชาทั้งจีน ดื่มจากแบรนด์ที่คิดค้นมันขึ้นมาเองในเมืองนี้ ถือเป็นการชิมประวัติศาสตร์ชาไข่มุกยุคใหม่
บ่ายวันธรรมดา ไปนั่งจิบ pour-over ในคาเฟ่ที่ OCT-LOFT — ผนังอิฐเปลือย เพดานสูง กลิ่นกาแฟคั่วใหม่ และคนทำงานสร้างสรรค์รอบตัว เลือกเมล็ด single-origin ให้ barista ชง ได้กาแฟที่ใสและมีมิติ พร้อมบรรยากาศย่านสร้างสรรค์ที่เป็นหัวใจฉากกาแฟเซินเจิ้น เป็นสายที่ราคาสูงกว่าเพื่อน แต่เป็นกาแฟที่จริงจังและร้านสวยจริง
ถ้าอยากได้บรรยากาศผ่อนคลายกว่ากลางเมือง ไปนั่งคาเฟ่วิวท่าเรือที่ Shekou — ที่นั่งกลางแจ้งมองเรือเข้าออก ดนตรีชิล ลมทะเลอ่อนๆ สั่งลาเต้สักแก้วนั่งยาวๆ ตอนบ่าย เป็นมุมที่ต่างจากความวุ่นวายของมหานครเซินเจิ้นโดยสิ้นเชิง และเป็นย่านที่ชาวต่างชาติในเมืองชอบมาใช้เวลาวันหยุด เหมาะปิดท้ายวันด้วยกาแฟริมน้ำ
เซินเจิ้นเป็นเมืองจีนที่การชำระเงินเป็นแบบ cashless เกือบทั้งหมด — ร้านฉาฉานเทียง เชนชาไข่มุก และคาเฟ่เล็กๆ หลายร้านรับเฉพาะ WeChat Pay และ Alipay ไม่รับบัตรต่างประเทศและบางร้านไม่รับเงินสด ก่อนเดินทางควรตั้งค่า Alipay และผูกบัตรเครดิต Visa/Mastercard ผ่านโหมดระหว่างประเทศ (ใช้ได้สำหรับนักท่องเที่ยว · ดู คู่มือการชำระเงินจีน)
เวลาที่ดีต่างกันตามสามสาย — ร้านฉาฉานเทียงเปิดทั้งวัน สั่งได้ทั้งมื้อเช้า บ่าย และดึก ส่วนชาไข่มุกแบรนด์ใหญ่ในห้างมักคิวยาวช่วงบ่ายและสุดสัปดาห์ สั่งล่วงหน้าผ่าน WeChat mini-program ช่วยเลี่ยงคิวได้ ขณะที่คาเฟ่ specialty ที่ OCT-LOFT กับ Shekou ดีที่สุดช่วงบ่ายวันธรรมดา คนน้อยและบรรยากาศดี สุดสัปดาห์ย่านพวกนี้คนเยอะมากโดยเฉพาะ OCT-LOFT
ทั้งสามย่านหลักอยู่คนละโซน — ฉาฉานเทียงหากินง่ายทั่วเมืองโดยเฉพาะ Luohu ติดชายแดน ส่วนฉากกาแฟ specialty กระจุกอยู่เขต Nanshan ฝั่งตะวันตก (OCT-LOFT และ Shekou) เผื่อเวลาเดินทางด้วยรถไฟใต้ดิน และถ้าต้องการ VPN สำหรับใช้อินเทอร์เน็ตทั่วไปในจีน ควรตั้งค่าก่อนเดินทาง — ดูข้อมูลใน คู่มือ Internet & VPN จีน
ถนนคนเดิน Dongmen ย่าน Luohu — ย่านช้อปและของกินที่หาร้านชาไข่มุกและฉาฉานเทียงได้ทุกหัวมุม
อยู่เขต Futian หรือ Nanshan คือทำเลที่เดินถึงคาเฟ่ ร้านชา และย่านสร้างสรรค์ได้สะดวก