เมืองเก่าเยอรมันและทะเลครบทั้งสองฝั่ง ภูเขาเหลาซานริมทะเลเต็มวัน บวกวันที่สี่ที่นั่งรถไฟความเร็วสูง ~1.5–2.5 ชั่วโมงไปหอเผิงไหลแดนเซียนที่เยียนไถ หรือจี่หนานเมืองน้ำพุ — นี่คือชิงเต่าที่ได้ทั้งตัวเมืองและซานตงรอบๆ ในทริปเดียว
บอกตรงๆ ว่าชิงเต่าในแพลน 3 วันก็ดีมากแล้ว — แต่มีหนึ่งสิ่งที่ 3 วันมักต้องตัดออกเสมอ คือ การออกไปเที่ยวซานตงรอบๆ เมือง ทั้งที่ชิงเต่าเป็นประตูสู่ของดีในมณฑลซานตงอีกหลายแห่ง — หอเผิงไหล แดนเซียนกลางทะเลที่เมืองเยียนไถ และ จี่หนาน เมืองหลวงซานตงที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำพุ ยัดทริปนอกเมืองเข้าไปใน 3 วันได้ แต่จะรู้สึกเหนื่อยและรีบตลอด
4 วันแก้ปัญหานั้นตรงๆ — วันแรกเดินเมืองเก่าเยอรมัน (โบสถ์เซนต์ไมเคิล สะพานจ้านเฉียว เนินสัญญาณ) วันสองเลียบทะเลฝั่งตะวันออกให้ครบ (ย่านวิลล่าปาต้ากวน จัตุรัส 4 พฤษภา ศูนย์เรือใบโอลิมปิก) วันสามขึ้น ภูเขาเหลาซาน ริมทะเลเต็มวัน และวันสี่คือวันที่ไม่มีในแพลน 3 วัน — ออกนอกเมืองไปเผิงไหลหรือจี่หนาน
ต่างจาก แพลน 5 วัน ตรงที่แพลนนี้เลือกทริปนอกเมือง เพียงวันเดียว และเก็บไฮไลต์ในเมืองแบบกระชับ — เหมาะกับคนที่มีเวลา 4 วันพอดีและอยากใช้ทุกวันให้เต็ม
เดินเมืองเก่าที่เยอรมันสร้างไว้เมื่อร้อยกว่าปีก่อน · โบสถ์เซนต์ไมเคิลยอดแหลมคู่ · สะพานจ้านเฉียวยื่นลงทะเลที่เป็นสัญลักษณ์ของเมือง · ขึ้นเนินสัญญาณชมวิวหลังคาแดงทั้งย่าน — วันแรกที่ช้าๆ และมีเสน่ห์ที่สุดของทริป
เริ่มวันที่ โบสถ์เซนต์ไมเคิล — มหาวิหารคาทอลิกยอดแหลมคู่สไตล์โรมาเนสก์-โกธิกที่เยอรมันสร้างไว้ในยุคที่ปกครองชิงเต่า เป็นแลนด์มาร์กกลางเมืองเก่าและจุดถ่ายรูปยอดนิยม รอบๆ คือย่าน เมืองเก่าซือหนาน ที่เต็มไปด้วยตึกยุโรปเก่า ถนนลาดหินไล่ขึ้น-ลงเนิน และคาเฟ่กับร้านเล็กๆ ออกเช้าจะได้เมืองที่คนยังไม่แน่นและแสงสวย
เดินต่อไปย่านถนนหลี่ชุนและจัตุรัสหน้าสถานีรถไฟชิงเต่าเก่า สังเกตสถาปัตยกรรมเยอรมันที่ยังเหลืออยู่ทั่วย่าน อ่านเพิ่มที่ คู่มือเมืองเก่าชิงเต่า
ลงไปริมทะเลที่ สะพานจ้านเฉียว — สะพานหินยื่นออกไปในอ่าวชิงเต่าราว 440 เมตร ปลายสะพานมีศาลาแปดเหลี่ยม "หุยหลานเก๋อ" ที่เป็นภาพคุ้นตาบนฉลากเบียร์ชิงเต่า เดินสุดสะพานชมวิวเมืองเก่าหลังคาแดงตัดกับทะเล จากนั้นขึ้น เนินสัญญาณ — เนินกลางเมืองที่มีหอชมวิวทรงกลมสีแดง ขึ้นไปจะเห็นเมืองเก่าทั้งย่านหลังคากระเบื้องแดงไล่ลงสู่ทะเลแบบพาโนรามา เป็นวิวมุมสูงที่สวยที่สุดของฝั่งเมืองเก่า
บ่ายปล่อยให้ตัวเองเดินเล่นในตรอกเมืองเก่า แวะถนนเบียร์ผีจิ่ว (啤酒街) หรือร้านอาหารถิ่นริมทาง ไม่ต้องรีบ เพราะเสน่ห์ของเมืองเก่าคือการเดินเรื่อยเปื่อย
เย็นวันแรกเหมาะกับ เบียร์ชิงเต่าสดๆ สักแก้ว — แวะ โรงเบียร์ชิงเต่า (青岛啤酒博物馆) ที่เป็นทั้งพิพิธภัณฑ์และจุดชิมเบียร์สดจากสายการผลิต ก่อนปิดท้ายด้วย อาหารทะเลซานตง สักมื้อ ชิงเต่าเป็นเมืองท่าริมทะเล หอยลาย กุ้ง ปู ปลาสดทั้งวัน หรือลองของถิ่นอย่าง หอยลายผัดเผ็ด และ เกี๊ยวปลาทู อ่านเพิ่มที่ คู่มืออาหารทะเลชิงเต่า และ คู่มืออาหารชิงเต่า
เดินย่านปาต้ากวนที่มีวิลล่าหลายสัญชาติใต้แมกไม้ · จัตุรัส 4 พฤษภากับประติมากรรม "ลมเดือนพฤษภา" สีแดง · ศูนย์เรือใบโอลิมปิกริมอ่าวฝูซานที่เคยจัดแข่งเรือใบโอลิมปิก 2008 — วันที่ได้ทั้งเมืองเก่าและเมืองใหม่ริมทะเล
เริ่มเช้าที่ ย่านปาต้ากวน — ย่านวิลล่าริมทะเลที่มีบ้านพักตากอากาศหลายร้อยหลังหลากสไตล์ยุโรป สร้างตั้งแต่ยุคเยอรมัน-ญี่ปุ่น แต่ละถนนปลูกต้นไม้คนละชนิดจนได้ฉายา "พิพิธภัณฑ์สถาปัตยกรรมนานาชาติ" เดินถ่ายรูปใต้แมกไม้ได้ทั้งเช้า ไฮไลต์คือ วิลล่าหินฮวาสือโหลว (花石楼) ปราสาทหินริมทะเลที่เปิดให้เข้าชม (~¥5) ย่านนี้เดินฟรี อยู่ติดกับ หาดอ่าวหุยเฉวียน (汇泉湾) หรือหาดอาบน้ำที่ 1 ของเมือง
เดินเลียบทะเลต่อไปทางตะวันออก ผ่านหาดทรายและแหลมเล็กๆ จนถึงจัตุรัส 4 พฤษภาในช่วงต่อไป
บ่ายมาที่ จัตุรัส 4 พฤษภา — จัตุรัสริมทะเลกลางเมืองใหม่ที่มีประติมากรรม "ลมเดือนพฤษภา (五月的风)" เกลียวเหล็กสีแดงสูงราว 30 เมตร เป็นสัญลักษณ์ของชิงเต่ายุคใหม่ รายล้อมด้วยตึกระฟ้า สนามหญ้า และทางเดินเลียบอ่าวฝูซาน เดินเล่นถ่ายรูปสบายๆ ฝั่งตรงข้ามจัตุรัสคือย่านการค้าและห้างใหญ่ของเมือง
เดินเลียบอ่าวฝูซานต่อไปทางตะวันออกราว 1–2 กิโลเมตรก็ถึงศูนย์เรือใบโอลิมปิกพอดี — หรือนั่งรถไฟใต้ดินสาย 2 ต่อหนึ่งสถานีก็ได้
ปิดวันที่ ศูนย์เรือใบโอลิมปิก — ท่าจอดเรือยอชต์ริมอ่าวฝูซานที่ชิงเต่าใช้จัดการแข่งเรือใบโอลิมปิกปักกิ่ง 2008 มีทางเดินเลียบทะเลยาว เสาคบเพลิงโอลิมปิก และวิวเส้นขอบฟ้าตึกระฟ้าฝั่งจัตุรัส 4 พฤษภา ช่วงเย็นแดดอ่อน-พระอาทิตย์ตกคือเวลาที่ดีที่สุด ลงเรือใบ/เรือชมอ่าวสั้นๆ ได้ หรือนั่งจิบเครื่องดื่มดูไฟเมืองเปิดทีละดวง — ปิดวันสองแบบสบายๆ ก่อนพักผ่อนเตรียมขึ้นเหลาซานพรุ่งนี้
ออกนอกตัวเมืองไปทางตะวันออก ~40 กม. ขึ้นภูเขาเหลาซาน — ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋าที่ตั้งตระหง่านลงสู่ทะเลเหลือง วัดเต๋าเก่าแก่ น้ำตก และวิวยอดเขาเหนือมหาสมุทร เป็นวันที่ต่างจากในเมืองโดยสิ้นเชิง
เริ่มวันที่ ภูเขาเหลาซาน — ภูเขาริมทะเลที่สูงที่สุดบนชายฝั่งจีน และเป็นหนึ่งในภูเขาศักดิ์สิทธิ์ของลัทธิเต๋า ตั้งห่างจากใจกลางเมืองไปทางตะวันออกราว 40 กิโลเมตร จุดเด่นคือเป็นเขาหินที่ทิ้งตัวลงสู่ทะเลโดยตรง มองจากยอดเขาเห็นมหาสมุทรกว้างสุดลูกหูลูกตา ออกเช้าเพราะการเดินทางและการต่อรถในอุทยานใช้เวลา และคนแน่นเร็วช่วงสาย
ไปเหลาซานได้ด้วย รถบัสท่องเที่ยวสายเหลาซาน แท็กซี่/DiDi หรือ ทัวร์วันเดียว ที่มีรถรับ-ส่ง เมื่อถึงต้องจอดที่ ศูนย์บริการนักท่องเที่ยว แล้วต่อ รถชัตเทิลของอุทยาน เข้าไปด้านใน (ขับรถส่วนตัวเข้าด้านในไม่ได้)
เหลาซานแบ่งเป็นหลายเขต เลือกเดินตามแรงและความสนใจ — เขตไท่ชิง (Taiqing) เป็นที่นิยมที่สุดสำหรับคนมาวันเดียว เพราะมี วัดไท่ชิง (太清宫) วัดเต๋าเก่าแก่กว่าสองพันปีตั้งอยู่เชิงเขาริมทะเลพอดี เดินชมวัดและทางเลียบทะเลสบายๆ ส่วนใครอยากขึ้นยอดสูงให้ไป เขตจวี้เฟิง (Jufeng) ที่มีกระเช้าและทางเดินสู่จุดชมวิวยอดเขา หรือ เขตหยางโข่ว/เป๋ยจิ่วสุ่ย ที่มีน้ำตกและลำธาร
เพราะแต่ละเขตอยู่ไกลกันและต้องนั่งรถชัตเทิลต่อ วันเดียวมักเที่ยวได้ 1–2 เขต — เลือกไท่ชิง (วัด+ทะเล) บวกจวี้เฟิง (ยอดเขา) เป็นคู่ยอดนิยม อ่านรายละเอียดเส้นทางและกระเช้าที่ คู่มือภูเขาเหลาซานฉบับเต็ม
เย็นกลับเข้าเมือง — หลังเดินเขาทั้งวัน คืนนี้เหมาะกับมื้อค่ำสบายๆ ใกล้ที่พัก ลองอาหารทะเลย่างหรือหม้อไฟริมทะเล แล้วพักผ่อนเต็มที่ เพราะพรุ่งนี้เป็นวันออกนอกเมืองที่ต้องตื่นเช้าและนั่งรถไฟความเร็วสูง
นี่คือวันที่ทำให้ 4 วันต่างจาก 3 วัน — ชิงเต่าเป็นประตูสู่ของดีในซานตงที่นั่งรถไฟความเร็วสูงไปได้ในชั่วโมงครึ่งถึงสองชั่วโมงครึ่ง เลือก 1 ทริปที่ใช่และเอาแรงทั้งวันทุ่มให้มัน
ออกเช้าไปสถานี ชิงเต่า หรือ ชิงเต่าเหนือ ขึ้นรถไฟความเร็วสูง ~1.5–2.5 ชั่วโมงไปลงสถานีเผิงไหลโดยตรง — หอเผิงไหล (蓬莱阁) เป็นหมู่อาคารโบราณบนหน้าผาริมทะเลที่คนจีนยกให้เป็นหนึ่งในสี่หอชื่อดังของจีน เป็นต้นกำเนิดตำนานแปดเซียนข้ามทะเล และขึ้นชื่อเรื่องภาพลวงตากลางทะเล (mirage) ที่บางครั้งเกิดขึ้นจริงในวันอากาศเหมาะ ยืนบนหอมองออกไปเห็นทะเลโป๋ไห่กว้างสุดลูกหูลูกตา
เยียนไถ (烟台) เมืองที่หอเผิงไหลตั้งอยู่ เป็นเมืองชายทะเลน่าเดิน มีย่านอาณานิคมเก่าและไวน์เนอรี่ (เยียนไถเป็นถิ่นไวน์ชื่อดังของจีน) ไป-กลับวันเดียวได้แต่ต้องตื่นเช้าและวางแผนรถดีๆ ดู ทริปวันเดียวจากชิงเต่า สำหรับรายละเอียดเส้นทางและจุดเที่ยวเพิ่มเติม
จี่หนาน (济南) เป็นเมืองหลวงของมณฑลซานตง ได้ฉายาว่า เมืองแห่งน้ำพุ เพราะมีตาน้ำธรรมชาติผุดขึ้นกลางเมืองนับร้อยจุด ไฮไลต์คือ สวนน้ำพุเป้าทู่ (趵突泉) ที่ถือเป็นน้ำพุอันดับหนึ่งของเมือง น้ำใสผุดเป็นฟองตลอดเวลา เคยเป็นที่โปรดของฮ่องเต้ และ ทะเลสาบต้าหมิง (大明湖) ทะเลสาบกลางเมืองที่น้ำมาจากตาน้ำเหล่านี้ เดินเล่นริมน้ำใต้ต้นหลิวสบายๆ บวกตรอกเก่ากวนเฉียนที่มีร้านชาและของกินถิ่น
นั่งรถไฟความเร็วสูงจากชิงเต่า/ชิงเต่าเหนือไปจี่หนานใช้เวลาราว 1.5–2.5 ชั่วโมง มีหลายสิบขบวนต่อวันตั้งแต่เช้าถึงค่ำ ขบวนเร็วสุดราว 1 ชั่วโมง 40 นาที ไป-กลับวันเดียวได้แต่เหนื่อยหน่อยเพราะจุดเที่ยวกระจาย ถ้าอยากเที่ยวสบายและได้บรรยากาศเมืองเก่ากลางคืนด้วยควรค้าง 1 คืน
ย่าน เมืองเก่าซือหนาน (Shinan) ฝั่งตะวันตกเหมาะถ้าอยากเดินเที่ยวเมืองเก่า โบสถ์เซนต์ไมเคิล สะพานจ้านเฉียว และร้านอาหารถิ่นได้สบาย ส่วนย่าน จัตุรัส 4 พฤษภา–อ่าวฝูซาน ฝั่งตะวันออกเหมาะถ้าชอบเมืองใหม่ ตึกสูง ห้าง และวิวอ่าวยามค่ำ ทั้งสองย่านเชื่อมด้วยรถไฟใต้ดินสาย 3 และสาย 2 ถ้าจะนั่งรถไฟไปเผิงไหล/จี่หนานวันที่ 4 ให้ดู สถานีชิงเต่า (เมืองเก่า) หรือ ชิงเต่าเหนือ (ฮับใหญ่ สาย 1/3/8) ดู 10 โรงแรมดีที่สุดในชิงเต่า หรือ โรงแรมหรู 6 แห่ง
ใช้ รถไฟใต้ดิน เป็นหลัก — ชิงเต่ามีหลายสาย สาย 3 เชื่อมเมืองเก่ากับชิงเต่าเหนือ · สาย 2 ไปฝั่งจัตุรัส 4 พฤษภา/อ่าวฝูซาน/ตะวันออก · สาย 11 ไปชายฝั่งตะวันออกทางเหลาซาน · สาย 1 ข้ามอ่าวไปฝั่งหวงเต่า · สาย 8 ไปสนามบินเจียวตงและเจียวโจว ราคา ¥2–8/เที่ยว สแกน Alipay/WeChat ที่ประตู ส่วนเหลาซานต้องนั่ง รถบัสสายเหลาซาน/แท็กซี่ และมีจักรยานเช่า (Hellobike/Meituan) ทั่วเมือง แนะนำใช้ Amap/Apple Maps (Google Maps ใช้ไม่ได้ในจีน) ดู คู่มือเที่ยวชิงเต่า
ผูกบัตร Visa/Mastercard กับ Alipay (โหมดระหว่างประเทศ) ก่อนออกเดินทาง ร้านส่วนใหญ่รับ Alipay/WeChat Pay เท่านั้น ดาวน์โหลด VPN ก่อนออกจากไทยด้วย (Google Maps, LINE ถูกบล็อก) คนไทยถือพาสปอร์ตไทยเข้าจีนได้แบบ ไม่ต้องขอวีซ่า (ราว 30 วัน เช็กเงื่อนไขล่าสุดก่อนไป) ดู คู่มือ Alipay · คู่มืออินเทอร์เน็ต/VPN · คู่มือรถไฟความเร็วสูงจีน
| รายการ | ประหยัด | กลาง | สบาย |
|---|---|---|---|
| โรงแรม 3 คืน | ¥270–540 (~฿1,350–2,700) |
¥750–1,500 (~฿3,750–7,500) |
¥1,800–3,600+ (~฿9,000–18,000+) |
| อาหาร 4 วัน | ¥300–460 (~฿1,500–2,300) |
¥600–1,000 (~฿3,000–5,000) |
¥1,300–2,600 (~฿6,500–13,000) |
| เดินทางในเมือง 4 วัน | ¥60–110 (~฿300–550) |
¥110–180 (~฿550–900) |
¥200–360 (~฿1,000–1,800) |
| เมืองเก่า + เหลาซาน (วันที่ 1–3) | ¥220–320 (เบียร์+เหลาซานรายเขต) |
¥350–520 (+บัตรรวมเหลาซาน) |
¥600–900 (ครบ+ทัวร์/เรือ) |
| วันที่ 4 (ทริปนอกเมือง) | ¥220–360 (จี่หนาน รถไฟ+เข้าชม) |
¥360–560 (เผิงไหล/จี่หนานเต็มวัน) |
¥600–900+ (เผิงไหล+เยียนไถ) |
| รวมทั้งทริป (ประมาณ) | ¥1,070–1,790 (~฿5,350–8,950) |
¥2,170–3,760 (~฿10,850–18,800) |
¥4,500–8,360+ (~฿22,500–41,800+) |
อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ¥1 ≈ ฿5 · ราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล · เหลาซานและหอเผิงไหลคิดราคาไฮซีซัน (เม.ย.–ต.ค.) สูงกว่าโลว์ซีซัน · ช่วงร้อน มิ.ย.–ส.ค. คือพีคหาดทรายและเทศกาลเบียร์นานาชาติ (คนแน่น ราคาแพง บรรยากาศคึกที่สุด) · พ.ค.–มิ.ย. และ ก.ย.–ต.ค. อากาศโปร่งสบายที่สุดโดยรวม · ต้นฤดูร้อนอาจมีหมอกทะเล · หน้าหนาว ธ.ค.–ก.พ. หนาวและลมแรง (~0–8°C) · เลี่ยงตรุษจีนและวันชาติจีน (1–7 ต.ค.) ราคาโรงแรมและคิวพุ่งสูง 2–3 เท่า