ตึกที่สูงที่สุดในเซินเจิ้นและสูงเป็นอันดับ 2 ของจีน — ลิฟต์ความเร็วสูงพาคุณขึ้นไปยืนบนพื้นกระจกใสที่ระดับ 547 เมตร เห็นย่าน CBD ฝูเถียนทั้งย่าน และในวันฟ้าใสมองข้ามไปถึงฮ่องกงได้
ลองนึกภาพ: ลิฟต์ปิดประตู ตัวเลขบนจอเริ่มวิ่ง 20… 50… 90… แล้วในเวลาราวหนึ่งนาที ประตูก็เปิดออกที่ชั้น 116 ความสูง 547 เมตร เหนือพื้นเมืองเซินเจิ้น คุณก้าวออกไปเจอกระจกใสรอบตัว 360 องศา — ข้างล่างคือย่านตึกระฟ้า CBD ฝูเถียนที่เรียงกันเป็นป่าคอนกรีต ไกลออกไปคือสวนเหลียนฮวาซานสีเขียว และในวันที่อากาศเปิด เส้นขอบฟ้าทางทิศใต้นั้นไม่ใช่เมฆ — แต่คือฮ่องกง
นั่นคือ ชั้นชมวิว Free Sky (云际观光层) บนยอด Ping An Finance Centre ตึกระฟ้าสูง 599 เมตร 118 ชั้น ที่สร้างเสร็จในปี 2017 และกลายเป็นสัญลักษณ์ใหม่ของเมืองทันที มันสูงที่สุดในเซินเจิ้น สูงเป็นอันดับ 2 ของจีนรองจาก Shanghai Tower และติดอันดับต้นๆ ของตึกที่สูงที่สุดในโลก ออกแบบโดยบริษัทสถาปนิกชื่อดัง Kohn Pedersen Fox ผิวอาคารหุ้มสเตนเลสสตีลแวววาวที่สะท้อนแสงต่างกันไปตลอดวัน
บอกตรงๆ ว่าเซินเจิ้นเป็นเมืองที่เกิดจากศูนย์ในเวลาไม่ถึง 45 ปี จากหมู่บ้านชาวประมงกลายเป็นมหานครเทคโนโลยีติดชายแดนฮ่องกง — และไม่มีจุดไหนเล่าเรื่องนี้ได้ดีเท่าการขึ้นไปยืนมองทั้งเมืองจากด้านบน ที่นี่คือจุดชมวิวที่สูงที่สุดและตื่นเต้นที่สุดของเมือง
Free Sky ไม่ใช่แค่ระเบียงชมวิว — มีหลายโซนให้เดินเล่นก่อนกลับลงมา
ตึกผิงอันใช้ลิฟต์สองชั้นที่วิ่งเร็วถึง 10 เมตรต่อวินาที พาขึ้นจากล็อบบี้ไปถึงชั้น 116 ในเวลาประมาณหนึ่งนาที จอภายในลิฟต์มักฉายเอฟเฟกต์แสงให้รู้สึกเหมือนพุ่งทะลุเมฆ — ประสบการณ์เริ่มตั้งแต่ก่อนถึงชั้นชมวิวด้วยซ้ำ
กระจกสูงจากพื้นจรดเพดานรอบทั้งชั้น มองออกไปเห็นย่าน CBD ฝูเถียนเต็มย่าน สวนเหลียนฮวาซานและ Civic Center ทางเหนือ อ่าวเซินเจิ้นทางตะวันตก และในวันฟ้าใส ทิวเขาและตึกของฮ่องกงทางทิศใต้ มองได้ไกลหลายสิบกิโลเมตร — เป็นมุมที่เห็นว่าเมืองนี้ใหญ่และหนาแน่นแค่ไหน
บางจุดของชั้นชมวิวมีพื้นกระจกใสให้ยืนมองทะลุลงไปข้างล่างหลายร้อยเมตร บางคนเดินผ่านสบายๆ บางคนชะงักทันที เป็นจุดถ่ายรูปยอดนิยมที่คนต่อคิวกันถ่าย — ใส่รองเท้าที่เดินสบายและถ้ากลัวความสูงก็ค่อยๆ ลองทีละก้าว
นอกจากวิว ยังมีโซน VR ให้ลองประสบการณ์เสมือนจริง ทางเดินกระจกสะท้อน (mirror maze) และอุโมงค์ไฟ LED ที่ทำให้ถ่ายรูปสนุก เหมาะกับครอบครัวที่มากับเด็ก หรือคนที่อยากได้ภาพแปลกๆ มากกว่าวิวเมืองอย่างเดียว
มุมจัดแสดงที่เล่าเรื่องเซินเจิ้นเปลี่ยนจากหมู่บ้านชาวประมงเป็นมหานครเทคโนโลยีในเวลาไม่ถึงครึ่งศตวรรษ มีภาพถ่ายเปรียบเทียบเมืองในอดีตกับปัจจุบัน — ดูแล้วยิ่งเข้าใจว่าทำไมวิวที่เห็นข้างนอกถึงน่าทึ่งขนาดนี้
เรื่องที่ต้องบอกก่อนเลยคือ เซินเจิ้นมีหมอกควันและความชื้นบางช่วง ทำให้วิวจากที่สูงขุ่นมัวได้ ถ้าฟ้าไม่เปิด ค่าตั๋วเกือบพันบาทอาจได้แค่ทะเลหมอกสีเทา ฤดูที่ฟ้าใสที่สุดคือ ใบไม้ร่วง (ต.ค.–ธ.ค.) และ ใบไม้ผลิ (มี.ค.–เม.ย.) — ช่วงนี้โอกาสมองเห็นฮ่องกงทางทิศใต้ชัดที่สุด
วิธีง่ายที่สุดคือดูพยากรณ์อากาศและค่าฝุ่นในวันนั้น ถ้าฟ้าโปร่งค่อยซื้อตั๋ว ส่วนใหญ่ตั๋วใช้ได้แบบเลือกช่วงเวลาเข้าได้ ไม่จำเป็นต้องจองล่วงหน้าเป็นเดือน
ถ้าให้เลือกเวลาเดียว ขึ้นช่วง 17.00–18.00 น. คุ้มที่สุด เพราะได้เห็นเมืองตอนกลางวันก่อน แล้วอยู่ต่อจนพระอาทิตย์ตกและไฟเมืองค่อยๆ จุดขึ้นทีละดวง — ได้สามบรรยากาศในตั๋วใบเดียว กลางวันล้วนเห็นไกลที่สุดและเห็นฮ่องกงชัดสุด ส่วนกลางคืนล้วนได้ทะเลแสงไฟแต่มองไกลได้น้อยกว่า
ช่วงพระอาทิตย์ตกคนจะเยอะที่สุด โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ถ้าอยากได้พื้นที่ถ่ายรูปสบายๆ ลองขึ้นช่วงบ่ายแก่วันธรรมดาแทน
ตั๋วผู้ใหญ่หน้างานอยู่ที่ ¥200 (~฿1,000) ถ้าจองออนไลน์ล่วงหน้ามักได้ราคาราว ¥180 (~฿900) มีส่วนลดสำหรับผู้สูงอายุ นักเรียนนักศึกษา และเด็ก (เด็กสูงไม่ถึง 1.2 เมตรเข้าฟรี) ตั๋วเข้าได้เฉพาะชั้นชมวิว Free Sky ไม่รวมส่วนสำนักงานหรือโรงแรมในตึก
คนไทยที่ไม่มีบัญชี WeChat/Alipay จองยากผ่านช่องทางจีนโดยตรง — จองผ่าน Klook สะดวกกว่าเพราะจ่ายด้วยบัตรต่างประเทศได้และได้ตั๋วเป็น QR code ใช้เข้าได้เลย
เซินเจิ้นมีเครือข่ายเมโทรที่ใหญ่และทันสมัยมาก และตึกผิงอันก็อยู่ติดสถานีเลย — เมโทรคือวิธีที่ง่ายที่สุด
ย่าน CBD ฝูเถียนเดินต่อได้สบาย — รวมจุดชมวิวฟรีและที่เที่ยวใกล้เคียง