มรสุมวัลเลย์ (Monsoon Valley / Hua Hin Hills) คือไร่องุ่นและไวน์เนอรีในหุบเขาด้านในห่างจากตัวหัวหินราว 45 นาที — เดินดูแถวองุ่นกว้างกับวิวภูเขา ชิมไวน์ไทยที่ Sala Wine Bar & Bistro นั่งรถจี๊ปทัวร์ไร่ แล้วรอพระอาทิตย์ตก เป็นทริปครึ่งวันที่เปลี่ยนบรรยากาศจากทะเลได้แบบที่ไม่ค่อยมีใครคิดว่าเมืองไทยมี
บอกตรงๆ ว่าคนส่วนใหญ่ไม่คิดว่าเมืองไทยจะมีไร่องุ่นจริงจัง แต่ มรสุมวัลเลย์ (Monsoon Valley) หรือชื่อเดิม Hua Hin Hills คือไร่องุ่นและไวน์เนอรีของสยามไวเนอรีที่ทำมาตั้งแต่ปี 2001 และกลายเป็นหนึ่งในชื่อที่คนพูดถึงทุกครั้งที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศหัวหินจากทะเลขึ้นไปบนเขา ลองนึกภาพหุบเขาเขียวๆ ที่บ้านโขกช้าง มีแถวองุ่นไล่ไปจนสุดสายตา ฉากหลังเป็นภูเขา — แล้วรู้ว่าพื้นที่ตรงนี้เคยเป็นคอกฝึกช้างป่ามาก่อน
ตัวไร่อยู่ในหุบเขาด้านในห่างจากตัวหัวหินราว 35–45 นาที ตรงนี้ปลูกองุ่นทำไวน์จริง มีโรงผลิตไวน์ และมีจุดให้นักท่องเที่ยวมาเดินดูแถวองุ่น ชิมไวน์ และนั่งกินข้าวกลางวิวไร่ หัวใจของที่นี่คือ Sala Wine Bar & Bistro ศาลาทรงไทยที่นั่งจิบไวน์มองออกไปเห็นไร่กับภูเขา และ รถจี๊ปทัวร์ไร่ ที่พาวิ่งเข้าไปดูแปลงองุ่นใกล้ๆ พร้อมฟังเรื่องการปลูกองุ่นในเขตร้อน
เคยเจอไหม — เที่ยวทะเลมาหลายวันแล้วเริ่มอยากได้บรรยากาศอื่นบ้าง ไร่องุ่นมรสุมวัลเลย์คือคำตอบที่ดีสำหรับครึ่งวัน เพราะ ได้ทั้งวิวภูเขา อากาศโล่ง อาหารดี และไวน์ไทยให้ลอง เหมาะกับคนที่อยากถ่ายรูปสวยๆ คู่รักที่อยากมื้อค่ำพิเศษ และคนที่สนใจว่าเมืองไทยทำไวน์ออกมาเป็นยังไง — แต่จำไว้อย่างเดียวว่าที่นี่ไกลและไม่มีรถสาธารณะ ต้องวางแผนเรื่องรถก่อน
นี่คือหัวหินเวอร์ชันที่ไม่มีทะเล — ขึ้นมาบนหุบเขา เดินดูแถวองุ่น นั่งจิบไวน์ในศาลาทรงไทย แล้วรอแสงเย็นทาบไร่ตอนพระอาทิตย์ตก
เสน่ห์ของมรสุมวัลเลย์คือ มันเงียบ โล่ง และเย็นกว่าในเมือง พอรถเลี้ยวเข้าหุบเขา ทะเลก็หายไปจากหัว เหลือแต่แถวองุ่นเขียวๆ กับภูเขา หลายคนมาช่วงบ่ายแก่เพื่อเดินถ่ายรูปแปลงองุ่น แล้วลงนั่งที่ Sala Wine Bar & Bistro สั่งเซตชิมไวน์มาลองทีละแก้วคู่กับทาปาส พอแดดเริ่มอ่อนแสงสีทองจะทาบไปทั้งไร่ — เป็นช่วงที่บรรยากาศดีที่สุดและถ่ายรูปสวยที่สุด ใครชอบกิจกรรมก็จองรถจี๊ปทัวร์ไร่วิ่งเข้าไปดูแปลงองุ่นใกล้ๆ ได้
ถ้าอยากได้มื้อค่ำหรือมื้อบ่ายที่พิเศษกว่าร้านในเมือง ไร่นี้คือคำตอบ — นั่งกินข้าวมองไร่องุ่นกับภูเขา จิบไวน์ไทยคู่อาหาร แล้วรอพระอาทิตย์ตก เหมาะกับคู่รัก วันครบรอบ หรือใครที่อยากได้บรรยากาศโรแมนติกแบบไม่ต้องบินไปไกล จับคู่กับร้านนั่งชิลอื่นได้ที่ คู่มือคาเฟ่หัวหิน
แถวองุ่นยาวๆ ตัดกับภูเขาเป็นฉากถ่ายรูปที่หาไม่ได้ง่ายๆ ในเมืองไทย โดยเฉพาะช่วงหน้าหนาวที่ต้นองุ่นเขียวสวยใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว และแสงเย็นช่วงพระอาทิตย์ตก ใครชอบเก็บภาพวิวสวยๆ ที่นี่คุ้มค่าเดินทาง ดูจุดเที่ยวอื่นของหัวหินทั้งหมดที่ คู่มือที่เที่ยวหัวหิน
ถ้าคุณอยากรู้ว่าเมืองไทยทำไวน์ออกมาเป็นยังไง ที่นี่คือที่ที่ตอบได้ดีที่สุด — เป็นไวน์สาย New Latitude ที่ปลูกองุ่นใกล้เส้นศูนย์สูตร เซตชิมไวน์ให้ลองหลายตัวพร้อมคำอธิบาย และรถจี๊ปทัวร์พาดูแปลงองุ่นจริง เป็นประสบการณ์ที่ต่างจากเที่ยวทะเลทั่วไป
มาหัวหินกับครอบครัวแล้วเด็กๆ เริ่มเบื่อทะเล ไร่องุ่นเป็นจุดเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี — มีพื้นที่กว้างให้เดิน อากาศโล่ง และอาหารให้นั่งกินสบายๆ จับเป็นทริปครึ่งวันแล้วต่อกับจุดอื่นในวันเดียวได้ ดูไอเดียทริปนอกเมืองที่ คู่มือทริปวันเดียวรอบหัวหิน
หัวใจของที่นี่คือ แถวองุ่น ที่ไล่เป็นแนวยาวไปจนสุดสายตา ตัดกับภูเขาเป็นฉากหลัง คุณเดินเลียบแปลงองุ่นถ่ายรูปได้ ดูต้นองุ่นที่ปลูกในเขตร้อนของเมืองไทยจริงๆ ช่วงหน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) ต้นองุ่นจะเขียวสวยและใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว (เก็บองุ่นราว ม.ค.–มี.ค.) เป็นช่วงที่วิวสวยที่สุด แสงเย็นช่วงบ่ายแก่ทำให้ถ่ายรูปออกมาดีกว่ากลางวันที่แดดแรง วางแผนช่วงเวลาที่ไปได้ที่ คู่มือช่วงเวลาเที่ยวหัวหิน
จุดนั่งหลักคือ Sala Wine Bar & Bistro ศาลาทรงไทยที่นั่งจิบไวน์มองออกไปเห็นไร่และภูเขา มีเซตชิมไวน์ให้เลือก — เซตชิมไวน์อย่างเดียวราวๆ ฿240–735 และ เซตชิมไวน์พร้อมทาปาสราวๆ ฿400–1,720 ขึ้นกับจำนวนตัวและรายการที่เลือก เขามีอาหารให้นั่งกินเป็นมื้อด้วย จับคู่กับไวน์ของไร่ ราคาทั้งหมดเป็นการประมาณและเปลี่ยนได้ตามฤดูกาล — เช็กราคาและเมนูล่าสุดหน้างานก่อนสั่งเสมอ ถ้าจะดื่มไวน์ อย่าขับรถเอง วางแผนเรื่องคนขับไว้ก่อน
อยากเข้าไปดูแปลงองุ่นใกล้ๆ จองรถจี๊ปทัวร์ไร่ ได้ เป็นรถจี๊ปเปิดประทุนที่พาวิ่งเข้าไปในไร่พร้อมฟังเรื่องการปลูกองุ่นในเขตร้อน แพ็กเกจยอดนิยมคือ จี๊ปทัวร์ + ชิมไวน์และทาปาส ราวๆ ฿1,400 ต่อคน หรือถ้าอยากเต็มที่ก็มี มื้ออาหาร 3 คอร์สพร้อมชิมไวน์และทัวร์จี๊ป ราวๆ ฿2,100 ต่อคน ทัวร์จี๊ปมีรอบเป็นเวลา (ราว 09:30 / 10:45 / 13:00 / 16:00 น.) — เช็กรอบและจองล่วงหน้าจะชัวร์กว่า โดยเฉพาะวันหยุดยาว
ช่วงเวลาที่บรรยากาศดีที่สุดคือ บ่ายแก่ถึงเย็น ตอนแดดอ่อนแล้วแสงสีทองทาบไปทั้งไร่ ถ้าวางแผนให้ดี มาช่วงบ่าย เดินถ่ายรูปแปลงองุ่น แล้วลงนั่งชิมไวน์ที่ศาลารอพระอาทิตย์ตก จะได้ทั้งภาพสวยและมื้อเย็นในที่เดียว แค่ดูเวลาปิดของไร่ให้ดี (โดยทั่วไปราว 16:45 น.) และเผื่อเวลาเดินทางกลับเข้าเมืองในตอนค่ำด้วย เพราะทางกลับเป็นถนนต่างจังหวัด
มรสุมวัลเลย์เป็นไวน์ไทยสาย New Latitude ที่ปลูกองุ่นใกล้เส้นศูนย์สูตรกว่าแหล่งไวน์ดั้งเดิม พันธุ์หลักที่ปลูกที่นี่คือ Colombard และ Chenin Blanc (ขาว) กับ Shiraz และ Sangiovese (แดง) และเพิ่มพันธุ์อื่นทีหลังอย่าง Muscat, Dornfelder, Merlot, Cabernet Sauvignon และ Sauvignon Blanc ตัวที่ขึ้นชื่อสุดคือ Monsoon Valley Shiraz และ Colombard ที่กวาดรางวัลจากเวทีต่างประเทศมาหลายรายการ — ที่ศาลามีให้ชิมหลายตัวพร้อมจับคู่อาหาร
ไร่อยู่ไกลและไม่มีรถสาธารณะ วางแผนเรื่องรถ ราคา และช่วงเวลาให้ดีก่อนออก จะได้ทริปที่คุ้มและไม่เสียเที่ยว
ช่วงที่ไปคุ้มสุดคือ หน้าหนาว (พ.ย.–ก.พ.) อากาศเย็นสบาย ฟ้าใส และต้นองุ่นเขียวสวยใกล้ฤดูเก็บเกี่ยว ช่วง หน้าร้อน (มี.ค.–พ.ค.) กลางวันแดดแรงควรไปช่วงเช้าหรือบ่ายแก่ ส่วนหน้าฝนต้นองุ่นเขียวจัดแต่อาจมีฝนบ้าง โดยทั่วไปไร่เปิดราว 09:00–16:45 น. และมีรอบรถจี๊ปทัวร์ไร่เป็นเวลา — ช่วงเย็นใกล้พระอาทิตย์ตกบรรยากาศดีที่สุด เช็กเวลาและรอบล่าสุดก่อนไปเสมอ
นี่คือเรื่องสำคัญที่สุด: ไร่อยู่ในหุบเขาด้านในที่ ไม่มีรถสาธารณะวิ่งเข้าถึงโดยตรง วิธีที่ง่ายสุดคือ ขับรถเช่า หรือ เรียกแท็กซี่เหมาไป-กลับ (ตกลงราคาและเวลารอก่อนออก เพราะข้างบนไม่มีรถผ่านให้โบก) หรือ จองทัวร์ครึ่งวัน ที่รวมรถรับ-ส่งจากหัวหิน บางคนขี่ สกู๊ตเตอร์ ไปแต่ระยะค่อนข้างไกลและบางช่วงเป็นทางต่างจังหวัด ใส่หมวกกันน็อกและต้องมีใบขับขี่ ดูภาพรวมการเดินทางในเมืองที่ คู่มือเดินทางในหัวหิน
เพราะกิจกรรมหลักคือชิมไวน์ ถ้าตั้งใจจะดื่ม อย่าขับรถกลับเอง — ใช้แท็กซี่เหมาหรือทัวร์ที่มีคนขับ หรือให้คนในกลุ่มที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ ทางกลับเข้าเมืองช่วงค่ำเป็นถนนต่างจังหวัดที่บางช่วงไฟน้อย ขับตอนหัวมึนเสี่ยงมาก คิดเรื่องคนขับให้จบตั้งแต่ก่อนออกจะปลอดภัยและสบายใจกว่า
ไร่องุ่นเป็นจุดเปลี่ยนบรรยากาศที่ดี จับคู่กับจุดอื่นในหัวหินให้เป็นทริปที่สมบูรณ์
อยากวางแผนทั้งทริปและหาที่พัก:
14:30 น. — ออกจากตัวหัวหินด้วยรถเช่า/รถเหมา/ทัวร์ ขึ้นหุบเขาราว 35–45 นาที
15:15 น. — ถึงไร่ เดินดูแถวองุ่นและถ่ายรูปวิวภูเขาช่วงแดดอ่อน
15:45 น. — จองรอบ รถจี๊ปทัวร์ไร่ วิ่งเข้าไปดูแปลงองุ่นใกล้ๆ (เช็กรอบล่าสุด)
16:30 น. — ลงนั่ง Sala Wine Bar & Bistro สั่งเซตชิมไวน์พร้อมทาปาส รอแสงเย็น
17:30 น. — ดูพระอาทิตย์ตกเหนือไร่ แล้วเก็บภาพชุดสุดท้ายก่อนไร่ปิด
18:00 น. — เดินทางกลับเข้าเมือง (ให้คนที่ไม่ดื่มเป็นคนขับ หรือใช้รถเหมา/ทัวร์)
ไร่องุ่นเหมาะจับเป็นช่วงบ่าย-เย็นของทริปวันเดียว ช่วงเช้าอาจไปจุดอื่นก่อน เช่นจุดเที่ยวในเมืองหรือทริปนอกเมือง แล้วค่อยขึ้นไร่ตอนบ่าย ดูไอเดียจัดทริปนอกเมืองทั้งหมดที่ คู่มือทริปวันเดียวรอบหัวหิน และจุดเที่ยวเด่นอื่นๆ ที่ คู่มือที่เที่ยวหัวหิน — แต่เผื่อเวลาเดินทางไป-กลับไร่ไว้เยอะหน่อย เพราะอยู่ไกลและไม่มีรถสาธารณะ