2 ชั่วโมงเหนือกุ้ยหลิน นาขั้นบันไดหลงจี๋ไล่จากก้นหุบเขาขึ้นไปจรดยอด เป็นชั้นๆ นับร้อยชั้นเหมือนเกล็ดมังกร — หมู่บ้านชาวจ้วงผิงอันกับชาวเย้าแดงต้าจ้าย เปลี่ยนสีตามฤดูตั้งแต่นาน้ำกระจกจนถึงทุ่งทอง
บอกเลยว่าถ้าคุณมากุ้ยหลินแล้วมีเวลาออกนอกเมืองสักวัน นาขั้นบันไดหลงจี๋ (龙脊梯田) คือที่ที่คุ้มจะนั่งรถสองชั่วโมงไปดูด้วยตาตัวเอง คำว่า "หลงจี๋" แปลตรงตัวว่า "สันหลังมังกร" เพราะแนวภูเขาที่นาเกาะอยู่นั้นคดโค้งเป็นสันยาวเหมือนหลังมังกร และนาแต่ละขั้นก็ไล่ขึ้นไปจนสุดยอดเขาเหมือนเกล็ดมังกรเรียงกัน ชาวจ้วงและชาวเย้าที่นี่บุกเบิกนาบนความสูง 300 ถึงราว 1,100 เมตรมาตั้งแต่สมัยราชวงศ์หยวน หลายร้อยปีก่อน แล้วส่งต่อกันมารุ่นต่อรุ่นจนทุกวันนี้
หลงจี๋อยู่ในอำเภอหลงเซิง (龙胜) ทางเหนือของกุ้ยหลิน เป็นเขตอุทยานเดียวกันที่แบ่งเป็นหลายหมู่บ้าน สองเขตที่นักท่องเที่ยวไปกันมากที่สุดคือ ผิงอัน (平安) ของชาวจ้วง กับ จินเคิง/ต้าจ้าย (金坑/大寨) ของชาวเย้าแดง แต่ละเขตมีจุดชมวิว ทางเดิน และบรรยากาศต่างกัน บทความนี้จะพาดูทั้งสองเขต พร้อมเรื่องค่าเข้า ค่ากระเช้า ช่วงเวลาที่นาสวยที่สุด และวิธีไปจริง อยากวางแผนทั้งทริปก่อน ลองอ่านทริปวันเดียวจากกุ้ยหลินกับที่เที่ยวในกุ้ยหลินของเราเทียบกันได้
เลือกตามเวลาที่มี และว่าอยากเดินเบาๆ หรืออยากเทรลขึ้นสันเขาแบบจัดเต็ม
1
ผิงอันเป็นหมู่บ้านชาวจ้วง (Zhuang) ที่เปิดรับนักท่องเที่ยวมาก่อนเพื่อน เลยมีร้านอาหาร เกสต์เฮาส์ และทางเดินปูหินพร้อมที่สุด ข้อดีคือจุดชมวิวอยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้าน เดินขึ้นราว 30–60 นาทีก็ถึง เหมาะกับคนที่มีเวลาครึ่งวันหรือไม่อยากเดินหนัก
จุดชมวิวเด่นมีสองจุด — "เจ็ดดาวล้อมเดือน" (七星伴月) นาทรงโดมเล็กเจ็ดลูกล้อมนากลมใหญ่ตรงกลางเหมือนดาวล้อมดวงจันทร์ และ "เก้ามังกรห้าเสือ" (九龙五虎) สันเขาเก้าแนวกับเนินห้าลูกที่มองออกไปเหมือนมังกรเลื้อยลงหุบเขา ทั้งสองจุดเดินถึงได้จากในหมู่บ้าน
2
ต้าจ้ายเป็นหมู่บ้านของชาวเย้าแดง (Red Yao) วิวที่นี่กว้างและอลังการกว่าผิงอันชัดเจน เพราะนาไล่ขึ้นไปสูงและกระจายเป็นวงกว้าง มีจุดชมวิวหลักสามจุดเรียงบนสันเขา จุดสูงสุดคือ "ดนตรีเขาตะวันตก" (西山韶乐) ที่ราว 1,180 เมตร มองเห็นนาเป็นชั้นๆ ไกลสุดลูกหูลูกตา
ข้อได้เปรียบของต้าจ้ายคือมี กระเช้าลอยฟ้า ขึ้นยอด จินฝอติ่ง (金佛顶 Golden Buddha Peak) ใครไม่อยากเดินเทรลขึ้นเขาก็นั่งกระเช้าขึ้นไปชมวิวด้านบนได้เลย แต่ถ้าชอบเดิน เทรลระหว่างจุดชมวิวที่นี่สวยมากและเดินทะลุถึงผิงอันได้ในวันเดียว (สายเดินป่าตัวจริงนิยมเส้นนี้)
หลงจี๋สวยคนละแบบในแต่ละฤดู — เลือกช่วงให้ตรงกับภาพที่คุณอยากเห็น
ช่วงต้นฤดูเพาะปลูก ชาวบ้านปล่อยน้ำเข้านาทุกขั้นเพื่อเตรียมดำกล้า แต่ละขั้นจึงกลายเป็นกระจกเงาสะท้อนแสงฟ้า เมฆ และเงาภูเขา ตอนพระอาทิตย์ขึ้นหรือตกนาทั้งภูเขาเปล่งประกายเหมือนกระเบื้องเงินเรียงชั้น เป็นช่วงที่หลายคนว่าสวยที่สุดสำหรับการถ่ายรูป
พอกล้าโตขึ้น นาทุกขั้นก็กลายเป็นสีเขียวสดไล่เฉดกันทั้งภูเขา เป็นช่วงที่อากาศบนเขาเย็นสบายกว่าในเมือง ฉากหลังเป็นหมอกบางๆ ลอยพาดสันเขาในตอนเช้า เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศสดชื่นและสีเขียวเต็มตา แต่เป็นหน้าฝนด้วย เผื่อร่มและเสื้อกันฝนไว้
ช่วงที่นักถ่ายภาพรอคอยที่สุด — ข้าวสุกเหลืองทองอร่ามทั้งภูเขา ก่อนชาวบ้านลงเกี่ยว ภาพนาทองไล่เป็นชั้นๆ ตัดกับท้องฟ้าและบ้านไม้ของชาวเขาคือภาพจำของหลงจี๋ พีคสุดราวกลางกันยายนถึงต้นตุลาคม แต่ช่วงนี้คนเยอะและเกสต์เฮาส์เต็มเร็ว ควรจองที่พักล่วงหน้า
หลังเก็บเกี่ยว นาจะว่างเปล่าเป็นสีน้ำตาล ไม่มีน้ำไม่มีต้นข้าว ส่วนใหญ่ไม่แนะนำถ้าอยากเห็นนาเป็นสีสัน แต่ข้อดีคือคนน้อยและที่พักถูก บางปีอากาศหนาวพอจนมีหิมะโปรยให้เห็นนาขั้นบันไดขาวโพลน ซึ่งเป็นภาพหายากที่ช่างภาพบางคนตั้งใจมาเก็บโดยเฉพาะ
ระหว่างทางขึ้นหลงจี๋ มีหมู่บ้านเล็กๆ ที่หลายคนแวะกันคือ หมู่บ้านหวงลั่ว (黄洛瑶寨) หมู่บ้านชาวเย้าแดงที่ขึ้นชื่อเรื่อง "ผู้หญิงผมยาวที่สุดในโลก" ผู้หญิงที่นี่หลายคนไว้ผมยาวเกิน 1 เมตร ที่ยาวสุดราว 1.7 เมตร ตามประเพณีพวกเธอจะตัดผมแค่ 2 ครั้งในชีวิต — ครั้งแรกตอนอายุครบ 100 วัน อีกครั้งตอนพิธีบรรลุนิติภาวะอายุ 18 ปี และสระผมด้วยสูตรพื้นบ้าน คือน้ำหมักข้าวต้มกับเปลือกส้มโอและสมุนไพร ไม่ใช้แชมพูสมัยใหม่
หมู่บ้านนี้เคยสร้าง สถิติโลกกินเนสส์ ด้วยการให้ผู้หญิงเย้าแดง 256 คนต่อแถวหวีผมให้คนข้างหน้าเป็นสายยาวถึง 456 เมตรในเทศกาลผมยาวประจำปี ปกติจะมีการแสดงหวีผม ร้องรำ และต้อนรับแขกแบบชาวเย้าให้นักท่องเที่ยวชม เป็นการพักสายตาจากการเดินนาขั้นบันได และได้เห็นวัฒนธรรมชาวเขาแบบใกล้ชิด — ถ้าจองทัวร์วันเดียว หลายเจ้ามักแวะหมู่บ้านนี้ให้อยู่แล้ว
เดินทางจากกุ้ยหลิน: กุ้ยหลินไม่มีรถไฟฟ้า การไปหลงจี๋จึงใช้รถบัส แท็กซี่/Didi หรือทัวร์ วิธีที่ง่ายสุดสำหรับคนเที่ยวเองคือนั่งรถบัสจากท่ารถ Qintan (琴潭) ไปลงทางแยกหลงจี๋ ใช้เวลาราว 1.5 ชั่วโมง ค่าตั๋วรวมต่อรถชัตเทิลในเขตประมาณ ¥60 (~฿300) แล้วต่อรถชัตเทิลของอุทยานขึ้นไปยังลานจอดผิงอันหรือต้าจ้าย อีกทางคือนั่งรถไปอำเภอหลงเซิง (Longsheng) ก่อน (~1–1.5 ชั่วโมง) แล้วต่อรถเข้าหมู่บ้านอีกราว 1 ชั่วโมง รวมจากกุ้ยหลินถึงต้าจ้ายประมาณ 2–2.5 ชั่วโมง
ค่าเข้าและกระเช้า: ค่าเข้าอุทยาน (รวมทั้งผิงอันและต้าจ้าย) ราว ¥80 ในโลว์ซีซัน (ธ.ค.–มี.ค.) และราว ¥100 ในไฮซีซัน (เม.ย.–พ.ย.) เด็กลดประมาณครึ่งหนึ่ง ส่วนกระเช้าที่ต้าจ้ายขึ้นยอดจินฝอติ่งคิดแยก ราว ¥60–100 เที่ยวเดียว หรือ ¥100–110 ไป-กลับ — ราคาอาจปรับตามฤดูกาล ควรเช็กหน้างานอีกที
ค้างคืนดีไหม: ถ้ามาเฉพาะถ่ายรูปแบบเร็วๆ ไปเช้า-เย็นกลับได้ แต่ถ้าอยากเห็นนาตอนพระอาทิตย์ขึ้นกับหมอกเช้า (ช่วงที่นาสวยที่สุด) แนะนำให้ค้างเกสต์เฮาส์บนเขา 1 คืน หมู่บ้านมีเกสต์เฮาส์ไม้แบบชาวเขาหลายระดับ ตื่นเช้าเดินขึ้นจุดชมวิวได้ทันแสงแรกโดยไม่ต้องรีบเดินทาง ช่วงไฮซีซัน (น้ำกระจก เม.ย.–มิ.ย. และทุ่งทอง ก.ย.–ต.ค.) ที่พักเต็มเร็วมาก จองล่วงหน้าไว้
เตรียมอะไรไป: ใส่รองเท้าผ้าใบหรือรองเท้าเดินป่า เพราะต้องเดินขึ้นบันไดหินและทางลาดพอสมควร (โดยเฉพาะผิงอันที่ไม่มีกระเช้า) บนเขาอากาศเย็นกว่าในเมืองและเปลี่ยนเร็ว เผื่อเสื้อกันลม/กันฝนติดไป พกน้ำและของว่าง เงินสดย่อยเผื่อร้านเล็กๆ และถ้าหิ้วกระเป๋าใบใหญ่ มีลูกหาบรับจ้างแบกขึ้นหมู่บ้าน (ตกลงราคาก่อน) ที่สำคัญคือสแกนจ่ายด้วย Alipay/WeChat Pay เป็นหลัก เตรียมผูกบัตรไว้ก่อนออกเดินทาง