สวนซูโจวยุคราชวงศ์หยวนอายุเกือบ 700 ปี ที่เด็กชอบที่สุด — ก้อนหินไท่หูรูปสิงโตนับร้อยเรียงตัวเป็นเขาวงกต มีอุโมงค์ ถ้ำ และทางเดินวกวนให้คุณหลงทางอย่างมีความสุข ก่อนโผล่ออกมาริมบ่อน้ำใต้ศาลาหลังคาโค้ง
เคยนึกภาพไหม — สวนจีนคลาสสิกส่วนใหญ่บอกให้คุณ "มอง" ภูเขาจำลองอยู่ห่างๆ แต่ที่สวนป่าสิงโต คุณเดินเข้าไปข้างในภูเขานั้นได้เลย ก้อนหินไท่หู (太湖石) สีเทาเทาที่ถูกน้ำในทะเลสาบไท่หูกัดเซาะจนเป็นรู เป็นโพรง ถูกนำมาเรียงซ้อนกันเป็นเขาวงกตทั้งสวน มีอุโมงค์ลอดตัว ถ้ำมืดสั้นๆ บันไดหินที่พาขึ้นลง และทางแยกที่หลอกให้คุณวนกลับมาจุดเดิม เดินไปสักพักจะเริ่มไม่แน่ใจว่าทางออกอยู่ตรงไหน — และนั่นคือความสนุกของที่นี่
สวนป่าสิงโต (狮子林) สร้างขึ้นในปี 1342 ช่วงปลายราชวงศ์หยวน โดยพระภิกษุนิกายเซน เทียนหรู (Tianru) สร้างเป็นสวนของวัดเพื่อรำลึกถึงอาจารย์ ชื่อ "ป่าสิงโต" มาจากสองเหตุผล — ก้อนหินจำนวนมากมีรูปทรงคล้ายสิงโตนั่งหมอบ และอาจารย์ของเทียนหรูเคยพำนักที่ภูเขาที่ชื่อว่า "เขาสิงโต" จิตรกรชื่อดังยุคหยวนอย่าง หนีจ้าน (Ni Zan) เคยมาวาดภาพสวนนี้ไว้ ทำให้สวนเป็นที่รู้จักในหมู่นักปราชญ์มาตั้งแต่ต้น ปัจจุบันสวนป่าสิงโตเป็นหนึ่งในเก้าสวนคลาสสิกซูโจวที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก UNESCO ร่วมกัน
สิ่งที่ทำให้สวนนี้พิเศษกว่าสวนอื่นคือ มันเคยเป็นที่โปรดของราชวงศ์ชิงด้วย — จักรพรรดิเฉียนหลง เสด็จมาที่นี่หลายครั้ง ทรงโปรดเขาหินมากจนสั่งให้สร้างเลียนแบบไว้ทั้งที่พระราชวังฤดูร้อน (อี้เหอหยวน) ในปักกิ่ง และที่เมืองเฉิงเต๋อ จากสวนของวัดเล็กๆ จึงกลายเป็นแบบอย่างที่ถูกคัดลอกถึงในวังหลวง สวนป่าสิงโตอยู่ในย่านเมืองเก่ากูซู ติดกับ สวนจัวเจิ้ง (สวนผู้บริหารต่ำต้อย) ที่ใหญ่และดังที่สุดของซูโจว เดินถึงกันแค่ 5 นาที จึงนิยมเที่ยวสองสวนนี้รวมในเช้าเดียว
แต่ละจุดมีเรื่องเล่าและลูกเล่นต่างกัน — เดินช้าๆ แล้วจะเจอครบ
1
นี่คือเหตุผลหลักที่คนมาสวนป่าสิงโต เขาหินจำลองทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของสวนสร้างจากก้อนหินไท่หูนับร้อยก้อนเรียงซ้อนกันเป็นชั้นๆ มีทางเดินซับซ้อนกว่า 9 ทางวนเข้าออก อุโมงค์ลอดตัว ถ้ำมืดสั้นๆ และบันไดหินแคบที่พาขึ้นไปยอด เดินเข้าไปแล้วคุณจะหลงทางได้ง่ายมาก — และคนส่วนใหญ่ก็ตั้งใจหลงเอง มองหาก้อนที่มีรูปทรงคล้ายสิงโตหมอบดู จะเริ่มเห็นว่าทำไมสวนนี้ถึงได้ชื่อนี้
เมื่อมุดออกจากเขาหินมาแล้ว ตรงหน้าคือบ่อน้ำใหญ่กลางสวนที่มีศาลาไม้และระเบียงมีหลังคาล้อมรอบ ตรงนี้คือมุมถ่ายภาพที่สวยที่สุด — เขาหินสีเทาสะท้อนลงบนผิวน้ำ มีศาลาหลังคาโค้งและต้นไม้ใหญ่เป็นฉากหลัง มี "เรือหิน" (石舫) ที่สร้างเลียนแบบเรือจอดอยู่ริมน้ำ และสะพานหินเล็กๆ ที่พาเดินข้ามไปอีกฝั่ง นั่งพักที่ศาลาสักครู่แล้วมองย้อนกลับไปที่เขาหิน คุณจะเห็นภาพรวมที่สวยกว่าตอนเดินอยู่ข้างใน
ฝั่งตะวันตกและเหนือของสวนเป็นกลุ่มอาคาร หอใหญ่ และห้องรับแขกที่เคยเป็นบ้านของตระกูลเจ้าของในยุคหลัง สวนนี้ผ่านมือเจ้าของหลายรุ่น ช่วงต้นศตวรรษที่ 20 ตกเป็นของตระกูลเป้ย (Pei) ตระกูลเดียวกับสถาปนิกชื่อก้องโลกอย่าง ไอ. เอ็ม. เป้ย (I.M. Pei) ผู้ออกแบบพิพิธภัณฑ์ซูโจวที่อยู่ใกล้กัน เดินชมหอเหล่านี้จะเห็นเฟอร์นิเจอร์ไม้ ป้ายอักษรจีน และหน้าต่างฉลุลายที่กรอบวิวสวนไว้เหมือนภาพวาด — เป็นช่วงพักจังหวะที่ดีหลังเดินเขาหินมาเหนื่อยๆ
จักรพรรดิเฉียนหลงแห่งราชวงศ์ชิงเสด็จเยือนซูโจวหลายครั้ง และทรงหลงรักสวนป่าสิงโตเป็นพิเศษ พระองค์ทรงพระอักษรและทิ้งป้ายลายมือไว้ในสวน และโปรดเขาหินที่นี่มากจนสั่งให้ช่างสร้างเขาหินเลียนแบบไว้ที่ พระราชวังฤดูร้อน (อี้เหอหยวน) ในปักกิ่ง และที่พระราชวังฤดูร้อนเฉิงเต๋อ มองหาแผ่นป้ายและศิลาจารึกตามจุดต่างๆ ในสวน แล้วลองนึกภาพว่าสวนของวัดเล็กๆ แห่งนี้เคยมีอิทธิพลไปไกลถึงวังหลวงในเมืองหลวง
5
สวนป่าสิงโตเล็ก ใช้เวลาเดินแค่ราว 1 ชั่วโมง จึงเหมาะมากที่จะเที่ยวคู่กับ สวนจัวเจิ้ง (สวนผู้บริหารต่ำต้อย) ที่อยู่ห่างไปทางเหนือเพียง 5 นาทีเดิน สองสวนนี้ให้ความรู้สึกตรงข้ามกันพอดี — ป่าสิงโตเน้นเขาหินที่เดินลอดสนุก ส่วนจัวเจิ้งเป็นสวนน้ำกว้างใหญ่ที่เน้นบ่อน้ำ ศาลา และการยืมวิวเจดีย์มาเป็นฉากหลัง ใกล้ๆ ยังมีพิพิธภัณฑ์ซูโจวที่ออกแบบโดยไอ. เอ็ม. เป้ย เข้าฟรี วางแผนเช้าเดียวเที่ยวได้ครบทั้งสามที่
ข้อมูลที่คุณต้องรู้ ครบในหน้าเดียว
สวนป่าสิงโตอยู่ในย่านเมืองเก่ากูซู (姑苏) ใจกลางซูโจว ใกล้กลุ่มสวนคลาสสิกหลักทั้งหมด เดินทางง่ายด้วยรถไฟฟ้า:
นั่งรถไฟฟ้าสาย 4 จากสถานีรถไฟซูโจวลงที่สถานีเจดีย์วัดเหนือ (北寺塔) แล้วเดินไปทางตะวันออกราว 10–15 นาที สะดวกที่สุดถ้าคุณนั่งรถไฟความเร็วสูงมาจากเซี่ยงไฮ้ (~30 นาที)
ถนนผิงเจียงคือถนนเลียบคลองเก่าที่สวยที่สุดของซูโจว อยู่ห่างจากสวนป่าสิงโตเดินสบายๆ ราว 10–15 นาที วางแผนเดินเล่นถนนผิงเจียงตอนเช้า แล้วต่อมาสวนป่าสิงโต + สวนจัวเจิ้งได้ในเส้นเดียว
สวนจัวเจิ้งอยู่ห่างไปทางเหนือแค่ 5 นาทีเดิน เป็นเส้นทางยอดนิยมที่สุด — คนส่วนใหญ่เริ่มที่สวนจัวเจิ้งตอนเช้า (สวนใหญ่ใช้เวลานานกว่า) แล้วเดินมาต่อสวนป่าสิงโต หรือสลับกันก็ได้ พิพิธภัณฑ์ซูโจวเข้าฟรีก็อยู่ตรงนี้
ถ้ามีเวลาเช้าเต็มๆ แนะนำรวม: สวนจัวเจิ้ง (07:30–09:30 น. เริ่มก่อนเพราะใหญ่) → สวนป่าสิงโต (09:30–10:30 น.) → พิพิธภัณฑ์ซูโจวของไอ. เอ็ม. เป้ย (เข้าฟรี) จบราวเที่ยง แล้วต่อกินก๋วยเตี๋ยวซูโจวมื้อกลางวันแถวถนนผิงเจียงได้พอดี
ย่านเมืองเก่ากูซูและถนนผิงเจียงเดินถึงกลุ่มสวนคลาสสิกได้สะดวก เหมาะกับคนที่อยากตื่นเช้ามาเดินสวนก่อนทัวร์กรุ๊ปจะมา ดูรีวิวและเปรียบเทียบโรงแรมที่เราคัดมาให้แล้ว: