เขาใหญ่ไม่ได้มีแค่ป่ากับน้ำตก — เชิงเขาฝั่งปากช่องคือหุบไวน์ที่ปลูกองุ่นเป็นแถวยาวมีภูเขาเป็นฉากหลัง GranMonte ไร่ของครอบครัวกับ PB Valley ต้นกำเนิดไวน์เขาใหญ่ ชวนคุณเดินไร่ ชิมไวน์ และนั่งกินวิวภูเขา แค่จำไว้ว่าที่นี่เป็นเมืองรถ ถ้าจะชิมไวน์ต้องมีคนขับหรือไปกับทัวร์
ลองนึกภาพว่าคุณขับรถขึ้นมาจากกรุงเทพ ผ่านปากช่องเลี้ยวเข้าซอยเล็กๆ แล้วจู่ๆ ก็เจอไร่องุ่นเป็นแถวยาวสุดลูกหูลูกตา มีภูเขาหินปูนของเขาใหญ่เป็นฉากหลัง — นี่คือเสน่ห์ของ หุบไวน์เขาใหญ่ ที่อยู่เชิงเขาฝั่งปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา หลายคนแปลกใจว่าเมืองไทยปลูกองุ่นทำไวน์ได้ด้วยเหรอ คำตอบคือได้ และเขาใหญ่เป็นหนึ่งในแหล่งผลิตไวน์ที่คนพูดถึงมากที่สุดของประเทศ
ไวน์ที่นี่ถูกจัดเป็น ไวน์ละติจูดใหม่ (New Latitude Wine) เพราะปลูกองุ่นในเขตละติจูดราว 14-18 องศาเหนือ ซึ่งสมัยก่อนเชื่อกันว่าองุ่นไวน์โตไม่ได้ แต่หุบเขาเขาใหญ่ได้เปรียบตรงที่ มีภูเขากำบังฝน อากาศแห้งกว่าที่อื่นของไทย และอุณหภูมิกลางวันกับกลางคืนต่างกันมาก ทำให้องุ่นสุกได้รสที่ดี พันธุ์ที่ปลูกมีทั้ง Black Muscat, Chenin Blanc, Shiraz, Tempranillo และ Sauvignon Blanc และไวน์เขาใหญ่หลายตัวเคยคว้ารางวัลจากเวทีนานาชาติมาแล้ว
เคยเจอไหม — ทริปที่ของน่าเที่ยวกระจายอยู่คนละทิศจนต้องขับรถวนทั้งวัน หุบไวน์เขาใหญ่ก็แอบเป็นแบบนั้น ไร่แต่ละแห่งอยู่ห่างกันและ ไม่มีขนส่งสาธารณะเข้าถึง แต่ข้อดีคือไร่หลักๆ อยู่ไม่ไกลจากถนนธนะรัชต์ที่เป็นแกนของฝั่งคาเฟ่-รีสอร์ต-ฟาร์ม จึงจัดรวมเป็นทริปวันเดียวกับที่เที่ยวอื่นได้ ขอแค่มีรถและวางลำดับให้ดี
ไร่ขนาดกะทัดรัดที่ทัวร์เดินไร่และชิมไวน์แบบใกล้ชิด มีร้านอาหารกลางไร่และหอชมวิวให้นั่งดูแถวเถาองุ่นกับภูเขา
GranMonte เป็นไร่ไวน์ของครอบครัวที่อยู่ใน หุบเขาอโศก (Asoke Valley) เชิงเขาใหญ่ ปลูกองุ่นมาตั้งแต่ปี 1999 จุดเด่นคือเป็นไร่ขนาดไม่ใหญ่ บรรยากาศแบบครอบครัว เดินดูได้ทั่ว และคนทำไวน์เอาใจใส่รายละเอียด ใครชอบไร่ที่รู้สึกอบอุ่นและได้คุยกับคนของไร่จริงๆ ที่นี่ตอบได้ดี
ทัวร์พาเดินดูแปลงองุ่น เข้าโรงผลิตไวน์ แล้วปิดท้ายด้วยการชิมไวน์ราว 4 แก้วคู่กับของกินเล็กๆ ค่าทัวร์อยู่ที่ราว ฿450 ต่อผู้ใหญ่ (เด็กได้น้ำองุ่นแทน) ช่วงไฮซีซันมีทัวร์ทุกวัน ส่วนช่วงอื่นมักมีเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ แนะนำจองล่วงหน้า ราคาและรอบเปลี่ยนได้ เช็กกับไร่ก่อนไป
ร้านอาหารของไร่ที่นั่งกินอาหารพร้อมวิวแปลงองุ่น มีทั้งโต๊ะระเบียงในสวนและห้องส่วนตัว เปิดทุกวันราว 07:30-20:00 น. (รอบมื้อและเวลาปิดเปลี่ยนได้ตามฤดู) ช่วงหน้าหนาว วันหยุดยาว และวันหยุดควรจองโต๊ะ เพราะคนเยอะ เป็นจุดที่จับคู่อาหารกับไวน์ของไร่ได้พอดี
ไร่มีหอชมวิวที่ขึ้นไปมองเห็นแปลงองุ่นเป็นแถวยาวกับภูเขาเขาใหญ่รอบทิศ เป็นมุมถ่ายรูปที่หลายคนชอบ โดยเฉพาะช่วงเช้าที่อากาศใสและช่วงเย็นแสงนุ่ม
ช่วงปลายมกราคมถึงต้นมีนาคมเป็นฤดูเก็บองุ่น ตรงกับหน้าหนาวที่อากาศเย็นและไร่เขียวเต็มที่ บางปีมีเทศกาลเก็บองุ่นให้ร่วมเก็บและชิม ถ้าอยากเห็นเถาองุ่นออกผลให้เล็งช่วงนี้ เช็กปฏิทินกิจกรรมของไร่ก่อน เพราะวันจัดเปลี่ยนทุกปี
PB Valley Khao Yai Winery เป็นไร่องุ่นและไวเนอรีขนาดใหญ่ที่อยู่ขอบเขาใหญ่ ที่ระดับความสูงราว 300-380 เมตร และได้ชื่อว่าเป็น ต้นกำเนิดของแหล่งผลิตไวน์เขาใหญ่ ไร่กว้างกว่า GranMonte เห็นแถวเถาองุ่นทอดยาวกับภูเขาเป็นฉากหลัง บรรยากาศแบบมาเป็นกลุ่ม-ครอบครัว มีลานสนามหญ้า จุดถ่ายรูป และรถรางพาชมไร่ในบางช่วง เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งไวน์และที่เดินเล่นกว้างๆ
ไฮไลต์ของ PB Valley คือ ทัวร์ไร่พร้อมไกด์ราว 3 ชั่วโมง (มีไกด์พูดอังกฤษ) ที่พาเดินดูแปลงองุ่น เข้าห้องหมักถังสเตนเลส และฟังเรื่องพันธุ์องุ่นกับวิธีทำไวน์ ปิดท้ายด้วยรอบชิมไวน์ของไร่ ที่นี่เคยได้รางวัลด้านการท่องเที่ยวเชิงไวน์จากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยมาแล้ว ราคาทัวร์ขึ้นกับแพ็กเกจ แนะนำจองล่วงหน้าโดยเฉพาะเสาร์-อาทิตย์ เช็กรอบและราคากับไร่ก่อนไป
ร้านอาหารของไร่ Great Hornbill Grill นั่งกินพร้อมวิวไร่องุ่นกับภูเขา เสิร์ฟอาหารตะวันตกและไทยที่บางจานจับคู่กับไวน์ของไร่ ถ้าซื้อตั๋วทัวร์ไว้มักได้ส่วนลดค่าอาหารราว 10% (หรือใช้บัตรเครดิตที่ร่วมรายการ) เป็นจุดพักกินมื้อกลางวันที่เข้ากันดีกับการเดินไร่ในรอบเดียว — เวลาเปิดและเมนูเปลี่ยนได้ เช็กก่อนไป
ทั้งสองไร่มีแพ็กเกจคล้ายกัน — เดินดูแปลงองุ่น เข้าโรงผลิต แล้วปิดท้ายด้วยรอบชิมไวน์ ส่วนช่วงที่สวยสุดคือหน้าหนาวที่ตรงกับฤดูเก็บองุ่น
รอบทัวร์ส่วนใหญ่เริ่มจากเดินดูแปลงองุ่นและฟังเรื่องพันธุ์องุ่นที่ปลูก เข้าโรงผลิตไวน์ดูถังหมัก แล้วจบที่ รอบชิมไวน์ หลายแก้ว (ที่ GranMonte ราว 4 แก้วคู่กับของกินเล็กๆ ส่วน PB Valley มีรอบชิมตามแพ็กเกจ) คนของไร่จะเล่าว่าไวน์แต่ละตัวต่างกันยังไง ดื่มแล้วได้กลิ่นรสอะไร เหมาะกับคนเริ่มหัดดื่มที่อยากเข้าใจไวน์มากขึ้น ไม่จำเป็นต้องเป็นนักดื่มมาก่อน
ฤดูเก็บองุ่นของเขาใหญ่อยู่ราว ปลายมกราคมถึงต้นมีนาคม ขึ้นกับพันธุ์ ช่วงนี้ตรงกับหน้าหนาวที่อากาศเย็นสบาย ไร่เขียวเต็มที่ และบางไร่จัดเทศกาลเก็บองุ่น (Harvest) ให้นักท่องเที่ยวร่วมเก็บและชิม จึงเป็นช่วงที่คนนิยมมากที่สุด — และก็แปลว่าคนเยอะและที่พักแพงขึ้น ส่วนหน้าฝน (มิ.ย.-ต.ค.) ไร่ยังเขียวสวยแต่เถาองุ่นไม่ได้ออกผล และอาจเจอฝนช่วงบ่าย ถ้าอยากเห็นเถาองุ่นออกผลเต็มไร่ให้เล็งหน้าหนาว เช็กปฏิทินกิจกรรมของแต่ละไร่ก่อน
ไร่องุ่นอยู่ฝั่งเดียวกับคาเฟ่ ฟาร์ม และที่ถ่ายรูปธีมยุโรปริมถนนธนะรัชต์ จัดรวมเป็นวันสบายๆ ได้ และเลือกที่พักให้อยู่ใกล้แกนนี้
ทริปไวน์เขาใหญ่ที่เที่ยวสนุกมักจัด ไร่องุ่นไว้คู่กับฝั่งคาเฟ่-ฟาร์มริมถนนธนะรัชต์ เช้าเข้าทัวร์ไร่สักแห่ง กินมื้อกลางวันที่ร้านของไร่ (VinCotto หรือ Great Hornbill Grill) บ่ายแวะคาเฟ่วิวภูเขาหรือที่ถ่ายรูปธีมยุโรปอย่าง Primo Piazza หรือ Palio แล้วเย็นกลับที่พัก ถ้ามีหลายวันค่อยแบ่งวันเข้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ดูน้ำตกกับสัตว์ป่าอีกวัน
เรื่องที่พัก เขาใหญ่ไม่มีโรงแรมในตัวไร่มากนัก คนส่วนใหญ่นอนแถว ถนนธนะรัชต์ ที่เป็นแนวรีสอร์ตใกล้ประตูอุทยานและคาเฟ่ หรือในตัวเมืองปากช่องที่ราคาย่อมเยากว่าและใกล้สถานีรถไฟ เลือกที่พักให้อยู่ใกล้แกนนี้จะวิ่งเข้าไร่กับเข้าอุทยานง่ายขึ้น ดูตัวเลือกได้ที่รวมโรงแรมเขาใหญ่-โคราชด้านล่าง
เขาใหญ่ไม่มีรถไฟฟ้า BTS/MRT และในเขตไร่กับอุทยานไม่มีขนส่งสาธารณะ — แต่ มีรถไฟลงถึงปากช่อง ได้ ทางที่ใช้กันคือขับรถจากกรุงเทพ หรือนั่งรถไฟ/รถตู้ลงปากช่องแล้วต่อรถ ส่วนในพื้นที่ต้องมีรถเพราะไร่กระจายอยู่เชิงเขา
09:30 น. — เข้าทัวร์ไร่สักแห่ง (GranMonte หรือ PB Valley) จองรอบไว้ล่วงหน้า
10:00 น. — เดินดูแปลงองุ่น ฟังเรื่องพันธุ์องุ่น และเข้าโรงผลิตไวน์
11:00 น. — รอบชิมไวน์ (ให้คนที่ขับงดดื่ม)
12:00 น. — มื้อกลางวันที่ร้านของไร่ (VinCotto หรือ Great Hornbill Grill) วิวไร่องุ่น
ทำตามครึ่งวันข้างบนในช่วงเช้า จากนั้นช่วงบ่าย:
13:30 น. — แวะที่ถ่ายรูปธีมยุโรปริมถนนธนะรัชต์ เช่น Primo Piazza หรือ Palio
15:00 น. — นั่งคาเฟ่วิวภูเขาจิบกาแฟพักขา
16:30 น. — แวะอีกไร่หรือฟาร์มโชคชัยถ้าเวลาเหลือ (หรือกลับที่พัก)
18:00 น. — มื้อเย็นแถวที่พัก ปิดวัน
ไร่องุ่นจับคู่กับ คาเฟ่ธีมและที่ถ่ายรูปเขาใหญ่ และ ฟาร์มโชคชัย ได้ในวันเดียว — ดูที่เที่ยวให้ครบที่ ที่เที่ยวเขาใหญ่ต้องไปให้ครบ และวางวันเที่ยวที่ เขาใหญ่ 3 วัน หรือ คู่มือเขาใหญ่ฉบับเต็ม