ฉากกาแฟพิเศษที่โตเร็วที่สุดแห่งหนึ่งของจีน คอร์ตยาร์ดเก่าในหูท่งกลายเป็นร้านกาแฟเล็กๆ โรงงานเก่ากลายเป็นแกลเลอรีที่มีคาเฟ่ และโรงคั่วที่คนปักกิ่งภูมิใจ — เมืองหลวงที่ดื่มกาแฟอย่างจริงจังกว่าที่คุณคิด
ลองนึกภาพตรอกหูท่งสีเทาแคบๆ ที่เคยเงียบสงบ มีบ้านคอร์ตยาร์ดเก่าอายุนับร้อยปีเรียงกัน แล้วประตูไม้บานหนึ่งเปิดออกเป็นร้านกาแฟเล็กๆ ที่ภายในมีเครื่องชง espresso เงาวับ ชั้นวางเมล็ดคั่ว และเก้าอี้ไม้สองสามตัว ข้างนอกยังเป็นปักกิ่งเก่า ข้างในคือกาแฟพิเศษที่ดีพอๆ กับคาเฟ่ดีๆ ในโตเกียวหรือเมลเบิร์น นี่คือสิ่งที่เกิดขึ้นทั่วเมืองหลวงในช่วงสิบปีที่ผ่านมา
เอาจริงๆ ปักกิ่งไม่ใช่เมืองกาแฟอันดับหนึ่งของจีน — ตำแหน่งนั้นเป็นของเซี่ยงไฮ้ที่มีคาเฟ่กว่า 9,000 ร้าน มากที่สุดในโลก แต่สิ่งที่ทำให้ปักกิ่งน่าสนใจคือ ฉากกาแฟพิเศษของที่นี่มีรากลึกและบุคลิกชัด คนปักกิ่งมักสนใจ เรื่องราวและที่มาของเมล็ด มากกว่าวิ่งตามรสชาติใหม่ตลอดเวลา และแบรนด์ specialty ที่คนทั้งจีนรู้จักหลายแบรนด์ก็เกิดที่นี่
บอกเลยว่าความต่างที่สำคัญที่สุดคือ คาเฟ่ปักกิ่ง กระจายตัว ไม่ได้กระจุกในย่านเดียวเหมือน French Concession ของเซี่ยงไฮ้ คุณจะเจอร้านดีในตรอกหูท่งรอบ Gulou วันหนึ่ง อีกวันในมอลล์หรูที่ Sanlitun อีกวันในโรงงานศิลปะ 798 — คู่มือนี้จึงเรียงตาม ย่าน เป็นหลัก เพราะย่านดีๆ มักมีคาเฟ่ดีหลายร้านให้เลือก แม้ร้านใดร้านหนึ่งจะปิดหรือย้ายไป
ที่ที่บ้านคอร์ตยาร์ดอายุร้อยปีกลายเป็นคาเฟ่ที่มีเสน่ห์ที่สุดในปักกิ่ง
หูท่ง (胡同) คือตรอกที่อยู่อาศัยดั้งเดิมของปักกิ่ง — ทางเดินแคบๆ ขนาบด้วยบ้านคอร์ตยาร์ดสีเทา (siheyuan) บางหลังอายุหลายร้อยปี ในช่วงสิบปีที่ผ่านมา ตรอกพวกนี้กลายเป็นที่ตั้งของคาเฟ่ที่มีเสน่ห์ที่สุดในเมือง เพราะร้านกาแฟเล็กๆ ในบ้านเก่ามีบรรยากาศที่มอลล์สร้างใหม่ให้ไม่ได้ — คานไม้เก่า กำแพงอิฐ ลานเล็กๆ และความเงียบของตรอก
ย่านหูท่งที่มีคาเฟ่หนาแน่นที่สุดอยู่รอบ Gulou (หอกลอง) และ Beiluoguxiang ทางเหนือของเขตเมืองเก่า กับ Wudaoying และ Fangjia Hutong ใกล้วัดลามะ ทั้งสองย่านเดินสำรวจได้สนุก เพราะคาเฟ่ ร้านดีไซน์ และบาร์เล็กๆ ปนกันอยู่ในตรอกเดียว เดินไปเรื่อยๆ แล้วเจอป้ายรูปถ้วยกาแฟในซอย — ลองเข้าไป นั่นคือวิธีค้นพบที่ถูกต้องที่สุดในปักกิ่ง
ปักกิ่งกระจายตัว เลือกเดินทีละย่านจะได้บรรยากาศคนละแบบ — ตั้งแต่คอร์ตยาร์ดเก่าถึงโรงคั่วทันสมัย
หัวใจของคาเฟ่หูท่งปักกิ่ง — ตรอกรอบหอกลองและ Beiluoguxiang (ตรอกขนานกับ Nanluoguxiang ที่นักท่องเที่ยวเยอะ แต่เงียบและคูลกว่า) เต็มไปด้วยร้านกาแฟเล็กๆ ในบ้านคอร์ตยาร์ดเก่า บางร้านมีลานในตัว บางร้านซ่อนหลังประตูไม้ที่แทบมองไม่เห็นจากถนน บรรยากาศช้าๆ เหมาะนั่งทั้งเช้า
ฝั่งทันสมัยของฉากกาแฟปักกิ่ง — Taikoo Li มอลล์เปิดโล่งที่เต็มไปด้วยคาเฟ่ brunch ร้านดีไซน์สวย และ % Arabica ที่เปิดทั้งฝั่งเหนือและใต้ ใกล้กันมี Soloist Coffee สาขาใหม่ที่ใหญ่และหรูที่สุดของแบรนด์ เหมาะกับคนที่อยากได้กาแฟดี อาหารเช้าครบ และที่นั่งสบายในวันที่ไม่อยากเดินตรอก
โรงงานอุตสาหกรรมยุค 1950 สไตล์ Bauhaus ที่กลายเป็นย่านศิลปะใหญ่ที่สุดของปักกิ่ง แกลเลอรี สตูดิโอ ประติมากรรมกลางแจ้ง และคาเฟ่แทรกอยู่ทั่วบริเวณ Voyage Coffee มีสาขาในย่านนี้ คาเฟ่ที่ 798 เหมาะกับวันที่อยากเดินดูงานศิลปะแล้วแวะนั่งพักเป็นช่วงๆ — กาแฟกับศิลปะในที่เดียว
สองตรอกอินดี้ที่สุดของปักกิ่ง อยู่ใกล้วัดลามะ (Yonghe Temple) Wudaoying Hutong เป็นตรอกที่นำคลื่นกาแฟยุคใหม่ของปักกิ่งมาตั้งแต่แรกๆ มีทั้งโรงคั่ว คาเฟ่อินดี้ และร้านอาหารเล็กๆ ส่วน Fangjia Hutong เงียบกว่า มีคาเฟ่ซ่อนตัวปนกับสตูดิโอศิลปะ ทั้งสองตรอกเดินสำรวจได้ในครึ่งวัน ก่อนหรือหลังไหว้วัดลามะ
ฝั่งตะวันออกของเมือง เขต Chaoyang คือที่ตั้งของโรงคั่ว specialty และคาเฟ่ flagship หลายแห่ง รวมถึง Metal Hands ที่มีหลายสาขา ย่าน Liangmaqiao ริมแม่น้ำเหลียงหม่าเป็นทำเลคาเฟ่ที่กำลังมา ส่วน CBD และ Guomao มีคาเฟ่ใหญ่ที่เหมาะนั่งทำงาน ที่นั่งกว้าง โต๊ะเยอะ บางร้านมีปลั๊กไฟ ถ้าจะนั่งยาวครึ่งวัน ฝั่งนี้เหมาะที่สุด
ถนนเก่าที่ร่มรื่นที่สุดสายหนึ่งในปักกิ่ง มีซุ้มประตูโบราณและต้นไม้ใหญ่คลุมทาง ตั้งอยู่หน้าวัดขงจื๊อและ Imperial College คาเฟ่บนถนนนี้มีบรรยากาศสงบและคลาสสิกกว่าตรอกอื่น เหมาะจับคู่กับการเดินเที่ยววัดลามะและ Wudaoying ที่อยู่ติดกัน — เดินสามจุดนี้รวมกันได้ในวันเดียวสบายๆ
เดินดูแกลเลอรีทั้งวัน แวะคาเฟ่เป็นช่วงๆ — ปักกิ่งทำสองอย่างนี้พร้อมกันได้ดี
798 Art District คืออดีตคอมเพล็กซ์โรงงานอิเล็กทรอนิกส์ยุค 1950 ที่ออกแบบสไตล์ Bauhaus โดยทีมเยอรมันตะวันออก เมื่อโรงงานย้ายออก ศิลปินเข้ามาเช่าพื้นที่ราคาถูก จนกลายเป็นย่านศิลปะร่วมสมัยที่ใหญ่และมีชีวิตชีวาที่สุดของปักกิ่ง ทุกวันนี้มีแกลเลอรี สตูดิโอ ร้านหนังสือ และคาเฟ่กระจายอยู่ทั่วบริเวณ ผนังอิฐเก่ายังมีกราฟฟิตี ประติมากรรมตั้งกลางลาน และท่อโรงงานเดิมที่กลายเป็นส่วนหนึ่งของบรรยากาศ
วิธีเที่ยว 798 ที่ดีที่สุดคือ เดินดูแกลเลอรีแล้วแวะคาเฟ่เป็นช่วงๆ ไม่ต้องรีบ พื้นที่กว้างพอเดินได้ทั้งบ่าย Voyage Coffee มีสาขาในย่านนี้ และยังมีคาเฟ่ในแกลเลอรีอีกหลายแห่งที่กาแฟดีพอๆ กับงานศิลปะรอบตัว เหมาะกับวันที่อากาศดีและอยากใช้เวลาช้าๆ — บอกเลยว่านี่คือหนึ่งในวันที่ดีที่สุดในปักกิ่งสำหรับคนรักทั้งกาแฟและศิลปะ
แบรนด์เหล่านี้มีชื่อจริงในวงการ — แต่คาเฟ่เปลี่ยนแปลงเร็ว เช็กสาขาและเวลาเปิดล่าสุดก่อนไปเสมอ
หนึ่งในชื่อที่คนรักกาแฟปักกิ่งพูดถึงมากที่สุด Metal Hands เริ่มต้นเล็กๆ แล้วเติบโตเป็นแบรนด์ที่มีหลายสาขาทั่วเมือง คั่วเมล็ดเอง ขึ้นชื่อเรื่องคุณภาพที่สม่ำเสมอและบรรยากาศร้านที่ออกแบบมาดี เหมาะทั้งดื่มเร็วและนั่งยาว ถ้าอยากเริ่มทำความรู้จักกาแฟพิเศษปักกิ่งจากแบรนด์ท้องถิ่นที่เชื่อถือได้ — เริ่มที่ Metal Hands
Voyage เป็นโรงคั่วปักกิ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องเมล็ดคั่วหลายระดับ ตั้งแต่คั่วอ่อนไปจนเข้ม และเมนูตามฤดูกาล มีสาขากระจายในจุดเที่ยวสำคัญ รวมถึงในโรงงานศิลปะ 798 และใกล้ Nanluoguxiang ทำให้แวะได้สะดวกระหว่างเที่ยว ใครชอบลองเมล็ดหลายตัวเทียบกัน Voyage เป็นร้านที่ตอบได้ดี
Soloist เริ่มจากร้านในตรอก Yangmeizhu ใกล้ Qianmen ในบ้านหูท่งเก่าที่มีคานไม้และกำแพงอิฐ คั่วเมล็ดเอง ขึ้นชื่อเรื่อง Dirty coffee และของหวานที่ได้แรงบันดาลใจจากขนมปักกิ่ง ต่อมาเปิดสาขาที่ Sanlitun Taikoo Li ซึ่งเป็นสาขาใหญ่และหรูที่สุด ถ้าอยากได้ทั้งกาแฟดีและบรรยากาศที่ถ่ายรูปสวย Soloist ตอบได้ทั้งสองอย่าง
% Arabica เป็นชื่อที่คนรักกาแฟรู้จักทั่วเอเชีย เริ่มจากร้านเคลื่อนที่เล็กๆ ที่ Sanlitun เมื่อปี 2019 ตอนนี้มีพื้นที่เต็มทั้งฝั่งเหนือและใต้ของ Taikoo Li เคาน์เตอร์มินิมอลขาวสะอาด barista ใส่ชุดดำ เน้น flat white และ espresso คุณภาพคงที่ ไม่ได้พิเศษเพราะกลิ่นอายปักกิ่ง แต่เพราะมาตรฐานที่ไว้ใจได้และทำเลที่แวะง่ายระหว่างช้อปปิ้ง Sanlitun
SOE เป็นอีกแบรนด์ specialty ที่เกิดในปักกิ่งและมีหลายสาขา ชื่อมาจาก Single Origin Espresso ซึ่งบอกแนวทางของร้านได้ชัด นอกจากนี้แถบ Wudaoying และ Beiluoguxiang ยังมีโรงคั่วอินดี้และคาเฟ่เล็กๆ อีกหลายร้านที่หมุนเวียนเปิดปิด ร้านแบบนี้คือเสน่ห์ของหูท่ง — ไม่มีรายชื่อตายตัว เดินเข้าไปแล้วลองเอง บางร้านที่ดีที่สุดไม่มีในไกด์เล่มไหน
วัดลามะ (Yonghe Temple) — จุดเริ่มต้นที่ดีของวันเดินคาเฟ่ ตรอก Wudaoying และ Fangjia ที่เต็มไปด้วยร้านอินดี้อยู่ใกล้ๆ
การจ่ายเงิน: ปักกิ่งเป็นเมือง cashless แทบทุกร้านรับ WeChat Pay และ Alipay เป็นหลัก ร้านในมอลล์อย่าง Taikoo Li และร้านระดับ premium บางแห่งรับบัตร Visa/Mastercard ด้วย แต่ร้านเล็กในหูท่งหลายแห่งรับเฉพาะ QR เท่านั้น บางร้านไม่รับเงินสด ก่อนเดินทางควรตั้งค่า Alipay และผูกบัตรต่างประเทศผ่านโหมดระหว่างประเทศ (ใช้ได้สำหรับนักท่องเที่ยว · ดู คู่มือการชำระเงินจีน)
Wi-Fi และนั่งทำงาน: คาเฟ่ specialty ขนาดกลาง-ใหญ่ในฝั่ง Chaoyang, Sanlitun และ 798 ส่วนใหญ่นั่งทำงานได้สบาย โต๊ะกว้าง ที่นั่งเยอะ บางร้านมีปลั๊ก ส่วนร้านเล็กในหูท่งเน้นบรรยากาศ ที่นั่งน้อย ไม่เหมาะนั่งยาว ข้อสำคัญคือ Wi-Fi ในจีนเข้าเว็บต่างชาติบางตัวไม่ได้ถ้าไม่มี VPN — ตั้งค่า VPN และ eSIM ก่อนเดินทางเสมอ (ดู คู่มือ Internet & VPN จีน)
เวลาที่ดีที่สุด: เช้าวันธรรมดาตรอกหูท่งยังเงียบ แสงสวย เหมาะถ่ายรูปและได้ที่นั่ง สุดสัปดาห์ Nanluoguxiang และ 798 คนเยอะมาก ส่วนเรื่องเปิดปิด — ย้ำอีกครั้งว่าร้านอิสระเปลี่ยนเร็ว ก่อนตั้งใจไปร้านไหนโดยเฉพาะ เช็กผ่าน Dianping (大众点评) หรือ WeChat ของร้านก่อนเสมอ เพื่อไม่ให้เสียเที่ยว
Sanlitun Taikoo Li — มอลล์เปิดโล่งฝั่งทันสมัยของฉากกาแฟปักกิ่ง ที่ตั้งของ % Arabica และ Soloist Coffee สาขาใหญ่
พักแถบ Sanlitun/Chaoyang หรือใกล้หูท่ง Gulou คือทำเลที่เดินถึงคาเฟ่ดีๆ ได้ในไม่กี่นาที