มาเซนไดทั้งที ไม่ใช่แค่ดูปราสาทอาโอบะ — เนื้อลิ้นวัวย่างถ่านหอมกรุ่นที่เสิร์ฟพร้อมข้าวบาร์เลย์ ซุนดะโมจิสีเขียวหวานจากถั่วแระสด หอยนางรมมัตสึชิมะตัวอ้วนย่างถ่านในเปลือก และราเม็งมิโซะชามเข้มที่ทำให้เข้าใจว่าทำไมโทโฮะกุถึงหนาวแต่คนไม่หิว
ถ้าถามว่าเซนไดโด่งดังเรื่องอะไร คนญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะตอบคำเดียวกัน: กิวตัง (牛たん) เนื้อลิ้นวัวย่างถ่านที่ไม่มีเมืองไหนในญี่ปุ่นทำได้เหมือนที่นี่ เรื่องราวเริ่มจากปี 1948 เมื่อ Keishiro Sano แห่งร้าน Aji Tasuke นำลิ้นวัวที่ทหารอเมริกันไม่กินมาหมักและย่างถ่าน — จากของที่คนทิ้ง กลายเป็นสัญลักษณ์ของเมืองที่คนทั่วญี่ปุ่นขึ้นรถชินคันเซ็นมาลองโดยเฉพาะ
แต่เซนไดไม่ได้มีแค่กิวตัง — ซุนดะ (Zunda) ซอสถั่วแระบดสีเขียวสดที่ใช้ทำโมจิและนมปั่น ซาซะกะมะโบะ (Sasa Kamaboko) เค้กปลาทรงใบไผ่ที่ทำจากปลาขาวสดในยุคเมจิ และหอยนางรมมัตสึชิมะ จากอ่าวที่ขึ้นชื่อเรื่องน้ำสะอาดที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น เราเลือก 6 จานและประสบการณ์ ที่บอกเล่าเซนไดได้ดีที่สุด
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
บอกตรงๆ ว่ากิวตังที่เซนไดต่างจากที่อื่นจริง — เนื้อลิ้นวัวที่นี่หมักนานหลายชั่วโมงกับเกลือและเครื่องเทศก่อนย่างบนถ่าน เนื้อถูกหั่นหนากว่าที่คุณเคยเห็นในร้านยากินิกุทั่วไป ราว 8–10 มิลลิเมตร ทำให้เมื่อย่างถ่านร้อนจัดผิวนอกสุกกรอบมีรอยไหม้เล็กน้อย แต่ข้างในยังชุ่มฉ่ำ กัดแล้วเนื้อไม่เหนียวอย่างที่คิด ชุดมาตรฐาน (ทีโชกุ) มาพร้อมข้าวบาร์เลย์ขาวนุ่ม ซุปหางวัวข้นหวาน และผักดองสองสามอย่าง — ราคา ¥1,500–2,500 ต่อชุด เป็นมื้อที่อิ่มและจำได้นาน
2
สีเขียวสดที่เห็นตรงหน้าคือซุนดะ — ถั่วแระบดละเอียดผสมน้ำตาลเพียงเล็กน้อยจนกลายเป็นครีมสีเขียวสดที่รสหวานอ่อนๆ มีความขื่นเล็กน้อยจากถั่วที่เป็นเอกลักษณ์ ราดบนโมจิเหนียวนุ่มขาวสะอาด กัดแล้วทั้งเนื้อโมจิและซอสมาพร้อมกันในคำเดียว ซุนดะโมจิเป็นขนมที่เซนไดทำมาหลายร้อยปี แต่ในช่วง 15 ปีที่ผ่านมาเริ่มมีรูปแบบใหม่ที่คนรุ่นใหม่ชอบคือ ซุนดะเชค — นมปั่นรสถั่วแระสีเขียวเข้มที่ Zunda Saryo คิดค้นขึ้น กลายเป็นของกินของฝากยอดนิยมจากเซนไดที่มีสาขากระจายทั่วญี่ปุ่นแล้ว
ลองนึกภาพปลาขาวสดบดละเอียดผสมกับเกลือเพียงเล็กน้อย นวดจนเนื้อเนียน แล้วปั้นให้เป็นรูปใบไผ่บนไม้ไผ่แล้วนึ่ง — นั่นคือซาซะกะมะโบะ เนื้อแน่นและยืดหยุ่นกว่าคามะโบะทั่วไป รสชาติสะอาดหวานอ่อนจากเนื้อปลา ไม่มีกลิ่นคาวเลย กินเปล่าๆ อร่อย หรือย่างเบาๆ บนตะแกรงจนผิวนอกมีสีน้ำตาลหอมยิ่งขึ้น ต้นกำเนิดในยุคเมจิเมื่อปลาลิ้นหมาล้นตลาดจนราคาตกต่ำ — ชาวประมงพัฒนาสูตรนี้ขึ้นเพื่อให้ปลาสดเก็บได้นานขึ้น กลายเป็นผลิตภัณฑ์ที่ทำรายได้ให้มิยางิมากกว่าศตวรรษ
4
อ่าวมัตสึชิมะ (松島湾) เป็นหนึ่งในแหล่งเพาะเลี้ยงหอยนางรมที่ขึ้นชื่อที่สุดของญี่ปุ่น — น้ำทะเลเย็นที่ไหลบรรจบจากแม่น้ำสาขาหลายสายนำสารอาหารมาให้หอยตลอดฤดูกาล หอยที่นี่เนื้ออ้วนเต่ง รสเค็มหวานสะอาด โดยที่ไม่มีกลิ่นโคลนหรือคาวปลาแทรกเลย วิธีกินที่น่าจดจำที่สุดคือย่างถ่านสดที่แผงริมทะเลหน้าอ่าว เปลือกหอยระเบิดเปิดเองเมื่อสุก ไอร้อนพุ่งออกมาพร้อมกลิ่นทะเลหอม หยดมะนาวเบาๆ กัดคำแรก — รสชาติที่ไม่ต้องแต่งเพิ่ม
มิโซะของมิยางิต่างจากมิโซะที่คุณรู้จัก — หมักจากถั่วเหลืองและข้าวสาลีพันธุ์ท้องถิ่น รสเข้มข้นและเค็มหวานกว่ามิโซะฮกไกโดที่คนทั่วไปนึกถึง เมื่อนำมาเป็นฐานซุปราเม็งผสมกับกระดูกหมูและน้ำมันเครื่องใน ผลลัพธ์คือชามที่ผิวหน้ามีชั้นน้ำมันสีทองขลุกขลิก กลิ่นหอมตลบ รสปากแรกเข้มนำ หลังจากนั้นความหวานและอูมามิจากมิโซะค่อยๆ กระจายออก เส้นหยักปานกลาง ท็อปด้วยหมูชาชู ต้นหอม หน่อไม้ดอง และในบางร้านมีข้าวโพดหวาน ราคาต่ำกว่า ¥1,000 เกือบทุกร้าน
อาจฟังดูธรรมดา แต่ข้าวและผักดองในชุดกิวตังคือส่วนที่คนเซนไดภูมิใจไม่แพ้เนื้อลิ้นวัวเลย ข้าวฮิโตเมโบะเระ พันธุ์ข้าวที่ปลูกในที่ราบมิยางิ เนื้อนุ่มเหนียวนิดๆ กลิ่นหอมอ่อนๆ เป็นพันธุ์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทนความหนาวเย็นของโทโฮะกุโดยเฉพาะ ส่วน ผักดองสไตล์เซนได ที่มาในชุดกิวตัง — ไม่ว่าจะเป็นหัวไชเท้าดองมิโซะ หรือข้าวบาร์เลย์ปนในข้าวสวย — รสเปรี้ยวอ่อนๆ ตัดกับรสเค็มมันของเนื้อลิ้นวัวได้กลมกล่อมกำลังดี ร้านกิวตังที่ดีทำผักดองเองทุกวัน อย่าเหลือ
ตีสี่จรดค่ำ กินให้ครบทุกเมนูโดยไม่ต้องเดินไกล
พักใกล้แหล่งกินดื่ม — จากโรงแรมกลางเมืองติดสถานีถึงที่พักริมน้ำ
ที่พักที่ตั้งอยู่ใจกลางเซนไดอย่างแท้จริง — ออกประตูด้านหน้าแล้วเดินไม่ถึง 10 นาทีถึงร้านกิวตังแทบทุกเจ้า ห้องอาหารในโรงแรมเองก็เสิร์ฟอาหารญี่ปุ่นท้องถิ่นรวมถึงเมนูกิวตังสำหรับแขกที่ไม่อยากออกไปข้างนอกในคืนฝนตก
ถ้าคุณวางแผนจะเดินกินครั้งละหลายร้านในวันเดียว Daiwa Roynet ตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ดีมาก — ย่าน Ichibancho ข้างหน้าเป็นถนนคนเดินที่เต็มไปด้วยร้านราเม็ง ร้านกาแฟ และตลาดสดที่เปิดถึงดึก สถานีรถไฟ Hirose-dori อยู่แค่ 2 นาทีเดินสำหรับวันที่จะออกไปมัตสึชิมะ
ถ้าอยากตื่นมาแล้วเดินไปกินหอยนางรมย่างสดตรงริมทะเล — พักที่ Matsushima เลย Ichinobo เป็นโรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิมที่เสิร์ฟอาหารเช้าซีฟู้ดสดจากอ่าวทุกวัน วิวออกมาเห็นเกาะน้อยๆ ในอ่าวมัตสึชิมะโดยตรง เดินทางกลับเซนไดด้วยรถไฟ JR 40 นาที สะดวกมาก