หน้าแรก ซัปโปโร ญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  ญี่ปุ่น  ›  ซัปโปโร  ›  คู่มือราเม็งซัปโปโร
🍜 คู่มือราเม็งซัปโปโร · 2026

ราเม็งมิโสะที่คุณเคยกิน
ต้นกำเนิดอยู่ที่เมืองนี้

น้ำซุปมิโสะเข้มข้น เส้นหยิกหนา ข้าวโพดเนยลอยหน้า และชั้นน้ำมันบางๆ กันความร้อนหนีในคืนติดลบ — เล่าให้ฟังว่าราเม็งมิโสะซัปโปโรเกิดขึ้นได้ยังไง กินที่ไหน และร้านไหนที่คนต่อคิวกันจริง

ทำไมต้องกินที่นี่

ซัปโปโรคือที่ที่ราเม็งมิโสะถือกำเนิด

เคยกินราเม็งมิโสะที่ไหนสักร้านแล้วติดใจไหม — ต้นฉบับของมันอยู่ที่ซัปโปโร เมื่อราวทศวรรษ 1950 ร้านเล็กๆ ชื่อ Aji no Sanpei ในย่านซูซูกิโน ทดลองใส่มิโสะ (เต้าเจี้ยวหมัก) ลงในซุปหมูเพื่อให้ลูกค้าอบอุ่นในหน้าหนาวที่ติดลบสิบกว่าองศา ผลที่ได้คือน้ำซุปขุ่นเข้มข้น หวานปลายลิ้น และอยู่ท้องนาน — กลายเป็นราเม็งแบบใหม่ที่โลกยังไม่เคยมี

พอนิตยสารอาหารทั่วประเทศตีพิมพ์เรื่องนี้ราวปี 1955 ราเม็งมิโสะก็ดังขึ้นทั่วญี่ปุ่นและกลายเป็นลายเซ็นของซัปโปโรนับแต่นั้น สิ่งที่ทำให้มันไม่เหมือนใครไม่ได้มีแค่มิโสะ แต่เป็นชุดทั้งหมด — เส้นหยิกหนาที่ดูดซุปได้เต็มคำ ผักผัดกระเทียมและถั่วงอกที่ผัดในกระทะร้อนก่อนเทซุปลงไป ข้าวโพดฮอกไกโดหวานๆ เนยก้อนที่ละลายช้าๆ บนผิวซุป และที่สำคัญคือชั้นน้ำมันหมูบางๆ เคลือบผิวที่ช่วยกักความร้อนไม่ให้ชามเย็นเร็วในคืนหิมะตก

คู่มือนี้จะพาไล่ดูตั้งแต่เรื่องราวและองค์ประกอบของราเม็งมิโสะ ไปจนถึงตรอกราเม็งในตำนานที่ซูซูกิโน ร้านที่คนต่อคิวกันจริงอย่าง Sumire และ Menya Saimi และเทียบกับราเม็งอีกสองเมืองในฮอกไกโด — ฮาโกดาเตะ (ชิโอะ) กับอาซาฮิกาวะ (โชยุ) เพื่อให้รู้ว่าทำไมชามที่ซัปโปโรถึงพิเศษ

กายวิภาคของชาม

8 อย่างที่ทำให้ ราเม็งมิโสะซัปโปโรไม่เหมือนใคร

เปิดชามดูทีละชั้น — ตั้งแต่น้ำซุปยันท็อปปิ้ง ทุกอย่างมีเหตุผลของมัน

ราเม็งมิโสะซัปโปโร น้ำซุปมิโสะเข้มข้นพร้อมเส้นหยิกและท็อปปิ้ง
น้ำซุปมิโสะเข้มข้น
味噌スープ · Miso Broth

หัวใจของชาม น้ำซุปทำจากกระดูกหมูและผักเคี่ยวเป็นฐาน แล้วละลายมิโสะ (เต้าเจี้ยวหมัก) ลงไปจนได้สีน้ำตาลขุ่นเข้ม รสมิโสะให้ทั้งความเค็ม ความหวานปลายลิ้น และอุมามิที่ลึกกว่าราเม็งฐานซีอิ๊วหรือเกลือ แต่ละร้านมีสูตรมิโสะของตัวเอง — บางร้านผสมมิโสะแดงกับขาว บางร้านเติมขิงหรือกระเทียมเพิ่ม ลองสังเกตว่าซุปแต่ละชามไม่เหมือนกันเลย

เด่นที่: Aji no Sanpei (ต้นตำรับ) · Sumire (เข้มข้นมัน) · Menya Saimi (สมดุล)
ลองสังเกต: สีซุป กลิ่นมิโสะ ความหนาเวลาคนเส้น
🍜2
เส้นหยิกหนา
中太縮れ麺 · Thick Wavy Noodles

ราเม็งซัปโปโรใช้เส้นเหลืองกลางหนาที่หยิกเป็นลอน ต่างจากเส้นบางตรงของราเม็งฮากาตะ เส้นหยิกแบบนี้มีเหตุผล — ลอนของเส้นเก็บน้ำซุปมิโสะข้นๆ ไว้ในร่อง ทำให้ทุกคำได้รสซุปเต็มที่ไม่ลื่นหลุด เส้นยังเหนียวหนึบทนความร้อนของซุปได้นานกว่า กินช้าๆ ในคืนหิมะก็ไม่เละ โรงงานเส้น Nishiyama ในซัปโปโรเป็นเจ้าที่ร้านดังหลายแห่งใช้

ทำไมหยิก: เก็บซุปข้นในร่องเส้น · เหนียวทนซุปร้อน
เจ้าเส้นดัง: Nishiyama Seimen (โรงงานเส้นซัปโปโร)
🌽3
ท็อปข้าวโพดและเนย
コーンバター · Corn & Butter

ท็อปปิ้งที่กลายเป็นภาพจำของราเม็งซัปโปโร — ข้าวโพดหวานฮอกไกโดที่ปลูกในอากาศหนาวจนหวานกว่าสายพันธุ์ภาคใต้ชัดเจน โรยลงบนซุป แล้ววางเนยก้อนหนึ่งให้ละลายช้าๆ ด้วยความร้อนของซุป เนยที่ละลายผสมกับมิโสะทำให้ซุปกลมกล่อมและมันขึ้น หวานเค็มตัดกันพอดี เป็นเวอร์ชันที่หลายคนสั่งเป็นชามแรกเสมอ — บางร้านเรียกเมนูนี้ว่า Butter Corn Ramen แยกต่างหาก

กินยังไง: คนเนยให้ละลายทั่วก่อนซด ซุปจะมันขึ้น
หาได้ที่: ร้านราเม็งส่วนใหญ่ในตรอก Ramen Yokocho
🧄4
ผักผัดกระเทียมและถั่วงอก
炒め野菜 · Stir-fried Vegetables

นี่คือเทคนิคที่ทำให้ราเม็งซัปโปโรต่างจากที่อื่นจริงๆ — ก่อนเทซุป พ่อครัวจะผัดถั่วงอก หัวหอม และกะหล่ำในกระทะร้อนจัดกับกระเทียม แล้วเทน้ำซุปมิโสะร้อนๆ ลงไปในกระทะเดียวกัน กลิ่นกระเทียมและความหวานของผักที่ผัดจึงละลายเข้าซุปก่อนเสิร์ฟ ผลคือชามที่หอมกระเทียมตั้งแต่ยังไม่ยกมาถึงโต๊ะ ผักยังกรอบให้สัมผัสตัดกับเส้นนุ่ม

เทคนิค: ผัดผักก่อนเทซุปในกระทะเดียว กลิ่นเข้าซุป
สังเกต: ถั่วงอกกรอบ กลิ่นกระเทียมตั้งแต่ยกมา
💧5
ชั้นน้ำมันหมูเคลือบผิวซุป
ラード · Lard Layer

ถ้าสังเกตผิวซุปจะเห็นชั้นมันบางๆ เป็นเงา — นั่นคือน้ำมันหมู (lard) ที่ตั้งใจใส่ ไม่ใช่ความบังเอิญ ในฤดูหนาวที่ซัปโปโรติดลบสิบกว่าองศา ชั้นน้ำมันนี้ทำหน้าที่เหมือนฝาปิด กักความร้อนไม่ให้ระเหยหนีเร็ว ทำให้ชามร้อนได้นานพอที่จะกินจนหมดในอากาศหนาว เป็นภูมิปัญญาท้องถิ่นที่เกิดจากสภาพอากาศจริงๆ ไม่ใช่แค่เพิ่มความมัน

หน้าที่: กักความร้อน ชามไม่เย็นเร็วในหน้าหนาว
เกร็ด: ภูมิปัญญาท้องถิ่นจากอากาศติดลบของฮอกไกโด
🥩6
หมูสับและชาชู
挽き肉・チャーシュー · Minced Pork & Chashu

ราเม็งมิโสะซัปโปโรหลายร้านใส่หมูสับ (ไม่ใช่แค่ชาชูแผ่น) ผัดมากับผักและกระจายทั่วซุป ให้เนื้อสัมผัสและรสหมูในทุกคำ บางร้านเสิร์ฟทั้งหมูสับและชาชูแผ่นหนานุ่มที่หมักแล้วย่างหรือต้มจนละลายในปาก ท็อปปิ้งคู่กันที่ขาดไม่ได้คือเมนมะ (หน่อไม้หมัก) และต้นหอมซอย บางชามมีไข่ต้มยางมะตูมเพิ่ม สั่งเวอร์ชันชาชูพิเศษถ้าอยากได้เนื้อเยอะ

ท็อปปิ้งคู่กัน: เมนมะ (หน่อไม้หมัก) · ต้นหอมซอย · ไข่ยางมะตูม
เพิ่มได้: สั่งชาชูพิเศษถ้าอยากเนื้อเยอะ
🏮7
ตรอกราเม็ง Ramen Yokocho
ラーメン横丁 · Susukino

ประสบการณ์กินราเม็งที่ขาดไม่ได้ของซัปโปโรคือลงไปในตรอกแคบๆ ที่ซูซูกิโน — Ganso Ramen Yokocho เปิดมาตั้งแต่ปี 1951 ยาวราว 42 เมตร มีร้านราเม็งเรียงกันราว 17 ร้าน เก้าอี้ชิดกัน ควันลอย เสียงน้ำซุปเดือด ใกล้กันมี Shin-Ramen Yokocho ตรอกใหม่อีกแห่ง ทั้งสองเปิดดึก เหมาะกินมื้อค่ำหรือมื้อดึกหลังเดินเล่นซูซูกิโน เลือกร้านที่คิวยาวสุดมักไม่พลาด

การเดินทาง: สถานี Susukino สาย Nanboku · เปิดถึงดึก
มี 2 ตรอก: Ganso (ดั้งเดิม 1951) · Shin-Ramen Yokocho (ใหม่)
🗺️8
ราเม็ง 3 เมืองฮอกไกโด
三大ラーメン · มิโสะ-ชิโอะ-โชยุ

ฮอกไกโดมีราเม็งสามเมืองสามสไตล์ที่คนญี่ปุ่นยกให้เป็นสามใหญ่ — ซัปโปโรคือ มิโสะ น้ำซุปเข้มข้นเส้นหยิก ฮาโกดาเตะคือ ชิโอะ (เกลือ) น้ำซุปใสรสนวลสะอาดที่สุด และอาซาฮิกาวะคือ โชยุ (ซีอิ๊ว) น้ำซุปปลาผสมหมูที่มีชั้นน้ำมันบางๆ กันเย็นเหมือนกัน ถ้าเที่ยวหลายเมืองในฮอกไกโดลองครบทั้งสามจะเห็นความต่างชัด — มิโสะของซัปโปโรคือตัวที่หนักและซับซ้อนที่สุด

ซัปโปโร: มิโสะ · ฮาโกดาเตะ: ชิโอะ · อาซาฮิกาวะ: โชยุ
เกร็ด: ในตัวซัปโปโรก็หาชิโอะ/โชยุได้ แต่มิโสะคือของขึ้นชื่อ
ย่านราเม็ง

ไปกินราเม็งที่ไหนดี

ตรอกและย่านที่ราเม็งมิโสะอยู่หนาแน่น — เดินถึงได้จากใจกลางเมือง

Ganso Ramen Yokocho
元祖さっぽろラーメン横丁 · ตรอกราเม็งดั้งเดิม

ตรอกราเม็งต้นฉบับของซัปโปโรที่ซูซูกิโน เปิดมาตั้งแต่ปี 1951 — ตรอกแคบยาวราว 42 เมตร มีร้านราเม็งเรียงกันราว 17 ร้าน เก้าอี้ชิดกัน ควันลอย เสียงน้ำซุปเดือดดังตลอด นั่งเคาน์เตอร์เห็นพ่อครัวผัดผักเทซุปต่อหน้า บรรยากาศเก่าแบบที่หาไม่ได้แล้วในเมืองใหญ่ เปิดดึก เหมาะแวะหลังเดินเล่นซูซูกิโนตอนค่ำ

การเดินทาง: สถานี Susukino สาย Nanboku เดิน 2 นาที · เวลา: ร้านส่วนใหญ่ 11:00–ดึก
Shin-Ramen Yokocho
新ラーメン横丁 · ตรอกราเม็งใหม่

ตรอกราเม็งอีกแห่งที่อยู่ใกล้ Ganso ในซูซูกิโน — เปิดทีหลังจึงเรียกว่า "ชิน" (ใหม่) ร้านในตรอกนี้มีทั้งมิโสะดั้งเดิมและร้านที่ลองสูตรใหม่ๆ บรรยากาศคึกคักน้อยกว่าตรอกเก่าเล็กน้อยแต่คิวสั้นกว่า ดีสำหรับคนที่เจอ Ganso คิวยาวเกินรอ เดินจากตรอกหนึ่งไปอีกตรอกใช้เวลาแค่ไม่กี่นาที ลองได้ทั้งสองในคืนเดียว

การเดินทาง: ใกล้ Susukino Station เดินจาก Ganso ไม่กี่นาที · เวลา: ส่วนใหญ่ 11:00–ดึก
ซูซูกิโน (รอบตรอก)
すすきの · ย่านราเม็งมื้อดึก

นอกตรอกราเม็งสองแห่ง ทั่วย่านซูซูกิโนยังมีร้านราเม็งเดี่ยวๆ กระจายอยู่หลายสิบร้าน — ซูซูกิโนคือย่านบันเทิงยามค่ำที่ใหญ่ที่สุดทางเหนือของญี่ปุ่น คนญี่ปุ่นมีธรรมเนียมกินราเม็งปิดท้ายหลังดื่ม เรียกว่า "ชิเมะ" ร้านหลายแห่งจึงเปิดถึงตีสองตีสาม ราเม็งมิโสะร้อนๆ ชามหนึ่งหลังคืนหนาวคือสิ่งที่คนซัปโปโรทำกันเป็นปกติ

การเดินทาง: สถานี Susukino สาย Nanboku · เวลา: หลายร้านเปิดถึงดึก (ชิเมะ)
รอบสถานี Sapporo & Odori
札幌駅・大通 · ราเม็งกลางเมือง

ถ้าไม่อยากเดินไกลไปซูซูกิโน รอบสถานี Sapporo และย่าน Odori ก็มีร้านราเม็งดีๆ หลายร้าน รวมถึง Menya Saimi ที่เคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ (อยู่แถบ Misono ทางใต้ ต่อรถไฟฟ้าใต้ดินไปอีกหน่อย) ในตัวอาคารสถานีและห้างใต้ดินยังมีร้านราเม็งสาขาให้แวะระหว่างทาง เหมาะมื้อกลางวันก่อนออกเที่ยวต่อ

การเดินทาง: สถานี Sapporo / Odori (ทุกสาย) · เวลา: ส่วนใหญ่ 11:00–21:00
Sapporo Ramen Republic
札幌らーめん共和国 · ศูนย์รวมราเม็งในห้าง

ฟู้ดธีมราเม็งบนชั้น 10 ของห้าง Esta ติดสถานี Sapporo — รวมร้านราเม็งจากทั่วฮอกไกโดราว 8 ร้านไว้ในที่เดียว ตกแต่งเป็นตรอกย้อนยุคยุคโชวะ มีทั้งมิโสะซัปโปโร ชิโอะฮาโกดาเตะ และโชยุอาซาฮิกาวะ เหมาะถ้าอยากลองหลายสไตล์ในมื้อเดียวหรือวันฝนตกที่ไม่อยากออกไปไหน เดินจากชานชาลารถไฟถึงได้เลย

การเดินทาง: ห้าง Esta ชั้น 10 ติดสถานี Sapporo · เวลา: 11:00–22:00 ทุกวัน
Sapporo Ramen Dojo (สนามบิน)
北海道ラーメン道場 · ราเม็งก่อนขึ้นเครื่อง

ตรอกราเม็งในสนามบิน New Chitose — รวมร้านราเม็งฮอกไกโดราว 10 ร้านไว้ก่อนเช็กอิน บางร้านเป็นสาขาของร้านดังในเมืองอย่างที่หาคิวยากในซัปโปโร ดีมากสำหรับมื้อสุดท้ายก่อนบินกลับ หรือถ้ามาถึงแล้วอยากเริ่มทริปด้วยราเม็งมิโสะชามแรกทันที ราคาใกล้เคียงในเมือง ไม่ได้แพงขึ้นเพราะอยู่สนามบิน

การเดินทาง: สนามบิน New Chitose อาคารในประเทศ ชั้น 3 · เวลา: ~10:00–20:30
ร้านในตำนาน

ร้านราเม็งมิโสะที่ห้ามพลาด

ร้านที่ขึ้นชื่อจนคนต่อคิว — ใส่ไว้ในแผนที่ก่อนไป

1
Aji no Sanpei — ต้นกำเนิดราเม็งมิโสะ
味の三平 · เปิดปี 1948 (มิโสะราเม็ง ~1955)

ร้านที่คิดค้นราเม็งมิโสะ — Morito Omiya เจ้าของร้านรุ่นแรกทดลองผสมมิโสะลงในซุปหมูพร้อมกระเทียมและผักผัดช่วงทศวรรษ 1950 จนนิตยสารอาหารทั่วประเทศตีพิมพ์และทำให้ราเม็งมิโสะซัปโปโรดังทั่วญี่ปุ่นราวปี 1955 ร้านยังดำเนินงานโดยลูกหลานในย่าน Susukino สูตรน้ำซุปยังคงเดิม ถ้าจะมาให้ครบเรื่องราเม็งมิโสะ นี่คือจุดเริ่มต้น คิวยาว มาก่อนเปิดดีที่สุด

ที่อยู่: Minami 4-jo Nishi 3-chome · Susukino, Sapporo (ในตึก Aji no Sanpei)
เวลา: ~11:00–18:00 (ปิดวันจันทร์ ตรวจสอบก่อนไป) · เด่น: มิโสะราเม็ง ~¥1,000 · คิวยาวช่วงเที่ยง
2
Sumire — ราเม็งมิโสะเข้มข้นในตำนาน
すみれ · เปิดปี 1964

ถ้าถามคนซัปโปโรว่ามิโสะราเม็งร้านไหนเข้มสุด หลายคนตอบ Sumire — น้ำซุปมิโสะข้นจัด มันวาวจากชั้นน้ำมัน รสหนักแน่นแบบที่กินครั้งเดียวก็จำได้ เส้นหยิกหนาเหนียวเก็บซุปได้เต็ม สาขาต้นตำรับอยู่แถบ Nakanoshima ทางใต้ และมีสาขาที่ Susukino กับสนามบิน New Chitose ด้วย เป็นชื่อที่คนแนะนำต่อกันมารุ่นต่อรุ่น คิวยาวเป็นเรื่องปกติ

ที่อยู่: สาขาต้นตำรับ Nakanoshima · มีสาขา Susukino และสนามบิน New Chitose
เวลา: ~11:00–21:00 (แต่ละสาขาต่างกัน) · เด่น: มิโสะราเม็งเข้มข้น ~¥1,000–1,300
3
Menya Saimi — มิโสะสมดุลระดับมิชลิน
麺屋 彩未

ร้านที่เคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ฮอกไกโด — น้ำซุปมิโสะที่หลายคนยกให้สมดุลที่สุดในเมือง ไม่หนักจัดเท่า Sumire แต่กลมกล่อมและมีมิติ ขิงขูดบางๆ บนหน้าซุปคือลายเซ็นที่ตัดความมันได้พอดี ชาชูนุ่ม เส้นทำสดทุกวัน ร้านอยู่แถบ Misono ทางใต้ ต้องนั่งรถไฟใต้ดินไปอีกหน่อย แต่คนยอมเดินทางไปต่อคิวกันเช้าๆ ไม่ขาด

ที่อยู่: Misono, Toyohira-ku, Sapporo (ใกล้สถานี Misono สาย Toho)
เวลา: ~11:00–15:00 · 17:00–19:30 (ปิดวันจันทร์ ตรวจสอบก่อนไป) · เด่น: มิโสะราเม็งใส่ขิง ~¥900–1,200
4
Junren — ราเม็งมิโสะคลาสสิกซูซูกิโน
純連 · เปิดปี 1964

อีกหนึ่งชื่อใหญ่ในสายมิโสะเข้มข้น Junren มีรากเดียวกับ Sumire ในยุคแรกก่อนแยกกัน — น้ำซุปมิโสะหนักมัน รสจัด ชั้นน้ำมันหนาช่วยกักความร้อนในหน้าหนาว เป็นสไตล์ที่คนชอบมิโสะแบบเต็มๆ ตามหา สาขาต้นตำรับอยู่แถบ Toyohira และมีสาขาที่เข้าถึงง่ายขึ้น เหมาะลองเทียบกับ Sumire ในทริปเดียวกันว่าชอบแบบไหนมากกว่า

ที่อยู่: สาขาต้นตำรับ Toyohira-ku, Sapporo
เวลา: ~11:00–21:00 (ตรวจสอบก่อนไป) · เด่น: มิโสะราเม็งเข้มข้น ~¥1,000–1,300
5
Shirakaba Sansou — มิโสะคอร์นนเนยฉบับเต็ม
白樺山荘

ร้านที่คนชอบเวอร์ชันมิโสะข้าวโพดเนยมักถูกใจ — น้ำซุปมิโสะกลมกล่อม โรยข้าวโพดฮอกไกโดหวานและเนยก้อนตามสไตล์ซัปโปโรเต็มที่ จุดที่คนจำได้คือมีไข่ต้มฟรีวางให้หยิบกินระหว่างรอ บรรยากาศเป็นกันเอง เหมาะกับคนที่อยากชิมราเม็งซัปโปโรแบบครบองค์ประกอบในชามเดียว มีหลายสาขาในเมืองและที่สนามบิน New Chitose ให้แวะก่อนบิน

ที่อยู่: หลายสาขาในซัปโปโร · สาขาสนามบิน New Chitose (Ramen Dojo)
เวลา: ~11:00–21:00 (แต่ละสาขาต่างกัน) · เด่น: มิโสะข้าวโพดเนย ~¥900–1,200 · ไข่ต้มฟรีระหว่างรอ
คำถามที่พบบ่อย

FAQ · เรื่องที่คนมักถาม

ทำไมราเม็งมิโสะถึงเกิดที่ซัปโปโร?
ราเม็งมิโสะคิดค้นขึ้นที่ร้าน Aji no Sanpei ในซัปโปโรช่วงทศวรรษ 1950 โดย Morito Omiya เจ้าของร้าน เดิมเขาทดลองใส่มิโสะลงในซุปหมูเพื่อให้ลูกค้าอบอุ่นในหน้าหนาวที่ฮอกไกโดติดลบ มิโสะให้ทั้งรสเข้มข้นและความร้อนที่อยู่ในตัวนาน เมื่อนิตยสารอาหารระดับชาติตีพิมพ์เรื่องนี้ราวปี 1955 ราเม็งมิโสะก็ดังไปทั่วญี่ปุ่น และกลายเป็นลายเซ็นของซัปโปโรนับแต่นั้น
ราเม็งมิโสะซัปโปโรต่างจากราเม็งโชยุหรือทงคตสึยังไง?
ราเม็งมิโสะใช้เต้าเจี้ยวหมัก (มิโสะ) เป็นฐานรสหลัก ทำให้น้ำซุปขุ่นเข้มและหวานปลายลิ้น ต่างจากราเม็งโชยุ (ซีอิ๊ว) ที่ใสและเค็มกว่า และทงคตสึ (กระดูกหมูเคี่ยว) ที่ขาวข้นมัน ราเม็งมิโสะซัปโปโรยังมาคู่กับเส้นหยิกหนากว่า ผักผัดกระเทียม ข้าวโพด เนย และชั้นน้ำมันบางๆ บนผิวซุปกันความร้อนหนีในหน้าหนาว ทั้งหมดนี้คือชุดเอกลักษณ์ที่ราเม็งภาคอื่นไม่มี
ตรอกราเม็ง Ramen Yokocho ที่ซัปโปโรมีกี่แห่ง?
ที่ย่าน Susukino มีสองตรอกหลัก — Ganso Ramen Yokocho (元祖さっぽろラーメン横丁) คือตรอกดั้งเดิมที่เปิดมาตั้งแต่ปี 1951 ยาวราว 42 เมตร มีร้านราเม็งเรียงกันราว 17 ร้าน ส่วน Shin-Ramen Yokocho (新ラーメン横丁) เป็นตรอกใหม่ที่อยู่ใกล้กัน ทั้งสองตรอกเดินถึงได้จากสถานี Susukino สาย Nanboku และเปิดดึก เหมาะกินมื้อค่ำหรือมื้อดึกหลังเที่ยวซูซูกิโน
ราเม็งมิโสะซัปโปโรราคาเท่าไหร่ต่อชาม?
ชามมาตรฐานอยู่ที่ประมาณ ¥900–1,200 ส่วนร้านดังอย่าง Sumire หรือ Menya Saimi ที่ใส่ท็อปปิ้งเต็มหรือเพิ่มชาชูจะขยับไปราว ¥1,200–1,600 ถ้าสั่งเวอร์ชันเนยข้าวโพดหรือพิเศษก็บวกเพิ่มอีกเล็กน้อย ร้านในตรอก Ramen Yokocho ราคาใกล้เคียงกัน เผื่องบราว ¥1,000–1,500 ต่อชามกำลังดี
ราเม็งมิโสะกับราเม็งฮาโกดาเตะและอาซาฮิกาวะต่างกันยังไง?
ฮอกไกโดมีราเม็งสามเมืองสามสไตล์ — ซัปโปโรคือมิโสะ น้ำซุปเข้มข้นเส้นหยิก ฮาโกดาเตะคือชิโอะ (เกลือ) น้ำซุปใสรสนวลสะอาด และอาซาฮิกาวะคือโชยุ (ซีอิ๊ว) น้ำซุปปลาผสมหมูที่มีชั้นน้ำมันบางๆ กันเย็นเหมือนกัน ถ้าได้เที่ยวหลายเมืองในฮอกไกโด ลองทั้งสามแบบจะเห็นความต่างชัดเจน ส่วนในตัวซัปโปโรก็หาร้านที่ทำชิโอะและโชยุได้เช่นกัน แต่มิโสะคือของขึ้นชื่อ
ร้านราเม็งมิโสะร้านไหนในซัปโปโรที่ควรไปก่อน?
ถ้าอยากเริ่มจากต้นตำรับ ไป Aji no Sanpei ร้านที่คิดค้นราเม็งมิโสะ ถ้าอยากชิมเวอร์ชันเข้มข้นที่คนต่อคิวกันเยอะ Sumire คือชื่อแรกที่คนแนะนำ ส่วน Menya Saimi เป็นร้านที่เคยได้รับการแนะนำในมิชลินไกด์ฮอกไกโดและน้ำซุปสมดุลมาก ถ้าอยากกินดึกในบรรยากาศตรอกเก่า แวะ Ramen Yokocho ที่ Susukino เลือกร้านที่คิวยาวสุดมักไม่ผิดหวัง
🟠 Klook

🍜 Sapporo Susukino Food Tour บน Klook
เดินตรอกราเม็ง · ชิมมิโสะต้นตำรับ · มื้อค่ำซูซูกิโน

ทัวร์เดินกินย่านซูซูกิโนพร้อมไกด์ท้องถิ่น — แวะร้านราเม็งมิโสะ ตรอก Ramen Yokocho และของกินฮอกไกโดในมื้อเดียว เหมาะคนมาครั้งแรกที่ยังไม่รู้จะเริ่มร้านไหน · เริ่มราว ~¥7,500/คน

🛒 ดูทัวร์อาหารซัปโปโรบน Klook →
Wherebest เป็น affiliate partner ของ Klook — เราอาจได้ค่าคอมมิชชั่นเมื่อคุณจองผ่านลิงก์ โดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มสำหรับคุณ