Onyado Kiyomizuya — 5 ชนิด Onsen กับวิว Jigokudani ที่ Noboribetsu
ลองนึกภาพแช่น้ำร้อนกลางคืนกลางอากาศเย็น ข้างล่างเป็นหุบเขา Jigokudani "Hell Valley" ที่หมอกพวยพุ่งอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง — ภาพนั้นคือเหตุผลที่ Onyado Kiyomizuya มีคะแนน 9.2 จาก 1,247 รีวิวและมักติดอันดับ 1–2 ของ Noboribetsu อยู่เสมอ Ryokan แห่งนี้ปรับปรุงใหม่ปี 2018 ทั้ง lobby ทั้ง library lounge ทำให้ ไม่ใช่ ryokan เก่าทรุดอีกต่อไป แต่เป็นพื้นที่ที่นักเดินทางยุคใหม่อยู่แล้วสบายใจ และยังได้ประสบการณ์ onsen ฮอกไกโดแท้ๆ ครบกว่าที่ไหนในรายการนี้
Noboribetsu คือชื่อที่ชาวญี่ปุ่นพูดถึงเวลาคุยเรื่อง onsen ระดับต้น ๆ ของฮอกไกโด — และ Onyado Kiyomizuya อยู่ใจกลางของชื่อเสียงนั้น ที่ตั้งอยู่ที่ 173 Noboribetsu Onsen-cho เดินจาก Noboribetsu Onsen Bus Terminal แค่ 5 นาที เพราะฉะนั้นพอลงรถบัสก็ไม่ต้องพะวงเรื่องการเดินทางอีก ทางขึ้นมาจาก Sapporo Station นั่ง JR Hokuto 65 นาที แล้วต่อ Donan Bus อีก 13 นาที รวมไม่ถึง 90 นาที ถือว่าสบายมากสำหรับ onsen resort ชั้นนำ
"แช่ outdoor rotenburo ตอนหัวค่ำ เห็นหุบเขา Jigokudani กำลังพ่นไอน้ำในแสงไฟ — หลายคนบอกว่าเป็นภาพที่จำได้ไปตลอดชีวิต"
สิ่งที่ทำให้ Kiyomizuya ต่างจาก ryokan เก่าในเมืองเดียวกันคือ การปรับปรุงใหม่ปี 2018 ที่เปลี่ยน lobby เป็น contemporary art space ส่วน library lounge ตกแต่งด้วยหนังสือและโซฟา พร้อม free drink bar ให้แวะแช่กาแฟหรือชาสมุนไพรได้ตลอดวัน บรรยากาศรู้สึกเหมือนอยู่ใน boutique hotel ยุคใหม่ ไม่ใช่ ryokan แบบดั้งเดิมที่ทุกอย่างตึกโทรม — ถ้าคุณเคยหลีกเลี่ยง onsen ryokan เพราะกลัวบรรยากาศเก่า ที่นี่เปลี่ยนความคิดนั้นได้
หัวใจของ Kiyomizuya คือ onsen 5 ชนิดในตึกเดียว — น้ำขาวขุ่น (milky sulfur) · น้ำเหล็ก (iron) · น้ำสารส้ม (alum) · น้ำเกลือ (salt) · น้ำเรเดียม (radium) แต่ละบ่อมีสีและสัมผัสผิวแตกต่างกัน การได้ลองทีละชนิดในคืนเดียวคือประสบการณ์ที่ onsen อื่นในรายการนี้ไม่มีให้ครบขนาดนี้ คนไปมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าแช่ครบทุกชนิดได้ในคืนเดียวจริง และทุกบ่อสะอาด น้ำหมุนเวียนดี
จุดที่ถ่ายรูปสวยที่สุดและได้รับคำชมมากที่สุดในรีวิวคือ Outdoor rotenburo ชั้นบนที่มองลงไปเห็นหุบเขา Jigokudani หมอกร้อนพวยพุ่งจากบ่อซัลเฟอร์ธรรมชาติอยู่ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะมาตอนกลางวันหรือกลางคืนภาพก็น่าตื่นตาต่างกัน กลิ่น sulfur ที่นี่รุนแรงกว่า Jozankei นิดหนึ่ง แต่คนส่วนมากบอกว่านั่นคือ "กลิ่น onsen แท้จริง" และกลายเป็นสิ่งที่จำได้ดีที่สุดจากการมาครั้งนี้
Kaiseki dinner ที่รวมในราคา ¥26,000 ต่อคืน (สำหรับ 2 คน) เป็น Hokkaido seafood ระดับ premium — 8 จาน เนื้อปู หอยเชลล์ และอาหารทะเลตามฤดูกาล เสิร์ฟในห้องอาหารที่ดีไซน์ใหม่ทั้งหมด อาหารเช้าก็รวมในราคาเช่นกัน คำนวณแล้ว 2 มื้อ + onsen ไม่จำกัด + ที่นอน ryokan พรีเมียม ที่ ¥26,000/คืน ถือว่าคุ้มค่ามากเมื่อเทียบกับ ryokan ระดับเดียวกันในเกียวโตหรือโตเกียวที่ราคาสูงกว่านี้มาก
บอกตรงๆ ว่า Kiyomizuya ไม่ใช่ตัวเลือกที่ถูกที่สุดใน Noboribetsu — Sekisuitei ราคาต่ำกว่า และ library lounge ปิด 22:00 ซึ่งสำหรับบางคนที่อยากนั่งดึกถือว่าไม่สะดวก นอกจากนี้การเดินทางจาก Sapporo ใช้เวลา 90 นาที ไกลกว่า Jozankei ซึ่งอยู่แค่ 70 นาที เพราะฉะนั้นถ้าเวลาจำกัดมาก Jozankei อาจสะดวกกว่า แต่ถ้าอยากได้ onsen หลากชนิดและวิว Jigokudani ของแท้ที่หาจากที่อื่นไม่ได้ — Kiyomizuya ยังเป็นคำตอบที่ดีที่สุดในรายการ
เอาจริงๆ คนที่มา Noboribetsu โดยไม่ได้แช่ outdoor rotenburo ตอนหัวค่ำที่ Kiyomizuya ถือว่าพลาดภาพที่อยากเล่าให้เพื่อนฟังมากที่สุดภาพหนึ่งของฮอกไกโด — คะแนน 9.2 จาก 1,247 รีวิวเป็นหลักฐานที่พิสูจน์ตัวเองแล้วว่าที่นี่ทำได้จริงอย่างที่บอก
สรุปจาก Booking & Agoda
- ✓ Renovated 2018 — contemporary lobby + library lounge + free drink bar
- ✓ 5 ชนิด onsen ในตึกเดียว ลองได้ครบทุกชนิดในคืนเดียว
- ✓ Outdoor rotenburo วิว Jigokudani Hell Valley น่าประทับใจมาก
- ✓ Kaiseki Hokkaido seafood 8 จาน + breakfast รวมในราคา
- ! ราคา ¥26,000+ — ไม่ใช่ตัวถูกสุดใน Noboribetsu (Sekisuitei ถูกกว่า)
- ! Library lounge ปิด 22:00 ไม่เหมาะคนชอบนั่งดึก
- ! JR + Bus รวม 90 นาทีจาก Sapporo — ไกลกว่า Jozankei
- ✓ คะแนน 9.2 · 1,247 รีวิว · ลำดับ #1–2 ใน Noboribetsu
- ✓ กลิ่น sulfur แรง — คนที่ชอบ onsen แท้บอกว่านี่คือสัมผัสจริงของฮอกไกโด
- ✓ เดิน 5 นาทีจาก Bus Terminal — ไม่ต้องใช้รถรับส่ง
- ✓ พนักงานดูแลดี บรรยากาศ ryokan อบอุ่นแต่ดีไซน์ทันสมัย
- ! Jigokudani กลิ่น sulfur แรง — ไม่ใช่ทุกคนชอบ
- ! ช่วง Snow Festival ก.พ. ต้องจอง 4–5 เดือนล่วงหน้า
- ! บางห้องวิวไม่หันหา Jigokudani โดยตรง — ระบุตอนจองให้ชัด
- 💡ถ้างบจำกัดกว่านี้ — Onyado Kiyomizuya ราคาสูงกว่า Sekisuitei ในเมืองเดียวกัน → ลองเปรียบราคา Sekisuitei ก่อนตัดสินใจ
- 💡ถ้าเวลาน้อยหรือมาจาก Sapporo แบบ day-trip — ที่นี่อยู่ห่าง 90 นาที ยาวกว่า Jozankei (70 นาที) → ถ้าค้างแค่คืนเดียวและอยากไปกลับสะดวก Jozankei สะดวกกว่า
- 💡ถ้าไม่ทนกลิ่น sulfur — Jigokudani ขึ้นชื่อเรื่องกลิ่นกำมะถันแรง → ลอง Jozankei แทน ซึ่งกลิ่นอ่อนกว่ามาก