Hitsumabushi ปลาไหลย่างกิน 3 วิธีในถาดไม้เดียว · หมูทอด Miso Katsu ราดซอสมิโสะแดงข้นเข้มข้น · กาแฟ Kissaten ที่กิน Ogura Toast ฟรีมาด้วย — Nagoya Meshi คือเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ยังไม่รู้จัก
บอกตรงๆ — Nagoya Meshi คือเอกลักษณ์ที่นักท่องเที่ยวไม่ค่อยรู้ ทั้งที่นาโกย่าเป็นเมืองใหญ่อันดับสี่ของญี่ปุ่น คนส่วนใหญ่แวะเปลี่ยนชินคันเซ็นแล้วออกไปเลย แต่คนที่รู้จักอาหารของที่นี่จะไม่มีทางทำอย่างนั้น หัวใจของ Nagoya Meshi คือ Hatcho Miso — มิโสะแดงที่หมักจากถั่วเหลืองล้วนๆ ในภาชนะไม้สัก มีอายุหมักนานถึง 2–3 ปี ออกมาข้น เข้ม หนักกว่ามิโสะทั่วไปหลายเท่า และแทบไม่มีที่ไหนใช้วัตถุดิบชนิดนี้เป็นพระเอกของเมนูนอกจากจังหวัดอาอิจิ
ถ้าคุณยังไม่เคยกิน Hitsumabushi แบบ 3 วิธีในถาดไม้เดียวกัน ยังไม่เคยจิ้มหมูทอดลงซอส Hatcho Miso ข้นที่หนืดพอให้เคลือบทุกซอก ยังไม่เคยนั่งใน Kissaten ยามเช้าแล้วพบว่าสั่งแค่กาแฟก็ได้รับขนมปังถั่วแดงมาฟรีๆ — นาโกย่ายังรอคุณอยู่อีกมาก เราเลือก 12 เมนู Nagoya Meshi ที่บอกว่าเมืองนี้กินอะไร พร้อมร้านจริงที่ไปได้เลย
เรียงตามความเด็ดและความหาไม่ได้นอกจังหวัดอาอิจิ — บางเมนูกินที่นี่ที่เดียวในโลก
1
ถ้ามีเมนูเดียวที่ต้องกินที่นาโกย่า นั่นคือ Hitsumabushi — ปลาไหล (Unagi) ย่างแบบ Nagoya แล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ ราดซอสบนข้าวในถาดไม้ทรงกลมชื่อ "Hitsu" ความสนุกคือวิธีกิน 3 แบบในชามเดียว: แบกที่ 1 — กินปลาไหลกับข้าวเปล่าสัมผัสรสชาติดิบๆ แบบที่ 2 — ใส่เครื่องเคียง (วาซาบิ ต้นหอม สาหร่าย) ให้รสชาติซับซ้อนขึ้น แบบที่ 3 — เทน้ำดาชิร้อนลงชาม กลายเป็น Ochazuke อบอุ่นอย่างล้ำลึก สามวิธีในถาดเดียว ทำให้ชามนี้กินไม่เบื่อตั้งแต่ช้อนแรกถึงช้อนสุดท้าย
2
เคยเจอ Tonkatsu ทั่วไปแล้วรู้สึกว่าซอสขาดบางอย่างไหม? ลอง Miso Katsu แล้วจะรู้ว่าคำตอบคืออะไร — หมูทอดชุบเกล็ดขนมปังกรอบเดิม แต่ซอสคือ Hatcho Miso ข้นหนืดที่ถูกต้มกับน้ำตาลและสาเก ออกมาหนักข้นมันวาวสีน้ำตาลเข้ม เคลือบทุกชิ้นหมูอย่างเท่าเทียม รสชาติที่ได้คือหวานอุมามิเข้มในเวลาเดียวกัน เชื่อหรือไม่ว่าซอสนี้กินกับข้าวขาวจานใหญ่คนเดียวได้แบบไม่รู้สึกหนักเลย
3
ปีกไก่ที่กรอบได้อย่างนี้ต้องทอดสองรอบ — รอบแรกอุณหภูมิต่ำ รอบสองอุณหภูมิสูง ผิวออกมากรอบแตกแบบที่ปีกไก่ทั่วโลกทำไม่ได้ ไม่ชุบแป้งเลยสักนิด แล้วหลังทอดเคลือบด้วยซอสพริกไทยดำและซอสหวานที่เข้ากันดี เซิร์ฟมาร้อนๆ กินคู่กับเบียร์สดในร้าน Izakaya กลายเป็นสูตรที่นาโกย่าทำมาตั้งแต่ต้นทศวรรษ 1960 ร้าน Furaibo อ้างสิทธิ์คิดค้น ร้าน Sekai no Yamachan โด่งดังกว่าทั่วโลก
4
อุด้งปกติเส้นนุ่มลื่น แต่ Misonikomi Udon เส้นแข็งกว่านั้นจงใจ — เป็นเส้นดิบที่นำไปต้มพร้อมน้ำซุป Hatcho Miso โดยตรงในหม้อดินเหนียว เส้นดูดซุปมิโสะเข้มข้นขณะต้ม เนื้อสัมผัสออกมาหนึบพิเศษที่อุด้งสุกทั่วไปให้ไม่ได้ เสิร์ฟมาเดือดพล่านในหม้อดินพร้อมไข่ดิบลอยบนหน้า Kamaboko (ลูกชิ้นปลา) และต้นหอม ฝาหม้อใช้เป็นจานข้าวได้เลย — ประเพณีนี้แสดงว่าหม้อดินร้อนเกินไปที่จะวางฝาลงพื้น
5
ถ้า Udon กว้างกว่าปกติจนกลายเป็นเส้นแบน นั่นคือ Kishimen — เส้นข้าวสาลีกว้างหนานุ่ม หน้าตาคล้ายเฟทตูชีนีสีขาว ลื่นพิเศษ เกาะซุปได้ดีกว่าเส้นกลม น้ำซุปดาชิใสสีทองอมน้ำตาลอ่อนจากสาหร่ายคอนบุและปลาคัตสึโอะ เสิร์ฟกับ Kamaboko หอมทอด และ Spinach ลวก ร้านที่น่าทึ่งที่สุดคือ Miya Kishimen ภายในศาลเจ้า Atsuta Jingu — กินเส้นเยนในลานศาลเจ้า 1900 ปีเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีที่ไหนในโลกทำได้
6
เคยได้ยิน "Morning Service" ที่ร้านกาแฟญี่ปุ่นมีขนมปังและไข่มาฟรีไหม? นั่นเป็นประเพณีของนาโกย่าโดยเฉพาะ และ Ogura Toast คือดาวเด่นของมื้อเช้านั้น — ขนมปังญี่ปุ่นหนา 2 ซม. ปิ้งจนขอบกรอบ ทาเนยจนละลาย แล้ววางถั่วแดงหวาน "Ogura-an" หนาๆ ทับลงไป รสชาติที่ได้คือหวานข้น มันหอม กรอบนุ่มผสมกัน ความเรียบง่ายที่หลายคนกินแล้วงงว่าทำไมถึงอร่อยได้ขนาดนี้ ร้าน Kissaten ในนาโกย่าเปิดแต่เช้า สั่งกาแฟแก้วเดียวได้รับชุดนี้ฟรีก่อน 11.00 น.
7
ชื่อ "Taiwan Ramen" ทำให้หลายคนเข้าใจผิดว่าเป็นราเมนจากไต้หวัน แต่ความจริงคือเมนูนี้ถูกคิดค้นที่นาโกย่าในยุค 1970 โดยเชฟชาวไต้หวัน Kuo Ming-you แห่งร้าน Misen เขาได้แรงบันดาลใจจากเส้น Ta-a ของบ้านเกิด แล้วปรับให้เผ็ดขึ้นอย่างจงใจด้วยพริกขี้หนูและหมูสับผัดซีอิ๊ว ผลคือชามราเมนน้ำใสรสเผ็ดแสบที่มีเอกลักษณ์ชัดเจน คนนาโกย่าถือว่าเป็นของตัวเองอย่างภูมิใจ มีตัวเลือกระดับความเผ็ดให้เลือกด้วย สำหรับคนไม่ทานเผ็ด ให้บอก "karaku nai de onegaishimasu"
8
สปาเก็ตตีที่ไม่ใช่อิตาเลียนและไม่ใช่ญี่ปุ่นทั่วไป — เส้นหนาพิเศษต้มจนอ่อนนุ่มแล้วคลุกกับซอส Ankake ซึ่งเป็นซอสผักเนื้อสัตว์ข้นหนืดรสเผ็ดเล็กน้อย ออกเป็นสีน้ำตาลแดงคล้ายซอสกราวี่ญี่ปุ่น ท็อปปิ้งหลักมักเป็นไส้กรอก ไข่ดาว หรือชีส เสิร์ฟมาบนจานใบใหญ่ที่ดูเหมือนฝรั่งเศสทศวรรษ 1970 มาในนาโกย่า เป็นหนึ่งใน 18 เมนู Nagoya Meshi อย่างเป็นทางการ และหาได้ในนาโกย่าเท่านั้น
9
โอนิกิริ (ข้าวปั้น) ทั่วไปใส่ปลา อุม หรือแซลมอน — Tenmusu ใส่กุ้งทอดเทมปุระ โดยวางกุ้งทอดกรอบไว้ตรงกลาง ห่อด้วยข้าวหุงสุกและสาหร่ายนอริพันรอบ กินแล้วได้ทั้งความกรอบของกุ้ง ความนุ่มของข้าว ความหอมของสาหร่าย ในคำเดียว เดิมทีมาจากร้านอาหารในเมือง Tsu จังหวัด Mie แต่ขยายชื่อเสียงจากนาโกย่า ตอนนี้ขายทั่วญี่ปุ่นแต่ทำที่ดีที่สุดยังอยู่ที่นี่
10
ถ้าจะเข้าใจนาโกย่า ต้องนั่งใน Kissaten ยามเช้าสักครั้ง — สั่งกาแฟ ¥550 แก้วเดียว ร้านจะเอา Ogura Toast ขนมปังถั่วแดง ไข่ต้มหรือไข่ออนเซ็น บางร้านมีสลัดหรือมิโสะซุปมาวางให้ข้างๆ โดยไม่คิดเงินเพิ่ม นี่คือ "Morning Service" ที่เป็นวิถีชีวิตนาโกย่าไม่ใช่โปรโมชัน คนนาโกย่านั่งใน Kissaten เฉลี่ยนานกว่าคนโตเกียว 2 เท่า บรรยากาศอบอุ่น เก้าอี้ใหญ่ ไม่มีใครรีบให้ออก เปิดตั้งแต่ 07.00 น. บริการ Morning ถึง 11.00 น.
เมนูซิกเนเจอร์ที่ทำให้ Komeda Coffee ดังจนกลายเป็นเชนระดับประเทศ — ขนมปังอบนุ่มอุ่นๆ ราดด้วยซอสคัสตาร์ดหอม วางไอศกรีมวานิลลาเย็นทับลงไป คุณจะได้ทั้งร้อนและเย็นในคำเดียว ขนมปังฟูนุ่มดูดซอสได้ดีมาก ส่วนไอศกรีมค่อยๆ ละลายลงเป็นซอสเพิ่ม ไม่ใช่มื้อเช้าหลัก แต่เป็นของหวานยามบ่ายที่เหมาะกับบรรยากาศ Kissaten อย่างยิ่ง มีรุ่นเล็ก "Mini Shiro Noir" สำหรับคนหิวน้อย
ไม่ใช่เมนูตรงๆ แต่เป็นวัตถุดิบที่ทำให้ทุกอย่างใน Nagoya Meshi มีตัวตน — Hatcho Miso ทำจากถั่วเหลืองล้วนๆ หมักในถัง Hinoki (ไม้ฮิโนกิ) ขนาดยักษ์ 2–3 ปี ไม่เติมข้าวหรือข้าวบาร์เลย์เหมือน Shiro Miso ผลคือมิโสะสีน้ำตาลเข้มเกือบดำ เนื้อข้น รสขม-เผ็ดนิดๆ อุมามิสูงมาก ผลิตที่เมือง Okazaki ห่างนาโกย่า 30 นาที ถ้ามีเวลาซื้อกลับบ้านได้ที่ร้าน Kakukyu (カクキュー) เปิดมาตั้งแต่ปี 1645
6 ย่านและจุดกินอาหารหลัก — เรียงตามความสะดวกและความหลากหลาย
ย่านบันเทิงและช้อปปิ้งหลักของนาโกย่า — ร้านอาหาร Izakaya เปิดจนดึก ร้าน Sekai no Yamachan สาขาหลักอยู่ที่นี่ ร้าน Komeda Coffee มีหลายสาขา ชั้นใต้ดิน Sakaechika มีทั้งร้านราเมน อาหารจีน ร้านกาแฟ ย่านนี้เหมาะกับคนที่อยากกินอาหารหลากหลายในคืนเดียว เหมาะมากสำหรับ Tebasaki + เบียร์ในบรรยากาศ Izakaya
ใต้สถานี Nagoya มีห้างใต้ดินถึง 10 แห่ง — ESCA, MEICHIKA, Gate Walk, Central Mall, UNIMALL ล้วนมีร้านอาหารหนาแน่น ร้าน Yabaton, Kishimen Yoshida, Hitsumabushi และ Misen สาขา Station อยู่ที่นี่ สะดวกมากสำหรับคนที่มีเวลาน้อยและต้องการกิน Nagoya Meshi ครบหลายอย่างในจุดเดียว ไม่ต้องออกไปเผชิญฝน
อาเขตช้อปปิ้งยาวที่สุดในนาโกย่า เต็มไปด้วย Kissaten เก่าและร้านอาหารราคาประหยัด — หาของกินแบบ Street Food ได้ดีที่สุดที่นี่ Tenmusu ร้านดังอยู่ย่านนี้ Ogura Toast จาก Kissaten ย่อยรายเล็ก ร้านอาหารนานาชาติราคาถูก และร้านของกินทอดสดหน้าอาเขต บรรยากาศผ่อนคลายกว่า Sakae เหมาะสำหรับเดินกินระหว่างช้อปปิ้ง
ย่านศาลเจ้า Atsuta อายุ 1900+ ปีและร้านอาหารที่เก่าแก่ที่สุดในนาโกย่า — Atsuta Horaiken ต้นตำรับ Hitsumabushi เปิดปี 1873 อยู่ที่นี่ Miya Kishimen ในลานศาลเจ้าเป็นประสบการณ์ที่ไม่มีที่ไหนในโลก เหมาะสำหรับคนที่วางแผนเที่ยว Atsuta Shrine และต้องการกิน Nagoya Meshi ดั้งเดิมในบรรยากาศที่ถูกต้อง
ย่านที่คนนาโกย่ามากินตอนเย็น มี Izakaya และร้านเฉพาะทางมากกว่าย่านนักท่องเที่ยว — Misen สาขา Imaike คือต้นกำเนิด Taiwan Ramen ที่แท้จริง Furaibo สาขา Imaike คือต้นตำรับ Tebasaki ก่อน Sekai no Yamachan ย่านนี้เหมาะสำหรับคนที่อยากกินแบบคนท้องถิ่น ราคาถูกกว่าและบรรยากาศสบายกว่า ไม่มีนักท่องเที่ยวมาก
Komeda Coffee ไม่ใช่แค่ร้านกาแฟ — มันคือสัญลักษณ์วัฒนธรรมนาโกย่า ก่อตั้งที่นี่ปี 1968 ปัจจุบันเป็นเชนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น แต่ยังคงบรรยากาศ "Nagoya Kissaten" ไว้ได้อย่างน่าทึ่ง ที่นั่งกว้าง นั่งนานได้ ไม่มี Time Limit Morning Service ก่อน 11.00 น. รวม Ogura Toast ฟรี Shiro Noir ไอศกรีมขนมปังเด็กดาวร้าน เจอได้ทุกย่านทั่วนาโกย่า ไม่ต้องหาพิเศษ
ร้านที่ขึ้นชื่อที่สุดในแต่ละ Nagoya Meshi — บันทึกไว้ก่อนเดินทาง
ร้านที่อ้างสิทธิ์เป็นผู้คิดค้น Hitsumabushi และจดทะเบียนชื่อ "Hitsumabushi" เป็นเครื่องหมายการค้า เปิดมา 150+ ปี ยังใช้สูตรซอสดั้งเดิมที่ส่งต่อมากว่าห้าชั่วอายุคน ปลาไหลซื้อสดทุกวัน ย่างช้าในซอสที่สร้างขึ้นจากการลองผิดลองถูกมาเกินร้อยปี กินในห้องแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมที่ทำให้ทุกอย่างรู้สึกสมบูรณ์แบบ สาขาหลักอยู่ใกล้ Atsuta Shrine เดินทางสะดวก
ร้าน Miso Katsu ที่ขึ้นชื่อที่สุดในนาโกย่าด้วยมาสคอตหมูเส้นเดี่ยวแดงที่เห็นแล้วจำได้ทันที เปิดมากว่า 60 ปี ซอสมิโสะ Hatcho แท้ข้นหนาเคลือบหมูทอดกรอบ เสิร์ฟกับข้าว มิโสะซุป กะหล่ำปลีฝอย เลือกระหว่าง Katsu ชิ้นเดียวใหญ่หรือ Misokatsu Teishoku (ชุดครบ) สาขา Meieki อยู่ใกล้ Nagoya Station ที่สุด สาขา Yabacho ใหญ่กว่าและเงียบกว่า
ร้านที่ทำให้ Tebasaki กลายเป็นอาหารระดับนานาชาติ — "Maboroshi no Tebasaki" (ปีกไก่ในตำนาน) ทอดสองรอบไม่ใช้แป้ง เคลือบพริกไทยดำและซอสลับที่ไม่เคยเปิดเผยสูตร กรอบนอกนุ่มในสมบูรณ์แบบ ร้านบรรยากาศ Izakaya ครึกครื้น นั่งกินกับเบียร์สดเหมาะมาก เปิดสาขาในหลายประเทศแต่รสชาติดีที่สุดที่นาโกย่า สาขา Sakae เปิดจนดึก
ร้านที่คนนาโกย่าถือว่าเป็นที่ "ตัดสิน" Misonikomi Udon ที่แท้จริง — เส้นอุด้งหนาแข็งเพราะยังไม่ผ่านการต้มล่วงหน้า ต้มโดยตรงในน้ำซุป Hatcho Miso ข้นในหม้อดินบนโต๊ะ เส้นดูดซุปมิโสะเข้าไปในเนื้อเส้น ท็อปปิ้งไข่ดิบ Kamaboko ต้นหอม ฝาหม้อดินใช้เป็นจานข้าวตามธรรมเนียม ราคาสมเหตุสมผลมากเมื่อเทียบกับคุณภาพ
ร้านที่เชฟ Kuo Ming-you สร้าง Taiwan Ramen ขึ้นมาในนาโกย่า — ชามราเมนน้ำซุปใสรสเผ็ดหมูสับผัดพริกขี้หนูบนหน้า กินแล้วเผ็ดแสบพอรู้ว่าทำไมถึงโด่งดัง มีตัวเลือกระดับความเผ็ด สาขา Imaike คือสาขาดั้งเดิม บรรยากาศคับแคบ เสน่ห์แท้ สาขา Nagoya Station สะดวกกว่าสำหรับนักท่องเที่ยว เปิดจนดึก นิยมมากในหมู่คนทำงาน