พระพุทธรูปแกะสลักจากหน้าผาทั้งลูก สูง 71 เมตร นั่งมองสามแม่น้ำมากว่า 1,200 ปี — นั่งรถไฟความเร็วสูงจากเฉิงตูแค่ราวหนึ่งชั่วโมงก็ได้ยืนอยู่ตรงพระบาท
ลองนึกภาพ: คุณค่อยๆ เดินลงบันไดหินที่คดเคี้ยวไปตามหน้าผา แล้วทันใดนั้นก็มาหยุดอยู่ตรงเชิงพระบาทขององค์พระ — นิ้วพระบาทนิ้วเดียวยาวกว่าตัวคนทั้งคน เงยหน้าขึ้นไปก็เห็นพระพักตร์สงบนิ่งสูงขึ้นไปกว่า 70 เมตร พระเกศาที่ขมวดเป็นก้นหอย 1,021 ก้อนเรียงกันเป็นระเบียบ ด้านหลังคือเสียงน้ำสามสายไหลมาบรรจบกัน นี่คือสิ่งที่ภาพถ่ายไม่เคยถ่ายทอดได้หมด — ความใหญ่ที่ต้องไปยืนอยู่ตรงนั้นถึงจะเข้าใจ
นั่นคือ หลวงพ่อโตเล่อซาน (乐山大佛) — พระพุทธรูปหินแกะสลักจากหน้าผาสูง 71 เมตร ที่จุดบรรจบของแม่น้ำหมิน แม่น้ำต้าตู้ และแม่น้ำชิงอี ในเมืองเล่อซาน มณฑลเสฉวน นี่คือพระพุทธรูปหินที่ ใหญ่ที่สุดในโลก และเป็นหนึ่งใน มรดกโลก UNESCO ที่ขึ้นทะเบียนคู่กับเขตทัศนียภาพเขาเอ๋อเหมยตั้งแต่ปี 1996
สิ่งที่ทำให้องค์พระนี้พิเศษไม่ใช่แค่ขนาด แต่คือเรื่องราวเบื้องหลัง: เริ่มสร้างปี ค.ศ. 713 โดยพระภิกษุชื่อ ไห่ทง (海通) ที่อยากให้องค์พระช่วยคุ้มครองชาวเรือที่มักประสบเหตุที่จุดน้ำเชี่ยวสามสายมาเจอกัน ท่านระดมทุนเรี่ยไรอยู่หลายสิบปี มรณภาพไปก่อนงานจะเสร็จ และผู้สืบทอดก็สร้างต่อจนสำเร็จในปี ค.ศ. 803 รวมแล้วใช้เวลาราว 90 ปี
ดูองค์พระแล้วจะอินกว่าเดิม ถ้ารู้สิ่งเหล่านี้ก่อน
ช่างยุคถังออกแบบร่องระบายน้ำซ่อนไว้ในพระเกศา ปกเสื้อ และด้านหลังพระกรรณ ทำหน้าที่ระบายน้ำฝนออกจากองค์พระ ช่วยชะลอการกัดกร่อนของหินทรายมากว่าพันปี เป็นเหตุผลหนึ่งที่องค์พระยังอยู่มาจนถึงทุกวันนี้
มีคำกล่าวเก่าแก่ว่า "ภูเขาคือองค์พระ องค์พระคือภูเขา" — ถ้ามองภูเขาทั้งลูกจากระยะไกลในมุมที่ถูกต้อง เส้นสันเขาจะดูเหมือนพระพุทธรูปนอนทอดยาว โดยมีหลวงพ่อโตประทับอยู่ตรงหน้าอกพอดี เป็นรายละเอียดที่หลายคนพลาดถ้าไม่ได้ล่องเรือออกไปดู
ตัวเลขที่คนชอบเล่ากันคือ บนหลังพระบาทขององค์พระนั่งได้สบายๆ ร้อยคน และเล็บพระบาทแต่ละนิ้วใหญ่พอให้คนยืนได้ ตอนเดินลงบันไดผาไปถึงด้านล่างแล้วหันกลับมามองขึ้น คุณจะเข้าใจว่าทำไมเรื่องเล่านี้ถึงไม่ได้เกินจริงเลย
เขตทัศนียภาพไม่ได้มีแค่องค์พระ แต่รวมวัดหลิงอวิ๋น (凌云寺) ที่อยู่บนยอดเขาเหนือศีรษะพระ และวัดอูโหยว (乌尤寺) บนเกาะกลางน้ำที่เงียบสงบกว่า เดินชมเพิ่มได้โดยไม่เสียเงินเพิ่ม ถ้ามีเวลาเดินครบจะได้บรรยากาศวัดจีนโบราณท่ามกลางป่าเขาเต็มๆ
หลวงพ่อโตเล่อซานและเขาเอ๋อเหมยขึ้นทะเบียนมรดกโลกในชื่อเดียวกัน เป็นเหตุผลที่หลายคนวางแผนเที่ยวสองที่ต่อกัน รถไฟความเร็วสูงสายเดียวกันวิ่งผ่านเล่อซานก่อนถึงเอ๋อเหมยซาน ห่างกันแค่ราว 15 นาที
บันไดผาจิ่วชวีคือทางเดินหินคดเคี้ยว 9 ช่วงที่เกาะตามหน้าผาลงจากระดับศีรษะองค์พระไปจนถึงเชิงพระบาท นี่คือมุมที่เห็นองค์พระระยะใกล้ที่สุด ได้ถ่ายรูปคู่กับนิ้วพระบาทและมองพระพักตร์จากด้านล่างเงยขึ้น ทางเดินค่อนข้างชันและแคบ ลงสะดวกแต่ขาขึ้นต้องเดินบันไดกลับขึ้นมาอีกหลายสิบเมตร
ข้อควรรู้ที่สำคัญที่สุด: คิวบันไดผายาวมากในวันหยุดและช่วงไฮซีซั่น บางวันอาจต้องต่อแถวเป็นชั่วโมงกว่าจะได้เริ่มลง ทางที่ดีคือมาให้ถึงประตูตอนเปิด (~07.30 น. ในฤดูท่องเที่ยว) แล้วตรงไปเข้าคิวบันไดผาก่อนเลย ก่อนที่รถทัวร์ช่วงสายจะมาถึง
ถ้าไม่อยากต่อคิวหรือเดินบันไดเยอะ การล่องเรือคือทางเลือกที่ดีมาก เรือออกจากท่าใกล้เขตทัศนียภาพ ใช้เวลาประมาณ 20–30 นาที ลอยลำออกไปกลางแม่น้ำแล้วหันหัวเรือเข้าหาองค์พระ — มุมนี้เห็น องค์พระเต็มองค์ในเฟรมเดียว พร้อมรูปสลักพระโพธิสัตว์ผู้พิทักษ์สององค์ที่ขนาบสองข้างซึ่งมองจากบนบกไม่เห็น ตั๋วเรือแยกต่างหากประมาณ ¥70 (~฿350) ซื้อที่ท่าเรือ
เรืออาจงดวิ่งในวันที่อากาศไม่ดีหรือระดับน้ำเปลี่ยน เช็กสถานะที่ท่าเรือก่อน ถ้ามีเวลาพอ หลายคนเลือกทำทั้งสองอย่าง — เดินบันไดผาตอนเช้าตอนคนยังน้อย แล้วล่องเรือดูภาพรวมอีกที
ภาพ "คลาสสิก" ที่เห็นพระพักตร์เต็มๆ ถ่ายได้จากลานชมวิวด้านบนระดับศีรษะองค์พระ ก่อนลงบันไดผา ส่วนภาพที่เห็นสเกลชัดที่สุด (คนตัวเล็กจิ๋วเทียบองค์พระ) ต้องลงไปถ่ายจากด้านล่างตรงพระบาท หรือถ่ายจากเรือกลางน้ำ
ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ เช้าตอนเปิด เพราะแสงนุ่ม คนน้อย และคิวบันไดยังสั้น เลี่ยงช่วงวันหยุดยาวของจีน (ตรุษจีน · วันชาติ 1–7 ต.ค. · วันแรงงาน) ที่คนแน่นที่สุด ฤดูที่อากาศสบายคือใบไม้ผลิและฤดูใบไม้ร่วง ส่วนหน้าร้อนแดดจัดและอาจมีฝน เตรียมร่มและน้ำไปด้วย
วิธีที่เร็วและสบายที่สุดคือรถไฟความเร็วสูง แล้วต่อรถสั้นๆ เข้าเขตทัศนียภาพ
ส่วนใหญ่ใช้เฉิงตูเป็นฐาน เที่ยวเล่อซานแบบไป-กลับวันเดียว — เลือกทำเลใกล้สถานีรถไฟหรือใจกลางเมืองให้ออกเช้าง่าย