จาก 398 ขั้นสู่เจดีย์ชูเรอิโตะยามรุ่งเช้า ถึงกระเช้าคาชิคาชิที่มองเห็นทะเลสาบและยอดหิมะในเฟรมเดียวกัน แผนนี้วางมาเพื่อให้คุณไม่เสียเวลาเลยแม้จะมีแค่ 1 วัน
เคยเจอไหม — บินมาไกลแล้วฟูจิซ่อนอยู่ในเมฆทั้งวัน นั่นคือความเป็นจริงของคาวากุจิโกะ ฟูจิโชว์ตัวแค่ 30–40% ของวัน โดยเฉลี่ย ช่วงเช้าตรู่ก่อน 09.00 น. คือเวลาที่ฟ้าใสสุด หลังจากนั้นเมฆมักเริ่มปิดบังตั้งแต่สาย แผนนี้จึงวางเจดีย์ชูเรอิโตะไว้เช้าสุดในวันที่ 1 ไม่ใช่บ่าย
ทะเลสาบคาวากุจิโกะอยู่ห่างจากโตเกียวฝั่ง Shinjuku ประมาณ 100 นาทีด้วยรถไฟ Fuji Excursion (ออก 07:30/08:30/09:30 น. ค่าโดยสาร ~¥4,370 รวมนั่งสงวน) หรือ รถบัสไฮเวย์ ~115 นาที ราคา ~¥2,100 ถ้ามาเป็นทริปวันเดียวเลือกรถไฟเช้าสุด ถ้าค้างคืนเลือกรถบัสก็ไม่ต่างมากนัก
พาสรถบัสท้องถิ่น Fujikyu Bus Area Pass 2 วัน ¥1,500 คุ้มแน่ถ้าเที่ยวหลายจุด — ครอบคลุม Red Line รอบทะเลสาบคาวากุจิโกะ, Green Line ไปซาอิโกะ, Blue Line ไปโมโตสุโกะ ซื้อที่สถานีคาวากุจิโกะหรือผ่าน Jorudan Mobile Ticket ก่อนออกเดินทาง
398 ขั้นก่อนฝูงชน · วิวฟูจิสะท้อนทะเลสาบที่ดีที่สุดในภูมิภาค · โฮโตะร้อนๆ ก่อนค่ำ — วันที่คนไปมาบอกว่าคุ้มที่สุดในชีวิต
ลงจากรถไฟที่สถานี Shimo-Yoshida บนสาย Fujikyu Railway แล้วเดิน ~10 นาทีไปถึงวัด Arakura Sengen Shrine ทางขึ้นเจดีย์ชูเรอิโตะเริ่มที่ประตูโทริอิสีแดงด้านล่างวัด เดินขึ้น 398 ขั้น (ใช้เวลา ~20 นาที) จะเจอชานชาลาหินที่เจดีย์ 5 ชั้นสีแดงตั้งตระหง่านอยู่ด้านหน้า โดยมีฟูจิพุ่งสูงเป็นฉากหลัง
บอกตรงๆ ว่านี่คือ มุมถ่ายรูปที่คนทั่วโลกมาตั้งหน้าตั้งตาเพื่อสิ่งนี้ — โดยเฉพาะช่วงซากุระ (ปลายมีนาคม–เมษายน) และใบไม้เปลี่ยนสี (ตุลาคม–พฤศจิกายน) แต่แม้นอกฤดูกาล ฟ้าใสยามเช้าก็ให้ภาพเจดีย์+ฟูจิที่ไม่มีที่ไหนเหมือน ออกจากโตเกียวแต่เช้าเพื่อมาถึงที่นี่ก่อน 09.00 น. ก่อนทัวร์กลุ่มใหญ่เริ่มเดินขึ้นมา
กลับมาสถานีคาวากุจิโกะแล้วขึ้น รถบัส Red Line ไปสถานี Oishi Koen (~25 นาที ครอบคลุมด้วยพาส) สวนสาธารณะริมทะเลสาบฝั่งเหนือเป็นจุดชมวิวที่ดีที่สุดสำหรับมุม ฟูจิสะท้อนน้ำ โดยเฉพาะตอนเช้าเมื่อผิวน้ำนิ่ง หรือถ้ามาในฤดูลาเวนเดอร์ (มิถุนายน–กรกฎาคม) แปลงดอกสีม่วงหน้าฟูจิจะทำให้กล้องคุณทำงานหนักมาก
เดินตามทางเดินริมทะเลสาบ ~500 เมตรได้หลายมุมถ่ายรูปที่ต่างกัน ถ้าหิวแวะร้านกาแฟและร้านอาหารเล็กๆ รอบสวน หรือถือกล่องข้าวมาปูผ้าปิกนิก — ทั้งสองทางเหมาะกับที่นี่
กลับมาที่สถานีคาวากุจิโกะแล้วเดิน ~5 นาที (หรือขึ้นรถบัส Red Line 1 ป้าย) ไปจุดขึ้นกระเช้า Mt. Fuji Panoramic Ropeway หรือที่รู้จักกันในชื่อคาชิคาชิ — กระเช้าใช้เวลา 3 นาทีพาขึ้นไปที่ จุดชมวิวยอดเขาเทนโจ (1,075 เมตร) จากที่นี่มองเห็นทะเลสาบคาวากุจิโกะและฟูจิในมุมที่สูงกว่าพื้นราบทั้งหมด
มีทางเดินป่าสั้นๆ จากสถานีบนกระเช้าไปยอดเขาเทนโจ (~20 นาที) ที่ให้มุมมองที่กว้างขึ้นอีก ถ้าขาแข็งแรงแนะนำให้ขึ้นไปด้วย — วิวจากบนนั้นเห็นทะเลสาบ 5 บึงพร้อมกัน
อาหารค่ำวันแรกต้องเป็น โฮโตะ (Hoto) — ก๋วยเตี๋ยวแป้งแบนหนาที่เป็นอาหารดั้งเดิมของจังหวัดยามานาชิ น้ำซุปมิโซะข้นกับผักตามฤดูกาล ฟักทอง มันเผา เห็ด และเนื้อไก่ หรือหมู ทานกับหม้อร้อนๆ หลังเดินเที่ยวทั้งวัน ร้านที่นิยมสุดคือ Hoto Fudo มีหลายสาขารอบทะเลสาบ (สาขา Kawaguchiko อยู่ห่างจากสถานีประมาณ 10 นาทีโดยรถบัส) ราคา ~¥1,200–1,500/ชาม
ถ้าค้างคืน ก่อนนอนแวะ ออนเซน สักที่ใกล้โรงแรม — บรรยากาศแช่น้ำร้อนแล้วมองเห็นฟูจิยามเคยมีหิมะในคืนที่ฟ้าใส เป็นประสบการณ์ที่คนที่เคยไปมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าคิดถึงทุกครั้ง
8 บ่อน้ำใสที่ฟูจิกรองมาให้ · ป่าโมมิจิสีไฟ · รุ่งเช้าของวันที่สองคือช่วงที่ฟ้าใสสุดและนักท่องเที่ยวน้อยสุด
ลองตื่นแต่เช้ามากสักวัน — ออกไปที่ ท่าเรือริมทะเลสาบคาวากุจิโกะฝั่งใต้ ก่อน 07.00 น. ตอนนั้นน้ำในทะเลสาบนิ่งราวกระจก ไม่มีคลื่น และถ้าฟ้าโปร่ง ภาพสะท้อนฟูจิที่ผิวน้ำที่เรียกว่า ซากาซาฟูจิ (Sakasa Fuji) หรือ "ฟูจิหัวกลับ" จะปรากฏให้เห็นชัดเจน
เดินตามริมทะเลสาบได้เลย ไม่มีค่าเข้าชม สะพาน คาวากุจิโกะ-โอฮาชิ ด้านตะวันตกก็เป็นจุดถ่ายรูปที่นิยมเช่นกัน อากาศตอนเช้าของคาวากุจิโกะเย็นกว่าโตเกียวประมาณ 5–8 องศา เตรียมแจ็คเก็ตไว้ให้พร้อม
หมู่บ้านโอชิโนะอยู่ห่างจากสถานีคาวากุจิโกะประมาณ 30 นาทีโดยรถบัส ที่นี่มี 8 บ่อน้ำใส (Hakkai = แปดทะเล) ที่เกิดจากหิมะบนยอดฟูจิละลายซึมผ่านชั้นหินลาวาเป็นเวลา กว่า 80 ปี ก่อนจะผุดขึ้นเป็นน้ำใสเย็นเหมือนกระจกที่นี่ อุณหภูมิน้ำตลอดปีอยู่ที่ ~14 องศาเซลเซียส
แต่ละบ่อมีชื่อต่างกัน บ่อหลักที่นิยมถ่ายรูปคือ Waku-ike — มองเห็นก้นบ่อและปลาคาร์ปสีสดว่ายตัดกับฟูจิเบื้องหลัง บรรยากาศหมู่บ้านญี่ปุ่นดั้งเดิมพร้อมนาข้าว กองฟาง และร้านขายของที่ระลึกรอบๆ ใช้เวลาที่นี่ได้ถึง 1.5–2 ชั่วโมง
กลับมาที่คาวากุจิโกะ แวะจุดที่นักถ่ายรูปขาประจำรู้กันดี — Kawaguchiko Momiji Tunnel (อุโมงค์แมปเปิล) ช่วงใบไม้เปลี่ยนสี (ปลายตุลาคม–กลางพฤศจิกายน) ต้นโมมิจิสีแดงส้มทอดเป็นหลังคาเหนือถนนเส้นนี้ ถ่ายรูปสวยมาก แต่แม้นอกฤดูกาลทางเดินใต้ร่มไม้ก็น่าเดินอยู่
จากนั้นขึ้น Red Line ต่อไปยัง Kachikachi Hillside Forest หรือบริเวณ Music Forest ที่มีสวนดอกไม้ตามฤดูกาลและจุดถ่ายรูปที่แตกต่างออกไป ถ้าชอบเดินเที่ยวสบายๆ ช่วงบ่ายนี้เหมาะกับการเดินรอบๆ สถานีคาวากุจิโกะ ดูร้านกาแฟ ร้านของที่ระลึก และถ่ายรูปริมน้ำยามแสงบ่ายทอง
อีกเมนูต้องลองของยามานาชิคือ โยชิดะอุด้ง (Yoshida Udon) — เส้นอุด้งเหนียวหนาที่แข็งกว่า Sanuki อย่างเห็นได้ชัด น้ำซุปเข้มข้นเค็มหอม ทานกับแครอทและกะหล่ำต้มบนหน้า ราคาถูกมาก ~¥600–900/ชาม ลองหาร้านท้องถิ่นรอบเมืองฟูจิโยชิดะหรือสถานีคาวากุจิโกะ
หลังมื้อเย็น เดินกลับมาที่ริมทะเลสาบอีกครั้ง — ยามค่ำ ถ้าฟ้าโปร่ง เงาของฟูจิสะท้อนในน้ำโดยมีแสงจากรีสอร์ทริมทะเลสาบกระเพื่อม บรรยากาศต่างจากกลางวันราวกับคนละที่
ขึ้นใกล้ฟูจิที่สุดโดยไม่ต้องปีนเขา · สระน้ำสีฟ้าอมเขียวของซาอิโกะ · ทะเลสาบเงียบสงบโมโตสุโกะ — วันที่ออกแบบเองได้ตามใจ
ช่วงฤดูเปิด (กรกฎาคม–ต้นกันยายน สำหรับฤดูปีน) หรือตลอดปีถ้าสภาพถนนเอื้ออำนวย นั่ง Fuji Subaru Line Bus จากสถานีคาวากุจิโกะขึ้นไป สถานีที่ 5 ของฟูจิ (2,305 เมตร) ใช้เวลา ~50 นาที ค่าโดยสาร ~¥1,800 ไป-กลับ จากที่นี่ถ้าอากาศดีคุณจะอยู่เหนือเส้นเมฆและมองเห็นทิวทัศน์แบบ 360 องศา
ลองนึกภาพว่าคุณอยู่สูงกว่าทะเลสาบคาวากุจิโกะถึง 1,200 เมตร — มองลงมาเห็นทะเลสาบเป็นแค่จุดสีฟ้าเล็กๆ และท้องฟ้าชั้นบนใสกว่าข้างล่างเสมอ เดินได้ในบริเวณสถานีและรับประทานอาหารที่ร้านท้องถิ่น (ลองข้าวแกงกะหรี่สูตรฟูจิ)
ทะเลสาบฟูจิมี 5 บึง ส่วนใหญ่มาแค่คาวากุจิโกะ แต่ ซาอิโกะ (ถัดไปทางตะวันตก ~10 นาที) มีน้ำสีฟ้าเข้มกว่าและนักท่องเที่ยวน้อยกว่าเห็นๆ ขึ้น Green Line จากสถานีคาวากุจิโกะ ลงที่ Saiko Iyashi no Sato Nemba — หมู่บ้านสไตล์ยุคเอโดะที่ถูกฟื้นฟูใหม่ มีร้านขายของที่ระลึก ร้านอาหาร และพื้นหลังฟูจิในมุมที่ต่างออกไป
โมโตสุโกะ อยู่ไกลออกไปอีก (Blue Line) แต่มีชื่อว่าน้ำใสสุดในห้าทะเลสาบ และเป็นมุมถ่ายรูปที่เห็นบนธนบัตร ¥1,000 ฉบับเก่า (ก่อนเปลี่ยนธนบัตรใหม่ปี 2024) ถ้ามีเวลาและชอบสงบ — เดินทางได้เลยด้วยพาสรถบัส
ก่อนกลับแวะร้านขายของที่ระลึกรอบสถานีคาวากุจิโกะ ของที่นิยมซื้อฝากคือ Shingen Mochi (信玄餅) — โมจิห่อสีแดงสด ราดน้ำเชื่อมคุโระมิตสึและโรยพาวเดอร์ถั่วคั่ว เป็นของฝากยามานาชิที่คนญี่ปุ่นก็ยังซื้อ รถไฟ Fuji Excursion กลับ Shinjuku ออกช่วงบ่ายหลายเที่ยว ตรวจสอบเวลาล่าสุดที่ Fujikyu Railway
ถ้าค้างคืน แนะนำพักในรัศมีเดินจากสถานีคาวากุจิโกะหรือริมทะเลสาบฝั่งใต้ — ง่ายต่อการขึ้นรถบัสเช้าและเดินทางกลับ Ryokan (โรงแรมญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม) มักรวมอาหารเย็น+เช้าและออนเซนส่วนตัวอยู่ในราคา ¥8,000–25,000/คน ดูตัวเลือกที่พักในคู่มือเมือง คาวากุจิโกะ
รถบัส 3 สาย (Red/Green/Blue Line) ออกจากสถานีคาวากุจิโกะ ครอบคลุมทุกจุดท่องเที่ยวหลัก ซื้อ Fujikyu Bus Area Pass 2 วัน ¥1,500 ถ้าเที่ยวหลายจุดในวันเดียว หรือ 1 วัน ¥1,000 ถ้ามาแบบ day trip รถบัสมักแน่นช่วงพีค — ไปก่อน 09:00 น. ดีกว่าเสมอ
พ.ย.–ก.พ. ฟ้าใสสุด ฟูจิมีหิมะ ออนเซนในอากาศหนาวสุดคุ้ม · มี.ค.–พ.ค. ซากุระ+ฟูจิ สวยสุดแต่คนเยอะสุด · ต.ค.–พ.ย. กลาง ใบไม้เปลี่ยนสีงดงาม · หลีกเลี่ยง Golden Week (29 เม.ย.–5 พ.ค.) และวันหยุดยาวที่คนโตเกียวออกมาพักผ่อนเยอะมาก
| รายการ | ประหยัด | กลาง | สบาย |
|---|---|---|---|
| เดินทางโตเกียว–คาวากุจิโกะ (ไป-กลับ) | ¥4,200 (รถบัส ×2) |
¥8,740 (Fuji Excursion ×2) |
¥8,740+ (รถไฟ + นั่งหน้า) |
| พาสรถบัสท้องถิ่น | ¥1,000 (1 วัน) |
¥1,500 (2 วัน) |
¥1,500 (2 วัน) |
| ตั๋วเข้าชม (กระเช้า + อื่นๆ) | ¥0 (เฉพาะจุดฟรี) |
¥1,000–2,000 (กระเช้า + โอชิโนะ) |
¥2,500–4,000 (กระเช้า + Music Forest + สถานีที่ 5) |
| อาหาร 2–3 มื้อ | ¥1,500–2,500 (โฮโตะ + อุด้ง) |
¥3,000–5,000 (โฮโตะ + ร้านอาหาร + กาแฟ) |
¥5,000–10,000 (ร้านดี + Kaiseki ใน Ryokan) |
| ที่พัก (ค้างคืน) | ¥3,000–5,000 (โฮสเทล/Guesthouse) |
¥8,000–15,000 (Ryokan รวมอาหาร) |
¥20,000–40,000+ (Ryokan หรู/วิวฟูจิ) |
| รวมต่อวัน Day Trip (ไม่รวมที่พัก) | ¥6,700–7,700 (~฿1,680–1,925) |
¥14,240–17,240 (~฿3,560–4,310) |
¥17,240–23,240 (~฿4,310–5,810) |
อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ¥1 ≈ ฿0.25 · ราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาลและปี