ริมทะเลสาบที่มีฟูจิเป็นฉากหลัง — โฮโตะเส้นแป้งแบนในหม้อมิโซะร้อนๆ โยชิดะอุด้งเส้นเหนียวแบบที่หาไม่ได้ที่ไหนในโลก ชิงเง็นโมจิข้าวพองที่คนนับล้านซื้อกลับบ้าน และเบียร์คราฟต์ที่ชงจากน้ำภูเขาไฟลึก 150 เมตร
เคยสังเกตไหมว่าทำไมคนที่เพิ่งกลับจากคาวากุจิโกะถึงพูดถึงอาหารมากพอๆ กับภูเขาไฟ? เพราะจังหวัดยามานาชิไม่ใช่แค่ฉากหลังสวยงามของฟูจิ — ที่นี่มีครัวที่แตกต่างออกไปโดยสิ้นเชิง ตั้งแต่ยุคเซ็นโกกุที่ ทาเคดะ ชิงเง็น (Takeda Shingen) นำทัพบนภูเขา ทหารกินโฮโตะเส้นแป้งแบนตุ๋นมิโซะเพื่อให้ร่างกายอบอุ่น อาหารจานนั้นยังคงอยู่มาจนถึงวันนี้
ยามานาชิล้อมรอบด้วยเทือกเขา น้ำจากยอดฟูจิซึมลงดินเป็นน้ำพุที่สะอาดที่สุดในโลก — น้ำชนิดนี้ทำให้เส้นอุด้งมีรสชาติพิเศษ เลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ที่เนื้อหวาน และชงเบียร์คราฟต์ที่คว้า World Beer Cup มาแล้ว เราเลือก 6 เมนูและรสชาติ ที่คุณต้องลองก่อนออกจากคาวากุจิโกะ
เรียงตามความเป็นเอกลักษณ์ — จานที่หาที่ไหนก็ไม่เหมือนจานที่นี่
1
บอกตรงๆ ว่าโฮโตะไม่ใช่อุด้ง — เส้นแป้งสาลีแบนกว้างกว่าพาปปาเดลเลอิตาลี ตุ๋นในหม้อมิโซะร้อนๆ โดยตรงพร้อมฟักทอง ผักรากตามฤดูกาล เห็ดหลากชนิด และไก่หรือหมู ผลลัพธ์คือแป้งและซุปกลมกล่อมเป็นเนื้อเดียวกัน เข้มข้นกว่าราเม็ง หนักกว่าอุด้ง แต่ก็คือเมนูที่ทำให้คุณลุกจากโต๊ะไม่ขึ้นในวันอากาศเย็น ทาเคดะ ชิงเง็นใช้เมนูนี้เลี้ยงกองทัพในช่วงสงคราม เดี๋ยวนี้คนนับล้านยังต่อคิวรอกิน
2
ลองนึกถึงอุด้งที่เส้นเหนียวนุ่มกว่าสิ่งที่คุณเคยกินมา — โยชิดะอุด้งจากเมืองฟูจิโยชิดะเส้นหนา กัดแล้วสปริงกลับ น้ำซุปผสมระหว่างซีอิ๊วและมิโซะ ท็อปปิ้งหลักคือ หัวม้าตุ๋นหวาน-เค็ม (basashi stewed) และกะหล่ำปลีลวก รสชาติที่เข้มข้นจนชาวซานุกิยังต้องนั่งฟัง เครื่องปรุงพิเศษผสมพริกแดงแห้ง งาขาว และซันโชะ — โรยลงไปแล้วรสชาติยกระดับขึ้นอีกชั้น ร้านดั้งเดิมมักเป็นบ้านปิดตี 12.00 น.
3
ชื่อตั้งตามนามสกุลของทาเคดะ ชิงเง็น เจ้าเมืองคาอิในยุคเซ็นโกกุ — แต่รสชาตินั้นไม่มีเรื่องประวัติศาสตร์ใดมาบดบัง ข้าวพองนุ่มหวานอ่อน โรยด้วยผง กินาโกะ (ถั่วเหลืองคั่วบดละเอียดสีเหลืองทอง) ราดด้วยน้ำเชื่อมดำ (คุโรมิสึ) — ผลลัพธ์คือรสหวาน-นัว-ดินที่กินแล้วนึกถึงฤดูใบไม้ร่วงในภูเขา แบรนด์ดั้งเดิม Kikyoya ผลิตมานานกว่า 60 ปี ขายได้ปีละหลายล้านกล่องและยังไม่มีใครทำแบบนี้ได้เหมือน
ที่ Oshino Hakkai (忍野八海) หมู่บ้านน้ำพุ 8 แห่งห่างจากคาวากุจิโกะ 15 นาทีด้วยรถ มีฟาร์มเลี้ยงปลาเรนโบว์เทราต์ในน้ำที่ซึมออกมาจากใต้ภูเขาไฟฟูจิ น้ำสะอาด เย็น และแร่ธาตุสูง — ทำให้เนื้อปลาหวาน เนียน และมีไขมันที่สดใสมาก ร้านอาหารในย่านนี้เสิร์ฟเป็น "Oshino Salmon Bowl" (ข้าวหน้าปลาดิบ) ที่หลายคนบอกว่านี่คือ kaisen-don ราคาถูกที่อร่อยที่สุดในญี่ปุ่น รวมถึงย่างเกลือง่ายๆ ที่ให้รสหวานตามธรรมชาติ
น้ำพุของภูเขาไฟฟูจิไม่ได้มีไว้แค่ดื่ม — โรงเบียร์ Fujizakura Heights เจาะลงไป 150 เมตรใต้ดินเพื่อดึงน้ำที่ผ่านการกรองธรรมชาติของชั้นหินภูเขาไฟมา 80 ปี ใช้เทคนิคการกลั่นแบบเยอรมันคลาสสิก ผลคือเบียร์ที่ได้รับรางวัล World Beer Cup และ World Beer Awards หลายปีซ้อน มีสี่ประเภทหลัก: Pils (ขื่นกลมกล่อม) · Weizen (สาลีขุ่น กล้วยและกานพลู) · Rauch (รมควันชวนคิดถึงไส้กรอก) · Schwarz Weizen (มืดหอมช็อคโกแลต) — เลือกเองตามอารมณ์
ยามานาชิเป็นจังหวัดที่มีโรงกลั่นไวน์มากที่สุดในญี่ปุ่น — ประมาณ 80 โรงกลั่น และโรงกลั่นเอกชนแห่งแรกของญี่ปุ่นเกิดขึ้นที่นี่เมื่อปี 1877 องุ่นพันธุ์ Koshu ปลูกในดินภูเขาไฟรสออกทอง กลิ่นอ่อนละเอียด เข้ากันกับอาหารญี่ปุ่นได้ดีมาก — ลองจินตนาการดูว่ากินโฮโตะร้อนๆ แล้วจิบไวน์ขาว Koshu เย็นๆ สักแก้ว นั่นคือประสบการณ์ที่คาวากุจิโกะให้ได้ และที่ไหนไม่มี ส่วนไวน์แดง Muscat Bailey A ก็ได้รับการยอมรับจาก OIV และ Decanter ว่าเป็นพันธุ์โลกใหม่ที่น่าจับตา
กินให้ครบทุกรสในวันเดียว — เส้นทางที่เดินได้ไม่ต้องรีบ
พักใกล้แหล่งกินดื่ม — จากโรงแรมออนเซ็นริมทะเลสาบถึงโรงแรมวิวฟูจิ
หนึ่งในโรงแรมมาตรฐานสูงสุดในกลุ่มทะเลสาบฟูจิ ห้องอาหารเสิร์ฟอาหารยามานาชิและซูชิสดทุกเช้า วิวทะเลสาบยามานาคะสวยงามในระดับที่คุณจะตื่นมาดูทุกเช้าก่อนลุกไปกินข้าว สะดวกสำหรับทั้งทริปครอบครัวและคู่ฮันนีมูน
โรงแรมออนเซ็นใหญ่ที่เซ็ตมาตรฐานให้กับการท่องเที่ยวริมทะเลสาบคาวากุจิ — ออนเซ็นบนดาดฟ้าวิวฟูจิเปิดรับทุกเช้า บุฟเฟต์เช้ามีโฮโตะ ข้าวต้มญี่ปุ่น อาหารทะเลสด และผักท้องถิ่น
ถ้าเป้าหมายคือกิน ดื่มเบียร์คราฟต์ และแช่น้ำร้อน ที่พักติด Yurari คือคำตอบที่ตรงที่สุด — ชั้น 1 มีร้านอาหารที่เสิร์ฟ Kai Salmon, Hoto และ Fujizakura Beer สด ชั้น 2 ขึ้นไปคือออนเซ็นวิวฟูจิ