คำถามคลาสสิกของคนไทยก่อนวางแผนทริปแรก — ญี่ปุ่นใหญ่และหลากหลาย เข้าฟรีวีซ่า 15 วัน ส่วนเกาหลีกระชับและบินใกล้กว่า แต่ต้องขอ K-ETA ก่อน เทียบให้ชัดทุกมิติแบบเป็นกลาง ก่อนตัดสินใจ
ลองนึกภาพนี้ — คุณกำลังจะจองทริปต่างประเทศครั้งแรกกับเพื่อนหรือครอบครัว แล้วเจอคำถามที่ถกกันไม่จบ จะไป ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี ดี สองปลายทางนี้คนไทยนิยมพอกัน บินตรงจากกรุงเทพไม่กี่ชั่วโมง ทั้งคู่ปลอดภัย อาหารอร่อย ช้อปสนุก และมีฤดูสวยให้ถ่ายรูป แต่พอลงรายละเอียดจริง — มันคือทริปคนละอารมณ์
บอกตรงๆ ก่อนว่า นี่ไม่ใช่คำถามว่าที่ไหน "ดีกว่า" แต่เป็นคำถามว่า คุณอยากได้ทริปแบบไหน ญี่ปุ่นคือประเทศที่ใหญ่และหลากหลายมาก มีทั้งมหานคร ธรรมชาติ ภูเขาไฟ ออนเซ็น วัด ธีมพาร์ก และรถไฟที่พาไปได้แทบทุกมุม ส่วนเกาหลีกระชับกว่า เที่ยวกระจุกอยู่ในและรอบโซลเป็นหลัก เด่นเรื่องช้อป คาเฟ่ สกินแคร์ K-pop ซีรีส์ และสตรีทฟู้ดเผ็ดร้อนถูกปากคนไทย
บทความนี้จะเทียบให้ครบทุกมิติแบบเป็นกลาง — บรรยากาศ การบินจากกรุงเทพ เรื่องวีซ่าและ K-ETA ที่ต้องรู้ อาหาร ช้อปป็อปคัลเจอร์ ธรรมชาติ-ออนเซ็น งบประมาณ และเที่ยวกี่วันถึงกำลังดี ขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นเว็บคู่มือญี่ปุ่น ยังไม่มีคู่มือเกาหลีของตัวเอง แต่จะพยายามเล่าฝั่งเกาหลีให้ตรงข้อเท็จจริงที่สุด ไม่เชียร์ญี่ปุ่นด้านเดียว
จุดแข็งที่สุดของญี่ปุ่นคือ ความใหญ่และหลากหลายที่เที่ยวไม่มีวันหมด ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองหลวงเมืองเดียว แต่มีหลายภูมิภาคที่บรรยากาศต่างกันชัด โตเกียวคือมหานครทันสมัย เกียวโตคือวัดและเกอิชา ฮอกไกโดคือธรรมชาติและหิมะ โอกินาว่าคือทะเลใส ส่วนหมู่บ้านบนเขาอย่างชิราคาวาโกะก็เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน เครือข่ายรถไฟรวมถึงชินคันเซ็นพาคุณข้ามเมืองได้สบาย
ไฮไลต์ของญี่ปุ่นคือ มีทุกแนวให้เลือกในประเทศเดียว — อยากแช่ออนเซ็นกลางหุบเขาก็ได้ อยากปีนชมใบไม้แดงก็ได้ อยากลุยธีมพาร์กอย่างโตเกียวดิสนีย์หรือ Universal Studios Japan ก็มี หรือจะสายวัด-ศาลเจ้า-ปราสาทก็เก็บได้ไม่จบ คนที่ชอบวางแผนเองจะสนุกมากเพราะเส้นทางต่อกันได้หลายแบบ และมากี่รอบก็ยังเจอที่ใหม่เสมอ
เรื่องอาหารญี่ปุ่นเด่นที่ความหลากหลายและความลึก — ซูชิ ราเมง เทมปุระ ทงคัตสึ ไปจนถึงอาหารถิ่นที่แต่ละจังหวัดมีของตัวเอง กินได้ตั้งแต่ร้านในตรอกหลักร้อยเยนถึงไฟน์ไดนิ่งหลักหมื่น และที่คนไทยชอบคือ เข้าฟรีวีซ่าได้เลย สำหรับทริปท่องเที่ยวพักไม่เกิน 15 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรล่วงหน้า
มือใหม่ส่วนใหญ่เริ่มที่โตเกียว มหานครที่มีย่านนับสิบทั้งชิบุยะ ชินจูกุ อาซากุสะ หรือจะลงโอซาก้าฐานเที่ยวคันไซก็ได้ ดูคู่มือเต็มที่ เที่ยวโตเกียว และ เที่ยวโอซาก้า
อ่านคู่มือโตเกียว →เสน่ห์ที่เกาหลีให้ไม่เท่าคือออนเซ็นและธรรมชาติสี่ฤดูแบบจัดเต็ม แช่น้ำพุร้อนกลางหุบเขา ชมใบไม้แดงปลายพฤศจิกายน หรือซากุระปลายมีนาคม วางแผนช่วงเวลาได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี
ดูช่วงเที่ยว →อาหารญี่ปุ่นลึกและกว้าง แต่ละจังหวัดมีของเด็ดของตัวเอง ตั้งแต่ราเมงร้านเล็กในตรอกถึงซูชิโอมากาเสะ กินได้ทุกงบ เริ่มจากจานต้องลองที่ คู่มืออาหารญี่ปุ่น
อ่านต่อ →เกาหลีไม่ได้แข่งกับญี่ปุ่นด้วยขนาดหรือความหลากหลาย — แต่เล่นคนละเกม ที่นี่คือ ปลายทางที่กระชับและทันสมัย โดยมีโซลเป็นศูนย์กลาง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในและรอบเมืองหลวง ทั้งย่านมยองดง ฮงแด คังนัม และพระราชวังเคียงบกกุง บวกกับเดย์ทริปใกล้ๆ อย่างนามิหรือพาจู วางแผนง่ายเพราะไม่ต้องย้ายเมืองบ่อย
ไฮไลต์ของเกาหลีคือสิ่งที่คนไทยติดใจกันมาก — ช้อปปิ้ง คาเฟ่ สกินแคร์ และวัฒนธรรมป็อป ร้านเครื่องสำอางเรียงรายทั้งถนน คาเฟ่แต่งสวยถ่ายรูปได้ทั้งวัน คอนเสิร์ตและสถานที่ถ่ายซีรีส์ที่แฟน K-pop และ K-drama ตามรอยได้ และสตรีทฟู้ดรสจัดจ้านอย่างต็อกบกกี ไก่ทอด และหมูย่างเกาหลี ที่เผ็ดร้อนถูกปากคนไทยตั้งแต่คำแรก
เรื่องที่ต้องพูดตรงๆ เกาหลีเที่ยวกระชับ ส่วนใหญ่เก็บไฮไลต์ได้ใน 4-6 วัน ถ้าชอบธรรมชาติจัดเต็มหรือออนเซ็นแบบญี่ปุ่นอาจรู้สึกว่ามีให้เลือกน้อยกว่า แต่ข้อดีที่ชดเชยคือบินใกล้กว่าญี่ปุ่นนิดหน่อย ค่าอาหารและเดินทางในเมืองมักประหยัดกว่าเล็กน้อย และที่ต้องรู้ก่อนคือ คนไทยต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง (รายละเอียดอยู่ในตารางและ FAQ ด้านล่าง)
หัวใจของทริปเกาหลีสำหรับหลายคนคือการเดินช้อป ร้านสกินแคร์เรียงเป็นถนน คาเฟ่แต่งสวยให้ถ่ายรูป และแฟชั่นวัยรุ่นที่ฮงแด ทั้งหมดเดินถึงด้วยรถไฟใต้ดินที่ใช้ง่ายแม้เป็นมือใหม่
แฟนเพลงและซีรีส์เกาหลีจะสนุกเป็นพิเศษ ทั้งสถานที่ถ่ายทำที่จำได้จากจอ ร้านค้าของศิลปิน และอีเวนต์คอนเสิร์ตที่จัดบ่อย เป็นเสน่ห์ที่ดึงคนไทยไปเกาหลีซ้ำหลายรอบ
อาหารเกาหลีเด่นที่รสจัดจ้านและเผ็ดร้อน ต็อกบกกีริมทาง ไก่ทอดกับเบียร์ หมูย่างเกาหลี และซุปร้อนๆ ราคาเป็นมิตร เป็นแนวที่คนไทยกินแล้วถูกปากแทบจะทันที
หมายเหตุ: Wherebest เป็นเว็บคู่มือญี่ปุ่น ยังไม่มีหน้าคู่มือเกาหลีของตัวเอง ข้อมูลฝั่งเกาหลีในหน้านี้สรุปจากข้อเท็จจริงทั่วไปเพื่อให้เทียบกับญี่ปุ่นได้ ก่อนเดินทางควรตรวจกฎเข้าเมืองและข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการอีกครั้ง
| มิติ | ญี่ปุ่น | เกาหลี |
|---|---|---|
| บรรยากาศโดยรวม | ใหญ่และหลากหลาย เมือง-ธรรมชาติ-วัฒนธรรมครบ | กระชับและทันสมัย เน้นโซลและเมืองหลัก |
| บินจากกรุงเทพ | โตเกียวราว 6 ชม. 14 นาที (บินตรง) | โซลราว 5 ชม. 32 นาที — ใกล้กว่าราว 40 นาที |
| วีซ่า / เข้าเมือง | เข้าฟรีวีซ่า ≤15 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า | ต้องขอ K-ETA ก่อน + เข้าฟรีวีซ่า ≤90 วัน |
| อาหาร | หลากหลายและลึก ซูชิ ราเมง อาหารถิ่นทุกจังหวัด | รสจัดเผ็ดถูกปากไทย ต็อกบกกี ไก่ทอด หมูย่าง |
| ช้อป / วัฒนธรรมป็อป | ช้อปครบทุกแนว แอนิเมะ-เกม ป็อปคัลเจอร์เข้มข้น | สกินแคร์ คาเฟ่ K-pop K-drama เป็นจุดขายหลัก |
| ธรรมชาติ / ออนเซ็น | จัดเต็ม ภูเขา ทะเล สี่ฤดู ออนเซ็น-เรียวกัง | มีบ้างแต่เลือกได้น้อยกว่า เน้นเที่ยวเมือง |
| งบโดยรวม | พอๆ กัน ค่าข้ามเมืองแพงขึ้นถ้าเที่ยวหลายจังหวัด | พอๆ กัน อาหาร-เดินทางในเมืองมักประหยัดกว่านิด |
| เที่ยวกี่วันกำลังดี | 5-7 วันขึ้นไป ยิ่งเที่ยวหลายภาคยิ่งต้องมีเวลา | 4-6 วันก็จุใจ ปักหลักโซลเป็นหลัก |
ต่างจากเมืองในประเทศเดียวกัน ญี่ปุ่นกับเกาหลีเป็นคนละประเทศ ต้องบินคนละเที่ยวและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองคนละชุด คนส่วนใหญ่จึงเลือกไปทีละประเทศต่อหนึ่งทริปมากกว่าจะรวบในรอบเดียว นี่คือวิธีคิดง่ายๆ ก่อนตัดสินใจ
ถ้าเลือกญี่ปุ่น — นี่คือโรงแรมเด็ดในโตเกียว เกียวโต โอซาก้า ที่เรารีวิวจริง (เกาหลีเรายังไม่มีคู่มือ)