หน้าแรก โตเกียว โอซาก้า กิน-เที่ยวญี่ปุ่น เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ญี่ปุ่น  ›  ญี่ปุ่น vs เกาหลี
เทียบประเทศ · ญี่ปุ่น vs เกาหลี

ญี่ปุ่น vs เกาหลี
ทริปแรกควรไปไหนดี?

คำถามคลาสสิกของคนไทยก่อนวางแผนทริปแรก — ญี่ปุ่นใหญ่และหลากหลาย เข้าฟรีวีซ่า 15 วัน ส่วนเกาหลีกระชับและบินใกล้กว่า แต่ต้องขอ K-ETA ก่อน เทียบให้ชัดทุกมิติแบบเป็นกลาง ก่อนตัดสินใจ

เรื่องที่ต้องรู้ก่อน

สองปลายทางยอดฮิตที่คนไทยลังเลกันมาตลอด

ลองนึกภาพนี้ — คุณกำลังจะจองทริปต่างประเทศครั้งแรกกับเพื่อนหรือครอบครัว แล้วเจอคำถามที่ถกกันไม่จบ จะไป ญี่ปุ่น หรือ เกาหลี ดี สองปลายทางนี้คนไทยนิยมพอกัน บินตรงจากกรุงเทพไม่กี่ชั่วโมง ทั้งคู่ปลอดภัย อาหารอร่อย ช้อปสนุก และมีฤดูสวยให้ถ่ายรูป แต่พอลงรายละเอียดจริง — มันคือทริปคนละอารมณ์

บอกตรงๆ ก่อนว่า นี่ไม่ใช่คำถามว่าที่ไหน "ดีกว่า" แต่เป็นคำถามว่า คุณอยากได้ทริปแบบไหน ญี่ปุ่นคือประเทศที่ใหญ่และหลากหลายมาก มีทั้งมหานคร ธรรมชาติ ภูเขาไฟ ออนเซ็น วัด ธีมพาร์ก และรถไฟที่พาไปได้แทบทุกมุม ส่วนเกาหลีกระชับกว่า เที่ยวกระจุกอยู่ในและรอบโซลเป็นหลัก เด่นเรื่องช้อป คาเฟ่ สกินแคร์ K-pop ซีรีส์ และสตรีทฟู้ดเผ็ดร้อนถูกปากคนไทย

บทความนี้จะเทียบให้ครบทุกมิติแบบเป็นกลาง — บรรยากาศ การบินจากกรุงเทพ เรื่องวีซ่าและ K-ETA ที่ต้องรู้ อาหาร ช้อปป็อปคัลเจอร์ ธรรมชาติ-ออนเซ็น งบประมาณ และเที่ยวกี่วันถึงกำลังดี ขอออกตัวก่อนว่าเราเป็นเว็บคู่มือญี่ปุ่น ยังไม่มีคู่มือเกาหลีของตัวเอง แต่จะพยายามเล่าฝั่งเกาหลีให้ตรงข้อเท็จจริงที่สุด ไม่เชียร์ญี่ปุ่นด้านเดียว

สรุปด่วน

คำตอบสั้นๆ ก่อนอ่านรายละเอียด

ถ้าต้องเลือกเดี๋ยวนี้เลย

อยากได้ความหลากหลาย / ธรรมชาติ-ออนเซ็น-วัฒนธรรม / ตั้งใจเที่ยวยาวหรือมาหลายรอบ / อยากเข้าเมืองง่ายไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เลือก ญี่ปุ่น — ประเทศที่ใหญ่และมีอะไรให้สำรวจเยอะมาก ทั้งเมือง ภูเขา ออนเซ็น วัด ธีมพาร์ก รถไฟครอบคลุมทั่ว และคนไทยเข้าฟรีวีซ่าได้เลย (เที่ยวพักไม่เกิน 15 วัน)
อยากได้ทริปสั้นกระชับ / เน้นช้อป-คาเฟ่-สกินแคร์-K-culture / ชอบสตรีทฟู้ดเผ็ด / อยากบินใกล้กว่านิดและงบประหยัดลงหน่อย เลือก เกาหลี — โซลเป็นศูนย์กลาง เที่ยว 4-6 วันก็จุใจ บินตรงจากกรุงเทพใกล้กว่าญี่ปุ่นราว 40 นาที เพียงแต่ต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง (อนุมัติแล้วยังไม่การันตีผ่านด่าน)
ญี่ปุ่น · Japan

ประเทศที่เที่ยวเท่าไหร่ก็ไม่หมด

ถนนช้อปปิ้งย่านกลางคืนในโตเกียวเต็มไปด้วยป้ายไฟนีออน ภาพจำของเมืองใหญ่ในญี่ปุ่นที่ทันสมัยและไม่เคยหลับ

จุดแข็งที่สุดของญี่ปุ่นคือ ความใหญ่และหลากหลายที่เที่ยวไม่มีวันหมด ที่นี่ไม่ใช่แค่เมืองหลวงเมืองเดียว แต่มีหลายภูมิภาคที่บรรยากาศต่างกันชัด โตเกียวคือมหานครทันสมัย เกียวโตคือวัดและเกอิชา ฮอกไกโดคือธรรมชาติและหิมะ โอกินาว่าคือทะเลใส ส่วนหมู่บ้านบนเขาอย่างชิราคาวาโกะก็เหมือนหลุดออกมาจากการ์ตูน เครือข่ายรถไฟรวมถึงชินคันเซ็นพาคุณข้ามเมืองได้สบาย

ไฮไลต์ของญี่ปุ่นคือ มีทุกแนวให้เลือกในประเทศเดียว — อยากแช่ออนเซ็นกลางหุบเขาก็ได้ อยากปีนชมใบไม้แดงก็ได้ อยากลุยธีมพาร์กอย่างโตเกียวดิสนีย์หรือ Universal Studios Japan ก็มี หรือจะสายวัด-ศาลเจ้า-ปราสาทก็เก็บได้ไม่จบ คนที่ชอบวางแผนเองจะสนุกมากเพราะเส้นทางต่อกันได้หลายแบบ และมากี่รอบก็ยังเจอที่ใหม่เสมอ

เรื่องอาหารญี่ปุ่นเด่นที่ความหลากหลายและความลึก — ซูชิ ราเมง เทมปุระ ทงคัตสึ ไปจนถึงอาหารถิ่นที่แต่ละจังหวัดมีของตัวเอง กินได้ตั้งแต่ร้านในตรอกหลักร้อยเยนถึงไฟน์ไดนิ่งหลักหมื่น และที่คนไทยชอบคือ เข้าฟรีวีซ่าได้เลย สำหรับทริปท่องเที่ยวพักไม่เกิน 15 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนอะไรล่วงหน้า

ข้อดี · ข้อที่ต้องคิด
ใหญ่และหลากหลายมาก — เมือง ธรรมชาติ ภูเขาไฟ ออนเซ็น วัด ทะเล ครบในประเทศเดียว
ออนเซ็นและเรียวกัง — ประสบการณ์แช่น้ำพุร้อนที่เกาหลีหาแบบนี้ได้ยากกว่า
รถไฟครอบคลุมทั้งประเทศ — ชินคันเซ็นพาข้ามเมืองได้เร็ว ตรงเวลา
คนไทยเข้าฟรีวีซ่า 15 วัน — ไม่ต้องลงทะเบียนหรือขออนุญาตล่วงหน้า
มาได้หลายรอบไม่เบื่อ — แต่ละภูมิภาคและแต่ละฤดูเหมือนเที่ยวคนละที่
พื้นที่กว้าง ถ้าอยากเก็บหลายเมืองต้องมีเวลามากขึ้นและวางแผนดีๆ
ค่าเดินทางข้ามเมืองด้วยชินคันเซ็นแพงขึ้นถ้าเที่ยวหลายจังหวัด
ภาษาอังกฤษนอกเมืองใหญ่มีน้อยลง บางจุดต้องพึ่งแอปแปลภาษา
ช่วงซากุระและใบไม้แดงคนแน่นและที่พักแพงขึ้นชัด ควรจองล่วงหน้านาน
ไฮไลต์ญี่ปุ่น · ห้ามพลาด

สิ่งที่ทำให้ญี่ปุ่นเป็นญี่ปุ่น

🏙️
เมืองใหญ่หลากสไตล์ — โตเกียวและโอซาก้า
มหานครทันสมัย + เมืองหลวงอาหาร · ต่อชินคันเซ็นถึงกันราว 2.5 ชม.

มือใหม่ส่วนใหญ่เริ่มที่โตเกียว มหานครที่มีย่านนับสิบทั้งชิบุยะ ชินจูกุ อาซากุสะ หรือจะลงโอซาก้าฐานเที่ยวคันไซก็ได้ ดูคู่มือเต็มที่ เที่ยวโตเกียว และ เที่ยวโอซาก้า

อ่านคู่มือโตเกียว →
♨️
ออนเซ็น ธรรมชาติ และสี่ฤดู
น้ำพุร้อน ใบไม้แดง ซากุระ หิมะ · เปลี่ยนหน้าเหมือนเที่ยวคนละที่

เสน่ห์ที่เกาหลีให้ไม่เท่าคือออนเซ็นและธรรมชาติสี่ฤดูแบบจัดเต็ม แช่น้ำพุร้อนกลางหุบเขา ชมใบไม้แดงปลายพฤศจิกายน หรือซากุระปลายมีนาคม วางแผนช่วงเวลาได้ที่ เที่ยวญี่ปุ่นเดือนไหนดี

ดูช่วงเที่ยว →
🍜
อาหารหลากหลาย ทุกระดับ ทุกถิ่น
ซูชิ ราเมง เทมปุระ ถึงอาหารถิ่น · หลักร้อยถึงหลักหมื่นเยน

อาหารญี่ปุ่นลึกและกว้าง แต่ละจังหวัดมีของเด็ดของตัวเอง ตั้งแต่ราเมงร้านเล็กในตรอกถึงซูชิโอมากาเสะ กินได้ทุกงบ เริ่มจากจานต้องลองที่ คู่มืออาหารญี่ปุ่น

อ่านต่อ →
เกาหลี · Korea

ทริปกระชับที่เน้นช้อป คาเฟ่ และ K-culture

เกาหลีไม่ได้แข่งกับญี่ปุ่นด้วยขนาดหรือความหลากหลาย — แต่เล่นคนละเกม ที่นี่คือ ปลายทางที่กระชับและทันสมัย โดยมีโซลเป็นศูนย์กลาง นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในและรอบเมืองหลวง ทั้งย่านมยองดง ฮงแด คังนัม และพระราชวังเคียงบกกุง บวกกับเดย์ทริปใกล้ๆ อย่างนามิหรือพาจู วางแผนง่ายเพราะไม่ต้องย้ายเมืองบ่อย

ไฮไลต์ของเกาหลีคือสิ่งที่คนไทยติดใจกันมาก — ช้อปปิ้ง คาเฟ่ สกินแคร์ และวัฒนธรรมป็อป ร้านเครื่องสำอางเรียงรายทั้งถนน คาเฟ่แต่งสวยถ่ายรูปได้ทั้งวัน คอนเสิร์ตและสถานที่ถ่ายซีรีส์ที่แฟน K-pop และ K-drama ตามรอยได้ และสตรีทฟู้ดรสจัดจ้านอย่างต็อกบกกี ไก่ทอด และหมูย่างเกาหลี ที่เผ็ดร้อนถูกปากคนไทยตั้งแต่คำแรก

เรื่องที่ต้องพูดตรงๆ เกาหลีเที่ยวกระชับ ส่วนใหญ่เก็บไฮไลต์ได้ใน 4-6 วัน ถ้าชอบธรรมชาติจัดเต็มหรือออนเซ็นแบบญี่ปุ่นอาจรู้สึกว่ามีให้เลือกน้อยกว่า แต่ข้อดีที่ชดเชยคือบินใกล้กว่าญี่ปุ่นนิดหน่อย ค่าอาหารและเดินทางในเมืองมักประหยัดกว่าเล็กน้อย และที่ต้องรู้ก่อนคือ คนไทยต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง (รายละเอียดอยู่ในตารางและ FAQ ด้านล่าง)

🇰🇷
SEOUL · KOREA
ภาพประกอบ — Wherebest ยังไม่มีคู่มือเกาหลี
ข้อดี · ข้อที่ต้องคิด
กระชับ วางแผนง่าย — โซลเป็นศูนย์กลาง เที่ยว 4-6 วันก็จุใจ ไม่ต้องย้ายเมืองบ่อย
สวรรค์ของสายช้อป-คาเฟ่-สกินแคร์ — มยองดง ฮงแด คาเฟ่แต่งสวยทุกย่าน
K-pop และ K-drama — ตามรอยซีรีส์ คอนเสิร์ต และคาเฟ่ศิลปินได้
สตรีทฟู้ดเผ็ดถูกปากคนไทย — ต็อกบกกี ไก่ทอด หมูย่าง บูแดจิเก
บินใกล้กว่าญี่ปุ่นนิดหน่อย — กรุงเทพไปโซลราว 5 ชั่วโมงครึ่ง
ต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง — มีค่าธรรมเนียมและต้องยื่นล่วงหน้า
ธรรมชาติและออนเซ็นมีให้เลือกน้อยกว่าญี่ปุ่น — เน้นเที่ยวเมืองเป็นหลัก
เที่ยวกระจุกที่โซล — ถ้าอยากเห็นภูมิภาคหลากหลายอาจรู้สึกตัวเลือกจำกัด
อาหารรสจัดและเผ็ด — สายไม่กินเผ็ดต้องเลือกร้านหน่อย
ไฮไลต์เกาหลี · ที่คนไทยชอบ

สิ่งที่ทำให้เกาหลีเป็นเกาหลี

🛍️
ช้อปและคาเฟ่ — มยองดง ฮงแด คังนัม
ย่านช้อปใจกลางโซล · เครื่องสำอาง คาเฟ่ แฟชั่นสตรีท

หัวใจของทริปเกาหลีสำหรับหลายคนคือการเดินช้อป ร้านสกินแคร์เรียงเป็นถนน คาเฟ่แต่งสวยให้ถ่ายรูป และแฟชั่นวัยรุ่นที่ฮงแด ทั้งหมดเดินถึงด้วยรถไฟใต้ดินที่ใช้ง่ายแม้เป็นมือใหม่

🎤
K-pop และ K-drama
ตามรอยซีรีส์ · คอนเสิร์ต · คาเฟ่ศิลปิน

แฟนเพลงและซีรีส์เกาหลีจะสนุกเป็นพิเศษ ทั้งสถานที่ถ่ายทำที่จำได้จากจอ ร้านค้าของศิลปิน และอีเวนต์คอนเสิร์ตที่จัดบ่อย เป็นเสน่ห์ที่ดึงคนไทยไปเกาหลีซ้ำหลายรอบ

🍢
สตรีทฟู้ดและอาหารเผ็ด
ต็อกบกกี ไก่ทอด หมูย่าง บูแดจิเก · รสจัดถูกปากคนไทย

อาหารเกาหลีเด่นที่รสจัดจ้านและเผ็ดร้อน ต็อกบกกีริมทาง ไก่ทอดกับเบียร์ หมูย่างเกาหลี และซุปร้อนๆ ราคาเป็นมิตร เป็นแนวที่คนไทยกินแล้วถูกปากแทบจะทันที

หมายเหตุ: Wherebest เป็นเว็บคู่มือญี่ปุ่น ยังไม่มีหน้าคู่มือเกาหลีของตัวเอง ข้อมูลฝั่งเกาหลีในหน้านี้สรุปจากข้อเท็จจริงทั่วไปเพื่อให้เทียบกับญี่ปุ่นได้ ก่อนเดินทางควรตรวจกฎเข้าเมืองและข้อมูลล่าสุดจากแหล่งทางการอีกครั้ง

จุดร่วม

ต่างกันชัด แต่ก็เหมือนกันหลายอย่าง

ก่อนจะเทียบความต่าง ขอบอกก่อนว่าไม่ว่าเลือกประเทศไหน บางอย่างคุณก็จะได้เหมือนกัน — และนี่คือเหตุผลว่าทำไมทั้งสองที่ถึงเป็นปลายทางยอดฮิตของคนไทยทั้งคู่

ปลอดภัยและสะอาด — เดินเที่ยวกลางคืนสบายใจ ระบบบ้านเมืองเป็นระเบียบทั้งสองที่
อาหารอร่อยทั้งคู่ — ญี่ปุ่นเด่นความหลากหลายและความลึก เกาหลีเด่นรสจัดและสตรีทฟู้ด
ระบบรถไฟใต้ดินใช้ง่าย — โซลและเมืองใหญ่ญี่ปุ่นมีเมโทรครอบคลุม ป้ายมีภาษาอังกฤษ
ช้อปปิ้งจุใจ — ห้าง ร้านดิวตี้ฟรี เครื่องสำอาง ของฝาก มีครบทั้งสองประเทศ
คนไทยนิยมและบินตรงจากกรุงเทพ — เที่ยวบินเยอะ หาข้อมูลภาษาไทยได้ง่ายทั้งคู่
มีฤดูสวยให้ถ่ายรูป — ทั้งซากุระต้นฤดูใบไม้ผลิและใบไม้เปลี่ยนสีปลายฤดูใบไม้ร่วง
เปรียบเทียบ

เทียบทุกมิติในตารางเดียว

มิติ ญี่ปุ่น เกาหลี
บรรยากาศโดยรวม ใหญ่และหลากหลาย เมือง-ธรรมชาติ-วัฒนธรรมครบ กระชับและทันสมัย เน้นโซลและเมืองหลัก
บินจากกรุงเทพ โตเกียวราว 6 ชม. 14 นาที (บินตรง) โซลราว 5 ชม. 32 นาที — ใกล้กว่าราว 40 นาที
วีซ่า / เข้าเมือง เข้าฟรีวีซ่า ≤15 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า ต้องขอ K-ETA ก่อน + เข้าฟรีวีซ่า ≤90 วัน
อาหาร หลากหลายและลึก ซูชิ ราเมง อาหารถิ่นทุกจังหวัด รสจัดเผ็ดถูกปากไทย ต็อกบกกี ไก่ทอด หมูย่าง
ช้อป / วัฒนธรรมป็อป ช้อปครบทุกแนว แอนิเมะ-เกม ป็อปคัลเจอร์เข้มข้น สกินแคร์ คาเฟ่ K-pop K-drama เป็นจุดขายหลัก
ธรรมชาติ / ออนเซ็น จัดเต็ม ภูเขา ทะเล สี่ฤดู ออนเซ็น-เรียวกัง มีบ้างแต่เลือกได้น้อยกว่า เน้นเที่ยวเมือง
งบโดยรวม พอๆ กัน ค่าข้ามเมืองแพงขึ้นถ้าเที่ยวหลายจังหวัด พอๆ กัน อาหาร-เดินทางในเมืองมักประหยัดกว่านิด
เที่ยวกี่วันกำลังดี 5-7 วันขึ้นไป ยิ่งเที่ยวหลายภาคยิ่งต้องมีเวลา 4-6 วันก็จุใจ ปักหลักโซลเป็นหลัก
ทริปแรกควรเริ่มที่ไหน

เลือกหนึ่งประเทศให้เต็มที่ก่อน

ต่างจากเมืองในประเทศเดียวกัน ญี่ปุ่นกับเกาหลีเป็นคนละประเทศ ต้องบินคนละเที่ยวและผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองคนละชุด คนส่วนใหญ่จึงเลือกไปทีละประเทศต่อหนึ่งทริปมากกว่าจะรวบในรอบเดียว นี่คือวิธีคิดง่ายๆ ก่อนตัดสินใจ

1
ถามตัวเองก่อนว่าอยากได้ทริปแบบไหน
อยากได้ความหลากหลาย ธรรมชาติ ออนเซ็น และเที่ยวได้หลายภูมิภาค ให้เอนไปทางญี่ปุ่น ถ้าอยากได้ทริปสั้นกระชับ เน้นช้อป คาเฟ่ และ K-culture ในเมืองเดียว เกาหลีจะตรงใจกว่า ลองดูภาพรวมฝั่งญี่ปุ่นได้ที่ คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น
2
เช็คเรื่องเข้าเมืองให้พร้อม
ถ้าเลือกญี่ปุ่น คนไทยเข้าฟรีวีซ่าได้เลยสำหรับทริปท่องเที่ยวพักไม่เกิน 15 วัน อ่านรายละเอียดที่ คู่มือวีซ่าญี่ปุ่น ถ้าเลือกเกาหลี ต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง (มีค่าธรรมเนียมและต้องยื่นล่วงหน้า) และจำไว้ว่าอนุมัติแล้วยังไม่การันตีว่าจะผ่านด่าน ควรตรวจกฎล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนเสมอ
3
กะจำนวนวันให้พอดีกับปลายทาง
ญี่ปุ่นถ้าจะให้คุ้มควรมี 5-7 วันขึ้นไป ยิ่งอยากเก็บหลายเมืองยิ่งต้องเผื่อเวลา ดูตัวอย่างได้ที่ แพลน 5 วัน หรือ แพลน 7 วัน ส่วนเกาหลีปักหลักโซล 4-6 วันก็เก็บไฮไลต์ได้ครบ
4
อยากไปทั้งคู่ในทริปเดียวจริงๆ?
ทำได้ถ้ามีเวลา 10 วันขึ้นไป โดยบินต่อระหว่างโตเกียว/โอซาก้ากับโซล (ราว 2-2.5 ชั่วโมง) แต่ต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองทั้งสองประเทศและขอ K-ETA สำหรับฝั่งเกาหลี เวลาในแต่ละประเทศจะน้อยลง สำหรับทริปแรกแนะนำเลือกหนึ่งที่ไปให้สุดก่อน เตรียมตัวฝั่งญี่ปุ่นได้ที่ ข้อมูลเดินทางญี่ปุ่น
สรุปการตัดสินใจ

เลือกที่ไหนถ้าคุณเป็น...

อยากได้ความหลากหลาย ธรรมชาติ ออนเซ็น และตั้งใจเที่ยวยาวหรือมาหลายรอบ — เลือกญี่ปุ่น ประเทศที่ใหญ่และมีหลายภูมิภาคให้สำรวจ ทั้งเมือง ภูเขา ทะเล วัด ธีมพาร์ก กี่รอบก็ยังเจอที่ใหม่ บวกเข้าฟรีวีซ่าได้เลย
อยากได้ทริปสั้นกระชับ เน้นช้อป คาเฟ่ สกินแคร์ และ K-culture — เลือกเกาหลี ปักหลักโซลเป็นหลัก เที่ยว 4-6 วันก็จุใจ ตามรอยซีรีส์และคอนเสิร์ตได้ บินใกล้กว่าญี่ปุ่นนิดหน่อย เพียงเตรียมขอ K-ETA ก่อน
เป็นมือใหม่ที่อยากเข้าเมืองง่ายสุด ไม่อยากยุ่งเรื่องเอกสารล่วงหน้า — เลือกญี่ปุ่น เพราะคนไทยเข้าฟรีวีซ่าได้เลย ไม่ต้องลงทะเบียนหรือขออนุญาตก่อน ลดขั้นตอนเตรียมตัวไปได้พอสมควร
ชอบอาหารเผ็ดจัดจ้านและงบจำกัดนิดหน่อย — เลือกเกาหลี ต็อกบกกี ไก่ทอด หมูย่าง รสจัดถูกปากคนไทย ค่าอาหารและเดินทางในเมืองมักประหยัดกว่าเล็กน้อย เหมาะกับทริปคุมงบ
มีเวลา 10 วันขึ้นไปและอยากเก็บทั้งสองที่ — ทำได้โดยบินต่อระหว่างญี่ปุ่นกับโซล แต่เวลาในแต่ละประเทศจะน้อยลงและต้องผ่านด่านสองชุด สำหรับทริปแรกแนะนำเลือกหนึ่งประเทศไปให้สุดก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บอีกที่ในรอบถัดไป
นอนที่ไหนดีในญี่ปุ่น

ที่พักแนะนำในญี่ปุ่น

ถ้าเลือกญี่ปุ่น — นี่คือโรงแรมเด็ดในโตเกียว เกียวโต โอซาก้า ที่เรารีวิวจริง (เกาหลีเรายังไม่มีคู่มือ)

คำถามที่พบบ่อย

FAQ · ญี่ปุ่น vs เกาหลี

ทริปแรกควรเลือกญี่ปุ่นหรือเกาหลี?
ไม่มีที่ไหน ดีกว่า แบบเหมารวม อยู่ที่ว่าคุณอยากได้ทริปแบบไหน ถ้าอยากได้ความหลากหลาย เมืองใหญ่ ธรรมชาติ ออนเซ็น วัฒนธรรม และตั้งใจเที่ยวยาวหรือมาหลายรอบ ญี่ปุ่นมีพื้นที่ให้สำรวจเยอะกว่ามาก บวกกับคนไทยเข้าฟรีวีซ่าได้เลย (ทริปท่องเที่ยวพักไม่เกิน 15 วัน) แต่ถ้าอยากได้ทริปสั้นกระชับ เน้นช้อป คาเฟ่ สกินแคร์ K-pop ซีรีส์ และสตรีทฟู้ดเผ็ดถูกปาก เกาหลีจบได้ใน 4-6 วันและบินใกล้กว่า เพียงแต่ต้องขอ K-ETA ออนไลน์ก่อนเดินทาง ถ้าเป็นมือใหม่ที่อยากเที่ยวง่ายสุดและไม่อยากยุ่งเรื่องเอกสาร ญี่ปุ่นเริ่มต้นง่ายกว่านิดหน่อยเพราะไม่ต้องลงทะเบียนอะไรล่วงหน้า เริ่มวางแผนฝั่งญี่ปุ่นได้ที่ คู่มือเที่ยวญี่ปุ่น
บินจากกรุงเทพไปญี่ปุ่นหรือเกาหลี อันไหนใกล้และถูกกว่า?
เกาหลีใกล้กว่าเล็กน้อย บินตรงกรุงเทพไปโซลใช้เวลาราว 5 ชั่วโมง 32 นาที ส่วนกรุงเทพไปโตเกียวราว 6 ชั่วโมง 14 นาที ต่างกันราว 40 นาที เรื่องราคาตั๋วไป-กลับใกล้เคียงกันมาก เริ่มราว 300 ดอลลาร์ขึ้นไปทั้งคู่ ขึ้นอยู่กับสายการบิน ช่วงเวลา และจองล่วงหน้าแค่ไหน ช่วงไฮซีซั่นอย่างซากุระ ใบไม้เปลี่ยนสี หรือปิดเทอม ราคาขยับขึ้นทั้งสองปลายทาง สรุปคือระยะทางและค่าตั๋วไม่ใช่ตัวตัดสินหลัก ให้ดูสไตล์ทริปที่อยากได้มากกว่า
คนไทยต้องขอวีซ่าหรือ K-ETA ไหม?
ญี่ปุ่น คนไทยเข้าฟรีวีซ่าเพื่อการท่องเที่ยว พักได้ไม่เกิน 15 วัน ไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เกาหลี คนไทยเข้าฟรีวีซ่าพักได้ไม่เกิน 90 วันก็จริง แต่ ต้องขอ K-ETA (Korea Electronic Travel Authorization) ออนไลน์ก่อนเดินทางเสมอ ค่าธรรมเนียมราว 10,000 วอน (ประมาณ 7-8 ดอลลาร์) อนุมัติแล้วใช้ได้ 3 ปีแบบเข้าออกหลายครั้ง ระบบประเมินผลภายในราว 72 ชั่วโมง จึงควรยื่นล่วงหน้าหลายวัน เรื่องที่ต้องบอกตรงๆ คือ การได้รับอนุมัติ K-ETA ไม่ได้การันตีว่าจะผ่านด่านตรวจคนเข้าเมือง เพราะการตัดสินใจขั้นสุดท้ายเป็นของเจ้าหน้าที่ ตม. เกาหลีที่ด่านขาเข้า กฎเกณฑ์เหล่านี้เปลี่ยนได้ ควรตรวจกฎล่าสุดจากแหล่งทางการก่อนเดินทางทุกครั้ง รายละเอียดวีซ่าฝั่งญี่ปุ่นอ่านได้ที่ คู่มือวีซ่าญี่ปุ่น
เที่ยวญี่ปุ่นหรือเกาหลี ที่ไหนถูกกว่า?
ค่าครองชีพระหว่างทริปใกล้เคียงกัน ทั้งสองที่เป็นประเทศพัฒนาแล้วที่ราคาไม่ได้ถูก โดยรวมเกาหลีมักประหยัดกว่านิดหน่อยในส่วนของอาหารและการเดินทางในเมือง โดยเฉพาะสตรีทฟู้ดและคาเฟ่ที่ราคาเป็นมิตร ส่วนญี่ปุ่นค่าเดินทางข้ามเมืองด้วยชินคันเซ็นจะแพงขึ้นถ้าเที่ยวหลายเมือง แต่ถ้าปักหลักเมืองเดียวงบก็คุมได้ ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับพอๆ กัน สรุปคือถ้างบเป็นปัจจัยสำคัญ เกาหลีในทริปสั้นๆ ปักหลักโซลมักจบที่ตัวเลขเบากว่า แต่ส่วนต่างไม่ได้มากจนเป็นตัวตัดสิน วางแผนงบฝั่งญี่ปุ่นได้ที่ ข้อมูลเดินทางญี่ปุ่น
มือใหม่เที่ยวต่างประเทศครั้งแรก ที่ไหนเที่ยวง่ายกว่า?
ทั้งสองที่เป็นมิตรกับมือใหม่มาก ปลอดภัย สะอาด ป้ายมีภาษาอังกฤษ และมีระบบรถไฟใต้ดินที่ใช้ง่าย เกาหลีได้เปรียบเรื่องกระชับ เพราะส่วนใหญ่เที่ยวอยู่ในและรอบโซล วางแผนง่าย ไม่ต้องย้ายเมืองบ่อย เหมาะกับคนที่อยากได้ทริปไม่ซับซ้อน ส่วนญี่ปุ่นได้เปรียบเรื่องไม่ต้องลงทะเบียนล่วงหน้า เข้าฟรีวีซ่าได้เลย และมีข้อมูลภาษาไทยให้อ่านเยอะ ถ้าจะเที่ยวเมืองเดียวเช่นโตเกียวหรือโอซาก้าก็วางแผนง่ายพอกัน เลือกตามสไตล์ที่ชอบได้เลย ลองอ่านคู่มือเริ่มต้นที่ เที่ยวโตเกียว
ไปญี่ปุ่นและเกาหลีในทริปเดียวได้ไหม?
ทำได้ แต่คนส่วนใหญ่เลือกแยกทริปมากกว่า เพราะเป็นคนละประเทศ ต้องบินต่ออีกเที่ยว (โตเกียว/โอซาก้า ไป-กลับ โซล ราว 2-2.5 ชั่วโมง) และต้องผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองของทั้งสองประเทศ รวมถึงต้องขอ K-ETA สำหรับฝั่งเกาหลีด้วย ถ้ามีเวลา 10 วันขึ้นไปและอยากเก็บทั้งคู่ในรอบเดียวก็พอไหว แต่จะได้เวลาในแต่ละประเทศน้อยลง สำหรับทริปแรกแนะนำให้เลือกหนึ่งประเทศไปให้เต็มที่ก่อน แล้วค่อยกลับมาเก็บอีกที่ในทริปถัดไป จะได้อรรถรสกว่าและไม่เหนื่อยเกินไป ดูที่พักฝั่งญี่ปุ่นได้ที่ เที่ยวโอซาก้า