หน้าแรก ฮาโกดาเตะ ญี่ปุ่น ฮอกไกโด เกี่ยวกับเรา
หน้าแรก  ›  เอเชีย  ›  ญี่ปุ่น  ›  ฮาโกดาเตะ  ›  แผนเที่ยว
🗓️ แผนเที่ยวฮาโกดาเตะ · 1–2 วัน · 2026

เที่ยวฮาโกดาเตะ
ครบทุกไฮไลต์ไม่มีพลาด

จากไข่ทะเลสดตี 5 ที่ตลาดเช้า ถึงซอยหินโบสถ์ยุโรปยามบ่าย และวิวสามแสนล้านเยนบนยอดเขายามค่ำ — เมืองนี้แพ็กประสบการณ์ไว้มากกว่าที่เห็น

เที่ยวกี่วันพอ?

ฮาโกดาเตะ 1 วันก็ได้ 2 วันยิ่งดี

บอกตรงๆ ว่าฮาโกดาเตะเป็นเมืองที่ถ้าให้เวลาแค่ 1 วัน คุณก็ไม่ผิดหวัง แต่ถ้ามี 2 วันจะรู้สึกได้ว่าเข้าถึงเมืองนี้จริงๆ เพราะ ไฮไลต์หลักทั้งหมดอยู่ในฝั่งเดียวกัน — ตลาดเช้า โมโตมาจิ ฮาจิมันซากะ กระเช้ายอดเขา ล้วนเดินทางด้วยรถรางสายเดียวจากสถานีได้หมด ส่วนวันที่ 2 เหมาะสำหรับ กอริวคาคุ ป้อมดาวห้าแฉกที่เห็นได้จากหอชมวิวอย่างน่าตื่นตา และถ้าอยากผักผ่อนก็แวะ อนุมะปาร์ค ที่อยู่ห่างแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ

ฮาโกดาเตะอยู่ทางใต้สุดของเกาะฮอกไกโด เป็นเมืองท่าเก่าแก่ที่เปิดรับการค้าจากต่างชาติตั้งแต่ปี 1854 ความที่ยุโรปและรัสเซียเคยตั้งสถานกงสุลที่นี่ ทำให้โมโตมาจิมีโบสถ์คริสต์ วิลล่าสไตล์ Colonial และซอยหินปูที่คุณแทบไม่เชื่อว่าอยู่ในญี่ปุ่น — เมืองนี้ไม่มีอะไรต้องบอกให้รีบ มาแล้วจะรู้เอง

วันแรก

ตลาดเช้า โมโตมาจิ และวิวที่คนทั้งโลกพูดถึง

ไข่ทะเลสดกว่าที่คิด · ซอยหินโบสถ์คาทอลิก · กระเช้าขึ้นยอดเขายามพลบค่ำ — วันที่จะทำให้คุณเข้าใจว่าทำไมฮาโกดาเตะถึงติดอันดับวิวกลางคืนสวยที่สุดในโลก

01
วันที่ 1
ตลาดเช้า · โมโตมาจิ · วิวยอดเขา
ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ — แผงขายปูขนสดและอาหารทะเลฮอกไกโดยามเช้าตรู่
เช้าตรู่ 05.00–07.30 น.
ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (朝市 Asaichi)

เริ่มวันด้วยการตื่นเช้าสักหน่อย — ตลาดเช้าฮาโกดาเตะ (朝市) เดินจากสถานีไม่ถึง 2 นาที เปิดตั้งแต่ตี 5 ในช่วงพฤษภาคม–ธันวาคม และตี 6 ในช่วงมกราคม–เมษายน มา 05.00–07.00 น. ได้ของสดที่สุดและคนน้อยที่สุด ถ้ามาสาย 9 โมงแล้วนักท่องเที่ยวเต็มตลาดจนเดินแทบไม่ได้

สิ่งที่ต้องลองคือ ข้าวหน้าอาหารทะเล (kaisen-don) ราคา ¥1,500–3,000 ขึ้นอยู่กับว่าใส่อะไรบ้าง — ปูขน อิคุระ หอยเม่น กุ้ง เลือกได้เอง อีกอย่างที่คนมักแนะนำกันคือ บ่อตกปลาหมึกสด (ika-tsuri) จ่ายเงินแล้วตกปลาหมึกที่ยังเป็นๆ แล้วเอาไปทำ ikizukuri (ซาชิมิสดๆ) ขณะที่ยังเคลื่อนไหว รสชาติต่างจากปลาหมึกแช่เย็นราวกับคนละชนิด

เดินทาง: เดินจากสถานีฮาโกดาเตะ ~2 นาที
เวลาเปิด: พ.ค.–ธ.ค. 05.00–14.00 น. · ม.ค.–เม.ย. 06.00–14.00 น.
ค่าใช้จ่าย: Kaisen-don ¥1,500–3,000 · อาหารเช้าชุด ¥1,000 ต้นๆ · ตกปลาหมึก ~¥3,000/60 วิ
เคล็ดลับ: ถ้าไม่อยากตื่นเช้ามากก็ไม่เป็นไร — ร้านหลายเจ้าในตลาดเช้าขาย kaisen-don ถึงบ่ายโมง แต่ตอนเช้าตรู่คนน้อยและของสดกว่าชัดเจน
เช้าแก่ 08.00–10.30 น.
ย่านอ่าว Kanemori — ท่าเรือเก่าที่กลายเป็นคาเฟ่

หลังอิ่มแล้วเดินลงมาที่ คลังสินค้า Kanemori (金森赤レンガ倉庫) ริมอ่าว ตึกอิฐแดงสร้างปี 1909 ที่ถูกปรับเป็นร้านค้า ร้านกาแฟ และบูติก วิวอ่าวยามเช้าขณะที่เรือประมงกำลังกลับท่าและหมอกทะเลยังคลุมยอดเขาอยู่ สวยเงียบในแบบที่ทำให้อยากนั่งอยู่นานๆ สักแก้วกาแฟก่อนเดินต่อ

ถ้าเดินทางมาตามฤดูดอกไม้ (พฤษภาคม) หรือฤดูใบไม้ร่วง (ตุลาคม) วิวอ่าวโดยมีเขาฮาโกดาเตะเป็นฉากหลังจะงดงามมากเป็นพิเศษ

เดินทาง: เดินจากสถานี ~8 นาที หรือรถรางสาย D ลงป้าย Jujigai เดิน ~5 นาที
เวลาเปิด: ร้านส่วนใหญ่ 09.30–19.00 น. (บางร้านเช้ากว่า)
ค่าเข้าชม: ฟรี (ช้อปปิ้งและกาแฟแยกต่างหาก)
ช่วงบ่าย 11.00–15.30 น.
โมโตมาจิ — โบสถ์ยุโรปและซอยหินที่ฮาโกดาเตะเก็บไว้

นั่งรถรางสาย D ไปลงป้าย Suehirocho แล้วเดินขึ้นเนินมาสู่ย่าน โมโตมาจิ (元町) — ย่านเก่าที่อยู่บนเนินเขาเหนืออ่าว มีโบสถ์คาทอลิก โบสถ์ออร์โธดอกซ์รัสเซีย โบสถ์โปรเตสแตนต์ อาคารบ้านเรือนสไตล์ Colonial และถนนหินปูยาวชันที่คนมักถ่ายรูปกัน ถ้าเดินเช้าจะเจอแสงสวยมาก

จุดที่ไม่ควรพลาดในโมโตมาจิคือ ซอยฮาจิมันซากะ (八幡坂) — ถนนหินปูลาดชันตรงดิ่งลงสู่ท่าเรือ มีต้นกิงโกะสองข้างทาง ปลายถนนเห็นเรือในอ่าวและภูเขา ภาพนี้เป็นหนึ่งในภาพที่คนถ่ายมากที่สุดในฮอกไกโด จากฮาจิมันซากะเดินต่อขึ้นเนินไปถึง โมโตมาจิปาร์ค ที่มีป้อมปืนเก่าและวิวอ่าวจากมุมสูง

รถราง: สาย D ลงป้าย Suehirocho เดินขึ้นเนิน ~5 นาที
โบสถ์คาทอลิก: เปิดให้ชม จ.–ส. 10.00–16.00 น. · อา. 12.00–16.00 น.
โบสถ์ออร์โธดอกซ์: จ.–ศ. 10.00–17.00 น. · ส. 10.00–16.00 น. · อา. 13.00–16.00 น. · ¥200
เคล็ดลับ: ฮาจิมันซากะสวยที่สุดตอนเช้าถ้าหมอกทะเลยังคลุมอ่าว และตอนบ่ายเมื่อแสงบ่ายตกลงมาตรงๆ — ทั้งสองช่วงมีเสน่ห์ต่างกัน
บ่ายแก่ 15.30–17.30 น.
พักผ่อน · เตรียมขึ้นยอดเขา

ช่วงนี้กลับไปโรงแรม เปลี่ยนเสื้อผ้า และพักสักชั่วโมง เพราะบน ยอดเขาฮาโกดาเตะ (函館山) ลมแรงและอุณหภูมิต่ำกว่าเมือง 5–8 องศา โดยเฉพาะช่วงเย็น เตรียมเสื้อแจ็คเก็ตไว้ด้วยแม้ฤดูร้อน และถ้าอากาศดีให้ดูพยากรณ์ก่อน — วันที่มีเมฆหนาวิวจะถูกบัง แต่วันที่ท้องฟ้าเปิดวิวนี้คือหนึ่งในที่ดีที่สุดในโลก

เช็คอากาศ: แนะนำดูพยากรณ์ก่อนขึ้น · ถ้าเมฆ 90% ขึ้นให้เลื่อนไปวันถัดไป
เดินทาง: จากสถานีนั่งรถรางสาย D ลง Jujigai เดินขึ้นเนิน ~7 นาทีถึงสถานีกระเช้า
ช่วงเย็น 17.30–21.00 น.
กระเช้า Mt. Hakodate — วิว 3 แสนล้านเยนยามค่ำ

เดินทางมาถึงสถานีกระเช้าล่างก่อนพระอาทิตย์ตม 30–45 นาที — กระเช้า Mt. Hakodate Ropeway ใช้เวลา 3 นาทีขึ้นยอดเขา 334 เมตร แล้วเดินต่อไปจุดชมวิวที่เปิดโล่ง 360 องศา วิวที่ได้ชื่อว่า "วิวสามแสนล้านเยน" (100億円の夜景) มีที่มาจากการที่นักธุรกิจญี่ปุ่นประเมินว่าวิวนี้มีมูลค่าเท่ากับพอร์ตโฟลิโอในยุค Bubble Economy

รอช่วง 30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตม ท้องฟ้าเปลี่ยนจากสีส้มแดงเป็นม่วงน้ำเงิน แสงไฟเมืองสุกสว่างขึ้นบนคาบสมุทรรูปทราย ทะเลคั่นกลาง สองอ่าวล้อมสองฝั่ง — แค่ยืนดูอยู่เฉยๆ ก็รู้สึกว่าทริปคุ้มแล้ว ใช้เวลาที่นี่ประมาณ 1–1.5 ชั่วโมง ก่อนลงมากินข้าวเย็นที่เมือง

กระเช้า: ¥1,500 ไปกลับ (ผู้ใหญ่) · เปิด 10.00–22.00 น. (ต.ค.–เม.ย. ถึง 21.00 น.)
ออกทุก: 10–15 นาที · ขึ้นเต็มช่วง 30 นาทีก่อนพระอาทิตย์ตมต้องต่อแถวนานกว่า
ทางเลือกอื่น: รถบัสสาย 山麓 จากสถานีฮาโกดาเตะ ~¥360 ถ้าไม่อยากนั่งกระเช้า
เคล็ดลับ: ร้านอาหารบนยอดเขามีราคาสูงกว่าด้านล่างชัดเจน ถ้าหิวให้กินอาหารเบาๆ ก่อนขึ้น แล้วลงมากินข้าวเย็นจริงๆ ที่เมืองซึ่งมีร้านอาหารทะเลดีกว่าหลายเท่า
กระเช้า Mt. Hakodate ยามค่ำ — แสงไฟเมืองฮาโกดาเตะบนคาบสมุทรสองอ่าวใต้ท้องฟ้ากลางคืน
วันที่สอง

กอริวคาคุ และออกนอกเมือง

ป้อมดาวห้าแฉกจากหอชมวิว · ทะเลสาบอนุมะที่ภูเขาไฟสะท้อนน้ำ · หรือยูโนะคาวะออนเซนปิดทริป — วันที่สองที่ออกแบบให้ผ่อนคลายกว่า

02
วันที่ 2
กอริวคาคุ · อนุมะปาร์ค · ออนเซน
กอริวคาคุจากมุมสูง — ป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกสมัยเมจิกลางป่าซากุระฮาโกดาเตะ
ช่วงเช้า 08.30–12.00 น.
กอริวคาคุ (五稜郭) — ป้อมดาวห้าแฉกที่ต้องเห็นจากฟ้า

ลองนึกภาพป้อมปราการรูปดาวห้าแฉกล้อมรอบด้วยคูน้ำ ต้นซากุระนับร้อยต้น และซากกำแพงหินอิฐสีแดงที่เหลือจากยุทธการ Hakodate 1869 — กอริวคาคุ คือป้อมปราการตะวันตกแบบ Vauban แห่งเดียวในญี่ปุ่น สร้างในปี 1864 เพื่อรักษาดินแดนเหนือสุดของประเทศ แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นสนามรบครั้งสุดท้ายของสงครามกลางเมือง Boshin War

ขึ้น หอชมวิวกอริวคาคุ (五稜郭タワー) สูง 107 เมตรก่อน — วิว 360 องศาของป้อมดาวห้าแฉกจากด้านบนเป็นภาพที่คุณจะจำไม่ลืม โดยเฉพาะในฤดูซากุระ (ปลายเมษายน–ต้นพฤษภาคม) ดอกซากุระปกคลุมทั้งป้อมจนมองจากเหนือดูเหมือนดอกไม้ยักษ์ หลังลงจากหอแล้วเดินเข้าสู่ตัวป้อมด้านล่าง ที่มีโซนอนุรักษ์ให้เดินสำรวจและสวนกว้างสำหรับพักผ่อน

รถราง: สาย D ลงป้าย Goryokaku-Koenmae เดิน ~10 นาที
หอชมวิว: ¥1,000 ผู้ใหญ่ / ¥600 นักเรียน · เปิด 08.00–19.00 น. (ฤดูร้อน) / 09.00–18.00 น. (ฤดูหนาว)
เข้าป้อม: ฟรี · สวนเปิดตลอดวัน
ฤดูซากุระ (ปลายเม.ย.–ต้นพ.ค.): กอริวคาคุเป็นจุดชมซากุระที่ดีที่สุดในฮอกไกโด ต้นซากุระกว่า 1,600 ต้นในป้อมเดียว ช่วงนี้คนเต็มมาก แนะนำมาแต่เช้า
ช่วงบ่าย 13.00–17.00 น.
ทางเลือก A — อนุมะปาร์ค ทริปวันเดียวสายธรรมชาติ

ถ้าอยากออกนอกเมือง อนุมะ Quasi-National Park (大沼国定公園) อยู่ห่างจากสถานีฮาโกดาเตะแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ Limited Express (¥1,840) หรือ 40 นาทีด้วยรถไฟท้องถิ่น (¥680) ทะเลสาบอนุมะและโคมาระเป็นทะเลสาบเกิดจากการระเบิดของภูเขาไฟ Komagatake — เกาะเล็กๆ กระจายอยู่ในทะเลสาบกว่า 100 เกาะ เชื่อมกันด้วยสะพานเล็กและทางเดินที่คุณสำรวจได้ใน 2–3 ชั่วโมง

ในฤดูหนาว (มกราคม–กุมภาพันธ์) ผิวทะเลสาบแข็งตัวและมีกิจกรรมเดินบนน้ำแข็ง ส่วนฤดูร้อนมีเรือพาย รถจักรยาน และร้านขายข้าวโพดย่างริมน้ำ — เหมาะสำหรับวันที่อยากออกจากเมือง

รถไฟ: Limited Express จากสถานีฮาโกดาเตะ ~30 นาที ¥1,840 · Local ~40 นาที ¥680
เวลาที่ใช้ในสวน: 2–3 ชั่วโมงครอบคลุมได้ดี
เดินทางกลับ: รถไฟสุดท้ายจาก Onuma-Koen ~19.00–21.00 น. (ตรวจตารางเดินรถก่อน)
ช่วงบ่าย 13.00–17.00 น.
ทางเลือก B — ยูโนะคาวะออนเซน ปิดทริปแบบสบายๆ

ถ้าร่างกายเหนื่อยแล้วและอยากแช่น้ำแร่ ยูโนะคาวะออนเซน (湯の川温泉) คือจุดหมายปลายทางรถรางสาย Y — นั่งแค่ 20 นาทีจากสถานีฮาโกดาเตะ ที่นี่เป็นย่านออนเซนที่ใหญ่ที่สุดในฮอกไกโดตอนใต้ โรงแรมส่วนใหญ่มี daiyoku (ห้องอาบน้ำสาธารณะ) ที่คนนอกสามารถเข้าได้ในราคา ¥500–1,000 โดยไม่ต้องพักที่นั่น

ยูโนะคาวะยังมี ฝูงนกทรายหิมะ (whooper swans) มาพักในช่วงฤดูหนาว (พฤศจิกายน–มีนาคม) และสวนสาธารณะริมแม่น้ำที่เดินเล่นได้สบายยามบ่าย

รถราง: สาย Y ปลายทาง Yunokawa (~¥260 หรือใช้ Day Pass)
ค่าเข้าออนเซน: ¥500–1,000 ขึ้นอยู่กับโรงแรม · เวลาประมาณ 14.00–21.00 น.
ช่วงเย็น 17.30–20.00 น.
อาหารทะเลคืนสุดท้าย

คืนสุดท้ายในฮาโกดาเตะเหมาะกับ อาหารทะเลฮอกไกโด สักมื้อจริงๆ — ร้านอาหารรอบอ่าว Kanemori และย่านสถานีมีตั้งแต่ร้านซูชิแบบ counter ไปจนถึง izakaya เมนูที่ต้องลองคือปูขนจากทะเล Okhotsk (ตามฤดูกาล พ.ย.–ม.ค.) หอยเม่นฮอกไกโด และหมึกฮาโกดาเตะที่ขึ้นชื่อเรื่องความหวานและความสดเป็นพิเศษ

ถ้าอยากบรรยากาศริมน้ำ ร้านรอบ Kanemori มีโต๊ะวิวอ่าวที่สวยในยามค่ำเมื่อไฟส่องอาคารอิฐแดงสะท้อนน้ำในท่าเรือ

งบอาหารเย็น: izakaya ¥2,000–4,000/คน · ร้านซูชิ ¥3,000–8,000/คน
แนะนำย่าน: รอบ Kanemori (ริมอ่าว) หรือย่านสถานีฮาโกดาเตะ
🚉
ต่อทริปไปไหนดี?
ฮาโกดาเตะ → ซัปโปโร โดยรถไฟ 3.5 ชั่วโมง — หรือขึ้นเหนือต่อด้วย JR Pass
คู่มือฮาโกดาเตะ →
ข้อมูลปฏิบัติ

เดินทาง · ที่พัก · งบประมาณ

🚃
รถรางในเมือง

ฮาโกดาเตะมีรถราง 2 สาย คือสายสีแดง (Y) และสีน้ำเงิน (D) วิ่งจากสถานีครอบคลุมตลาดเช้า Kanemori โมโตมาจิ กอริวคาคุ และยูโนะคาวะครบ ค่าโดยสาร ¥230–260/เที่ยว หรือซื้อ Day Pass ¥800 คุ้มถ้าขึ้นเกิน 3 เที่ยว ซื้อได้จากคนขับหรือที่ศูนย์ข้อมูล

🏨
พักที่ไหนดี

แนะนำพักแถวสถานีฮาโกดาเตะ — เดินถึงตลาดเช้า 2 นาที และต่อรถรางได้ทุกสาย ถ้าต้องการออนเซนในห้องพักให้ลองโรงแรมที่ยูโนะคาวะ (ปลายสาย Y) ราคาโรงแรม 3 ดาวแถวสถานี ¥8,000–15,000/คืน ดู คู่มือฮาโกดาเตะ สำหรับรายชื่อโรงแรมที่แนะนำ

🚄
เดินทางเข้าเมือง

จาก ซัปโปโร: รถไฟ Limited Express Hokuto ~3.5 ชั่วโมง ¥8,000–10,000 (ฟรีถ้ามี JR Pass) จาก โตเกียว: ชินคันเซน Hayabusa ถึง Shin-Hakodate-Hokuto ~4.5 ชั่วโมง แล้วต่อรถไฟท้องถิ่นเข้าเมือง 15 นาที

งบประมาณ

ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ ต่อวัน ต่อคน

รายการ ประหยัด กลาง สบาย
โรงแรม (ต่อคืน) ¥5,000–8,000
(~฿1,250–2,000)
¥10,000–15,000
(~฿2,500–3,750)
¥20,000–40,000+
(~฿5,000–10,000+)
อาหาร 3 มื้อ ¥1,500–2,500
(~฿375–625)
¥3,000–5,000
(~฿750–1,250)
¥6,000–12,000
(~฿1,500–3,000)
รถรางและเดินทาง ¥800
(Day Pass)
¥800–1,500
(Day Pass + รถไฟ)
¥1,500–3,000
(+ taxi บางจุด)
ตั๋วเข้าชม ¥1,500
(กระเช้า ¥1,500)
¥2,500–3,000
(+ กอริวคาคุหอ ¥1,000)
¥3,000–5,000
(+ ออนเซน)
รวมต่อวัน (ประมาณ) ¥8,800–12,800
(~฿2,200–3,200)
¥16,300–24,500
(~฿4,075–6,125)
¥30,500–60,000+
(~฿7,625–15,000+)

อัตราแลกเปลี่ยนอ้างอิง ¥1 ≈ ฿0.25 · ราคาโดยประมาณ อาจเปลี่ยนตามฤดูกาล

ฮาโกดาเตะในทุกฤดู

เมืองนี้ สวยคนละแบบตลอดปี

ย่านโมโตมาจิ ฮาโกดาเตะ — ถนนหินปูและอาคาร Colonial ยุโรปบนเนินเขาเหนืออ่าว

โมโตมาจิ — อาคารยุโรปบนเนิน

ซอยฮาจิมันซากะ ฮาโกดาเตะ — ถนนหินปูชันตรงดิ่งสู่ท่าเรือมีต้นกิงโกะสองข้างทาง

ฮาจิมันซากะ — ถนนหินปูสู่ท่าเรือ

อนุมะปาร์ค ฮอกไกโด — ทะเลสาบอนุมะสะท้อนภูเขาไฟ Komagatake ยามฤดูใบไม้ร่วง

อนุมะปาร์ค — ทะเลสาบและภูเขาไฟ

คำถามที่พบบ่อย

FAQ · ฮาโกดาเตะ

ฮาโกดาเตะเที่ยวกี่วันพอ?
1 วันเต็มครอบคลุมไฮไลต์หลักได้ทั้งหมด — ตลาดเช้า โมโตมาจิ ฮาจิมันซากะ กระเช้าชมวิวยอดเขายามค่ำ ถ้ามี 2 วันจะสบายกว่ามาก เพราะได้เพิ่มกอริวคาคุ (ป้อมดาวห้าแฉก) และออกทริปไปอนุมะปาร์คที่อยู่ห่างแค่ 30 นาทีด้วยรถไฟ คนที่ชอบออนเซนอาจต่อยูโนะคาวะอีก 1 คืนก็ได้
ฮาโกดาเตะเดินทางอย่างไร เดินทางจากที่ไหนสะดวกที่สุด?
จากซัปโปโรนั่ง Limited Express Hokuto ประมาณ 3.5–4 ชั่วโมง ค่าตั๋วประมาณ ¥8,000–10,000 ถ้าใช้ JR Pass ไม่ต้องจ่ายเพิ่ม จากโตเกียวนั่งชินคันเซน Hayabusa ไป Shin-Hakodate-Hokuto แล้วต่อรถไฟท้องถิ่น รวม ~4.5 ชั่วโมง ในเมืองใช้รถรางสายสีแดงและสีน้ำเงิน ซื้อ Day Pass ¥800 คุ้มมากถ้าขึ้นเกิน 3 เที่ยว
วิวยอดเขาฮาโกดาเตะดูตอนไหนสวยที่สุด?
สวยที่สุดคือช่วง 30 นาทีหลังพระอาทิตย์ตม — ท้องฟ้าเปลี่ยนสีจากส้มแดงเป็นน้ำเงินเข้มพร้อมกับไฟเมืองเริ่มสุกสว่าง วิวที่ได้ชื่อว่า "วิวสามแสนล้านเยน" เป็นหนึ่งในวิวกลางคืนที่ดีที่สุดในโลก ขึ้นก่อนพระอาทิตย์ตม 30–45 นาทีเพื่อจับที่ยืนดีๆ กระเช้าเปิดถึง 22.00 น. ในฤดูร้อนและ 21.00 น. ในฤดูหนาว
ตลาดเช้าฮาโกดาเตะเปิดกี่โมง และกินอะไรดี?
ช่วงพฤษภาคม–ธันวาคมเปิด 05.00–14.00 น. ช่วงมกราคม–เมษายนเปิด 06.00–14.00 น. อาหารที่ต้องลองคือ ไข่ทะเลสดหลากชนิด (kaisen-don ราคา ¥1,500–3,000) ปลาหมึกสดที่ยังขยับได้ (squid catch bucket ~¥3,000/60 วินาที) และอาหารเช้าชุดที่ร้านหลายเจ้าขายราคา ¥1,000 ต้นๆ ถ้ามาตี 5 ได้ราคาดีที่สุดและคนน้อยที่สุด
พาสรถรางฮาโกดาเตะคุ้มไหม ซื้อได้ที่ไหน?
คุ้มมากถ้าขึ้นรถรางเกิน 3 เที่ยวต่อวัน Day Pass ราคา ¥800/ผู้ใหญ่ (ค่าโดยสารปกติ ¥230–260/เที่ยว) ซื้อได้จากคนขับรถราง ที่ศูนย์ข้อมูลนักท่องเที่ยวหน้าสถานีฮาโกดาเตะ หรือที่โรงแรมส่วนใหญ่ รถรางสายสีแดง (Y) และสีน้ำเงิน (D) ครอบคลุมตลาดเช้า โมโตมาจิ กอริวคาคุ และยูโนะคาวะออนเซนครบ